คบไฟวับแววอยู่ในเขตสุสานของเหล่าขุนนางนอกเมืองตำแหน่งนี้มีชัยภูมิตามหลักฮวงจุ้ยดีงามครบถ้วน ด้านหลังเป็ูเาขนาดย่อมด้านหน้าเป็ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ซึ่งเป็ปลายทางของแม่น้ำสาย์ที่ไหลมาจากเทือกเขาัทะยานซึ่งเป็ขุนเขาที่สูงที่สุดในแผ่นดินห้าแคว้นนี้
เด็กทั้งสี่ขยุกขยิกเกาะหลังกันไห่ฮ่าวผู้อารักขาของชิงเว่ยเว่ยถูกลากให้มานำทาง มือหนึ่งถือโคมอีกมือกระบี่ซิวอี้เซิงเห็นว่าเื่นี้ควรไปให้น้อยคนที่สุดจึงไม่ยอมให้สาวใช้ตามมา
“พวกเขามาแล้ว! หมอบลงเร็ว!” ไห่ฮ่าวซึ่งเป็ผู้มีวรยุทธ์ยอดเยี่ยมผู้หนึ่งรีบเป่าโคมไฟให้ดับเมื่อได้ยินฝีเท้าที่วิ่งมาทางตนด้วยความเร็ว
เด็กทั้งสี่ที่โพกผ้ารอบศีรษะเหลือเพียงดวงตาคอยจับตามองร่างทั้งสองด้วยใจระทึกบุรุษที่ทะยานมาด้วยกำลังภายในเลิศล้ำนั้นแตะพื้นพร้อมกับถือโคมไฟใหญ่คนละดวง
ป้ายหินขนาดใหญ่จารึกนามไต้จี้หลิงตั้งตระหง่านฟ้าพลันแลบแปลบๆ ซิวลู่ถิงใจเต้นตึกๆรัวราวกลองศึกกระหน่ำอยู่ภายใน ท้องฟ้ามืดมิด บนฟ้าไม่มีดาวแม้สักดวงสายลมเอื่อยเฉื่อยแต่แรงเริ่มแรงขึ้น
“บรรยากาศเช่นนี้มัน...มันน่าจะมี...นะ”เด็กหญิงกระซิบกับชิงเว่ยเว่ย ในถ้อยคำที่เว้นเอาไว้คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับนางบนโลกใบนี้
“ไม่มีหรอกน่า...ลมพายุฤดูร้อนน่ะอากาศกำลังจะเปลี่ยน”
“เว่ยเว่ยเ้าเคยได้ยินไหมว่าคนตายโหงมักจะเฮี้ยน?” ซิวลู่ฉิงยังกัดฟันกรอดๆ กดเสียงถามสหายนางเริ่มอยากจะหันหลังกลับไปจวนสกุลชิงแล้ว
ชิงเว่ยเว่ยรู้ว่าคนกลัวผีข้างๆกำลังพยายามหาคนสนับสนุน นางจึงทำเสียงสยองขวัญ “เคยได้ยินสิ! ิญญาคนตายโหงยังคงไม่ไปปรโลกยังวนเวียนหมายจะแก้แค้น!”
เด็กหญิงสกุลซิวได้ฟังเช่นนั้นก็กำลังจะกรี๊ดออกมาทว่าชิงเว่ยเว่ยรู้ทันรีบยกมือปิดปากของเพื่อนเอาไว้
“หากเ้าร้องออกมาตอนนี้เราถูกอาจารย์ไต้จับได้แน่! หุบปากเ้าให้ดี! หรือไม่เช่นนั้นพวกเราทั้งสี่คนก็ต้องถูกไล่ออกจากเค่อเฉิงด้วยกัน”
ซิวลู่ถิงเห็นชิงเว่ยเว่ยน้ำเสียงดุดันก็รีบรับคำชิงเว่ยเว่ยจึงได้ปล่อยมือจากปากที่โพกผ้าเอาไว้
ไต้เส้าจวินกับจงกว้านซีทำการจุดธูปรินสุราขอขมาใต้เท้าไต้บุตรชายคนรองของผู้ตายขยับไปยังแท่นอิฐด้านข้างใช้มือผลักก้อนที่สามเข้าไปแล้วเลื่อนไปด้านขวา ป้ายหน้าสุสานก็ขยับออกคนทั้งสองถือโคมไฟคนละดวงผลุบหายเข้าไปหลังป้ายนั้นพักใหญ่ทั้งสองก็กลับออกมาแล้วปิดไว้ดังเดิม
“ลางสังหรณ์ข้าไม่ผิดแน่! ศพที่เอามาฝังมิใช่บิดาของข้า!”
แม้เสียงพูดของพวกเขาจะแ่เบาทว่าไห่ฮ่าวผู้มีวิทยายุทธ์สูงส่งย่อม ได้ยินอย่างชัดเจนเช่นเดียวกับชิงเว่ยเว่ยที่ได้รับการถ่ายทอดฝีมือมาจากพระชายาชิงหลานผู้มีชาติก่อนเป็เ้านายและชาตินี้เป็พี่สาวนางก็ได้ถ้อยคำสนทนาอย่างชัดเจน
เมื่อร่างทั้งสองทะยานกลับไปคนทั้งห้าก็เดินออกมา
“ไห่ฮ่าวเมื่อครู่พวกเขาว่าอย่างไรหรือ?”ซิวอี้เซิงรู้ว่าผู้อารักขาชิงเว่ยเว่ยคนนี้ย่อมรู้แน่จึงได้ขยับไปยืนข้างๆ
“เห็นทีพวกเขาคงรู้แล้วว่าศพนั่นมิใช่ศพของใต้เท้าไต้ขอรับ!”
“ไต้เส้าจวินรู้ได้อย่างไรกัน?”ชิงเว่ยเว่ยใคร่รู้ยิ่งนักว่าอาจารย์หนุ่มรูปงามผู้นั้นมีข้อพิสูจน์ใด?
“คุณหนูอยากเข้าไปหรือไม่ขอรับ?”
“อืม...ข้าอยากเห็น”ชิงเว่ยเว่ยผงกศีรษะในขณะที่อีกทั้งสามคนส่ายหน้า“พวกเ้ารอข้ากับไห่ฮ่าวอยู่ที่นี่ เดี๋ยวพวกเราออกมา”
ซิวอี้เซิงกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ เขาไม่เคยคิดเลยว่าชิงเว่ยเว่ยจะเป็เด็กผู้หญิงที่กล้าหาญเยี่ยงนี้นางสุขุมยิ่งนัก กล้ากระทั่งเข้าไปดูศพคนตายในสุสาน เด็กทั้งสามยืนรออยู่ข้างๆโดยมีพู่ไฟคนละอันที่ไห่ฮ่าวยื่นให้
“ข้าเคยอ่านเจอนะว่าในยามเช่นนี้พวกเขาควรจะยืนเอาหลังชนกันไว้เพื่อความปลอดภัย” ซิวลู่ถิงเอ่ยขึ้น
“เห็นด้วย!” เด็กชายทั้งสองรีบรับคำแม้จะไม่ได้กลัวผีมากเท่าซิวลู่ถิง แต่มืดมิดกลางสุสานใหญ่ซ้ำยังมีเสียงนกร้องแกว๊กๆ อยู่ประปรายก็ชวนให้ขนหัวลุก เด็กทั้งสามหันหลังชนกันต่างคนต่างจ้องเขม็งไปด้านหน้า
“ถ้าพวกเ้าเห็นสิ่งผิดปกติก็รีบบอกนะพวกเราจะได้วิ่งลงไปหาสองคนนั่น” ซิวลู่ถิงที่มองเห็นฟ้าแลบแปลบๆ อยุ่ไกลๆเริ่มตัวสั่น บรรยากาศช่างเหมือนที่บรรยายในนิยายนักสืบยุทธภพยิ่งนัก ตอนนั้น...จอมยุทธ์เซียวแอบไปเปิดดูสุสานของขุนนางที่ถูกไฟคลอกเสียชีวิต
ครืด!
เสียงแผ่นหินหลุมศพเลื่อนกลับเข้าที่เดิมเด็กทั้งสามถอนหายใจฟู่ออกมาพร้อมกัน ขณะนั้นพู่ไฟในมือของพวกเขาก็ดับลงพอดี
“อย่าทิ้งพู่ไฟไว้ที่นี่เดี๋ยวจะกลายเป็หลักฐาน” ชิงเว่ยเว่ยร้องบอกเมื่อเห็นฉีเหยียนกำลังจะทิ้งท่อนไม้ไผ่เล็กๆ“เก็บเอาไว้ในสาบเสื้อเ้าก่อน เอาไปทิ้งที่บ้านข้า”
“อือหือ! เหม็นจัง”ซิวลู่ถิงผงะเมื่อได้กลิ่นจากตัวของชิงเว่ยเว่ย
“ในสุสานเก็บศพทั้งอับทั้งเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำยากันแมลงกลิ่นก็ต้องติดตัวข้าเป็ธรรมดา”น้ำเสียงของคุณหนูสี่สกุลชิงคล้ายไม่เดือดเนื้อร้อนใจ
“รีบกลับกันเถอะขอรับก่อนจะมีคนรู้ตัว”ไห่ฮ่าวรีบเตือนก่อนจะออกมาพวกเขาได้ทิ้งให้จ้งซูกับจ้งหนิงและสาวใช้ของสองพี่น้องสกุลซิวเฝ้าเรือนมีเพียงจิงหานที่ขับรถม้าเก่งได้ออกมาพร้อมกับคุณชายและคุณหนูทั้งสี่
ประตูด้านหลังจวนมีจ้งหนิงคอยรอเปิดรับวันนี้ด้วยบารมีของใต้เท้าชิงบิดาของชิงเว่ยเว่ยผู้เป็เ้ากรมกลาโหมที่เขียนจดหมายรับรองให้เด็กทั้งสามมาอ่านหนังสือกับชิงเว่ยเว่ยที่จวนกลุ่มฉีหลินจึงสามารถออกจากเรือนมาสุมหัวกันได้ในวันที่อาจารย์ไต้กับอาจารย์จงนัดแนะกับไปพิสูจน์ศพของไต้จี้หลิงชิงเว่ยเว่ยของตัวไปอาบน้ำก่อนเพราะกลิ่นน้ำยาป้องกันแมลงมาแทะศพนั้นอบอวลเหลือเกิน
“ศพของไต้จี้หลิงเป็อย่างไรหรือ?”ซิวอี้เซิงที่ใจร้อนรีบซักไซ้
“ศพถูกน้ำยากัดกร่อนเนื้อไปหมดแล้วเหลือเพียงโครงกระดูกเท่านั้นข้าสังเกตเห็นว่าที่ศีรษะมีรอยยุบเหมือนถูกของแข็งทุบอย่างแรงกระดูกขาด้านซ้ายและขวามีรอยหัก”
ซิวลู่ถิงทำหน้าสยดสยองนางนึกถึงภาพโครงกระดูกที่เคยเห็นในตำรานักสืบที่มีภาพประกอบแล้วก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว
“ข้าสงสัยจริงๆอาจารย์ไต้สรุปว่ามิใช่บิดาของเขาด้วยเหตุใด?” คิ้วของชิงเว่ยเว่ยยังไม่คลายออกจากกัน
ไห่ฮ่าวเองก็พลอยขมวดคิ้วตามเ้านายน้อยของตนเขาเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็สมาชิกคนที่ห้าของกลุ่มฉีหลินโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อนการแต่งตั้งก็แสนจะเรียบง่ายและฉุกละหุกเพราะซิวอี้เซิงเดินเข้ามาจับแขนของเขาขณะที่เฝ้าอยู่หน้าเรือนคุณหนูสี่แล้วลากเข้าไปพร้อมกับให้เขาสัญญาว่าจะรักษาเื่นี้ไว้เป็ความลับจากนั้นไห่ฮ่าวก็ตกกระไดพลอยโจนกลายเป็คนที่ต้องพากลุ่ม ฉีหลินออกไปซุ่มดูอาจารย์หนุ่มสองคนบุกสุสานขุนนางขั้นสี่ในกลางดึก
**************************
