[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★

    บทที่ 58 ต่อไปนี้ฉันจะกินนมวันละสิบขวด!

    ไป๋ลู่มีกระเป๋าเดินทางใบกะทัดรัดแค่ใบเดียว นอกจากชุดชั้นในที่ต้องเปลี่ยนทุกวันแล้ว เธอก็เตรียมเสื้อผ้ามาแค่สองชุดถ้วน ส่วนเป้คู่ใจที่อัดแน่นไปด้วยขนมขบเคี้ยว... เพิ่งโดนทีมงานยึดไปต่อหน้าต่อตา

    ในขณะที่ฮั่วเหยียนฟางมีกระเป๋าเดินทางขนาดจัมโบ้ถึงสองใบ

    ไป๋ลู่เลยจัดการยัดกระเป๋าใบจิ๋วของตัวเองใส่มือเขาหน้าตาเฉย 

    “อาซุย คุณไม่สบาย คุณถือใบนี้ไปนะ”

    ส่วนตัวเธอ... รับหน้าที่เข็นกระเป๋าใบยักษ์สองใบที่สูงเกือบจะถึงหน้าอกเธอ!

    ชีวิตฉันนี่มันรันทดระดับชาติจริงๆ

    อยู่บ้านก็ต้องเป็นสาวใช้ตัวน้อยคอยปรนนิบัติพ่อ พอออกมาถ่ายรายการยังต้องกลายร่างเป็นสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์คอยดูแลอาซุยอีก อยากจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด!

    ทางด้านโน้น คุณหนูเฉียวเซียนอี๋กำลังเชิดหน้าชูคอ ชี้นิ้วสั่งกราดให้ทุกคนมาช่วยเธอขนสมบัติบ้า

    หลินเย่เป็นคนปากตรงกับใจ เขาโพล่งออกมาทันที 

    “พวกเรามีกันแค่สองมือ ถือของตัวเองยังจะไม่รอด ใครจะไปช่วยคุณไหวล่ะครับ”

    ได้จังหวะนางเอกแสนดี เสิ่นซินลั่วรีบฉวยโอกาสทำคะแนน 

    “ไม่เป็นไรๆ ฉันช่วยถือเอง ฉันเป็นผู้ดูแลของทุกคน ก็ต้องดูแลทุกคนสิคะ”

    ไป๋ลู่แค่นหัวเราะ เหอะ!

    “เธอจะถือ? ถามจริง? สภาพอย่างเธอเนี่ยนะจะถือไหว? ตอนนี้พวกเราต้องไปเบียดเสียดขึ้นรถไฟใต้ดิน เธอจะขนไปทีละรอบงั้นสิ? ต้องวิ่งรอกกี่รอบถึงจะขนหมดฮะ? พ่อเธอขับรถไฟขบวนนี้เหรอ ถึงจะจอดรอรับใช้คุณหนูเสิ่นแค่คนเดียว?”

    เสิ่นซินลั่วขอบตาแดงก่ำ บีบน้ำตาทันที “เสี่ยวลู่... พี่แค่หวังดีอยากจะช่วยนะ”

    ก่อนหน้านี้ที่ห้องรับรองผู้โดยสาร ตี๋เจียเออร์ก็ได้ยินวีรกรรมที่เสิ่นซินลั่วก่อไว้

    ทั้งที่ไป๋ลู่ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ เสิ่นซินลั่วก็เอาแต่คร่ำครวญขอร้องไม่ให้ไป๋ลู่ไล่ตัวเองออกจากรายการ

    แสดงบทแม่นางดอกบัวขาวได้โล่จริงๆ แม่คุณ!

    ตี๋เจียเออร์เลยพูดออกมาตรงๆ อย่างไม่เกรงใจ 

    “จะทำอะไรก็ช่วยดูสังขารตัวเองด้วยครับ อยากช่วยน่ะดี แต่อย่ารับปากส่งเดชในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ จนกลายเป็นตัวถ่วงคนทั้งทีม”

    ในฐานะสมาชิกบอยแบนด์ เขาจึงให้ความสำคัญกับคำว่า 'ทีมเวิร์ก' ยิ่งกว่าชีวิต

    เฉียวเซียนอี๋เชิดหน้าเถียงอย่างหน้าไม่อาย 

    “พวกนายเป็นผู้ชาย ก็ช่วยขนหลายๆ รอบหน่อยไม่ได้หรือไง น้ำใจน่ะมีไหม!”

    “เรื่องของเธอ เธอก็จัดการเองสิ ผู้ชายช่วยดูแลผู้หญิงได้ตามมารยาท แต่เธอจะมาถือสิทธิ์ใช้ผู้ชายเยี่ยง ทาสในเรือนเบี้ย แบบนี้ไม่ได้” ไป๋ลู่ชี้หน้าด่ากราด 

    “ทางเลือกมีสองทาง หนึ่ง... ขนเอง สอง... ทิ้งสัมภาระขยะพวกนั้นซะ ตรงนี้ไม่มีใครอยากเป็นคนรับใช้เธอ นอกจากแม่พระเสิ่นซินลั่วหรอกนะ!”

    เฉียวเซียนอี๋กระทืบเท้าเร่าๆ กรี๊ดกร๊าด “ไป๋ลู่! นังบ้า! เธอจ้องจะเล่นงานฉันชัดๆ!”

    ไป๋ลู่เบะปากมองบน ไม่สนใจจะเสวนากับหล่อนให้เปลืองน้ำลาย

    เธอหันขวับกลับมาหานายน้อยของเธอ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นโหมดออดอ้อนทันที “อาซุย... ดื่มน้ำหน่อยสิคะ”

    ไป๋ลู่ยื่นกระติกน้ำลายการ์ตูนปุ๊กปิ๊กที่ห้อยคออยู่ให้ฮั่วเหยียนฟาง

    คุณอากู้เห็นเธอเป็นเด็กประถมที่จะไปทัศนศึกษาจริงๆ นอกจากจะยัดเยียดขนมให้เพียบแล้ว ยังซื้อกระติกน้ำเก็บความร้อนลายการ์ตูนใบนี้ให้เธอห้อยคอมาด้วย

    ฮั่วเหยียนฟางไม่อยากถอดหน้ากากอนามัย จึงส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่หิว”

    ไป๋ลู่กำชับ “งั้นถ้าคุณอยากดื่มน้ำต้องบอกฉันนะคะ ห้ามทนนะ”

    ฮั่วเหยียนฟางพยักหน้ารับนิ่งๆ

    ไม่มีใครสนใจไยดีเฉียวเซียนอี๋เลยสักคน

    จู่ซินเอินกับตี๋เจียเออร์กำลังวุ่นวายกับการใช้มือถือค้นหาเส้นทางและโรงแรมราคาถูก โดยมีหลินเย่คอยช่วย(ให้ยุ่งกว่าเดิม)อยู่ข้างๆ

    เสิ่นซินลั่วเพิ่งโดนตอกหน้าหงายมาหมาดๆ ก็ไม่กล้าเผยอปากพูดอะไรอีก

    เฉียวเซียนอี๋น้ำตาไหลพราก รู้สึกเหมือนโดนโลกรังแก “ฉันไม่ถ่ายแล้ว! ฉันจะกลับบ้าน! ฮือออ!”

    ไป๋ลู่พยักหน้าหงึกหงัก “อ้อ... งั้นพวกเราไปกันเถอะ”

    ทุกคนพร้อมใจกันเข็นกระเป๋าเดินทางเดินจากไป ทิ้งคุณหนูขี้วีนไว้ข้างหลัง

    เหลือแค่เสิ่นซินลั่วคนเดียวที่ยังรั้งท้าย เธอมองกลุ่มคนที่เดินไกลออกไปสลับกับมองเฉียวเซียนอี๋ 

    “เสี่ยวเฉียว... เธอลดสัมภาระลงหน่อยเถอะ ทุกคนจะไปกันจริงๆ แล้วนะ”

    เฉียวเซียนอี๋แผดเสียง “ฉัน-ไม่-ถ่าย-แล้ว! เอาโทรศัพท์คืนมา ฉันจะซื้อตั๋วเครื่องบินกลับเอง!”

    เสิ่นซินลั่วกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเข็นกระเป๋าของตัวเองวิ่งแจ้นตามคนอื่นๆ ไป ทิ้งเฉียวเซียนอี๋ไว้อย่างไม่ไยดี

    ในขบวนรถไฟใต้ดินช่วงเวลาเร่งด่วน สภาพไม่ต่างจากปลากระป๋องอัดแน่น

    ผู้คนยืนเบียดเสียดจนหน้าแทบจะชนกัน แถมยังหายใจรดต้นคอคนข้างๆ ไม่หยุดหย่อน

    ไม่นานกลุ่มของพวกเขาก็ถูกคลื่นมนุษย์ซัดจนแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง

    “ลงสถานีปลายทางนะ!” ตี๋เจียเออร์ตะโกนสั่งเสียก่อนที่จะถูกฝูงชนกลืนหายไป

    ไป๋ลู่ถูกเบียดจนตัวลีบไปติดมุมเล็กๆ ฮั่วเหยียนฟางรีบใช้ร่างกายสูงใหญ่กันเธอไว้ราวกับป้อมปราการมนุษย์

    แก้มของเธอแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างของเขา รู้สึกได้ชัดเจนว่าอุณหภูมิร่างกายของเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ 

    “อาซุย ตัวคุณร้อนจี๋เลย ลงรถแล้วเราไปโรงพยาบาลเถอะนะ อย่าฝืนเลยนะขอร้อง”

    “...” ฮั่วเหยียนฟางตอบเสียงพร่า 

    “ไม่เป็นไร มันแค่อบอ้าวน่ะ”

    ไป๋ลู่ตัดสินใจยื่นมือไปกอดเอวสอบของเขา อาศัยจังหวะที่รถจอดและมีคนลง รีบหมุนตัวสลับตำแหน่งกับเขาทันที

    ให้ฮั่วเหยียนฟางยืนพิงมุมผนัง แล้วเธอใช้ร่างเล็กๆ ของตัวเองกันเขาไว้แทน 

    “ถังสิงกำชับนักหนา ว่าคุณไม่เคยลำบาก ไม่เคยออกจากบ้านคนเดียว ฝากฝังให้ฉันดูแลคุณให้ดีที่สุด!”

    เธอจะไม่ยอมให้พ่อเทพบุตรของเธอต้องบอบช้ำเด็ดขาด!

    แต่แล้วผู้โดยสารระลอกใหม่ก็กรูขึ้นมาบนรถราวกับซอมบี้บุก ฮั่วเหยียนฟางไม่มีโอกาสสลับที่คืนได้เลย ทำได้แค่ใช้มือใหญ่ประคองท้ายทอยเธอ กดหัวทุยๆ ให้ซุกเข้ามาในอ้อมกอดเขามากขึ้นเพื่อความปลอดภัย

    ผู้โดยสารเยอะเกินไปจริงๆ ไป๋ลู่แทบจะถูกอัดก็อปปี้รวมร่างติดกับอกเขา

    โชคดีที่ตอนนี้เป็นหน้าหนาว เธอใส่เสื้อผ้ามาหนาหลายชั้น

    ไม่งั้น... คงเขินจนหัวใจวายตายคาอกเขาแน่ๆ!

    ฮั่วเหยียนฟางแค่ก้มหน้าลง ก็เห็นหัวทุยๆ ขนปุกปุยดุ๊กดิ๊กอยู่ที่ระดับหน้าอก

    ความรู้สึก... น่าจะจับถนัดมือดี

    ฮั่วเหยียนฟางถือวิสาสะก้มลง เอาคางเกยไว้บนหัวทุยๆ นั้นหน้าตาเฉย 

    “สบายจัง”

    ไป๋ลู่ “............”

    นี่หัวฉัน... กลายเป็นที่วางคางของพ่อเทพบุตรไปแล้วเหรอ?

    ไอ้ขาสั้นๆ นี่มันน่าเจ็บใจนัก! ทำไมฉันไม่เกิดมาตัวสูงกว่านี้เนี่ย!

    ตัดสินใจแล้ว! ต้องเพิ่มนมอีกขวด จากนี้ไปจะดื่มนมวันละห้าขวด ฉันต้องสูงขึ้นให้ได้! คอยดูเถอะ!

    แม้จะถึงสถานีปลายทางแล้ว แต่ผู้โดยสารก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย

    ไป๋ลู่โดนเบียดจนวิญญาณหลุดลอย แทบจะเป็นฮั่วเหยียนฟางที่ต้อง’หิ้ว’เธอลงจากรถ

    ไม่นาน ทุกคนก็มารวมตัวกันจนครบ

    สภาพแต่ละคนดูไม่จืด สะบักสะบอมกันถ้วนหน้า ผมเผ้ายุ่งเหยิง

    เจียเออร์เห็นไป๋ลู่ที่อยู่ในอ้อมกอดฮั่วเหยียนฟางมีสภาพร่อแร่เหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง ก็รีบถามด้วยความเป็นห่วง 

    “อาซุย เสี่ยวลู่เป็นอะไรไปครับ? เป็นลมเหรอ?”

    ฮั่วเหยียนฟางเม้มริมฝีปากแน่น กอดเจ้ากระต่ายในอ้อมแขนแน่นขึ้น แถมยังยื่นมือไปลูบหัวเธอปอยๆ อย่างเอ็นดู 

    “หัวโดนกระแทกตลอดทาง”

    ตี๋เจียเออร์ “............”

    จู่ซินเอิน “............”

    หลินเย่ระเบิดหัวเราะเยาะเธออย่างไม่ไว้หน้า 

    “พี่เสี่ยวลู่! พี่เตี้ยเกินไปต่างหาก ก็เลยโดนศอกชาวบ้านกระแทกหัวตลอดทาง ดูพวกผมสิ ตัวสูงชะลูด อย่างมากก็โดนชนแค่อก!”

    ไป๋ลู่โกรธจนหน้ามืด สองมือขยุ้มคอเสื้อฮั่วเหยียนฟางไว้แน่น อายจนไม่กล้าเงยหน้าออกจากอกเขา

    “สิบขวด! ต่อไปนี้ฉันจะกินนมวันละสิบขวด! คอยดูเถอะ!”

    พวกผู้ชายกลั้นขำไม่ไหว หัวเราะพรืดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

    “เอ๊ะ... แล้วเสิ่นซินลั่วล่ะ?” จู่ซินเอินเป็นหัวหน้าวงมาหลายปี เคยชินกับการดูแลคนรอบข้าง เขาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าแม่ดอกบัวขาวหายไป

    ตี๋เจียเออร์ส่ายหน้า “หลังจากโดนเบียดกระเจิงก็ไม่เห็นแล้วครับ”

    จู่ซินเอินขมวดคิ้ว “เราลองเดินหาแถวชานชาลาดู เสิ่นซินลั่วรู้ว่าต้องลงสถานีปลายทาง คงไม่หลงหรอกมั้ง”

    หลินเย่เหนื่อยจนลิ้นห้อย “พี่เอิน โทรบอกให้พี่เสิ่นซินลั่วเดินมาหาพวกเราดีกว่า ผมก้าวขาไม่ออกแล้ว”

    จู่ซินเอินหยิบมือถือออกมา ถึงเพิ่งเห็นว่าเสิ่นซินลั่วโทรหาเขาเป็นสิบสายจนสายแทบไหม้

    พอรับสาย เสิ่นซินลั่วก็ร้องไห้โฮเสียงดังลั่น 

    “ฮือออ! ฉันโดนคนเบียดลงรถมาก่อน ฉันก็ไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน! จะทำยังไงดีคะ! ฉันกลัว!”

    หลินเย่หน้าซีด “แย่แล้ว... เมื่อกี้พวกเรานั่งรถเที่ยวสุดท้ายนะ”

    ตี๋เจียเออร์หันไปหาทีมงาน “ให้ทีมงานส่งรถไปรับหน่อยได้ไหมครับ สงสารเขา——”

    พูดยังไม่ทันจบ โปรดิวเซอร์ที่ตามถ่ายอยู่ก็พูดสวนขึ้นมาอย่างเลือดเย็น 

    “เป็นไปไม่ได้ครับ ผิดกฎ พวกคุณต้องหาทางแก้ปัญหากันเอง”

    เสิ่นซินลั่วได้ยินเสียงลอดออกมาก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมจนแทบจะขาดใจ

    จู่ซินเอินดึงมือถือออกห่างหูด้วยความรำคาญ “ทีมงานไม่ยอมส่งรถไปรับ พวกเราก็ไม่รู้ทาง รถไฟใต้ดินก็หมดแล้ว เธอคงต้องนั่งแท็กซี่ตามมาหาพวกเราแล้วล่ะ”

    มุมปากของตี๋เจียเออร์กระตุกยิกๆ 

    “พี่เอิน พี่รู้ไหมว่าค่าแท็กซี่ที่ญี่ปุ่นมันแพงมหาโหดขนาดไหน? เพื่อนร่วมวงเก่าผมเคยลืมของไว้ที่โรงแรม นั่งแท็กซี่กลับไปเอา แล้วนั่งกลับมาสนามบิน แค่สิบกิโล ค่าตัวรอบนั้นปลิวหายไปหมดเกลี้ยงเลยนะ! เงินของเสิ่นซินลั่วคนเดียว ไม่พอจ่ายค่ารถแน่นอน”

    จู่ซินเอินถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

    “แต่มันก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วนี่ จะให้เธอเดินเท้ามาเหรอ? ถ้าเกิดหลงทางหายตัวไปขึ้นมาจะยิ่งยุ่งไปใหญ่ เอาแบบนี้... พวกเราช่วยกัน ลงขัน ออกค่ารถให้เสิ่นซินลั่วเถอะ”

    ตี๋เจียเออร์หันหน้าหนี สบถคำหยาบออกมาเบาๆ ในมุมที่กล้องถ่ายไม่เห็น

    ซวยชิบเป๋ง!

    ไป๋ลู่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก “ความผิดพลาดของเสิ่นซินลั่ว... ทำไมพวกเราทุกคนต้องมารับผิดชอบด้วยคะ?”

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★ ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405