ตำหนักตะวันออก ตำหนักของรัชทายาทตกแต่งอย่างโอ่อ่าสมกับที่พักของว่าที่ฮองเต้ในอนาคตปีกซ้ายเป็ที่พักของชายาและบรรดาสาวงามของรัชทายาทตกแต่งด้วยไม้ดอกงดงามส่งกลิ่นหอมระริน รอบนอกตามทางเดินทหารองครักษ์ยืนเฝ้าเวรยามตามจุดด้วยความเข้มงวด นางกำนัลเดินผ่านไปมาอย่างชดช้อย
ภายในห้องรับรองหรูหราส่วนกลางของตำหนักประดับตกแต่งล้วนสูงค่าผ้าม่านปักดิ้นทองพริ้วไหวงดงามสมตำแหน่งตำหนักว่าที่พระเ้าแผ่นดินในอนาคต บนเก้าอี้ประธานยามนี้มีฮองเฮาเสด็จประทับอยูสายพระเนตรจับจ้องมองดูรัชทายาทที่เดินวนไปวนมาอย่างอดกลั้นปลอกนิ้วทองคำถูกลูบไปมาเพื่อระงับความรู้สึกภายในพระทัย
“ชินอ๋องออกเดินทางไปพร้อมกองทัพสิบวันแล้วพวกสวะที่ท่านลุงส่งไปลงมือกันเรียบร้อยหรือยัง ปล่อยให้ข้ารอมาหลายวันแล้วนะพะยะค่ะ”
“รัชทายาทจะทรงกระวนกระวายใจไปใยถึงจะลงมือสำเร็จพระองค์ก็ไม่อาจแสดงความยินดีให้ปรากฎออกมาได้นะพะยะค่ะคนที่กระหม่อมส่งไปครั้งนี้เป็กลุ่มนักฆ่าที่มีชื่อเสียงลงมือไม่เคยพลาดขอเพียงมีเงินจ่ายค่าตอบแทนและไม่เคยทำให้ข้อมูลผู้ว่าจ้างเล็ดลอดออกมาคาดว่าอีกสักวันสองวันข่าวน่าจะส่งมาถึง”
สิ้นเสียงก็มีชายวัยกลางคนร่างกายกำยำไม่ได้อ้วนลุงพุงเช่นขุนนางที่มีอายุไล่เลี่ยกันแม้แต่น้อยใบหน้าคล้ายฮองเฮาห้าส่วนยังดูอ่อนกว่าวัยแววตาเป็คนฉลาดล้ำสวมใส่ชุดขุนนางในชุดแดงเืนกเดินเข้ามาเป็เสนาบดีฝ่ายขวาพี่ชายเพียงคนเดียวของฮองเฮา หลิวโฮวิ
“ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรรัชทายาท”
“ตามสบายท่านเสนาบดี”
“ท่านลุง ท่านจะไม่ให้ข้าร้อนใจได้อย่างไรพวกเราวางแผนลงมือมาหลายครั้งแล้วก็พลาดมาตลอดครั้งนี้เป็โอกาสดีที่หาได้ยากยิ่ง ข้าไม่อยากให้ผิดพลาดซ้ำซาก”
“วางใจได้พะยะค่ะ”
“รัชทายาทท่านฟังลุงพระองค์ต้องหัดเรียนรู้ให้มากในอนาคตการวางท่าทางของตนให้สงบจะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเ้าในทางกลับกันหากแสดงออกชัดเจนเกินไปศัตรูสามารถคาดเดาความคิดพระองค์ได้จะส่งผลกระทบต่องานใหญ่ได้”
“ท่านพี่งานที่ข้าให้ท่านดำเนินการ เรียบร้อยดีหรือไม่”
“เรียบร้อยพะยะค่ะอีกไม่นานจะพร้อมและส่งถึงมือพระองค์ทันที”
“ดี งั้นพวกท่านคุยกันเถอะข้าจะกลับตำหนัก”
"น้อมส่งเสด็จฮองเฮา/น้อมส่งเสด็จแม่”
———
ม่านสีทึบทิ้งตัวปิดกั้นแสงจันทร์ภายนอกไว้ไม่มีลอดเข้าได้บนโต๊ะกลางห้องมีเชิงเทียนส่องแสงเพียงลำพังชุดกาน้ำชาหยกบ่งบอกฐานะคนเบื้องหน้าในชุดสีดำศรีษะปิดคลุมด้วยหมวกกันลมปิกปิดตัวตนมองไม่ออกว่าคือใครมองเห็นเพียงนิ้วเรียวยาวผิวขาวราวหยกที่จับจอกชาดื่มด้วยท่าทางสูงส่งคนผู้นี้ไม่แยแสใครทั้งสิ้นภายในห้องยังมีชายวัยกลางคนยืนน้อมกายห่างจากโต๊ะไปสองก้าวเื้ัชายชุดดำมีชายฉกรรจ์แววตาดุดันยืนอารักขาทั้งซ้ายและขวา
“นายท่านคนที่ข้าส่งไปไม่สามารถทำการได้สำเร็จ”
สิ้นเสียงรายงานองครักษ์ด้านหลังขยับตัวชักดาบก้าวเข้าหาทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งชายวัยกลางคนรีบลนลานส่งเสียงขอทางรอดทันทีด้วยความร้อนใจ
“นายท่าน ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถอะขอรับให้โอกาสข้าอีกครั้งรับรองไม่มีผิดพลาดแน่นอน ข้ายังมีไพ่ตายอีกใบต้องสำเร็จแน่นอน”
“อย่าทำให้ข้าผิดหวังอีกครั้งครั้งนี้หากไม่สำเร็จเ้าก็ให้คนนำศรีษะตนเองกลับมาให้ข้า”
เสียงที่แหบห้าวไม่บ่งบอกอายุดังขึ้นไม่ดังไม่เบามือขาววางถ้วยชาลง สะบัดมือเป็สัญญาณให้อีกฝ่ายถอยออกไป
“สืออี เ้าไป จัดการให้เรียบร้อย” สิ้นเสียงชายชุดดำหนึ่งในสองคนด้านหลังก็หายตัวไป
ชินอ๋องนำทัพออกจากเมืองหลวงได้สิบวันถือเป็ประวัติการณ์เลยทีเดียวที่แม่ทัพถูกลอบฆ่าระหว่างเดินทัพติดต่อกันสามครั้งสามคราระหว่างเดินทางไปชายแดนหากป้องกันไว้ไม่ได้เกรงว่ายังไม่ทันได้รบกับข้าศึกก็คงสูญเสียยิ่งใหญ่อย่างแน่นอนทหารและขุนพลต่างก็ต้องสู้รบฟาดฟันผู้ร้ายที่ดาหน้ากันเข้ามา ตลอดเวลาทุกคนในกองทัพต้องคอยระมัดระวังตัวทั้งยังต้องรีบเร่งเดินทางไปช่วยชายแดนขุนพล แม่ทัพนายกองและทหารต่างอยู่ในภาวะเคร่งเครียด
“คนของเราสูญเสียเท่าใด”
“สิบห้านายขอรับ ท่านขุนพลคนของเราไม่ทันระวังจึงเสียทีพวกมัน”
“ใครกันช่างชั่วร้ายนักกองทัพออกเดินทางมายังได้ไม่เท่าไหร่ก็มีกองกำลังของพวกนอกด่านราวห้าสิบคนเข้ามาลอบสังหารชินอ๋อง”
“นั่นสิ วางแผนได้ตื้นเขินยิ่งนักระยะทางควรใกล้ชายเดินจึงจะเป็พวกนอกด่าน จู่ๆ พื้นที่รอบเมืองหลวงมีพวกคนเถื่อนเหล่านี้โผล่ออกมานี่มันปลอมชัดๆ”
“จะเป็ใครวางแผนก็ช่างเถอะพวกเ้ากำชับพลทหารให้ระวังต่อกันหน่อยจะดีกว่าคิดว่าคงไม่ลอบโจมตีเพียงครั้งเดียวแน่”
“ขอรับ”
เส้นทางระหว่างมุ่งไปชายแดน ครั้งแรกที่ถูกลอบทำร้ายสูญเสียทหารไปหลายนายครั้งที่สองกำลังเดินกองทัพเข้าสู่เส้นทางป่าไผ่ก็มีนักฆ่าหลายสิบคนแอบซุ่มเข้ามาลอบสังหารถูกแม่ทัพนายกองที่เตรียมตัวตามคำแนะนำของท่านที่ปรึกษาโจมตีกลับตามจับได้บางส่วนแต่ก็ยอมตายไม่ยอมบอกข้อมูลผู้สั่งการผู้ว่าจ้างทำให้รองแม่ทัพโมโหเป็อย่างมาก
“บ้าเอ๊ย ฆ่าตัวตายหมดเลยพวกที่จับได้”
“ใช่ขอรับ พวกมันซ่อนยาพิษไว้ในปาก”
“เป็พวกมืออาชีพรักษาความลับของผู้ว่าจ้างไม่มีรั่วไหลยอมตายไม่ยอมสารภาพ เสียดายจริงๆ”
“ช่างเถอะข้ายังอยู่ดีพวกมันต้องกลับมาอีกแน่”
“พะยะค่ะ”
เดินทางติดต่อกันยี่สิบกว่าวันจนบ่ายคล้อยแสงตะวันเริ่มอ่อนแสงลงทหารแต่ละคนมีความอ่อนล้าจากแสงแดดที่ร้อนแรงอย่างเห็นได้ชัดเจนคำสั่งถูกถ่ายทอดออกไปให้หยุดพักปักกระโจมเตรียมอาหารที่ลานกว้างห่างจากแหล่งน้ำในลำธารเพียงร้อยก้าวจัดแบ่งกองกำลังออกป้องกันการลอบเข้ามาโจมตีจากผู้ประสงค์ร้าย ด้วยทั้งสองครั้งมุ่งหวังสังหารชินอ๋องทำให้จัดวางกระโจมหลักไว้กึ่งกลางป้องกันและหวังผลการจับผู้ลอบเข้ามาภายในมีกระโจมเป็ที่ประทับของชินอ๋องและกันพื้นที่ไว้เป็ที่ประชุมมีโต๊ะที่ทำขึ้นง่ายๆวางแผนที่บอกเส้นทางมีการทำเครื่องหมายกำกับชัดเจนบ่งบอกความสามารถในการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของกองสอดแนมที่ล่วงหน้าไปก่อนเป็อย่างดี
ทุกคนในกระโจมสีหน้าเข้มครึมแววตาเคร่งเครียดในใจหนักอึ้งด้วยรู้กันดีว่าชินอ๋องได้รับการขนานนามว่าเทพแห่งาเข้าสู่สนามรบด้วยอายุเพียงสิบห้าปีพร้อมพระราชบิดาคือฮองเต้รัชกาลก่อนด้วยความสามารถทางการรบทำให้เป็ที่หวาดกลัวเพียงปรากฎกายขึ้นศัตรูก็ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจทันทีบัญชาการทหารมาเป็เวลายาวนานหลายปีได้รับความเคารพและศรัทธาจากทหารและชาวบ้านมีชื่อเสียงกึกก้องจนทำให้หลายๆคนหวาดระแวงครั้งนี้หากมีความผิดพลาดเกิดอันตรายกับชินอ๋องก่อนที่จะเดินทางถึงสนามรบย่อมมีผลต่อการรบที่ชายแดนดังนั้นทุกคนได้แต่หวังว่าจะสามารถเดินทางไปชายแดนได้อย่างราบรื่นว่องไวต่างคนต่างเงียบไม่มีใครส่งเสียง
“ทุกท่านดูบนเส้นทางจากนี้ไปจนถึงชายแดนเหนือหากจะมีการลอบสังหารเกิดขึ้นคนร้ายจะต้องหาโอกาสลงมือที่บริเวณนี้”
ที่ปรึกษาอู๋จือหยาวางธงแดงปักลงบริเวณที่เป็เส้นทางผ่านหุบเขาแห่งหนึ่งความกังวลบนใบหน้าบ่งบอกถึงความสำคัญของพื้นที่นั้นเป็อย่างดีเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุดจึงเสนอวิธีการให้ทุกคนในกระโจมฟัง
“จากที่ข้าคำนวนจากความเร็วในการเดินทัพอีกหนึ่งวันเราจะเดินทัพถึงบริเวณปากทางเข้าบริเวณนี้จำเป็ต้องเดินทางผ่านอย่างน้อยครึ่งชั่วยามจึงจะเคลื่อนพลทหารทั้งหมดผ่านพ้นไปได้มีหน้าผาทั้งสองฝั่งเสี่ยงมากเกินไปหากยอมเสียเวลาเพิ่มสามารถใช้อีกเส้นทางเลี่ยงออกไปไม่ต้องผ่านหุบเขา”
“หากทำเช่นนั้นเราจะไปถึงชายแดนล่าช้ากว่ากำหนดการอาจทำให้เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงให้เลวร้ายกว่าเดิมได้”
เสียงรองแม่ทัพเอ่ยเบาๆด้วยน้ำเสียงเป็กังวลแต่ทุกคนในที่นั้นได้ยินอย่างชัดเจนบอกในสิ่งที่ทุกคนในกระโจมต่างก็รู้ดี
“ข้าเสนอให้ชะลอการผ่านทัพรอด้านนอกหุบเขาแล้วส่งหน่วยสอดแนมเข้าไปในหุบเข้าสำรวจก่อนค่อยตัดสินใจอีกครั้ง”
ขุนพลอวี๋ซือหยูเสนอวิธีของตนพร้อมเหลือบมองชินอ๋องที่ยืนเด่นหัวโต๊ะซึ่งยังไม่เอ่ยอะไรออกมาได้แต่ฟังและมองที่แผนที่แล้วก้มต่ำซ่อนแววตาและใบหน้าคล้ายน้อมน้อมต่อผู้มียศสูงกว่าท่านอื่นๆยังคงมีคนเสนอวิธีการออกมาอีกเล็กน้อยในที่สุดชินอ๋องก็ขยับตัวและเอ่ยออกมา
ไม่จำเป็ต้องเปลี่ยนเส้นทางเปิ่นหวางเชื่อว่าต่อให้มีคนร้ายก็คงมีจำนวนไม่มากพอเราไม่อาจเสียเวลาที่จะเดินทัพไปชายแดนได้ ดังนั้นเดินทางตามกำหนดการเดิม เพิ่มกองสอดแนมนำหน้าไปตรวจสอบเส้นทางจำไว้ว่าเราต้องเดินทางไปชายแดนตามกำหนดการเดิมเพื่อช่วยป้องกันแคว้นให้ปลอดภัยชาวบ้านจะได้ไม่หวาดผวาให้ทหารทุกนายระมัดระวังตลอดเวลาหากมีสิ่งใดผิดปกติให้รายงานกับผู้บังคับบัญชาของตนเองทันที”
ทุกคนตอบรับและแยกย้ายกันออกไปดูแลทหารส่วนของตนในกระโจมเหลือเพียงชินอ๋อง รองแม่ทัพ ที่ปรึกษาทั้งสองยังเป็กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยจึงรีรอไม่ออกจากกระโจมเมื่อเห็นท่าทางเขาก็ยกมือพร้อมเอ่ยห้ามทั้งสอง
“ท่านทั้งสองไม่ต้องเอ่ยสิ่งใดข้าเข้าใจสถานการณ์ดี ขอบคุณในความกังวลและความห่วงใยในความปลอดภัยของข้า แต่สถานการณ์ที่ชายแดนไม่อาจรอได้พวกท่านควรกลับไปพักผ่อนเก็บเรี่ยวแรงไว้จะดีกว่า”
“พะยะค่ะ”
ในเส้นทางระหว่างหุบเขามีหมอกจางๆดูไม่ออกว่าเกิดจากฝุ่นหรือเป็ละอองน้ำกันแน่เมื่อกองทัพเคลื่อนผ่านไปได้กึ่งหนึ่งทันใดก็มีก้อนหินกลิ้งตกลงมาจริงๆดังคาดทำให้แถวทหารเกิดความสับสนวุ่นวายทหารได้รับาเ็บางส่วน(ก่อนหน้าถูกสั่งให้เดินเว้นระยะห่างเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ)ระหว่างที่เหตุการณ์กำลังวุ่นวายนั้นก็มีคนชุดดำหลายสิบคนเคลื่อนกายลอยละลิ่วจากแนวหน้าผาพุ่งเข้าหาชินอ๋องที่มีเหล่าแม่ทัพและขุนพลล้อมรอบการต่อสู้ทำให้เกิดเสียงอาวุธกระทบกันไปทั่วด้วยจำนวนแล้วไม่น่าเป็ห่วงสำหรับจำนวนคนของคนร้ายแต่ทว่าสิ่งที่ไม่คาดฝันคือทหารทุกคนพากันไร้เรี่ยวแรงทยอยล้มลงเหลือเพียงทหารไม่ถึงสิบคนที่ยังพอมีเรี่ยวแรงประคองตัวให้ยืนอยู่ได้
“เกิดอะไรขึ้น! ในหมอกมีพิษ ทุกคนป้องกันท่านอ๋อง”
คนร้ายสองคนฝ่าแนวทหารเข้าถึงตัวชินอ๋องฟาดฟันจนอาวุธกระทบกันเป็ประกายไฟชินอ๋องในสภาพอ่อนแรงแม้มีความสามารถแต่ก็ดูลดทอนความห้าวหาญอย่างเห็นได้ชัดคนร้ายฟาดฟันกับแม่ทัพและทหารที่เหลือจนต่างฝ่ายต่างล้มลงเหลือเพียงสามคนที่ล้อมชินอ๋องในเวลานี้ชุดเปื้อนไปด้วยโลหิตบนร่างกายมีาแไม่น้อย ทันใดนั้นก็มีธนูดอกหนึ่งถูกยิงออกมาทะลุเข้าสู่หน้าอกชินอ๋องก่อนจะค่อยๆล้มตัวลงคนร้ายทั้งหมดเห็นว่าบรรลุเป้าหมายก็เร้นกายหายไปไม่เหลือเงาบนพื้นมีเพียงทหารที่สลบไสลและซากศพกระจัดกระจาย
กองทัพถูกสั่งให้เดินหน้าฝ่าหมอกออกไปเมื่อหนีออกมาจากช่องเขาได้รองแม่ทัพและที่ปรึกษาก็สั่งให้ตั้งกระโจมเมื่อห่างมาได้ราวสิบห้าลี้พื้นที่เป็เนินสูงโดยรอบลาดต่ำลงไปมีแอ่งน้ำขนาดไม่ใหญ่เหมาะแก่การพักชั่วคราว
ชินอ๋องพระพักตร์ซีดขาวปากเข้มหายใจอ่อนแรงลูกธนูยังปักคาอยู่โลหิตที่ไหลออกมาจากรอบๆแผลมีสีคล้ำกว่าปกติยังคงสลบไสลไม่ได้สติ
“อือ”
“ท่านอ๋องๆ ในที่สุดก็ฟื้นหมอรีบเข้ามาดู”
ขุนพลและที่ปรึกษาขยับถอยห่างเว้นที่ให้หมอทหารรีบเข้าไปตรวจชีพจรชินอ๋องพ่นโลหิตสีดำออกมาไม่น้อยก่อนก็สลบไปอีกครั้งคนทั้งหมดที่ยืนจับกลุ่มห่างออกจากเตียงนอนในกระโจมต่างใถูกไล่ให้ออกไปรอฟังผลการตรวจอาการห้ามส่งเสียงรบกวนการนอนของชินอ๋องจึงพากันออกมาคุยนอกกระโจม
“เรียนท่านรองแม่ทัพ ท่านอ๋องได้รับพิษในธนูมียาพิษ”
“เ้าเป็หมอประจำกองทัพก็รีบรักษาสิ”
“ท่านรองแม่ทัพข้าเป็เพียงหมอทหารความเชี่ยวชาญข้ามีเพียงรักษาาแจากคมดาบคมหอกของสนามรบข้าไหนเลยจะสามารถรักษาคนที่ถูกพิษได้”
“เช่นนั้นทำอย่างไรดี”
“จากการตรวจพวกข้าเพียงแต่คาดเดาจากตำราที่เคยศึกษามาคาดว่าจะเป็พิษเจ็ดราตรีคราิญญา ดังนั้นพวกเรามีเวลาเพียงเจ็ดราตรีเท่านั้นพวกท่านต้องรีบหาวิธีนำโอสถถอนพิษมาให้ได้หากพ้นเวลานี้ไปคงมิอาจช่วยเหลือชินอ๋องได้แล้วอีกทั้งาแอื่นๆก็มากมายบางแผลลึกเกินไปต้องรีบรักษาไม่อาจรอเวลาแต่ข้าเกรงว่าท่านอ๋องจะไม่สามารถผ่านคืนนี้ไปได้โอสถที่ใช้ในกองทัพเองเป็สมุนไพรทั่วๆไปเกรงว่าจะยับยั้งอาการไม่ได้หากอาการกำเริบขึ้นมา"
ระหว่างที่ระดับ รองแม่ทัพ ขุนพล และหัวหน้ากองทุกคนกำลังปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดด้านหลังห่างออกไปเล็กน้อยก็มีเสียงขัดจังหวะขึ้นทำให้ทั้งหมดเงียบเสียงลงหันกลับไปก็พบกับพลทหารที่เสื้อผ้าเปื้อนเืหน้าตามอมแมม
“ท่านหมอ.. ท่านหมอขอรับท่านช่วยดูโอสถนี่หน่อย มันสามารถช่วยชินอ๋องได้หรือไม่ขอรับ”
“นี่คือโอสถหรือ”
“ขอรับท่านช่วยตรวจสอบดู ข้าหวังว่าจะพอช่วยพระองค์ได้บ้างขอรับ”
รองแม่ทัพจ้องมองเม็ดโอสถที่วางบนผ้าขาวในมือของหมอทหารในยามที่อับจนหนทางแค่โอสถเม็ดเล็กสีเขียวอ่อนที่ไร้ที่มาไร้ที่ไปเช่นนี้ก็สามารถกลายเป็ความหวังของเขาได้แล้ว
“ว่าไงเ้าตรวจดูแล้วใช้ได้หรือไม่”
“ข้าไม่แน่ใจดูเหมือนจะเป็โอสถที่ใช้บำรุงร่างกายหรือไม่ก็อาจใช้รักษาได้ด้วยเพียงแต่ข้าก็ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าโอสถนี้คือโอสถอะไร”
“เ้าประสงค์ร้ายต่อชินอ๋องใช่หรือไม่”
“ไม่ใช่ขอรับข้าไม่มีทางคิดร้ายต่อท่านอ๋องอย่างแน่นอนหากท่านรองแม่ทัพไม่เชื่อข้าสามารถกลืนมันพิสูจน์ให้ท่านดูก็ได้นะขอรับ”
“มันมีเพียงเม็ดเดียวเท่านั้นนำเขาไปขังไว้หากชินอ๋องทรงเป็อะไรไป เ้าต้องถูกตัดหัวทันที”ฯ็น็็็
“นำตัวไป”