เวลาผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนบนลานทดสอบของสำนัก การทดสอบเสร็จสิ้นั้แ่ยามสามเช้าตรู่แล้ว แต่สำนักไม่อนุญาตให้ออกนอกบริเวณ ผู้คนต่างรอคอยกระจายตัวอยู่ในสำนัก แต่ส่วนใหญ่จะอยู่บนลานหลักของสำนักเทพ์อย่างใจจดใจจ่อ
ลู่ซือจิตใจสงบ เดินไปตามชายป่าติดบริเวณสำนักไม่ไกลนัก คลับคล้ายคลับคลาว่า ได้ยินเสียงหวีดร้องเรียกหาด้วยความยินดี เหมือนได้พบใจใครที่ห่างหายกันมานานแสนนาน ลู่ซือไม่รู้ว่ามันคืออะไรที่ได้ยิน หรือจะหูแว่ว หันไปมองทางไหน ก็ไม่มีใครสนใจเสียงดังกล่าว หรือคล้ายว่าจะไม่ได้ยินเสียงนั้น
ในเวลาเดียวกัน ภายในร่างของลู่ซือที่บริเวณภายใน กลับรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของพลังงานสามจุดรอบตันเถียนอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พลังงานจากสามจุด จุดหนึ่งลู่ซือรู้แล้วว่า มันคือ จักระกิเลน ที่ปรากฏขึ้นมาในร่าง่วิกฤติการาเ็จากพิษหิมะโลหิตดำจากต่อิญญาหิมะที่เข้ามาทำร้ายผู้คนโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อสามเดือนก่อน แต่พลังงานอีกสองจุด ลู่ซือเองยังไม่รู้ว่าคืออะไร
ในขณะเดียวกัน เสียงหวีดร้องดังกระหึ่มไปทั่วสำนักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ผู้คนในสำนักและผู้เข้าทดสอบมากมาย ต่างใในเสียงหวีดร้องประสานกันทั้งสองเสียง ต่างมองหาแหล่งกำเนิดของเสียง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่รู้ที่มา เพราะเสียงมันดังก้องกังวาลไปทั่ว แม้แต่ผู้าุโภายในสำนัก รองเ้าสำนัก และเ้าสำนักก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่
าุโภายในสำนัก รองเ้าสำนัก และเ้าสำนัก ต่างใช้คลื่นพลังขี่กระบี่และดาบของตนเองเหาะไปยังที่ต่าง ๆ ทว่าก็ไม่เห็นที่มาของเสียงดังกล่าว เสียงดังกล่าวดังขึ้นเรื่อย ๆ กังวาลไม่หยุด หลายคนเริ่มทนระดับเสียงไม่ไหว และหายใจแทบจะไม่ออก เพราะพลังเสียงที่กดทับอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าลู่ซือเชื่อว่า ทั้งหมดมันเกี่ยวของกับตัวตนเอง หากแต่ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร เหมือนกับว่า เมื่อถึงสถานการณ์ที่ใช่ ก็จะรู้และััได้ แต่หากยังไม่ใช่เวลา หรือเวลาที่ไม่ใช่ จะอย่างไรก็ยังไม่รู้นั่นเอง
ลู่ซือเพียงส่งพลังเสียงทางจิตออกไป "เอาละ เราเจอกันแล้วนะ เ้าดีใจ ข้าเองก็ดีใจ แม้ข้าไม่รู้ว่าเ้าคืออะไรในยามนี้ " เพียงเท่านั้น เสียงที่ดังสนั่นก็ค่อย ๆ เบาลงและเงียบไป ด้วยพลังจิตของลู่ซือในยามนี้ บรรลุขั้นสูงแล้ว ทำให้ชั่วกระพริบตาก็ส่งพลังจิตออกไปได้อย่างง่ายดาย
ลู่ซือปล่อยวางและเดินกลับมายังลานหน้าสำนัก
ราวหนึ่งก้านธูปผ่านไป ...
าุโซือไห่เดินออกมาหน้าลานกว้าง ... "วันนี้ผลการทดสอบออกมาแล้ว พวกเ้าน่าจะดูได้จากศิลาประจำตัวของเ้า ถ้ามันยังคงอยู่และแสดงสีบนรูปกระบี่ หรือ รูปดาบ หรือรูปพลองที่อยู่บนศิลา แสดงว่าเ้าผ่านการทดสอบ แต่หากศิลาที่ตัวเ้าแตกสลาย แปลว่าเ้าไม่ผ่านการทดสอบ ใครที่ไม่ผ่านการทดสอบ ไม่ต้องเสียใจ เ้าไปเตรียมตัวมาใหม่ในปีหน้าให้ดีกว่านี้ ถ้าอายุเ้ายังอยู่ในเกณฑ์ เ้ายังคงมีโอกาส"
จงหมาน จงซื่อ และจงฮวา ผ่านการทดสอบ เข้าเป็ศิษย์นอกอารามแห่งกระบี่ แม้จงฮวาจะผ่านการทดสอบอารามแห่งดาบได้ หากแต่อารามแห่งพลองนางได้ระดับต่ำ จึงไม่สามารถใช้เป็เกณฑ์ผ่านเข้าไปเป็ศิษย์สายในได้ในยามนี้
"จงฮวา... เ้าจะเข้าอารามใด เ้าผ่านทั้งสองอารามแล้ว" จงซื่อถามจงฮวา
"ข้ากำลังตัดสินใจอยู่ ข้ายังไม่แน่ใจนัก"
"ข้าคิดว่า ข้าน่าจะเข้าอารามแห่งดาบ แม้ข้าจะชอบกระบี่ และฝึกกระบี่มาก่อนได้ดีก็ตาม ตามที่ข้าศึกษามา ดาบก็เป็ศัสตราวุธที่มีพลัง อีกทั้งพวกเ้ายังเลือกกระบี่แล้ว หากข้าเลือกกระบี่ ก็อาจจะดูซ้ำซ้อนไป ข้าเชื่อว่า ดาบก็มีพลังไม่แพ้กันหรืออาจจะมากกว่า ถ้าข้าสามารถเข้าถึงพลังของมันได้ เหมือนกับที่ข้าทำได้ดีกับกระบี่" จงฮวาคิดวิเคราะห์เพื่อจะตัดสินใจเลือกระหว่างอารามแห่งกระบี่และอารามแห่งดาบ
"ไม่รู้ว่าลู่ซือผ่านการทดสอบหรือไม่ ข้าหาตัวไม่เจอเลย" จงฮวาพึมพำหงุดหงิด ทั้งห่วง ทั้งกังวลใจแทน
"เ้าจะไปยุ่งอะไรกับมัน ได้หรือไม่ได้ก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราตระกูลจง"
"แต่ว่าไป ก็น่าจะไม่ได้นะ เพียงแค่วิชายุทธ์ของท่านย่า จะเทียบกับเราที่ได้พลังยุทธ์ประจำตระกูล และทรัพยากรที่บ่มเพาะอย่างมากมายตลอดหลายปีนี้" จงหมานกล่าวออกไปด้วยความสะใจ
จงฮวาไม่อยากจะฟัง จึงไม่สนใจและมองหาลู่ซือต่อไป สักพักใหญ่หลังจากที่เดินไปเดินมาเพื่อหาตัวลู่ซือ ในที่สุดก็เห็นและรีบวิ่งไปดึงตัวมา
"เ้าเป็ยังไงบ้าง ข้าหาเ้าตั้งนาน เ้าผ่านไหม" จงฮวาถามด้วยอาการร้อนรน รัวคำถามไม่หยุด
ในขณะที่ลู่ซือกำลังจะตอบ จงซื่อก็พูดแทรกขึ้นมา
"น้ำหน้าอย่างเ้า ไม่รู้จะตอบยังไงใช่ไหม ไม่ได้ละสิ"
"ไม่รู้จะตอบพวกข้ายังไง ใช่ไหม ต่อไปเ้าก็พิจารณาดูเองว่าจะทำงานให้ตระกูลจงตอบแทนยังไงให้คุ้มค่าดีกว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า" จงหมานกล่าวหัวเราะเย้ยหยันออกมา
"นั่นสินะ คนการศึกษาน้อยอย่างเ้า จะมาเทียบเคียงกับพวกข้าได้ยังไง" จงซื่อหยันออกมาเช่นกัน
แต่ยังไม่ทันที่จงหมานหรือจงซื่อจะกล่าวเย้ยหยันต่อ เสียงจากาุโซือไห่ก็ดังเข้ามา
"ที่สำคัญ ข้ามีเื่จะประกาศอีกเื่ ... " าุโซือไห่หยุดหายใจ พร้อมกับสีหน้าที่แปลกใจและตื่นเต้น
"ตลอดหลายปีนี้ สำนักไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน อย่างที่ข้ากล่าวไว้ เมื่อเก้าสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีคนผ่านการทดสอบทั้งสามอารามในระดับสาม จากนั้นก็ไม่มีอีกเลย"
"ทว่าในปีนี้ เรามีบุคคลที่ผ่านการทดสอบทั้งสามอาราม ด้วยระดับหก ซึ่งไม่เคยมีในประวัติศาสตร์สำนักมาก่อนเลย" เสียงผู้คนร้องโห ด้วยความใและแปลกใจ
"แสดงว่าในปีนี้ เรามีคนเก่งเหนือคนหรือเนี่ย" เสียงดังรอบข้างพูดคุยด้วยความตื่นเต้นและแปลกใจ
"ใครก็ตามที่มีศิลาแต่ไม่มีปรากฏพลังแสงใด ๆ บนรูปอารามทั้งสามและศิลาประจำตัวยังไม่แตกสลาย จงก้าวออกมาด้านหน้า" าุโซือไห่ประกาศออกมาด้วยความตื่นเต้น