บทที่3 หมอเทวดา1000ปี
“เมื่อครู่ที่อาคารไม้หลังนั้นมีแสงสว่างออกมาคุณหมอหยางเห็นเหมือนผมมั้ยครับ” เขาพูดกับเธอแต่สายตายังคงจ้องไปยังที่มาของแสงบางอย่าง..!!
“เราเข้าไปด้านในกันเถอะค่ะคุณหมอ เดี๋ยวฉันจะพาคุณเข้าไปดูที่นั่นเอง” พูดจบคุณลุงหวังก็เดินนำทั้งคู่เข้าไปในบ้าน
“ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลหยาง เรือนไม้ทั้งหมดในบริเวณนี้ ว่ากันว่ามีอายุมากกว่าห้าร้อยปี” เธอเริ่มอธิบายให้เขาได้ฟัง
“ห้าร้อยปี..!! แล้วทำไมไม้พวกนี้ยังอยู่ทนทานได้นานขนาดนี้” หมอหนุ่มถามด้วยความทึ่งในความทนทานของไม้พวกนี้
“มันก็ไม่ได้คงทนทุกอย่างตามที่ท่านเห็นหรอก ฉันว่าตระกูลหยางในแต่ละรุ่นคงจะดูและบำรุงรักษาพวกมันเอาไว้ แต่ฉันว่าคงจะมีการเปลี่ยนและรีโนเวทใหม่ทุก ๆ ร้อยปี ถึงอยู่ได้ทนนานถึงขนาดนี้”ความเห็นของเธอ
“ในส่วนด้านหน้าบริเวณนี้ถูกเปิดให้ผู้ที่สนใจทั่วไปเข้ามาชม” เธอชี้ไปทางปีกขวาของบ้าน ที่ดูเป็ระเบียบและได้รับการดูแลความสะอาดไว้เป็อย่างดีเพราะที่นี่เป็ที่ศึกษาหาความรู้สำหรับผู้ที่สนใจในศาสตร์แพทย์แผนโบราณทั่วไป..!!” จากนั้นเธอก็หยุดและหันมามองเขา
“แต่ที่ฉันจะพาคุณหมอไปก็คือหอหนังสือของที่นี่อาคารไม้ทรงสูงหลังนั้น” ตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนยืนอยู่ตรงกลางระหว่างทิศเหนือและทิศใต้ของเรือนไม้ ก่อนที่ลุงหวังชายชราที่ดูแลบ้านก็พูดขึ้น
“คุณหนูถ้าเช่นนัันผมขอตัวก่อนเชิญคุณหนูพาคุณชายหมอท่านนี้ไปเถอะ เดี๋ยวชมตำราเสร็จกระผมจะได้เตรียมน้ำชาไว้รอพวกท่านที่ห้องรับรองของเรือน”
“ขอบคุณมากค่ะลุงหวัง” พูดจบลุงหวังก็เดินหันหลังกลับออกไป ยังคงเหลือเพียงเขาและเธอเท่านั้น
“พวกเราไปกันเถอะเดี๋ยวมันจะดึกเกินไป” เธอพูดและคว้ามือของเขาแล้วเดินออกนำทางไปทันที บรรยากาศเริ่มมืดลง ไฟหลอดสีส้มสลัว ๆ ตามทางเดินถูกเปิดขึ้น แสงไฟถูกเว้นระยะห่างอย่างพอดี ทำให้การเดินนั้นสะดวกมากขึ้น แม้ฟ้าจะเริ่มมืดสนิทแล้วก็ตาม พิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลหยาง ที่นี่ห่างไกลจากชุมชนพอสมควรแสงไฟในเมืองไม่สามารถส่องสว่างมาถึงที่นี่ได้ หมู่ตึกไม้โบราณแลดูเป็สีดำของบ้านตระกูลหยาง จึงมืดเร็วกว่าทุกที่ในย่านนี้..!!
หยางหลิงฟางพาหมอหนุ่มเข้ามาในห้องบันทึกเก่าแก่โบราณ เธอเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟที่มุมห้องเพื่อเพิ่มแสงสว่าง ไฟดวงเล็ก ๆ จากสปอตไลต์ ที่จัดเอาไว้ ก็ส่องแสงไปยังตู้กระจก รูปทรงต่าง ๆ และหีบไม้โบราณภายในห้องชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ ตัวเขา ที่นี่มันชั่งน่าดึงดูดใจเสียจริง ๆ บันทึกเก่าแก่และอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ในสมัยโบราณถูกจัดเก็บเอาไว้เป็อย่างดี..!! ของพวกนี้คงจะเก็บสะสมมาหลายต่อหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็มีด กรรไกร เหล็กคีบ และเข็ม สีต่าง ๆ ถูกวางไว้อย่างเป็ระเบียบ และถูกครอบด้วยตู้กระจกอีกที..!!
“คุณหมอเชิญทางนี้ค่ะ” หยางหลิงฟางยืนมองกรอบภาพวาดสีน้ำขนาดเท่าตัวจริงของชายคนหนึ่ง กงเฉินจือเขาค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาภาพวาดผืนนั้น
!!!...และเขาก็ใสุดขีด จนหน้าซีด...!!!เพราะมันคือภาพหลอนในกระจกที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อเช้านี่เอง...ชายหนุ่มอยู่ในอาการสั่นเทา เขาทำตัวไม่ถูก แต่เขาก็ยังจ้องเข้าไปในดวงตาของคนในภาพนั้น แม้สภาพที่เห็นจะเป็เด็กหนุ่มร่างกายซูบผอมและเสื้อผ้ามีแต่รอยปะไปทั่วทั้งร่าง แต่ดวงตาคู่นั้นกลับดูเป็มิตรและมีเมตตาอย่างประหลาด เขาเพ่งมองรูปภาพนั้นอยู่นานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่สิ่งที่กงเฉินจือ รู้สึกได้ก็คือ มันมีแรงดึงดูดตัวเขาอย่างประหลาดออกมาจากภาพนั้น..!! “ท่านผู้นี้คือ...!!!” นั่นคือเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินจากหยางหลิงฟาง
!!.แต่ทันใดนั้น.!!
ก็มีแสงสว่างจ้าออกมาจากภาพของชายคนนั้น กงเฉินจือ เอามือบังสายตาก่อนจะค่อย ๆ เปิดออก และเขาก็ต้องใ เมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องของบ้านตระกูลหยางอีกต่อไป แต่เขากลับมาอยู่ในกระท่อมไม้เก่า ๆ ที่มืดมิดเขามองไปรอบ ๆ ตัวทันที สภาพแวดล้อมรอบตัวตอนนี้ดูเหมือนยุคโบราณ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สังเกตเห็นคือสุดจะบรรยายมันค่อนข้าง อเนจอนาถเลยทีเดียว ทั้งเตียงไม้ของใช้ต่างๆ ในห้องนี้ทั้งเก่าและทรุดโทรม...
ทันใดนั้น ก็มีเสียงแหบต่ำก็ดังขึ้นเขาหันไปมองตามเสียงทันทีเขาเห็นชายผู้หนึ่ง ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาก็คือคนที่อยู่ในภาพเขียนที่เขาเพิ่งสบตาเมื่อสักครู่นี่เอง เขานั่งอยู่ในม้านั่งสภาพจะหักไม่หักดูไม่ต่างกัน เขาโยกเก้าอี้ตัวนั้นอยู่อย่างสบายอารมณ์ พร้อมชุดน้ำชาที่วางบนโต๊ะไม้เก่าอยู่ข้าง ๆ ก่อนที่จะเห็นฟันค่อย ๆ ขยายออกเมื่อเขายิ้ม..จากนั้นเขาก็ยกน้ำชาในถ้วยเล็ก ๆ ขึ้นดื่ม!!
"นายท่านหายใหรือยัง?" นั่นคือเสียงทักทายคำแรกของเขา กงเฉินจือไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาเห็นมันอาจจะเกิดจากภาพหลอนที่ต่อเนื่องจากเมื่อเช้าหรือเปล่า เขาสั่นหัวไปมาแล้วลูปหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติกลับมา..
“มันเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เมื่อตอนเช้า เขาก็ตบหน้าตัวเองมาแล้วรอบหนึ่ง นี่คงจะเป็ครั้งที่สอง หรืออาจจะเป็ฝันซ้อนฝันหรือเปล่าก็ไม่รู้” เขาคิดไปมาเพราะ้าให้ตัวเองตื่นจากฝัน เขาตบหน้าตัวเองอีกครั้ง “!เพี้ย!.เพี้ย.!” ทำไมรอบนี้ตื่นยากเหลือเกิน...เขาคิดว่าหรือนี่ไม่ใช่ความฝัน..!!
“เอาล่ะนายท่านจะตบอีกสักรอบท่านก็คงไม่ได้ตื่นหรอก เพราะท่านไม่ได้หลับ” เขาพูดพร้อมกับเอามือมาเช็ดจมูกตัวเอง ชายร่างผอมลุกขึ้นยืนและเดินตรงมาหาเขา ที่นั่งบื้ออยู่ในเตียงไม้ผุนั้นแบบ งง งง...!!
"คุณเป็ใครกัน? เขาถามชายคนนั้น ชายร่างผอมทำหน้าเลิกลักแล้วยักไหล่
“นั่นแหละ คือสิ่งที่ท่านควรถามแต่แรก ไม่ใช่ตบหน้าตัวเอง” เขานั่งลงตรงหน้าของกงเฉินจือ แล้วมองตาของเขา
"ข้าก็คือผู้วิเศษไงล่ะ..ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายหนุ่มพูดอย่างกวนประสาทเขา แต่เขานั้นไม่สนุกด้วยอย่างแน่นอน”
“ข้าก็คือผู้ถูกสาปให้ถูกกักขังอยู่ในภาพวาดผืนนี้มานานแล้ว ... ที่เ้าเพิ่งประสานสายตาเมื่อสักครู่นี้ยังไง ข้าอยู่ในนั้นมานานแล้วรอเพียงผู้ที่จะมาปลดปล่อยข้าเท่านั้นเอง ท่านรู้หรือไม่ตอนนี้ท่านเ้านายของข้าแล้วนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายผู้นั้นพูดอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของกงเฉินจือเลย
“นี่มันบ้าบออะไรกัน” เสียงหมอหนุ่มพูดออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...แน่นอนมันจะบ้ามากกว่านี้ถ้าเ้ารู้ว่าข้านั้นไปใคร ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายโบราณยังคงสนุกสนานที่เห็นเขาอยู่ในอาการตื่นตระหนก ก่อนที่จะพูดต่อ..
“ไหน ๆ พวกเราก็มีวาสนาต่อกันแล้ว ข้าจะให้ท่านขอพรได้ 3 ประการ”
“นี่มันไม่ตลกนะท่านเป็ใครถึงให้พรแก่ข้าได้” กงเฉินจือถามอีก
“ข้าก็คือผู้วิเศษไงล่ะ ข้าบอกเ้าแล้วข้าจะมอบพรให้เ้า 3 ประการเ้าสามารถขออะไรก็ได้ เชิญ! "
กงเฉินจือ ยังคงไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ความตื่นเต้นและความอยากรู้อยากเห็นก็ผลักดันให้เขาตั้งคำถามนั้นขึ้นมา ข้าสามารถขอพรได้ 3 ประการอย่างนั้นหรือ กงเฉินจือ เริ่มตั้งสติ เขาเอามือเกาศีรษะตัวเอง...!!
“นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้วยังจะเล่นกันเป็เด็กอยู่อีกหรือ... เอาละงั้นผมก็จะเล่นด้วยก็แล้วกัน” เขาพูดออกไปเพื่อตัดรำคาญ...ขณะที่ชายหนุ่มโบราณทำสีหน้าสนุกสนานเพื่อฟังคำขอของเขา..!!
“เร็วเข้าเร็วรีบขอพรมา ข้าชักอยากลองวิชาแล้ว” เขาเอามือพนมถูกันไปมาเหมือนเด็กรอของขวัญอย่างตื่นเต้น..
"คุณสามารถที่จะให้พร 3 ประการกับผมได้จริง ๆ หรือ? ตกลงผมขออะไรก็ได้แน่นะ?"หมอหนุ่มมองอาการของเขาแล้วอมยิ้มเล็ก ๆ
"เป็เช่นนั้นจริงแท้แน่นอนนายท่าน เ้าสามารถที่จะพรจากข้าได้ 3 ประการ!!อ้า...ข้าขอเตือนเ้าเอาไว้ก่อนจงคิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะเอ่ยมันออกมาจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง"ชายหนุ่มโบราณบอกกับเขา
“ท่านอยู่ในโลกยุคโบราณมานานเท่าไหร่แล้ว”
“นั่นคือคำขอของนายท่านหรือ”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ มันคือส่วนหนึ่งของคำขอที่ผมอยากรู้ข้อมูลก่อนจะขอ”
กงเฉินจือ เริ่มคิดทบทวนอย่างรวดเร็ว ในเมื่อในโลกปัจจุบันเขาเริ่มเบื่อหน่ายและไม่มีความสุขมาท่องโลกโบราณดูสักหน่อยคงจะดีไม่น้อยเขารู้ดีว่านี่คือโอกาสทองที่จะได้ััประสบการณ์จริงในโลกยุคโบราณ การต่อสู้ของจอมยุทธและมือกระบี่เหมือนในหนัง และที่สำคัญการมีพลังยุทธ์นั้นความรู้สึกจะเป็อย่างไร นี่คือโอกาสที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดั้แ่ยังเด็กๆ ได้เวลาสะสางสิ่งที่ค้างคาในใจสักทีเขาแสยะยิ้มในมุมปาก
“เอาละได้เวลากลับไปเป็เด็กอีกแล้วเรา. ฮึ ฮึ ฮึ ..!”
"ข้าจะขอพรแล้วนะ..! ข้อแรก ข้าขอความรู้ทุกอย่างในยุคสมัยนี้ ข้า้าเข้าใจภาษา วัฒนธรรม และประเพณีและการต่อสู้ทุกอย่าง และรู้ศาสตร์แพทย์ในยุคนี้อย่างแตกฉาน และรู้วิธีเอาตัวรอดจากอันตรายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นที่นี่” เขาพูดเหมือนไม่คิดเลย แต่มันก็แทบจะครอบคลุมทุกอย่างในชีวิต...!!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายท่านนี่ชั่งสมกับที่เป็อัจฉริยะจริง ๆ นี่ล่ะที่ข้าไม่ได้รับการปลดปล่อยออกมาจากคำสาปก็เพราะหาผู้ฉลาดหลักแหลมเท่ากับข้านั้นอยากจริง ๆ วันนี้พวกเรานับว่าเป็วาสนาที่ได้เจอกันแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านจงรับพรไปนั้นณบัดนี้” พูดจบ มือของเขาก็แตะที่หัวหมอหนุ่มทันที และในทันใดก็เกิดแสงเปล่งประกายไปทั่วร่างของกงเฉินจือ...กงเฉินจือนิ่งไป ...แต่ทำไมทุกอย่างมันยังคงเหมือนเดิม...!!เขาคิด
" นายท่านโปรดขอพรข้อที่สอง"
“ฮะ..นี่ข้อแรกเสร็จแล้วหรือ”เขาคิดและถามผู้ขมังเวททันที
“นี่ข้าขอพรข้อแรก..ได้สำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือ” หมอหนุ่มเกาศีรษะตัวเองแบบ งง งง เขามองไปรอบตัวแล้วก็หันหน้ากลับมาหาชายชุดจีนโบราณอีกครั้ง..!!นี่ท่านไม่ได้หลอกข้าใช่มั้ย” กงเฉินจือถามเขาไป
“นี่นายท่านเป็อัจฉริยะจริง ๆ หรือ ทำไมท่านถึงไม่เห็นแสดงความเฉลียวฉลาดออกมาให้ข้าเห็นบ้างเลย ถ้าเช่นนั้นข้าจะถามคำท่านลองดูก่อน ไม่แน่พรของข้าอาจจะล้มเหลวก็ได้ เพราะไม่ได้ใช้มาเกือบพันปีแล้ว” กงเฉินจือ ยิ่ง งง กับคำตอบของชายโบราณคนนั้นหนักเข้าไปอีก..!! ชายโบราณก็เริ่มไม่แน่ใจในเวทมนตร์ของเขาแล้วในตอนนี้...!!เขายืนนิ่งไปชั่วครู่
“เช่นนั้นท่านจงก้มหัวลง แล้วหลับตาข้าจะเสกใหม่อีกครั้ง” พูดจบเขาก็วางมือบนหัวของหมอหนุ่มอีกครั้ง และเกิดแสงประกายขึ้นอีกครั้ง...
“ท่านรู้หรือไม่ตอนนี้ท่านอยู่ในฮ่องเต้ราชวงศ์ไหน” เขาถามกงเฉินจือ
“ราชวงศ์ต้าชิง”
“เอ๊าคาถาข้ามันก็ไม่ได้เสื่อมนี่”เขาพูดออกมาหลังเสก
“ฮะ..ทำไมข้ารู้ล่ะ...!! ว่าตอนนี้ข้าอยู่ในราชวงศ์ต้าชิง..?”