“หอพักชายเต็มรึยังครับ”
“โถ่พ่อหนุ่ม มาถามช้าขนาดนี้จะมีห้องว่าให้ไหมล่ะเนี่ย”
“ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมครับ ผมจำเป็ต้องพักหอในจริงๆ”
“เดี๋ยวป้าดูให้ก่อนน่ะว่าว่างรึเปล่า”
ชายหนุ่มยืนรอป้าผู้ดูแลหอที่กำลังไล่ตรวจข้อมูลในสุดบันทึกเก่าๆ ที่ขีดเขียนข้อมูลเต็มหน้ากระดาษอย่างใจจดใจจ่อ
ถ้าเขาไม่ได้หอพักใน ชีวิตในมหาลัยเข้าได้จบเห่แน่น เด็กทุนโควต้านักกีฬาจนๆ อย่างผมจะเอาปัญญาไหนไปจ่ายค่าเช่าหอนอกที่ราคาแพงขนาดนั้น เื่ที่มาจองห้องพักช้ามันเป็ความผิดของผมเอง ที่ชะล่าใจไม่รีบจองให้เสร็จในวันรายงานตัวนักศึกษาใหม่ ทำไงได้ตอนนั่นมันต้องจ่ายค่าเช่าหอพร้อมค่าเทอม ผมมีปัญญาจ่ายได้แค่ค่าเทอม
ส่วนเื่เป็ถึงนักกีฬาของมหาวิทยาลัย ทำไมยังต้องจ่ายค่าเทอมอยู่อีกนะเหรอ ทุนนี้มันจ่ายให้แค่ครึ่งเดียวนะสิ อีกครึ่งต้องออกเอง แล้วประเด็นคณะวิศวกรรมที่ผมเรียนมันค่าเทอมแพงกว่าชาวบ้านชาวเมือง ถึงจะเป็มหาวิทยาลัยของรัฐบาล แต่ก็เป็มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศที่โดดเด่นด้านวิศวกรรมที่สุด ใครๆ ก็อยากเข้ากันทั้งนั้น กว่าที่ผมจะเข้ามาเรียนได้เืตาแทบกระเด็นเหมือนกัน
คำว่าโควต้านักกีฬาไม่ใช่ว่าเเค่เล่นกีฬาเก่งแล้วเข้าได้เลยนะครับ ต้องเรียนเก่งด้วย ต้องมีสอบแข่งขันคัดเลือกในกลุ่มของนักกีฬาที่มาสมัครด้วยเหมือนกัน ผมว่าสอบเข้าเรียนปกติน่าจะง่ายกว่าเข้าแบบโควต้านักกีฬา ที่ทั้งสอบ ทั้งทดสอบต่างๆ นาๆ แต่จะให้ไปสอบชิงทุนการศึกษา มันสมองระดับผมมันไม่พอ
“เป็ยังไงบ้างครับป้า ว่างไหมครับ”
เปรมถามอย่างร้อนใจ ป้าไล่อ่านอะไรของแกอยู่ตั้งนาน ไม่เห็นจะได้คำตอบอะไรเลย คนรออย่างผมมันร้อนใจนะครับ ป้าช่วยเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหม ถ้าวันนี้ผมไม่ได้หอพัก คืนนี้คงต้องเฝ้าบาร์ตามเคย
“พ่อหนุ่มเอ้ยยยย ไม่มีห้องว่าเลย เขาจองเต็มกันหมดแล้วล่ะ”
“อะไรนะครับ ป้าลองดูอีกทีได้ไหมครับเผื่อดูผิด”
“ป้าดูหลายรอบแล้ว”
“ผมมาจากต่างจังหวัด บ้านก็จน เงินก็ไม่ค่อยจะมี จะให้ไปเช่าห้องข้างนอกก็ไม่ไหว ไหนจะค่าเรียน ค่ากิน ค่าห้องอีก ผมไม่มีทางจะไปแล้วจริงๆ ครับ ป้าช่วยดูให้ผมอีกสักรอบได้ไหมครับ”
เปรมตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เรียกคะแนนความสงสารจากป้าผู้ดูแลหออย่างสุดกำลัง ที่ว่าเล่าความเท็จนั่นหมายถึงผมมาจากต่างจังหวัด
แต่ความจริงแล้ว ผมเป็คนกรุงเทพโดยกำเนิด มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ั้แ่ลืมตาขึ้นมาก็เห็นตัวเองอยู่ในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่ที่แท้จริงเป็ใคร มีแต่พ่อแม่ผู้อุปการะที่คอยส่งเสียเลี้ยงดู ส่งเสริมด้านการศึกษาให้แก่ผมจนจบมัธยมศึกษาปีที่หก
แต่ว่าท่านทั้งสองไม่ได้รับผมไปเลี้ยงที่บ้านหรอกนะ เพียงแค่ส่งทุนทรัพย์ของให้จำเป็ให้ทุกเดือน จำนวนอาจจะไม่มากพอให้ผมดำเนินชีวิตได้อย่างคนปกติ ทว่ามันก็ดีมากแล้วที่ผมสามารถเติบโตมาได้ขนาดนี้
“เออๆ เดี๋ยวป้าดูให้ใหม่”
“ขอบคุณครับป้า!”
“มันจะมีห้องเตียงคู่อยู่หนึ่งที่เขาจองไว้เองคนเดียว คงจะอยากอยู่แบบส่วนตัวละมั้ง”
“อยากอยู่คนเดียวทำไมไม่เช่าห้องข้างนอกกันละครับ จะมากันที่คนอื่นทำไม”
“เื่นั้นป้าไม่รู้เหรอก พ่อหนุ่มต้องไปติดต่อคุยกับเ้าของห้องเอาเองน่ะ เพราะรายนี้เข้าจ่ายเงินเต็มจำนวนเรียบร้อยแล้ว นี่เบอร์น้องเ้าของห้อง”
เอาว่ะ ลองโทรไปคุยดูก่อนเผื่อได้ ไม่อยากนอนเฝ้าบาร์เหมือนเมื่อคืนแล้ว แค่ทำงานมาทั้งคืนก็เหนื่อยจะแย่ ยังต้องมานอนพื้นเเข็งๆ ปูด้วยลังกระดาษนั้นอีก
ถามว่าทำไมไม่ไปขอนอนกับเพื่อน คนรู้จัก หรือบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าก่อน จะว่ายังไงดีล่ะ ผมค่อนข้างที่จะดื้อรั้นหัวแข็ง ไม่ยอมขอความช่วยเหลือคนรอบข้าง ถ้ายังคิดว่าตัวเองยังไหวอยู่ อีกอย่างผมออกจากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้ามาได้สองปีแล้วั้แ่จบมอหก
งงกันล่ะสิ จบได้สองปีแล้วทำไมเพิ่งมาเข้ามหาวิทยาลัยเอาตอนนี้ คือผมทำงานเก็บเงินเรียนอยู่ เพราะผู้อุปการะทั้งสองส่งทุนให้แค่เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ส่งผมเสร็จก็ไปส่งเด็กรุ่นอื่นต่อ พวกท่านไม่ได้ส่งผมเรียนแค่คนเดียว ท่านส่งน้องในบ้านอีกหลายคนเลยทีเดียว
แล้วที่ใช้เวลาเก็บเงินนานขนาดนี้ เพราะว่าเงินก้อนแรกที่พอสำหรับเรียนผมเอาไปรักษาน้องที่สนิทในบ้านเดียวกันจนหมด แต่สุดท้ายก็ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้ ผมไม่เสียดายหรอกน่ะที่เอาเงินไปทุ่มในการรักษาเด็กคนหนึ่ง อย่างน้อยเราก็ได้รักษาอย่างสุดกำลังแล้ว ป่านนี้คงจะไปอยู่บนดาวดวงไหนสักดวง
“ขอบคุณมากนะครับ ผมจะลองโทรดู”
“หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะพ่อหนุ่ม”
“แน่นอนครับ ป้าได้เจอผมทุกวันแน่”
ไม่รู้ผมไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ว่าจะต้องได้พักที่หอนี้แน่ ไม่ว่ายังไงผมจะต้องเข้าพักให้ได้ นี่คือทางสุดท้ายของผมแล้ว ว่าแล้วก็กดโทรไปเลยแล้วกัน
ตู๊ดดดดด ตู๊ดดดด ตู๊ดดดด
เปรมตั้งหน้าตั้งตอรอปลายสายเ้าของห้องรับอย่างใจจดใจจอ ทุกเสียงรอสายมีความหวังเปรมอยู่ในนั้นทุก่จังหวะ
“รับสักทีเถอะพ่อ คนรอมันทรมา….”
“สวัสดีครับ”
“ครับๆ สวัสดีครับ”
เปรมรับสายด้วยใจระรัว ปริ่มด้วยแสงแห่งความหวัง ว่าแต่ ทำไมเสียงเล็กน่ารักจังว่ะ นี่เสียงผู้ชายจริงดิ
“ติดต่อเื่อะไรครับ”
“อ๋อออ เอ่ออ คือผมกำลังหาห้องพักหอในอยู่ครับ”
“ครับ เบอร์นี้ไม่ใช่เบอร์ผู้ดูแลหอครับ คุณน่าจะโทรผิดแล้ว แค่นี้นะครับ”
“เดี๋ยวครับ! ผมโทรถูกแล้วครับ ป้าผู้ดูแลหอให้เบอร์ติดต่อผมมา คุณคือเ้าของห้อง 215 รึเปล่าครับ”
“ครับ ใช่ครับ มีอะไรรึเปล่าครับ”
“ผมขอแบ่งเช่าเตียงที่คุณเช่าเผื่อมาได้ไหมครับ พอดีว่าห้องมันเต็มหมดแล้ว”
“ผมไม่สะดวกครับ คุณไปหาที่อื่นเถอะ”
“คุณครับผมไม่มีที่ไปแล้วครับ บ้านผมจนไม่มีเงิน”
ผมงัดลูกไม้เดิมเรียกคะแนนสงสารจากปลายสาย เชื่อกูเถอะ กูขอร้อง แบ่งห้องให้กูหน่อยเถอะ เปรมภาวะนาในใจ
“ผมไม่สะดวกครับ ขอโทษด้วย”
เวร!
“เดี๋ยวครับคุณ! ผมขอร้องล่ะครับ ผมไม่อยากนอนข้างถนนอีกแล้วครับ ผมเป็เด็กกำพร้าพ่อแม่ไม่มี ผมขออยู่แค่เทอมเดียวครับ หากทำงานเก็บเงินได้แล้วจะย้ายออกทันที ถือว่าช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ตาดำๆ เถอะนะครับ ได้บุญเยอะนะครับ”
“เอ่อออ….. คุณสูบบุหรี่ ดื่มเหล้ารึเปล่า ผมไม่ชอบคนเสียงดัง ผมไม่ชอบนอนดึก ผมไม่ชอบให้ทำอาหารในห้อง ไม่ชอบความสกปรก ถ้าทั้งหมดคุณทำได้ ผมตกลงแบ่งให้เช่าครับ”
เวร ข้อแลกเปลี่ยนไอ้เด็กนี่มันเยอะจังว่ะ มันเป็ลูกคุณหนูเท้าไม่เหยียบพื้นรึไง พิเศษพิสงค์มาจากไหนกัน ที่พูดมาทั้งหมดผมทำไม่ได้สักอย่าง ผมสูบ ผมดื่ม ผมเสียงดัง นอนไม่ดึกแต่นอนเช้า
แล้วผมจะต้มมาม่ากลางดึกได้ยังไงทีนี้ นั่นอาหารมื้อหลักในชีวิตผมเลยนะเว้ยเห้ย เื่นั้นช่างมันก่อน ตอนนี้ผม้าห้อง ยังไงก็ได้ตอนนี้
“ได้ครับ! เื่นั้นไม่มีปัญหา ผมทำได้ทั้งหมด ผมเข้าห้องได้เลยไหมครับ”
“ครับ?
“ผมอยู่หน้าห้องแล้วครับ”
“หน้าห้อง? หน้าห้องไหนครับ”
“หน้าห้อง 215 ครับ”
ไม่ต้องงงว่าผมผ่านประตูเข้ามาได้ยังไง ผมมั่นใจในวาจาสิทธิ์ของตัวเองพอสมควร ว่ายังไงวันนี้ก็ได้แน่นอน เลยเดินผ่านประตูเข้ามาพร้อมนักศึกษาในหอพักเดียวกัน พร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าหนึ่งใบถ้วน
“เดี๋ยวนะครับ คือผมยังไม่ทันตั้งตัว ไม่ใช่ว่าเข้ามาเย็นนี้เหรอครับ”
“ผมไม่ได้บอกนะครับว่าเข้าตอนเย็น”
“เอ่อ ลงไปรอผมที่โถ่งด้านล่างหอพักก่อนได้ไหมครับ ผมยังไม่ได้เตรียมตัว”
“ไม่เป็ไรครับผมไม่ถือ”
“แต่ผมถือ”
“ผมกลัวคุณเปลี่ยนใจครับ ยังไงผมก็ไม่ลงไป ผมจะยืนรออยู่หน้าห้องจนกว่าคุณจะเปิดประตูให้ผมเข้าไป”
ยังไงผมก็ไม่ยอม จะยืนรอหน้าห้องอยู่ทั้งอย่างนี้แหล่ะ ถ้าผมลงไปแล้วเด็กคนนี้เล่นแง่เบี้ยวไม่ให้ผมพักด้วยก็แย่ดิ
“ผมไม่เปลี่ยนใจแน่นอนครับ แต่คุณช่วยลงไปก่อนได้ไหม”
“ผมจะแน่ใจได้ยังไงครับ”
แกร๊ก
“นี่ครับกุญแจห้อง อีกสองชั่วโมงค่อยเข้ามาได้ไหมครับ ผมขอเก็บของก่อน”
เสียงแง้มเปิดประตู พร้อมกับข้อมือขาวที่ยื่นเพียงพวงกุญแจสีเขียวออกมาให้เปรมหน้าประตู
อิหยังว่ะ เป็รูมเมทกันแล้วไม่คิดจะให้เห็นหน้าค่าตากันเลยรึไง หรือว่าที่ไอ้เด็กนี่ขออยู่คนเดียว เพราะว่าหน้าตาอัปลักษณ์ ไม่อยากให้ใครเห็นหน้า เดี๋ยวนะไอ้เปรม มึงดูการ์ตูนมากไปไหม ช่างแม่ง ได้กุญแจเป็หลักประกันแล้วไม่ต้องไปคิดถึงเื่อื่น
“นี่ของผมครับ แลกกัน”
ผมยื่นกระเป๋าเสื้อผ้าใบเก่าซอมซ่อส่งกลับไปแลก เผื่อมันให้กุญแจอื่นมา กูไม่ไว้ใจ มือขาวเอื้อมมารับกระเป๋าก่อนปิดประตูกระแทกหน้าเข้าห้องไป
ห้ะ? ไม่คิดจะถามชื่อถามแซ่ หรือมีปฏิสัมพันธ์อะไรกับกูหน่อยเหรอ เปรมบ่นในใจพรางสาวเท้าลงบันไดอย่างสบายใจ ถือเป็การเริ่มต้นชีวิตในมหาลัยที่ดี
.
อีกด้านหนึ่งหลังประตู
“เราทำอะไรลงไปเนี้ย!!! ไปตกปากรับคำคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อได้ยังไง ไม่น่าใจอ่อนเลย กลับลำไม่ทันแล้วด้วย”