ตอนที่ 5 การมาถึง
แสงแดดอ่อนๆ ส่องสว่างไปทั่ว กลิ่นหอมจางๆ จากเกสรดอกไม้ปลิวไสวคล้อยไปตามลม หากแต่มันไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้ในสวนหย่อม แต่เป็กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนร่างของหลิงเอ๋อ ที่กำลังเก็บสำรับอาหารอย่างเชื่องช้าและนิ่มนวล เนี่ยฟงยังคงจ้องมองทุกกิริยาที่หลิงเอ๋อขยับเรือนร่างอย่างไม่ลดละสายตา โดยใช้ตำราแพทย์เล่มเก่าบดบังสายตาไว้ ทุกอากัปกริยาของเธอนั้นราวกับมนต์สะกดที่น่าหลงใหล จนไม่สามารถลดละสายตาได้เลยจริงๆ ในขณะที่หลิงเอ๋อจะจากไปก็เอ่ยถาม ทำให้เนี่ยฟงหลุดออกจากภวังค์ทันที
“ทำไมคุณชายชอบอ่านตำราการแพทย์เล่มนี้ ข้าว่ามันเก่ามากแล้วนะ”
“มันเป็ตำราที่ท่านปู่มอบให้แก่ข้า ท่านบอกว่ามันสำคัญมากๆ แต่ข้าอ่านหลายรอบแล้วก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนว่ามีอะไรขาดหายไปหลายส่วน ช่างมันเถอะว่าแต่หลิงเอ๋อ ครั้งต่อไปเ้าไม่ต้องจัดอาหารมามากมายขนาดนี้อีกนะ”
“คุณชาย! หรือฝีมือการทำกับข้าวของข้าไม่ถูกปากคุณชาย”
“ไม่...” เนี่ยฟงกล่าวไม่ทันจบ หลิงเอ๋อก็ปรากฏแววตาที่เศร้าหมอง
“ไม่เลยแม้แต่น้อย กับข้าวฝีมือเ้าถูกปากข้าเป็อย่างมาก แต่ถ้าเ้าทำมาสิบอย่างข้าก็ต้องกินหมดสิบอย่าง ข้ากลัวว่าสักวันพุงข้าอาจจะแตก เพราะหยุดกินกับข้าวของเ้าไม่ได้ ครั้งต่อไปขอเพียงอย่างหรือสองอย่างก็พอ”
เนี่ยฟงพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนโชว์พุงที่บวมเปล่ง ทำให้หลิงเอ๋อยิ้มออกมาพร้อมกับหัวเราะคิกคัก ซึ่งรอยยิ้มของเธอนั้น ราวกับฟ้าที่สดใสหลังพายุโหมกระหน่ำ
“ท่านหยอกข้าอีกแล้ว หลังจากที่ท่านฟื้นคืนสติขึ้นมาครั้งนี้ แลดูท่านจะมีคารมคมคายที่ทำให้หญิงสาวต้องหลงใหล หากเป็หญิงสาวคนอื่น อาจจะหลงคารมของท่าน แต่กับหลิงเอ๋อไม่มีทางหลงคารมท่านแน่ๆ”
หลิงเอ๋อหันมาแลบลิ้นใส่เนี่ยฟงอย่างน่ารัก ก่อนจะเดินจากไปอย่างเร่งรีบ เพื่อไม่ให้เนี่ยฟงเห็นใบหน้าของเธอ ที่กำลังเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะความเขินอาย ในขณะนั้นเองด้วยความที่ไม่ได้มองทางและเร่งรีบ หลิงเอ๋อก็ชนกับเนี่ยฉางไห่ที่กำลังเดินเข้ามาหาเนี่ยฟง
“เ้าจะรีบไปไหนหลิงเอ๋อ ! แล้วนั้นเ้าเป็อะไรไป? ทำไมใบหน้าของเ้าถึงแดงเป็ลูกตำลึง เ้าไม่สบายรึ?”
“เปล่าคะนายท่าน! เพียงแต่แสงแดดร้อนเกินไป ข้าน้อยถึงเป็เช่นนี้ ข้าน้อยขอตัวนำสำรับไปเก็บก่อนนะคะ”
หลิงเอ๋อรีบจากไปอย่างรวดเร็ว ภายในใจของเนี่ยฟงนั้น ปรากฎใบหน้าหน้าของเด่น ที่กำลังยิ้มหรี่ตาพร้อมชูนิ้วโป้งให้ เนี่ยฉางไห่ก้าวเดินมาหาเนี่ยฟงอย่างเชื่องช้า พร้อมเหลือบมองท้องฟ้าที่มีแสงแดดอ่อนๆ ทำให้เนี่ยฉางไห่บ่นพึมพำออกมาเบาๆ
“แดดแรงยังงั้นรึ? หรือว่านางป่วยจริงๆ”
“ท่านปู่ เชิญนั่งก่อน”
เนี่ยฉางไห่นั่งลงบนม้านั่งหินอ่อน เนี่ยฟงจัดการรินชากุหลาบที่หลิงเอ๋อชงไว้ให้ ส่งให้ปู่อย่างเบามือ เมื่อสังเกตเห็นว่าหลานของตน ที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าท่อนบน ก็กล่าวตักเตือนออกไปทันที
“ลูกฟง ถึงเ้ากับหลิงเอ๋อจะโตมาด้วยกัน แต่เ้าก็ไม่สมควรจะแต่งกายเปลือยเปล่าเยี่ยงนี้ มันเหมือนไม่ให้เกียรติสตรี ถึงแม้นางจะเป็แค่บ่าวรับใช้ก็ตาม แต่เ้าก็ต้องให้เกียรตินางด้วย”
เนี่ยฟงและหลิงเอ๋อเติบโตมาด้วยกัน พวกเขาทั้งสองจึงสนิทกันเป็อย่างมาก ถึงขั้นที่หลิงเอ๋อกล้าพอจะแลบลิ้นปลิ้นตาให้ ดวงตาเนี่ยฟงเบิกกว้าง ด้วยในอดีตชาติในตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่เป็กล้า เขามักจะตื่นตอนแต่เช้าแล้วออกกำลัง ในสภาพเปลือยท่อนบนจนติดเป็นิสัย จึงเผลอลืมตัวทำไปโดยไม่รู้ตัว
“ท่านปู่ข้าสำนึกผิดแล้ว ในยามที่ข้าออกกำลังกายตอนเช้า ข้ามักจะเปลือยท่อนบนทุกที จนทำให้ข้าลืมตัว”
“พรวด!!!”
ชากุหลาบพุ่งทะยานออกจากปากของเนี่ยฉางไห่ ราวกับน้ำพุที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นฟ้า ก่อนจะหันมามองเนี่ยฟงด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง “เนี่ยฟงออกกำลังกาย เป็ไปได้อย่างไร?” คำถามบังเกิดขึ้นในห้วงความคิด หลานชายที่เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง กลับลุกขึ้นมาออกกำลังแต่เช้า นี่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไร หลานถึงได้มาออกกำลังกายยามเช้าเยี่ยงนี้
“ลูกฟง เ้าไม่สบายตรงไหนหรือไม่? หรือว่าเ้ายังคงปวดหัวอยู่ แล้วเ้ายังาเ็ตรงไหนหรือไม่?”
“ไม่เลยท่านปู่ หลานไม่รู้สึกไม่สบายตรงไหน ด้วยตัวยาที่ท่านนำมาให้แก่ข้า ทำให้าแฟื้นฟูเป็อย่างมาก ข้าเพียงไม่อยากนอนติดเตียง จึงลุกขึ้นมาออกกำลังนิดหน่อย แต่ทุกครั้งที่ออกกำลัง ข้ารู้สึกเจ็บแปลกๆ ภายในร่างกาย”
“ปู่ดีใจที่เ้ามีความคิดเช่นนี้ แต่เ้าก็ต้องรักษาสุขภาพให้ดี ด้วยเส้นชีพจรที่...ผิดแปลกเยี่ยงเ้า จึงไม่สามารถมากออกกำลังได้ มันส่งผลให้จุดชีพจรของเ้าเ็ป”
“เป็เช่นนั้นนี่เอง หลานทราบแล้ว”
เนี่ยฟงพยักหน้ารับพร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้า แม้เนี่ยฉางไห่จะไม่พูดออกมาอย่างเต็มปาก แต่เนี่ยฟงก็รู้ดีว่าเส้นชีพจรของตนนั้นพิการ มันไม่สามารถกักเก็บพลังลมปราณได้ หากมีพลังลมปราณเพียงน้อยนิดวิ่งผ่าน เขาจะรู้สึกเ็ปอย่างแสนสาหัส แม้เขาจะออกกำลังเพียงเบาๆ ก็ยังส่งผลภายในร่างกาย
“หรือชาตินี้ทั้งชาติเราต้องเป็คนขี้โรค อย่างนี้ตลอดไป”
เนี่ยฟงได้แต่บ่นพึมพำในใจ ทั้งที่อดีตชาติของเขานั้น คือสุดยอดนักสู้ที่เป็ที่กล่าวขาน แต่หลังจากที่เขาเกิดใหม่ กลับเป็ได้เพียงหนอนหนังสือที่ร่างกายอ่อนแอ เมื่อแววตาและใบหน้าของเนี่ยฟง เริ่มปรากฎความเศร้าสร้อย เนี่ยฉางไห่ก็พูดตัดบทเพื่อเปลี่ยนประเด็ดทันที
“ปู่จะไปที่หลังตระกูล เพื่อไปตรวจดูที่เกิดเหตุ เ้าไปเป็เพื่อนปู่หน่อย”
“ขอรับท่านปู่”
เนี่ยฉางไห่เดินไปที่หลังตระกูลทันทีพร้อมกับเนี่ยฟง ซึ่งระหว่างทางก็มีศิษย์เป็จำนวนมาก ทำความเคารพต่อเขา แต่ดวงตาของพวกมันนั้น กลับมองมาที่เนี่ยฟงราวกับดูถูกดูแคลน แม้ดวงตาทั้งหลายที่เหลือบมองมานั่น จะดูถูกเนี่ยฟงมากเท่าไรก็ตาม แต่กลับไม่ปรากฎรอยขุ่นเคืองจากเนี่ยฟง ซึ่งต่างจากแต่ก่อนเป็อย่างมาก ซึ่งหากเป็เมื่อก่อนล่ะก็ เนี่ยฟงจะเดินก้มหน้าไม่สบตาผู้คน แต่มาวันนี้ราวกับว่าเนี่ยฟงได้กินดีหมีหรือหัวใจเสือ เขากลับเดินตัวตรงอย่างสง่าผ่าเผย ไม่สนใจสายตาที่จับจ้อง บวกกับหน้าตาที่หล่อเหลาสง่าหาใครเปรียบ ทำให้บรรดาศิษย์หญิงสาวที่เดินผ่านไปมา ยังต้องหันหลังกลับมาเหลียวมอง ซึ่งในทุกการกระทำของเขานั้น ก็ตกอยู่ในสายตาของเนี่ยฉางไห่ด้วย “หลังจากประสพภัยครั้งนี้ มันทำให้เนี่ยฟงเติบโตขึ้นจริงๆ” เนี่ยฉางไห่พึมพำในใจ ในขณะที่ศิษย์ทั้งหลายกำลังซุบซิบนินทา
“ศิษย์พี่! เ้านั่นที่เดินตามผู้นำเป็ใครกัน เหตุใดถึงมีแต่คนจ้องมองดูเขาด้วยแววตาที่เหยียดหยาม”
“เ้าคงพึ่งมาใหม่ซินะ เ้านั่นคือหลานของผู้นำตระกูลชื่อเนี่ยฟง ตัวมันก็เพียงแค่ขยะที่ไร้ค่าเดินได้ ด้วยเส้นชีพจรลมปราณพิการของมัน จึงทำให้ไม่สามารถฝึกลมปราณได้ ไม่ให้เรียกขยะจะให้เรียกว่าอะไร หนำซ้ำอย่างพล่านตัวยา และสมุนไพรที่หายากของตระกูลอีก เมื่อท่านผู้นำพบเจอสมุนไพรหายาก ก็จะนำมาปรุงยาให้แก่มัน หากท่านผู้นำแบ่งปันให้แก่หลานคนอื่นบ้างล่ะก็ มันจะสามารถช่วยพวกเขา ให้ทะลวงจุดชีพจรได้อย่างง่ายดาย แต่ท่านกลับนำไปใช้กับเศษสวะเยี่ยงมัน ซึ่งไม่มีประโยชน์อันใดเลย ถ้าหากข้าได้รับแม้เศษเสี้ยวของตัวยา แบบมันบ้างล่ะก็ บางทีข้าอาจจะทะลุลมปราณไปยังชั้นต่อไปนานแล้ว ไม่แปลกหรอกนะ ที่ผู้าุโทั้งสองจะเกลียดมันราวกับมูลในไส้”
“อ้าว! แต่ที่ข้ารู้มา หากใครก็ตามที่ได้พบเจอสมุนไพรหายาก ก็นับว่าเป็โชคและความสามรถของคนผู้นั้นมิใช่หรือ เพราะการจะเก็บสมุนไพรมาได้ ก็ต้องใช้ความพยายามและความสารถอย่างสูง อีกทั้งยังต้องเรียนรู้ถึงวิธีการเก็บเกี่ยวมัน ซึ่งจะเก็บไว้เป็สมบัติส่วนตัวก็ได้ หรือไม่ก็สามารถขายให้แก่สำนัก แล้วสมุนไพรที่หายากพวกนั้น ก็เป็ท่านผู้นำที่เป็คนพบเจอ และเก็บเกี่ยวมาเองกะมือ แปลกอะไรที่เขาจะมอบมันให้แก่หลานของเขา”
“มอบให้กับขยะ มันก็ยังเป็ขยะอยู่ดี มันไม่มีทางจะเป็หงส์หรือัไปได้ ทางที่ดีควรมอบมันให้แก่ลูกของผู้าุโทั้งสอง หรือไม่ก็ปรุงเป็ยาแจกจ่ายให้กับแก่เหล่าศิษย์ บางทีอาจจะมีประโยชน์ยิ่งกว่า เ้าเองก็ระวังคำพูดไว้เถอะ หากคำที่เ้าพูดออกไปเมื่อครู่ ไปถึงหูคุณชายของาุโทั้งสอง ข้ารับรองได้เลยว่าเ้าต้องลำบากแน่ๆ”
ไม่นานเนี่ยฉางไห่และเนี่ยฟงก็มาถึงน้ำตกหลังตระกูล ซึ่งมันเป็จุดที่เนี่ยฟงจำได้ว่ามาเก็บสมุนไพรบางอย่าง เนี่ยฉางไห่ทำการสำรวจพื้นที่ทุกตารางนิ้วโดยทันที และสิ่งที่เขาพบก็มีเพียงแตกโมลูกหนึ่ง ที่แตกออกเป็สองซีก แล้วด้วยเวลาที่ผ่านไปหลายวัน ผลของมันจึงเริ่มเหี่ยวเฉาแล้ว
“หลานปู่ เ้าอย่าบอกนะ ว่าเ้าถูกสิ่งนี้หล่นใส่หัว จนพลาดพลั้งตกผาน้ำตกไป”
“ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่มันมีบางอย่างกระแทกหัวข้าแน่นอน แต่ด้วยเ้าสิ่งนี้!?”
ทั้งสองจ้องมองเปลือกแตงโม ก่อนจะเหลือบมองไปบนต้นไม้สูงพร้อมเพรียงกัน ด้วยที่มันเป็พืชล้มลุกที่เกิดตามพื้นดิน มันไม่มีทางที่จะร่วงหล่นมาใส่หัวคนได้ และอีกทั้งบริเวณนั้นก็ไม่มีต้นแตงโมแม้เลยแต่ต้นเดียว หากมันจะสามารถร่วงหล่นมาได้ ก็คงเป็สวนผลไม้จากสวน์ หรือไม่ก็เป็สวนผลไม้ของเทพเซียนที่อยู่เบื้องบน
“เพี๊ยะ!!!!”
เสียงตบดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเทียนเหมินหมุนควงกลางอากาศ สามถึงสามตลบก่อนจะตกลงสู่พื้น ใบหน้าอีกด้านของมันบวมเปล่งอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งประกอบกันกับอีกข้าง หน้าของมันตอนนี้ไม่ต่างไปจากก้นของลิง เนี่ยตี้ตบมันแทบจะสุดแรง ดวงตาปรากฎเส้นเืแดงเต็มตาขาว บ่งบอกให้รู้ว่ามันกำลังโกรธจัดเพียงใด
“บัดซบ!! ข้าไม่รู้ว่าจะด่าเ้าอย่างไรดี ข้าไม่สามารถสรรหาคำใด ที่จะมาเปรียบเปรยกับมันสมองของเ้าได้ หากจะทำเช่นนั้น สู้เ้าออกมาตัวเปล่า โดยไม่ทิ้งสิ้นใดไว้เลยจะดีกว่า แตงโมบ้านเ้าซิ! จะไปออกผลบนต้นไม้ และที่ข้ารู้ ที่หลังตระกูลเนี่ย มันไม่เคยมีต้นแตงโมขึ้นเลย แม้แต่ต้นเดียวก็ไม่เคย ใช้คนผิด...ใช้คนผิดจริงๆ !!”
“พี่ตี้ข้า...ข้า...ข้าขอโทษ!!”
“เฮอะ!! ไม่ว่าใครจะเค้นถามยังไงก็ห้ามยอมรับเด็ดขาด เ้าจงรีบไปหาคนมาสองสามคน มาเป็พยานที่อยู่ให้แก่พวกเรา ว่าพวกเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ยังไงก็ไม่มีใครเอาผิดเราได้ ไป!! รีบไสหัวไป!!”
เทียนเหมินรีบวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เนี่ยตี้ที่กำลังโกรธจัดอยู่ด้านใน ซึ่งเนี้ยตี้เองก็กำลังพยายามข่มอารมณ์อยู่ แต่ผ่านไปเพียงชั่วครู่หนึ่ง เทียนเหมินก็รีบวิ่งกลับมาอีกครั้ง ด้วยสีหน้าที่แตกตื่น ซึ่งทำให้เนี่ยตี้บังเกิดโทสะขึ้นอีกครั้ง แล้วเตรียมจะตบเทียนเหมินอีกที
“เดียวก่อนพี่ตี้!! ฟังข้าก่อน! โอกาสของพวกเรามาถึงแล้ว”
เทียนเหมินรีบกล่าวอย่างว่องไว พร้อมกับยกมือปิดบังใบหน้า ทำให้มือของเนี่ยตี้หยุดชะงักกลางอากาศ หากว่ามันพูดช้ากว่านี้เพียงนิดเดียว ตัวมันต้องปลิวกระเด็ดออกไป เพราะฝ่ามือของเนี่ยตี้อย่างแน่นอน
“โอกาส? โอกาสอะไร?”
“พี่ตี้คนจากพรรคัฟ้ามาถึงแล้ว”