“อื้อ...” ฉันยังคงหลับตา ขณะที่งัวเงีย และกำลังขยับตัว
เอ๊ะ! ทำไมรู้สึกอึดอัด ขยับตัวยากจัง
จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“อึก” ฉันสะอึกในลำคอด้วยความสะดุ้งใ เมื่อลืมตามาเจอหน้าอกกว้างที่เปลือยเปล่า และที่ขยับตัวยาก เพราะร่างของฉันกำลังถูกโอบกอดไว้อยู่
ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าเ้าของหน้าอกที่ฉันซบอยู่ทันที และก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความใยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อดวงตาของฉันสบตากับเขาที่กำลังลืมตาขึ้นมาพอดี
เขาผิวขาวและหล่อมากเวอร์ แต่มันใช่เวลาที่จะมาตะลึงในความหล่อของเขาไหม สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือ...
ผู้ชายคนนี้เป็ใคร ฉันไม่รู้จัก
“ขวับ!” ฉันหลบตาพร้อมกับก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว พยายามส่ายหัวตัวเองไปมาเผื่อว่าตอนนี้ฉันกำลังฝันอยู่
แต่ก็บรรลุว่านี่ไม่ใช่ฝันแน่ๆ เมื่อร่างของฉันถูกมือหนาโอบกอดเข้ามาชิดร่างของเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าของฉันซบลงแนบอกเขา จนได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่กำลังเต้นแรง แต่ไม่ใช่แค่ใบหน้าเท่านั้น ฉันรู้สึกถึงร่างกายของฉันัักับของแข็งบางอย่างบนร่างของเขาด้วย ซึ่งมันทำให้ฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว
นี่ทั้งฉันและเขาไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเหรอ
ฉันค่อยๆ ก้มลงมองที่หน้าอกตัวเองอย่างไม่พร้อมที่จะยอมรับความจริงว่าตอนนี้ร่างกายของฉันเปลือยเปล่าและกำลังแนบชิดกับร่างใหญ่เปลือยเปล่าของผู้ชายที่ฉันไม่รู้จัก
หัวสมองฉันว้าวุ่น ไม่รู้จะทำตัวยังไงดี ไม่กล้าแม้กระทั่งจะขยับตัวอีกครั้ง
“อื้อ...นอนต่ออีกหน่อยนะครับ” เสียงทุ้มต่ำของชายที่โอบกอดร่างของฉันดังขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่งัวเงีย
ฉันตัดสินใจใช้มือทั้งสองข้างผลักตัวออกจากอกของเขา ลุกขึ้นมานั่ง โดยลืมคิดไปว่าร่างกายของตัวเองไม่ได้มีสิ่งปกปิด ทำให้หน้าอกของฉันสั่นเด้งตามแรงที่ฉันดีดตัวขึ้นมานั่ง จนดึงความสนใจให้เขาถึงกับเหลือบสายตามองตาม
“อุ๊ย!” ฉันเบิกตาโตด้วยความใ รีบเอามือทั้งสองข้างมาปิดหน้าอกตัวเอง ก่อนจะรีบลากผ้าห่มมาคลุมตัว
“ว๊าย!” ฉันหลับตา หันขวับไปทางอื่นด้วยความใอย่างสุดขีด เพราะเหลือบไปเห็นแก่นกายใหญ่ที่ผงาดขึ้น เพราะฉันดึงผ้าห่มมาปิดร่างตัวเอง ร่างของชายที่นอนอยู่บนเตียงก็เลยไม่มีอะไรปกปิด
“หึ!” เขากลั้นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางหยิบผ้าคลุมอาบน้ำที่กองอยู่ข้างๆ มาใส่
“คะ...คุณ…คุณเป็ใคร มานอนในห้องกับฉันแบบนี้ได้ยังไง” ฉันถามขึ้น ขณะที่ยังคงหันใบหน้าไปทางอื่น
“มะ...ไม่เป็ไรดีกว่า คุณไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น คุณใส่เสื้อผ้าแล้วออกไปจากห้องของฉันตอนนี้เลย” ฉันรีบดึงสติตัวเองกลับมา
ใช่สิ ฉันไม่ควรรู้จักเขา ไม่ว่าเมื่อคืนฉันจะพลาดอะไรไปก็ช่าง ให้มันจบตรงนี้ อย่าได้รู้จักกันมากกว่านี้เลย แค่นี้ฉันก็อายจนอยากจะวาร์ปไปโลกหน้าแล้ว
หลังจากที่ฉันพูดจบ กลับไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมาเลย ฉันจึงค่อยๆ เบือนหน้าไปมองเขา และก็ต้องสบกับสายตานิ่งเฉยไม่สื่ออารมณ์ใดๆ แต่ยังคงจ้องมองมาที่ใบหน้าของฉัน ทำเอาฉันหน้าร้อนวาบขึ้นมาทันที สายตาเขามีความทำลายล้างสูงมาก บวกกับหน้าตาที่หล่อเหลามีเสน่ห์ ถ้าไม่เจอกันสภาพแบบนี้ฉันคงแอบปลื้มไปแล้ว
ฉันสูดหายใจลึกยาวเพื่อดึงสติกลับมาและคุมอาการไม่ให้เขารู้ว่าฉันกำลังเขินในความหล่อของเขา
“คะ...คุณช่วยหันหน้าไปทางอื่นก่อนได้ไหม”
“...” เขาเลิกคิ้วขึ้นเชิงเป็คำถาม โดยไม่ได้สนใจที่จะทำตามสิ่งที่ฉันบอกเลยสักนิด
“หันไปหน่อย” ฉันย้ำเสียงหนัก เลยทำให้เขายอมหันไปทางอื่นแต่โดยดี
ทันใดนั้นฉันรีบผละผ้าห่มออกจากตัว ะโออกจากเตียง วิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที
“คุณช่วยออกจากห้องไปก่อนที่ฉันจะออกจากห้องน้ำได้ไหม” ฉันะโบอกเขา
และก็อีกเช่นเคยที่ไม่ได้ยินเสียงตอบรับใดๆ กลับมา
“นี่คุณ ได้ยินที่ฉันพูดไหม”
“...”
“นี่คุณ”
“...” อีกด้านหนึ่งของประตูห้องน้ำก็ยังคงเงียบสนิท
“แน่ใจนะครับ ว่าจะให้ผมไปทั้งแบบนี้จริงๆ”
แน่ใจนะครับ คำพูดนี้...เมื่อคืน...
แล้วอยู่ดีๆ หน้าฉันก็ร้อนผ่าว เพราะความทรงจำเมื่อคืนของคำพูดนี้อยู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมา
“...” ฉันอยากจะกรี๊ดจริงๆ
“ผมถามว่า แน่ใจนะครับ” เขาเน้นเสียงพูดขึ้นอีกครั้ง และเสียงนี้ฟังดูใกล้มาก เหมือนเขากำลังยืนอยู่อีกฝั่งของประตูห้องน้ำ ฉันจึงรีบกดล็อกประตูห้องน้ำทันที
“นะ...แน่ใจ” พอสิ้นเสียงฉันแล้ว ก็ไม่มีเสียงพูดใดๆ ออกมาอีก จนสักพักฉันถึงได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออกและปิดลง
ฉันใช้ผ้าเช็ดตัวพันรอบตัวก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูห้องน้ำออกมาดู ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ในห้องแล้ว ฉันจึงเดินไปเช็กที่ระเบียง และกลับมาสำรวจภายในห้องจนถึงทางเข้าประตูอีกครั้ง ก่อนที่จะถอนหายใจยาวแรงอย่างโล่งอกที่เขาได้ออกไปจากห้องแล้วจริงๆ
ฉันกลับมานั่งลงบนเตียงเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แต่ก็ปะติดปะต่อได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะรู้ว่าตัวเองเมามาก เลยไม่แปลกที่จะจำเื่ราวทั้งหมดไม่ได้
เท่าที่จำได้ก็คือฉันะโไปในสระว่ายน้ำแล้วมีคนะโลงมาด้วย จำได้อีกทีหนึ่งก็อยู่บนห้อง
“ฮึก” ฉันหายใจเข้าลึกเฮือกใหญ่ ฉันจำแววตาได้ แววตาคนที่ฉันนอนสบตาด้วยเมื่อคืนและรู้สึกเคลิ้มไปกับแววตาคู่นั้น มันคือแววตาคู่เดียวกับที่จ้องมองฉันเมื่อกี้
แต่ไม่ใช่แค่ดวงตา ริมฝีปากสีชมพูหยักสวยได้รูปของเขาทำให้ฉัน...
ฉันจูบเขาก่อน
“กรี๊ดดดดดด” นี่เมื่อคืนฉันทำบ้าอะไรลงไปบ้างเนี๊ยะ
ฉันค่อยๆ ก้มลงมองจุดกึ่งกลางลำตัวของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ แหวกผ้าเช็ดตัวเปิดออกดู เลื่อนมือไปลูบบริเวณของสงวนและผิวกายบริเวณใกล้เคียง
“คราบ…” หลักฐานที่ชัดเจนที่ไม่ต้องมีใครบอกหรือไม่ต้องจำอะไรได้ก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน ฉันรู้ว่ามันคือคราบน้ำจากการร่วมรักที่แห้งติด
ฉันไม่ใช่ผู้หญิงสดซิง ฉันเคยมีแฟน แล้วก็เคยทำเื่อย่างว่ากับแฟน ก็เลยแน่ใจได้อย่างแน่นอนว่า เมื่อคืนฉัน One Night Stand กับผู้ชายคนนั้นแน่ๆ
ถึงครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำเื่อย่างว่า แต่ฉันก็ไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายที่ฉันไม่ได้รัก
ครั้งนี้...ไม่ใช่แค่ไม่รัก แต่ไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ นี่ฉันบ้าไปแล้วแน่ๆ เมาจนเสียตัวให้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้
“กรี๊ดดดดดๆๆๆ” ฉันกรี๊ดสุดเสียง โดยใช้ผ้าห่มปิดปากตัวเองไว้ เพราะกลัวคนอื่นได้ยินแล้วใ และมันก็ช่วยปลอดปล่อยความอัดอั้นให้ฉันได้ดีเลยทีเดียว ฉันค่อยรู้สึกหายใจโล่งขึ้นหน่อย
“เอ๊ะ” ฉันเหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษโน๊ตที่มีข้อความเขียนอยู่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง จึงหยิบขึ้นมาอ่าน
(089-XXX-XXXX นี่เบอร์ผม อยากให้รับผิดชอบก็โทรมา รออยู่นะครับ)
----------