ต้นเดือนกรกฎาคม ปี2019 ที่ประเทศไทย เวลาสี่โมงเย็น
ธี ชายหนุ่มหน้ามนปีสอง ดีกรีเดือนคณะวิศวะ ตัวเอกของเื่ซึ่งคุณกำลังอ่านอยู่ในขณะนี้ ได้ถูกแฟนสาวของเขาบอกเลิกอย่างกะทันหัน กลางห้องเรียนในมหาวิทยาลัย ทั้งที่ทั้งสองต่างเพิ่งลองคบหาดูใจกันได้ เพียงเวลาไม่นานมานี้…
“ทำไมถึงเลิก? ขอเหตุผลหน่อยเถอะ!?” ธีถามหญิงสาวร่างบางตรงหน้า ด้วยความสับสนคิ้วของเขาจึงขมวดเป็มปม
“เพราะธีให้เวลาเอาใจใส่ดูแลฉันน้อยเกินไป! และเธอก็ไม่เหมือนเดิม!” แฟนสาวกล่าวพร้อมกอดอก เธอไม่คิดจะมองสบสายตาอีกฝ่ายแม้แต่น้อย จนธีเดินไปใกล้เ้าหล่อน
“เฮ้ พูดอะไรออกมา? เวลาทั้งหมด—จะเช้า สาย บ่าย เย็น นี่แทบจะประเคนยกให้แล้วนะ!” ธีชักสีหน้าเอ่ยปากแย้ง “ทั้งตอบข้อความทุกอย่าง บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์ ปลุกทุกเช้าวันใหม่ พาไปกินข้าว ซื้อของ ดูหนัง หรือ---” เดือนคณะชะงักหยุดพูด เมื่อหญิงสาวพูดแทรกขัด
“พอแล้ว!” ผายมือป้องแล้วถอยห่าง “นายมันงี่เง่า ไม่มีเวลาส่วนตัวตั้งหากล่ะ! แล้วนายก็อารมณ์ร้อน ชอบขึ้นเสียงใส่หน้าฉันตอนไม่ได้ดังใจ ฉันน่าเบื่อเต็มทน ---ช่างมันเถอะ! เราจบกัน” กัดฟันพูดอย่างรำคาญ หญิงสาวอดีตคนรักหันมาจิกตามองค้อนโกรธเคือง ตวัดปลายนิ้วลูบไล้เรือนผมยาว ทิ้งท้ายกล่าวถ้อยคำด้วยเหตุผลความว่า
“ฉันเจอคนที่ดีกว่านายแล้ว คนที่ให้เวลา ใจเย็นและให้เกียรติฉันมากกว่า---ลาก่อนนะธี ลาก่อนตลอดกาล!” พูดจบ เ้าหล่อนก็เดินตัวบิดขึ้นไปนั่งข้างคนขับรถคันหนึ่งซึ่งจอดใกล้ๆ
ปึง! เสียงประตูดังขึ้น! ตามด้วยเสียงเร่งเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม ท่อไอเสียพ่นความร้อนเข้าอัดหน้าไว้ลายใส่ธี คู่กรณีจนแทบสำลักควัน ยานพาหนะหรูเคลื่อนตัวออกไป ทิ้งผู้ถูกหักอกยืนนิ่งสับสนงุนงง เขาทำหน้าค้างอ้าปากหวอ มองภาพบาดตาอดีตแฟนสาวกับรถคันงามลับสายตาด้วยความรู้สึกหนักหน่วง ไม่ช้าน้ำตาของเขาก็ไหลออกมา
“เวลาเอาใจใส่น้อยไปเหรอ? เจอคนที่ดีกว่าเหรอ? ...อะไรฟร่ะ!?!” ชายหนุ่มคำราม เขากัดฟันก่อนเม้มริมฝีปาก กำมือของตนไว้แน่น แม้อยากกรีดร้องให้ดังราวกับคนบ้าก็สะกดใจเอาไว้ “ตั้งใจจะทิ้งอยู่แล้วนี่หว่า! ไม่ต้องมาทำเหมือนเป็ผู้เสียหายเลย พูดออกมาได้ เฮงซวย!” ธีสบถทิ้งท้ายทั้งแค้นทั้งเศร้า
ชายหนุ่มหัวใจสลาย น้ำตาเขาไหลพราก ราวกับกลายเป็เด็กทารกโดนรสชาติยาขม ธีร้องไห้เสียใจอย่างฟูมฟาย ไม่สนใจว่าจะมีใครในมหาวิทยาลัยเห็นสภาพน่าเวทนาของตนหรือไม่ เ้าตัวปาดน้ำตา เริ่มก้าวเท้าฉับๆ กล้ำกลืนความรู้สึกเ็ปกลับที่พักของตนเท่านั้น
ธีเป็คนพื้นเพมาจากต่างจังหวัด อยู่กับแม่เพียงสองคน หลังสอบติดก็ย้ายมาที่มหานครกรุงเทพในทันที พอย้ายมาไม่นานแม่ก็เสียไปด้วยอุบัติเหตุ เขาจึงต้องอยู่ลำพัง เป็นักเรียนทุนกู้เรียนกยศ. เมื่อปราศจากครอบครัวเพียงคนเดียว เขาก็พบแฟนสาวมายามท้อแท้ เหล่าเพื่อนพ้องสังคมมหาลัย่ที่เขาคบหาแฟนสาวก็น้อยลง ด้วยความไม่คบค้ากับใคร ทำให้ตอนนี้ธีไม่มีใครจะสนิทเพียงพอ มาปรึกษาปัญญาชีวิตให้เขาในยามนี้เลยสักคน
คำพูดอดีตแฟนสาวยังเล่นซ้ำวนลูปในหัว ดังมีดคมกริบแทงซ้ำๆ สำหรับชายผู้ยึดมั่นบูชารักแท้เช่นเขา มันเป็เหตุผลสุดแย่ของแย่ของคำบอกเลิกทั้งหมดบนโลกใบนี้
ธีวิ่งกลับถึงหอพัก หลังหน้าหงิกหน้างอเดินจ้ำกลับห้องด้วยความเศร้าโศก ชายหนุ่มพุ่งะโเข้าห้อง เขาถอดชุดนักศึกษาเขวี้ยงทิ้งพนัง ทั้งตัวเหลือเพียงบ๊อกเซอร์และกางเกงสแล็ค ก่อนเปิดเพลงจากอินเทอร์เน็ต ขณะน้ำตาเริ่มจะนองเต็มใบหน้า แล้วเพลงยูทูปก็ดังขึ้นมาทันทีจากมือถือ
♪ฉันเหมือนคนไม่มีกำลังและหมดแรง--- ♪
เสียงเพลงทำให้ธีปล่อยโฮน้ำตาคลอ เสียงสะอื้นของเขาเริ่มแทรกท่อนเมโลดี้อย่างโหยหวน จากนั้นคนอกหักปี2019เริ่มแหกปากเคล้าจรรโลงไปกับเพลง
“ฮือ ฉันเหมือนคนที่โดนเธอแทงข้างหลัง แล้วมันทะลุถึงหัวจ๋ายยยยย”
เขาเปิดกระป๋องน้ำเมาซึ่งแช่ไว้ในตู้เย็น ก่อนทิ้งกายลงเตียงดังตุ้บ แล้วแหกปากร้องเพลงเสียงดังพร้อมสะอื้น
แว่วเสียงเพลงปนสะอึกสะอื้นของบุรุษถูกสาวทิ้ง ก็ค่อยๆ ถูกน้ำเมาแปรเปลี่ยนเป็คนขาดสติร้องเพลงโวยวายในเวลาต่อมา
♪ ชิพกะเดลนี่สองพี่น้อง ขายของใน--♪---กึก!
“เมาขนาดไหน ถึงกลายเป็เพลงดิสนี่ย์มาให้ร้องได้เนี่ยนะ ฮึก!” ธีปิดเพลงมือถือของตน เขาตื่นหลังจากร้องเพลงจนสลบ อาการสะอึ้นผสมกับอาการเมา ทำให้ร่างเ้าตัวรู้สึกร้อนผ่าว หูได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงถี่อยู่ตลอด ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาในห้อง แล้วพบว่าตอนนี้เป็เวลาเกือบห้าทุ่มครึ่งแล้ว
“โห ยังกะวาร์ป ห้า-หกชั่วโมงในชั่วพริบตา” กล่าวแล้วเสตาไปยังกระป๋องเครื่องดื่มที่กลาดเกลื่อน เห็นสภาพข้าวของในห้องรกๆ รูปอดีตแฟนสาวยังวางข้างหัวเตียง เมื่อเห็นเขาแค่นหัวเราะ เดาลิ้นแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เป็ไง–ฮึก! ให้เวลาเธอตั้งนาน สมใจอยากไหม? ฮึก!” ธีกล่าวพร้อมสะอึกสะอื้นมึนเมา พลางลูบท้องของตนเอง เสียงมโหรีระบบสั่นของร่างกายเริ่มดังจ๊อก จ๊อก ทำเอาชายหนุ่มแทบเดินเซ เขาเบ้ปาก ก่อนตัดสินใจคว้าเสื้อนิสิตที่เขวี้ยงไปกลับมาสวมใส่อีกครั้ง
“ออกไปเซเว่น หาอะไรกินดีกว่า” เมื่อคิดดังนั้น เ้าตัวจึงเดินดุ่ยออกจากหอพักในที่สุด เขาไม่ล้างหน้าปล่อยให้หมองคล้ำ ผมเถ้ารุงรัง สภาพไม่ต่างจากซอมบี้ในภาพยนตร์เท่าไรนัก เขาคว้าถุงดำใส่ขยะ แน่นอนว่าสิ่งแรกที่โยนลงไปคือรูปอดีตแฟนสาว ก่อนตามด้วยหมู่กระป๋องจำนวนมากบนพื้น
ธีคว้ากระเป๋าสตางค์ เดินดุ่ยออกมาห้องพร้อมถุงขยะ ท่ามกลางพื้นถนนเปียกชื้นเม็ดฝน แสงเสาไฟสลัวยามราตรี เขาขยี้ตาและสั่งน้ำมูกหลายครั้ง จนทั้งจมูกกับดวงตาแดงแจ๋
เมื่อเดินมาสักพักใหญ่ เขาก็ถึงบริเวณที่ทิ้งขยะ มันเป็ลานดินกว้างๆ มืดและสกปรก เต็มไปด้วยโพรงหญ้ารกๆ ห่างจากตรงจุดนี้ไม่ไกลก็จะเป็แยกไฟแดง อันมีร้านสะดวกซื้อสถานที่เป้าหมายอยู่ ดังนั้นธีจึงเขวี้ยงถุงขยะไปอย่างลวกๆ
“ลาก่อนตลอดกาล สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น!!” พูดแล้วเขวี้ยงขยะและรูปแฟนออกไป ก่อนหันหลังเดินกลับอย่างฉับไว
พรืด! พรืด!!
หลังหันหลังให้กองขยะไปเพียงไม่กี่สามสี่ก้าว เสียงแปลกบางอย่างดังขึ้นตรงปลายเท้าของเขา ชายหนุ่มชะงัก ก่อนเอียงคอมองพื้นด้านล่าง
มันคือชายผ้าสามสี เหมือนพบได้ต่างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในเมืองไทย!
โบร๋วววววว บู๋วววววววว
ฝูงหมาเห่าห่อนดังอย่างรู้จังหวะซิทคอม ลมพัดเย็นฉียบชวนขนหัวลุกซู่ลูบไล้ผ่านเรือนร่างชายหนุ่ม เป็ลมชนิดที่เป็คนอื่นสติดีครบถ้วนคงไม่คิดจะยืนอยู่ แต่ในขณะนั้นธีกลับไม่ยี่หระสนใจ เขาหรี่ตามองอย่างสงสัย ความเมามากผสมเศร้าช่วยเสริมความกล้าบ้าบิ่น ทำให้เลือกตัดสินใจเปิดไฟฉายของมือถือขึ้นส่อง
---เพียงชั่วอึดใจคำตอบก็อยู่ตรงหน้าเขา
“เอ๊อะ!? มีศาลเ้าอยู่ในพงหญ้าแบบนี้ด้วยเหรอ?” พึมพำก่อนหยิบผ้าบนพื้นมาปัด “ขอ---กราบอภัยให้ลูกช้างด้วยนะครับ—อึก! เดี๋ยวลูกช้างจะช่วยผูกให้นะครับ ฮึก!”
ในหัวคนเมาลืมเื่ความหิวไปสนิทใจ ธีนำเอาผ้าสามสีนั้นไปผูกไว้ที่กลางศาล ปัดฝุ่นจัดแก้วข้าวของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างส่องไฟฉาย ดวงตาพิจารณา เป็ศาลรูปบ้านทำจากสังกะสี คล้ายศาลเพียงตาดังที่เขามักพบเห็นแถวบ้านเกิด สภาพโดยรวมเหมือนถูกสร้างลวกๆ ฐานพื้นเทิร์นด้วยป้ายจราจรขึ้นสนิม เห็นสัญญาณไฟแดงเหลืองเขียวซีดๆ ร้าวๆ อยู่
ด้านข้างมีป้ายไม้เก่าผุๆ เท่าฝ่ามือ เขียนมือด้วยชอล์กขาวว่า ‘เ้าพ่อแยกไฟแดง’ ธีนึกในใจว่าเป็ลายมือตัวอักษรไก่เขี่ยมาก กระนั้นเขาก็นำป้ายมาวางข้าง จัดองศาดีๆ ก่อนจะมองดูความเรียบร้อยตรงหน้า พนมมือขึ้นแล้วเอ่ย
“เ้าพ่อครับ! ลูกช้างจะสมหวังในความรักอีกไหมครับ! ฮือ ลูกช้างขอรักแท้จากเ้าพ่อได้ไหมคร้าบ...”
ชายหนุ่มคุกเข่า แล้วเอ่ยต่อ
“เขาบอกว่าผมไม่มีเวลาให้เขา ใจคอจะให้ว่างเหมือนสมัยว่างตอนเรียนมัธยมหรือไง!”
ธีสบถอย่างขุ่นเคืองในใจ ไม่มีเสียงใดเป็คำตอบกลับมาหรอก แต่เขาก็้าระบายออกไป
“ชีวิตลูกช้างตอนนี้พังมาก พินาศมาก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้---ถ้ามีโอกาสนั้นขึ้นมาจริงๆ ผมอยากได้โอกาสแก้ไขอีกครั้ง..อีกครั้ง ถ้าผมชะตาดีขึ้น ผมขอสร้างตำหนักให้เ้าพ่อ เอาให้มันใหญ่ๆ ใหญ่กว่าไอ้เซเว่นตรงข้ามนั้นเลย!”
หลังจากระบายอารมณ์เสียงดังจบ ท่ามกลางความเงียบ สายลมเบาๆ พัดผ่านร่างของเขาอีกครั้ง
ฟิ้ววว ฟิ้วววววว
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็กระซิบข้างหูของเขา จากศาลตรงหน้า!!!
...ลูกช้างพูดเองนะ จัดไป!
ฐานตรงศาล ซึ่งเป็เสาไฟจราจรเก่าๆ กะพริบไฟแดงเหลืองเขียวออกมา เหมือนหนังสยองขวัญมีฉากผีพุ่งเข้ากล้อง ธีอุทานใร้องเสียงหลง เขาแสบตาเมื่อเสียงนั้นจ้าขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเผชิญหน้าดวงอาทิตย์!!!
แว่บ!!
“เหวอ!! -----อะ...อ้าว!” ธีสะดุ้งโหยงอย่างใ ก่อนที่จะกวาดตามองไปรอบๆ
ตอนนี้เขาไม่มีอาการมึนเมาแล้ว ไม่เห็นศาลเ้าพ่อ เซเว่นหรือพงหญ้า
ไม่มีความมืดตอนกลางคืน ไม่วังเวง ไม่มีลมพัดเย็นๆ หรือเสียงหมาหอนเ้ากรรม ---กลับกลายเป็แดดยามเที่ยง อากาศร้อนและเสียงพัดลมเก่าๆ พร้อมเสียงผู้คนเดินไปมา ร้านค้าขายของกันจ้อกแจ้ก เป็สถานที่อันสุดคุ้นเคย เหมือนภาพเก่าในความทรงจำครั้งวัยเยาว์ฉายอีกครั้ง
“ที่นี่มัน---โรงอาหารตอนม.ปลายนี่หว่า!?”
เขากำลังหลับฝันไปหรือ!?
“เฮ้ย ไอ้ธี จองสนามบอลพักเที่ยงล่ะ ไปเตะบอลกัน!?”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ธีหันไปตามเสียงก็พบเด็กชายร่างเล็ก หัวเกรียนตัวอ้วนถือลูกบอลหนังเก่าๆ ใบหน้าอันคุ้นตา---เขาจำได้ว่าคนเรียกคือใคร
“ไอ้ป้อม? ไอ้ป้อมเพื่อนซี้มัธยม?” ธีพูดขึ้น ก่อนวิ่งไปหาเพื่อนรัก “เป็ไปได้ยังไง จำไม่ผิดไปเป็นายร้อยทหารแล้วนี่หว่า?”
" “พูดเื่อะไรวะเอ็งนี่? "เพื่อนร่างอ้วนนิ่วหน้างุนงง มองเพื่อนพูดไม่รู้ความแล้วเอ่ย “เรียน ร.ด.ยังไม่อยากเรียนเลยวุ้ย มาชวนเป็ทหาร พูดเหมือนพ่อข้าเป๊ะ”
สมองของธีงุนงง แต่เมื่อตัดสติได้ก็เอ่ยถามเพื่อนต่อ
“เอ่อ ป้อม ป้อม ตอนนี้ปีอะไรวะ วันที่เท่าไร? เดือนอะไร? นี่ใครเป็นายกวะ?”
“นายกก็ลุง---เดี๋ยวนะเอ็ง เล่นตลกอะไรนิ?” เพื่อนป้อมทำหน้าสับสน ในใจคิดว่าเพื่อนลำเมออะไรกลางโรงอาหารก่อนจะตอบอย่างใจเย็น “ไปกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า? ปัดโธ่! เสียเวลาเตะบอลหมด ไม่ชวนเอ็งด้วยแล้ว...
อ้อ! ถ้าจะดูวันที่ เอ็งก็ดูบนกระดานห้องเรียนซี ผ่า! ง่ายจะตายชัก”
เพื่อนเราอ้วนพร้อมลูกบอลเดินจากไป ทิ้งไว้ให้ธีอยู่ตรงนั้น เขามองร่างกายตนเอง
ตอนนี้เสื้อของเขาไม่ใช่ชุดนิสิต กางเกงไม่ใช่ขายาวรับรูปแต่เป็ขาสั้น เมื่อลูบผมก็พบว่าหัวนั้นเกรียน มิใช่ทรงอปป้าเดือนมหาลัย
“โฮ...ลี่..!”
ธีเกือบอุทานซ้ำ เมื่อเขาเห็นวันเดือนปีป้ายบนกระดานดำ มันไม่ใช่เดือนเจ็ด ไม่ใช่ปี2019 หากแต่เป็ปีอื่น---ซึ่งวันนี้เมื่อปีนั้น เขาคือนักเรียนมัธยมอยู่จริงๆ
---เวลาผ่านไปเมื่อเลิกเรียน ธีก็มุ่งตรงกลับบ้านในทันที บ้านยังคงเหมือนเดิม และแน่นอนคนในบ้านก็เช่นกัน...
“กลับบ้านแล้วเหรอธี เรียนเป็อย่างไงบ้าง?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากครัวในบ้าน
“แม่จ๋า” ชายหนุ่มแทบน้ำตาไหลเมื่อเห็นมารดาตรงหน้า ธีในร่างมัธยมโผกอดแม่จากด้านหลัง ทำเอาผู้ปกครองตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนตวาดกลับมา
“อะไรของเอ็งเนี่ย? อย่ากวนซิ ทำกับข้าวอยู่!” แม่ของเขาเอ็ด “เรียนหนักไปเหรอ นอนก่อนไหมลูก? หรือเงินไม่พอ อยากได้อะไรเก็บเงินซื้อเองซิ โตแล้วนะ!”
"เปล่าเพคะ 'เด็จแม่ เปล่า"ธีรู้ตัวก็ค่อยๆ ลดอ้อมกอด ก่อนเสริม “คิดถึงไข่เจียวฝีมือแม่จ๋าอ่ะ ไม่มีอะไร๋ ไม่มีอะไร---เอ่อ เดี๋ยวมากินข้าวนะแม่ อย่าเพิ่งมากวนลูกในห้องนะ!”
ธีรีบวิ่งจ้ำกลับห้องนอนในทันที ปล่อยให้ผู้เป็แม่ชะโงกหน้าหันมามองลูกชาย ผู้เป็บุตรวิ่งจากไปอย่างว่องไว ด้วยััพิเศษของแม่บางอย่าง เธอดูออกว่าเ้าลูกชายมีอาการแปลกๆ แวบไปมาไม่สุขอย่างกับลูกลิง แต่กระนั้นก็ไม่ได้ตามหรือเอ็ดอะไร นอกจากทอดไข่เจียวต่อไปเงียบๆ
ด้านธีพอเข้าห้องก็นั่งขัดตะหมาดบนเตียง แล้ววิเคราะห์ เขามองกระจก ใบหน้าตอนนี้คือสมัยมัธยมแน่ชัดแล้วจึงเอ่ย
“หรือว่าทั้งหมดเราฝันไปหว่า ทำไมมันสมจริงขนาดนี้นะ!?”
ธีเอนหลังบนหมอนเน่าในห้อง คิดฟุ้งซ่านมากมายก่อนจะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว---
“เฮ้ย ไอ้ธี จองสนามบอลพักเที่ยงล่ะ ไปเตะบอลกัน!?”
“เอ๊ะ!?” ธีสะดุ้งโหยงตื่น เมื่อได้ยินเสียงนั้น “ไอ้ป้อม มาทำอะไรที่นี่วะ?”
“มาชวนเตะบอลไงเอ็ง ไปเตะบอลกัน! จะไปหรือเปล่า?”
ธีเกือบพูดแย้ง ทว่าเมื่อมองรอบๆ กลับพบโรงอาหารดังเดิมอีกครั้ง เขาชะงัก
“ทำไมมาที่โรงเรียนได้เนี่ย?” ธีพูดอย่างสับสน
“มาเรียนซิวะ” ป้อมตบมุข
“ไม่ แต่เมื่อกี้เพิ่งนอนที่บ้านนะ---แล้วเมื่อวานบอกไม่มาชวน วันนี้นึกไงเนี่ย?”
เพื่อนร่างอ้วนเดาะบอลก่อนเอ่ย “ข้าเพิ่งมาชวนเอ็งวันนี้นี่แหละ”
“อะไรนะ!?”
“ปัดโธ่! เสียเวลาเตะบอลหมด ไม่ชวนเอ็งด้วยแล้ว...” ป้อมพูดก่อนเดินจากไป
เป็คำที่เหมือนกับเมื่อวานเป๊ะ! ธีเดินกลับไปที่ห้องแล้วมองกระดานอีกครั้ง---มันคือวันที่เมื่อวานนี้ เหมือนเดิมทุกประการ!
“นี่มันยังไงกันแน่?”
“ลูปกาลเวลาไงพ่อ”
“เหวอ!!” ธีอุทานลั่น เมื่อมีคนแปลกหน้ามาพูดที่ข้างหู จากด้านหลังของเขา “คุณ---คุณเป็ใคร!?”
ธีมองคู่สนทนาตรงหน้า เขาเป็หนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผิวขาว หน้าเหมือนดาราพระเอกหนังจีนกำลังภายใน ผมยาวรวบไว้ ใส่ชุดขาวเหมือนอาจารย์ฝึกสอน แต่เขาไม่คุ้นหน้าเลยสักนิด อายุไม่น่าห่างตอนตนสมัยปีสองสักเท่าไร
“อย่างไรกันพ่อคนอกหัก ลืม่เวลาเราสองไปแล้วหรือลูก? เธอเพิ่งมาสะอื้นน้ำตาไหลที่วิมานพ่ออยู่หยกๆ” กล่าวเสียงน้อยใจเสียงสุภาพ แอบเห็นเหมือนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยครู่หนึ่ง
“วิมาน? วิมานอะไรของพี่?” ตอบกลับอย่างรวดเร็ว"พี่หมายความว่าไง? "
“เมื่อวันก่อน เธออกหักเมาหนักน้ำตาร่วง แต่ช่างแสนดีเสนอตัวมาช่วยปัดถูเรือนพ่ออยู่เลย” ขณะพูดเมื่อเรียนเด็กปีสองในชุดมัธยมทำหน้างง ฝ่ายอธิบายก็เริ่มพูดอย่างใจเย็นที่สุด “วิมานพ่อก็ตรงแยกไฟแดง มีป้ายจราจรเป็ฐาน ตรงข้ามกองขยะ ไม่ไกลมีร้านสะดวกซื้อ จำกระไรได้หรือยังเล่า?”
“จะ---เ้าพ่อหรอ?”
“ใช่ คุณลูกช้าง เ้าพ่อเอง”
“นี่มันอะไรกันวะเนี่ย?”
“พูดไม่เพราะเลย พ่อก็จัดให้ตามคำขอเธอแล้วอย่างไรเล่า อยากมีเวลาหารักแท้ไม่ใช่เหรอลูก” กล่าวพร้อมหยักไหล่ ก่อนตบบ่าธีเบาๆ “พ่อจึงพาคุณลูกช้างกลับมาใน่เวลาว่างนี่กระไร ภาษาอังกฤษเรียกว่าวาร์ปมาที่ลูป แบ๊คทูเดอะฟิวเจอร์ หรือเปล่านะ? พ่อไม่แน่เื่ภาษา”
“หาาาา!?”
"ลองมอง้าซิ"
ธีมองตามอย่างว่าง่าย พลันเห็นบนท้องฟ้าสีคราม ตรงนั้นมีนาฬิกาเรือนใหญ่ลางๆ ขนาดของมันมหึมาเท่าแผ่นฟ้า เข็มสั้นเข็มยาวทำจากป้ายจราจร เหมือนที่เขาเคยเห็นจากใต้ศาลเ้าที
มันเป็เื่จริง---นี่ไม่ใช่โลกเดิมของเขา
“เอาล่ะคุณช้างธี มาพยายามด้วยกันเถอะ จนกว่าจะเจอรักแท้ของลูก พ่อจะให้เธอตามหาในลูปกาลเวลาที่นี่ตลอดไป---ขอให้โชคดี!”
และเื่ราวทั้งหมดก็เรื่มต้นแบบนี้...
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีทุกท่านนะครับ ทั้งท่านที่เคยติดตามผลงานของ BENNIERULE และไม่เคยอ่านผลงานของไรท์มาก่อน นี่คือนิยายเื่นี้เป็นิยายรักแฟนตาซี [ตลกฟีลกู๊ด] ครั้งแรกของไรท์ด้วย เย้ เื่นี้เขียนลงเว็บ Fictionlog ในโครงการประกวด Shortory เื่สั้นไม่เซียนก็เขียนได้ ซึ่งตอนนี้โครงการสิ้นสุดแล้ว ไรท์จึงนำมาลงในเว็บนิยายต่างๆ
เื่ราววุ่นๆ ของหนุ่มน้ำตากับลูปกาลเวลาของเ้าพ่อแยกไฟแดง หนทางของธีจะลงเอยอย่างไร หวังว่ารีดเดอร์ทุกท่านจะติดตามเื่ราว จนถึงตอนจบนะครับ
ฝากเพื่อนๆ นักอ่านทุกท่านช่วยคอมเมนต์ติชมด้วยนะครับ กดรีวิว กดแชร์ กดเข้าชั้นหนังสือให้กำลังใจไรท์ แล้วก็อย่าลืมติดแฮชแท๊ก #ตึกตึกตักตัก #วนลูปหารัก #ตำหนักเ้าพ่อสี่แยกไฟแดง พูดคุยในทวิตเตอร์ได้นะครับ ขายของกันตรงๆ อยากเห็นฟีดแบ๊คไปหมด อยากตอบไปหมด (ทำนองเพลงชิฟกับเดลลี่ ฮา)
Special thanks : เนื้อเพลง ร้องไห้หาพ่อเธอหรือ - เท่ง เถิดเทิง
Special thanks : เนื้อเพลง แทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ - อ๊อฟ ปองศักดิ์
Special thanks : เนื้อเพลง ชิพกับเดล แบบถูกต้อง By Disney Thailand