“เฮ้ย! นั่นอะไรวะ” เกียกกายชี้ไปยังหน้ารถ ดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็ร่างของมนุษย์นอนทอดกายอยู่บนพื้นถนน
“พี่ช่วยผมด้วย” เสียงเด็กหนุ่มพูดขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อนรักทั้งสองหันไปหาเสียงนั้นที่ส่งออกมาจากด้านหลังรถ แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา
“เฮ้ย!!! น้องคนนั้นหายไปไหนแล้ววะไอ้ที” เกียกกายะโออกมาจนสุดเสียงด้วยความใ
“พี่ช่วยผมด้วย” ทั้งสองหันไปตามเสียงนั้นอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เด็กหนุ่มผู้นั้นยืนอยู่หน้ารถด้านนอก
ใจของเกียกกายวูบลงไปสู่ตาตุ่มเรียบร้อยแล้ว สีหน้าเริ่มซีดเผือดเพราะคิดว่าตนน่าจะถูกผีหลอกอีกครั้งเป็แน่ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือเด็กหนุ่มค่อย ๆ เคลื่อนตัวและหยุดอยู่ข้างคนที่นอนอยู่บนพื้น พร้อมทั้งกวักมือเรียกคนบนรถให้ลงมา
ทีปกรคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ตนเห็นั้แ่แรกนั้น ต้องเป็ิญญาแน่ ๆ แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับศพด้วย จึงพยายามตั้งสติโดยการสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ ให้เต็มปอดและค่อย ๆ ผ่อนออกมาหลายต่อหลายครั้ง และพยักหน้าให้กับตนเอง เพื่อเป็การเตรียมความพร้อมที่จะลงไปพบกับเหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้า
“เฮ้ย! ไอ้ทีนายจะทำอะไร” ในระหว่างที่ทีปกรกำลังจะเปิดประตูรถออกไปหาเด็กหนุ่มผู้นั้น เพื่อนรักก็ได้จับแขนห้ามเอาไว้
“นายก็เห็นว่าน้องมัน้าความช่วยเหลือ”
“แต่นั่นมันอันตรายนะเว้ย ที่เราเห็นไม่ใช่คนแน่ ๆ” สายตาของเกียกกายเหลือบไปมองเด็กหนุ่ม ที่ยังกวักมือเรียกไม่หยุด
“แต่ฉันคิดว่าคนน่ากลัวกว่าผีอีกนะเว้ย ฉันมั่นใจว่าครั้งนี้จะไม่เกิดอันตรายแน่ ๆ ถ้านายกลัวก็อยู่แต่ในรถ เดี๋ยวฉันจะลงไปเอง” ทีปกรกำลังจะเปิดประตูรถออกไปอีกครั้ง แต่เกียกกายก็รั้งแขนเอาไว้
“พี่ช่วยผมด้วย” เสียงเด็กหนุ่มผู้นั้นดังแทรกขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งกวักมือเรียก แต่ครั้งนี้ขยับเข้ามาใกล้รถมากขึ้น จนเกียกกายต้องสะดุ้งโหยง
“ดะ ได้ไงวะ จะ จะทิ้งฉันไว้ในรถได้ไง ยะ อย่าลงไปเลยนะไอ้ที ไปจากที่นี่เถอะ” เกียกกายเริ่มทำเสียงตะกุกตะกักด้วยความกลัว และทำสายตาดังแมวน้อยอ้อนวอน เหมือนดั่งที่เคยทำมาในทุก ๆ ครั้ง แต่หารู้ไม่ว่าการทำสายตาเช่นนี้จะไม่เป็ผลอีกต่อไป
“ไอ้กายฟังฉันดี ๆ นะ ฉันจะไปก็ต่อเมื่อช่วยเด็กคนนั้นได้แล้ว…" ทีปกรหยุดพูดสักพักก่อนที่จะถอนหายใจออกมา
"ต่อจากนี้เป็ต้นไปถ้านายยังอยากอยู่กับฉัน นายจะต้องเห็นิญญาเหมือนอย่างที่ฉันเห็น และต้องคอยช่วยฉันให้ผ่านเื่แบบนี้ไปให้ได้ แต่ถ้านายรับเื่แบบนี้ไม่ได้ก็อย่าเข้าใกล้ฉัน เพราะว่าฉันจะต้องเจอิญญาและคอยช่วยเหลือพวกนั้นไปตลอดชีวิต ฉันต้องพยายามทำใจให้ชินและยอมรับในสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในภายภาคหน้าให้ได้ แต่สิ่งที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้เป็การขัดขวางหน้าที่ของฉัน นายก็ตัดสินใจซะว่าจะเอายังไง ถ้าจะอยู่กับฉันก็ตามฉันลงมา แต่ถ้าไม่ก็รออยู่บนรถ ฉันขอโทษนะที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ ฉันไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ” เมื่อพูดจบทีปกรก็ออกจากรถไปทัน นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เพื่อนรักพูดออกมาด้วยความจริงจัง จนทำให้ผู้ฟังถึงกับนั่งอึ้ง
เกียกกายได้แต่คิดทบทวนในสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตทั้งหมด จะว่าไปแล้วตนกับทีปกรก็เป็เพื่อนกันมาั้แ่สมัยประถม ถ้าจะให้นับก็คงเกินกว่าครึ่งชีวิต ทั้งผ่านความทุกข์และความสุขกันมามากมายนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าจะเพิ่มมาอีกสักเื่ก็คงจะไม่เป็ไร แค่คิดว่าจะต้องเสียทีปกรผู้เป็เพื่อนรักไปก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจขึ้นมาทันที ต่อจากนี้ไปจะพยายามไม่ขัดและทำตัวให้ชินกับิญญาที่จะเข้ามาใหม่เรื่อย ๆ ตนจะไม่ปล่อยให้เพื่อนรักต้องเผชิญชะตากรรมแบบนี้คนเดียวแน่ ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้นเกียกกายจึงพ่นลมหายใจออกมาเพื่อเป็การเรียกสติ และรวบรวมความกล้าในการเจอิญญาอีกครั้ง หลังจากนั้นจึงรีบเปิดประตูรถและวิ่งตามทีปกรไปทันที
“ไอ้ทีรอด้วย” ทีปกรหันมายิ้มน้อย ๆ ให้กับเพื่อนรักผู้ที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน