Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 22 แผนสอง

    กาลเวลานั้นผ่านพ้นไปจนดึกดื่น ..น้ำมันในตะเกียงก็แทบจะเหือดแห้งไปจนหมดสิ้นเสียแล้ว พร้อม ๆ กับความสำเร็จในการศึกษาเคร็ดวิชาได้อย่างสมบูรณ์ หยางไคจึงเปิดกล่องไม้สีทองแล้วหยิบยาเม็ดเขากิเลนส่งเข้าไปในปาก จากนั้นปรับไส้ตะเกียงให้สั้นลง แล้วโบกเบา ๆ เพื่อให้ดวงไฟในตะเกียงดับไป……..แสงภายนอกนั้นดับลงไปแล้ว แต่แสงสว่างซึ่งส่องภายในพื้นที่นั้น ช่างเจิดจ้าด้วยพลังหยางอันแรงกล้าของตนนั่นเอง ซึ่งยาเม็ดเขากิเลนได้ส่งผลต่อพื้นที่ภายในนั้นตรงตามตำราไม่มีผิด เนื่องด้วยเด็กหนุ่มเริ่มสังเกตเห็นการขยับเขยื้อนและการสั่นสะเทือนอยู่เป็นระยะ ๆ ภายในพื้นที่อย่างรุนแรง จึงคิดคำนวณขึ้นในใจได้ว่า ‘ ทุกอย่างพร้อมแล้ว!! ’ เขาก็แค่ทำลายโครงสร้างเดิม จากนั้นจึงเริ่มก่อโครงสร้างพลังลมปราณมังกรไฟขึ้นมาใหม่ก็เป็นอันใช้ได้แล้วมิใช่หรือ ? ซึ่งมันเป็นงานง่าย ๆ ถ้าหากดำเนินการกับลมปราณทั่วไปที่เปรียบเสมือนต้นไม้อันมีกิ่งก้านใบ ที่มีไว้โอบอุ้มทักษะต่าง ๆ ซึ่งผู้บ่มเพาะจะต้องคอยดูแลต้นไม้ต้นนี้ให้เติบโตสูงใหญ่ในทุก ๆ วัน และหากวันใดต้องการจัดโครงสร้างใหม่ก็ต้องลงมือโค่นต้นไม้ต้นนี้ลงไป จากนั้นถอนเอาทั้งรากทั้งโคนออก แต่ต้องระมัดระวังว่าฐานกายที่รองรับอยู่นั้นจะแตกกระเซ็นจนเข้าสู่อาการธาตุไฟแตกสลายแล้วตกตายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเม็ดยาเขากิเลนที่กินลงไป ย่อมทำหน้าที่ให้ฐานกายคลายตัวลงอย่างมาก จึงสามารถถอดถอนทุกอย่างทั้งยังปรับสภาพดังเดิมโดยสมบูรณ์ ย่อมสร้างความปลอดภัยต่อผู้บ่มเพาะด้วยความมั่นใจนัก  แต่ลมปราณดินปลูกมันคือพื้นที่เรียบ ๆ ที่มีไว้สำหรับการเพาะปลูก และไม่มีลักษณะความสูงชันใด ๆ ให้สามารถโค่นล้มลงมาได้เลย ส่วนต้นไม้ใบหญ้าที่นำพาเพาะปลูกนั้นก็เป็นต้นไม้จริง ๆ เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตร หาใช่โครงสร้างพลังลมปราณแต่ประการใดไม่ซ้ำร้ายแม้ชายหนุ่มจะพยายามจะตัดหรือถอนพวกมันทิ้งเท่าใด กลับไม่สามารถใช้พลังความคิดจัดการมันได้เลยแม้แต่น้อย นั่นก็เป็นเพราะต้นไม้เหล่านี้ ล้วนมีชีวิตและคงสภาพอยู่ได้ในลมปราณดินปลูกอย่างแน่นหนาถาวรอย่างที่สุด ! ขณะกำลังจนปัญญาอยู่นั่นเอง สายตากลับพบเห็นพลังวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ส่วนหนึ่งที่กองอยู่ขอบเขตทางซ้ายมือ จึงทำให้หยางไคแปลกใจเป็นอันมาก ครั้นสังเกตดูจึงทราบได้ว่ามันคือบางส่วนของวิญญาณกิเลน ที่ปะปนเข้ามาอยู่ในเม็ดยาซึ่งหยางไคถูกกลืนเข้ามานั่นเอง!!เด็กหนุ่มจึงคิดขึ้นได้ว่า ‘เดิมทีเดียว พลังวิญญาณกิเลนเหล่านี้คงมีไว้สำหรับซ่อมแซมฐานใจซึ่งได้รับผลกระทบจากการทำลายพลังลมปราณเดิมทิ้งอย่างแน่นอนแล้ว’ แต่อย่างน้อย ๆ ก็ถือว่าตนได้รับผลประโยชน์จากยาเม็ดเขากิเลนที่สุดแสนมีค่าและราคาควรเมืองอยู่บ้าง หยางไคจึงรีบนำพลังวิญญาณของกิเลนมาก่อเป็นโครงสร้างขึ้น ณ พื้นที่ซึ่งอัดไว้จนแน่นตั้งแต่เมื่อครั้งก่อน... แต่อนิจจาเมื่อก่อโครงสร้างสูงขึ้นไปได้ไม่มากนักก็เกิดความสั่นไหวขึ้นอีกแล้ว และจวนจะพังทลายมาอย่างครั้งก่อนไม่มีผิด ซึ่งในครั้งนี้เด็กหนุ่มมีแผนสองเพื่อรับมือสถานการณ์ซึ่งเคยเกิดขึ้นไว้อยู่แล้ว จึงรีบเกลี่ยเอามวลวิญญาณเหล่านั้นลงไป แล้วให้แผ่ขยายออกไปในแนวราบจนถึงอีกฝั่ง จึงทำให้หยางไคมีพื้นที่ในการเพาะปลูกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งดีกว่าจะอัดลงไปในตำแหน่งเดิม ที่ยังไม่เกิดประโยชน์อันใดขึ้นมาเลยนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่หยางไคมีพื้นที่เพาะปลูกที่ยังว่างอยู่ถึง 2 แปลงในที่สุดซึ่งแปลงเก่านั้นยังไม่เคยเพาะปลูกอะไรลงไป ทั้งยังผ่านการการบำรุงพื้นดินมาอย่างยาวนานนัก เขาจึงตัดสินใจนำโสมเกาหลี 100 เมล็ดย่อนลงไปเพาะปลูกในแปลงนั้นทันที ! error loadedต้นอ่อนโสม ที่ผ่านมานั้นหยางไคยังเกิดความลังเลใจมาตลอด ก็เนื่องด้วยพื้นที่แปลงปลูกในบริเวณนี้ คือแปลงดินปลูกผืนสุดท้าย  ซึ่งการเพาะปลูกโสมโดยปกติแล้วจะต้องใช้เวลาเพาะปลูกกว่า 6 ปี และที่สำคัญคือหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว พื้นที่ซึ่งเคยปลูกโสมนั้นจะต้องปล่อยทิ้งไว้นานถึง 15 ปี เพราะโสมจะดูดซึมเอาแร่ธาตุจากพื้นที่แห่งนี้ไปจนหมดสิ้น แต่บัดนี้เมื่อเขามีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มเติมแล้ว หยางไคจึงรีบดำเนินการทันทีเพราะกว่าจะเก็บเกี่ยวได้ต้องใช้ระยะเวลาอย่างยาวนานเป็นอย่างมาก และตำนานที่เขาได้เคยอ่านมานั้นระบุว่า หากทิ้งโสมเหล่านี้ไว้จนอายุมากกว่า 20 ปี ขึ้นไป ก็อาจจะกลายเป็นโสมที่มีรูปร่างอย่างมนุษย์ ซึ่งมีคุณวิเศษสูงล้ำอย่างน่าตกใจเลยก็เป็นได้ !

    นิยายแนะนำ