บ้านที่เคยมีความสุข มีเสียงหัวเราะของผู้อาศัยตอนนี้มีแต่ความเงียบงันเข้าปกคลุม ที่ชั้นบนของบ้านห้องนอนของเด็กหนุ่มที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะ บัดนี้ได้มีแต่ความเงียบมาแทนที่
"รุศ พี่ขอเข้าไปนะ"
เป็คำถามที่ไม่มีคำตอบ แม้แต่เสียงห้ามปรามก็ไม่มีเช่นกัน ราวกับว่าเ้าของห้องไม่ได้อยู่ในนั้น ห้องที่มืดทึบ ไม่มีแม้แต่แสงสว่างเล็ดลอดเข้ามาแต่ในสายตาของผู้บุกรุกที่เข้ามาภายในห้องนั้น เขากลับมองเห็นร่างกายที่นั้งคุดคู้อยู่ปลายเตียงนอนใหญ่ ร่างกายนั้นไม่ขยับหรือเคลื่อนไหวราวกับรูปปั้น
เขาเดินเข้าไปหาอย่างเงียบ ๆ แล้วนั่งลงข้างกายของเด็กหนุ่ม ทว่าร่างกายนั้นกลับหันมามองด้วยสายตาแห่งความโศกเศร้า ั์ตาที่แดงกล่ำแสดงให้เห็นว่าเขาผ่านการร้องไห้มาหนักหนาเพียงใด เด็กหนุ่มเอี้ยวตัวมากอดชายที่นั่งลงอยู่ข้าง ๆ เขา พร้อมกับปล่อยโฮอีกยกใหญ่ เขาทำได้แค่นั่งนิ่ง ๆ ให้เด็กหนุ่มร้องไห้ออกมาจนพอใจ
เมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้วเขาก็เงียบเสียงไป ทำให้ห้องกลับมาเงียบงันอีกครั้ง
"ไหวไหม?" เขาถามด้วยความเป็ห่วง แต่มันก็เป็คำถามที่เรียกน้ำตาได้ดีเช่นกัน
"อืม" น้ำเสียงที่เรียบเฉยของเขา บอกเป็นัย ๆ ว่าถึงไม่ไหวก็ตัองไหว
"แล้วพร้อมจะฟังรึยัง ทุกคนรอเราอยู่นะ"
แม้ไม่มีคำตอบแต่สายตาที่ส่งมาก็บอกได้ทันทีว่าเขาพร้อมแล้ว
"เราลงไปข้างล่างกันนะ" เป็น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดของผู้ที่ปกครองปรโลกแล้ว
"เดี๋ยว!!" น้ำเสียงที่หนักแน่นของเขา ทำให้อีกคนต้องหยุดการเคลื่อนไหวลง
เขาหันกลับมาเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่ม ที่สับสนและเศร้าหมองอยู่เมื่อครู่ เปลี่ยนเป็สีหน้าที่ครุ่นคิดและมีแต่ความสงสัยอยู่เต็มไปหมด
"แม่บอกว่าพ่อผมไม่ใช่มนุษย์ แล้วเขาคืออะไร"
"เอาไว้รุศฟังจากปากของพวกเขาเองดีกว่านะ พวกเขาคงจะอธิบายได้ดีกว่าพี่"
"ในเมื่อพี่เป็คนพาเขามา แสดงว่าพี่ก็ต้องรู้จักกับเขางั้นผมถามใหม่ แล้วพี่ละเป็ตัวอะไร?" เด็กหนุ่มถามด้วยสีหน้าที่จริงจัง
เป็คำถามที่เขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่าน้องจะถาม น้องจะรับได้ไหมถ้าเราไม่ได้เป็อย่างที่เขาคิด สีหน้าของเขาดูวิตกกังวลเป็อย่างมากจนคนน้องก็สังเกตุเห็นได้ แต่ในเมื่อเขาไม่อยากปกปิดมันอีกต่อไป มันก็คงถึงเวลาแล้ว
"ถ้ารุศอยากรู้จริง ๆ พี่จะบอกเราเอง"
เมื่อสิ้นเสียงพูดของเขา ความมืดมิดที่เคยมีอยู่ในห้อง กลับมีแสงสว่างจากอะไรบางอย่างที่ออกมาจากร่างกายของเขา ร่างกายนั้นค่อย ๆ สยายปีกออกมาจากด้านหลัง ปีกสีดำขนาดใหญ่แต่มันช่างดูงดงาม ั์ตาที่เคยเป็สีดำบัดนี้มันได้เปลี่ยนเป็สีเหลืองทองอร่าม
คนถามได้แต่ยืนเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขายืนอ้าปากค้าง ร่างกายไม่ขยับเขยื่อนเขาไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้
"พี่เป็ตัวอะไรกันแน่?!" เขาถามด้วยความประหม่าเล็กน้อย
"พี่...เป็เทวทูต"
"เทวทูต?" เขาทำหน้าสงสัย
"ใช่ แม่พี่เป็นางฟ้าส่วนพ่อเป็ยมทูตที่ปกครองปรโลก" เขายังคุยกับเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอยู่ตลอดเวลา
"มีเื่อะไรที่ปิดบังผมอีกไหม"
"เราลงไปคุยกันข้างล่างดีกว่านะ" เขาไม่รีรอที่จะฟังคำตอบ ก็ได้จับมือน้องแล้วลากออกจากห้องทันที
ชั้นล่างของบ้านที่มีพ่อและแม่ของเขานั่งคุยกันอยู่ การพูดคุยเมื่อครู่ของพวกเขาทั้งสองได้หยุดลงทันทีที่เห็นลูกชายเดินลงมา
"รุศ" แม่เรียกลูกชายด้วยความเป็ห่วง
เขาหันมองหน้าแม่ด้วยหน้าตาที่นิ่งเฉยแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกเศร้าเสียใจ
"รุศ มานั่งนี่สิลูก พ่อมีเื่อยากคุยด้วย" เสียงเรียกจากผู้เป็พ่อทำให้วรุศสะดุ้งเล็กน้อย
เด็กหนุ่มเดินเข้ามานั่งที่โซฟาอย่างช้า ๆ แต่ก็ไม่ได้ปล่อยมือจากชายหนุ่นที่ลากเขาลงมา เพราะมือของเขาเป็เหมือนความอบอุ่นและความสบายใจให้แก่เขา ถึงแม้จะรู้ตัวตนของชายหนุ่มแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อเขามันน้อยลงไปเลย
"พูดมาได้เลยครับ ผมพร้อมที่จะฟังแล้ว"
ท้องฟ้ายามเย็นของวันนี้ ช่างดูแตกต่างกับวันก่อน ๆ แสงของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าช่างดูสวยงาม แต่แอบแฝงไปด้วยความรู้สึกเหงาและเศร้า จริงอยู่ที่ว่าแสงสุดท้ายของทุกเย็นอาจจะดูคล้ายกัน แต่มันก็ไม่เคยเหมือนกันสักวัน ความสวยงามนี้ก็แตกต่างกันไปตามบรรยากาศและฤดูกาล
บ้านที่อยู่อาศัยของผู้คน ที่คอยสร้างความสุขและความทรงจำที่ดีของใครหลาย ๆ คน แต่กลับบางคน บ้านอาจเป็สิ่งที่เลวร้ายที่เขาไม่อยากจดจำและนึกถึง
ในโลกของเรามีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีทั้งที่เราััได้ และสิ่งที่เราััไม่ได้ เื่ที่เราไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่บนโลกใบนี้ แต่ใครจะรู้ละว่ามันอาจมีเื่แบบนั้นอยู่แต่แค่เราไม่รู้ตัว เพราะเราไม่สามารถััมันได้แค่นั้นเอง
ในบ้านหลังหนึ่ง เป็บ้านที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะและความสุขของผู้ที่อยู่อาศัย และผู้ที่มาเยี่ยมเยือน แต่วันนี้มันกลับไม่เหมือนในทุก ๆ วัน บรรยากาศที่ดูอึมครึมแผ่ปกคลุมไปทั่วบ้าน เสียงสะอื้นไห้ของผู้เป็แม่ที่ยังคงดังไม่หยุด แต่ก็ได้มีร่างก่ายที่อบอุ่นของหนุ่มใหญ่ยังคงกอด ปลอบประโลมเธออยู่ตลอด
"พูดมาได้เลยครับ ผมพร้อมที่จะฟังแล้ว" คำพูดของเด็กหนุ่มที่เดินมานั่งบนโซฟาอย่างช้า ๆ แต่ยังคงจับมือใครอีกคนไว้ไม่ยอมปล่อย
พวกเขาทั้งสี่คนนั่งลงและพูดคุยกันในเื่ที่พวกเขาปกปิดมาตลอด เื่ที่เด็กหนุ่มอยากรู้และ เื่ตัวตนจริง ๆ ของเขา เขาได้แต่นั่งฟังนิ่ง ๆ ไม่ไหวติง มือของเขายังคงจับมือใครอีกคนอยู่และบีบแน่นขึ้นไปเรื่อย ๆ ราวกับเป็การส่งสัญญาน บอกให้ผู้นั้นรู้ ว่าอย่าทิ้งเขาไปไหน น้ำตาของลูกผู้ชายยังคงไหลรินออกมาอยู่เรื่อย ๆ
"ผมเป็สัตว์ประหลาดหรอ" คำถามที่ดูเป็กังวลและน้ำเสียงที่สั่นเครือของเด็กหนุ่ม
"ไม่ลูก ลูกไม่ใช่สัตว์ประหลาด ลูกคือสิ่งมหัศจรรย์" ผู้เป็แม่ตอบกลับลูกชายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเช่นกัน
"วรุศ เ้าเกิดมาจากความรักของพ่อและแม่ เ้าอย่าคิดเป็กังวลไป" ผู้เป็พ่อพูดสมทบทันที
"ความรักหรอ? แต่คุณทิ้งผมกับแม่ไป!!" เขาตอบกลับเสียงแข็งใส่ผู้เป็พ่อ พร้อมกับความเสียใจที่เขามี
"มันเป็ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนั้น และตอนนี้พ่อจะแก้ไขมัน เราจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง พ่อสัญญา" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจและมุ่งมั่น
บทสนทนาเงียบลง ทำให้ทั่วทั้งบ้านถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบอีกครั้ง ไม่มีทั้งคำถามและคำตอบของใครอีก มีแค่เสียงสะอื้นของพวกเขา และสีหน้าที่เป็กังวลของทุกคน
เราทุกคนต่างรู้ดีว่าเื่ที่มันเกิดขึ้น มันต้องใช้เวลาในการเยียวยาและทำความเข้าใจ เพราะมันเป็เื่แปลก เื่ที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง แต่ในตอนนี้มันกลับมีอยู่จริงในโลกของมนุษย์ และจักรวาลที่เรามองไม่เห็น
ภายในบ้านที่เงียบเชียบเหมือนไร้ผู้คนอยู่อาศัย แต่ภายนอกกลับมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ยืนฟังบทสนทนานี้ด้วยโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนแอบฟังอยู่เงียบ ๆ แต่กลับมีมือใหญ่ของชายอีกคนปิดปากเขาไว้อยู่ เพื่อไม่ให้เขาส่งเสียงดัง เขายืนฟังพร้อมใบหน้าที่แดงกล่ำ แต่ไม่ใช่เพราะเขาโดนปิดปากจากใครคนนั้น แต่มันแดงเพราะความโกรธทั้งหมด จากเื่ที่เขาได้ยิน น้ำตาแห่งความเสียใจ ที่เหมือนถูกหลอกจากคนที่เขาเคารพรักมันไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน
"นี่ไม่ใช่เวลาที่เ้าจะมาเสียใจ!!" ชายหนุ่มได้พูดกระซิบข้างหูของเขา ก่อนที่จะลากตัวเขาออกไป ไปยังที่ ที่พวกเขาจากมา
์มันเคยเป็ที่ ๆ เงียบสงบและมีความสุขของเหล่าผู้ทำความดี แต่บัดนี้มันไม่ได้เป็เช่นนั้นอีกแล้ว เมื่อผู้ปกครองแห่ง์ไม่อยู่ความโกลาหลก็ได้เกิดขึ้น
เสียงทำลายข้าวของด้วยความไม่พอใจ ความโกรธแค้นของเด็กหนุ่มทำให้เหล่าบริวารต้องหวาดกลัว แต่มีชายคนหนึ่งที่ไม่เคยหวาดกลัวเขา และพร้อมที่จะสนับสนุนเขาเสมอ เพราะสิ่งที่เด็กหนุ่มกำลังทำ มันเป็เพราะแรงยุยงและคำสอนของเขานั้นเอง
"ท่านน้า ทำไมท่านพ่อทำกับข้าแบบนี้! ท่านพ่อโกหกทุกคน ท่านพ่อทำผิดกฏแห่ง์!!" เสียงะโพูดด้วยความโกรธแค้น ที่กำลังด่าทอผู้เป็พ่อ ทำให้น้าของเขารู้สึกพอใจเป็อย่างมาก
"ใช่วศิน พ่อของเ้าทำผิดกฏแห่ง์ แล้วยังไงละ! เ้าจะทำอะไรได้ เขาเป็ถึงองค์าาส่วนเ้าเป็แค่ลูกของเขา แถมเ้าไม่ใช่บุตรคนแรกอีกต่างหาก"
คำพูดที่เย้ยหยันของเขา ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มโกรธเข้าไปใหญ่ ไฟแห่งความแค้นมันสุมอยู่ในตัวเขา
"ข้าจะไปบอกเื่นี้กับทุกคน!"
เด็กหนุ่มที่กำลังจะวิ่งไปป่าวประกาศเื่ที่รู้มาให้กับเทวดาทุกตนรับรู้ ต้องถูกหยุดเอาไว้
"ช้าก่อนวศิน แล้วเ้าไม่อยากแก้แค้นพวกมันงั้นรึ แก้แค้นในสิ่งที่พวกมันทำกับเ้า แล้วเ้าจะได้ขึ้นครองบัลลังก์เ้าจะได้เป็าาแห่ง์ เ้าไม่้าแบบนั้นจริง ๆ หรอ ข้าช่วยเ้าได้นะ"
คำพูดของเขาทำให้วศิน เด็กหนุ่มที่ตอนนี้มีแต่ความโกรธความเคียดแค้นอยู่ภายในจิตใจต้องฉุกคิดขึ้นมาทันที
"ใช่ ผมจะต้องเป็คนที่ขึ้นคลองบัลลังก์ ผมจะต้องเป็งาาแห่ง์!!!"
เด็กหนุ่มพูดออกมาโดยไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมา
แต่คำพูดของเขา มันกลับทำให้ผู้ที่ฟังอยู่ต้องแสยะยิ้มออกมาด้วยความพึ่งพอใจ
#ความรักจาก์