ตอนที่ 21
แคว้นไป๋
วังหลวง
“เ้าทำแบบนี้เ้าคิดว่าองค์ฮ่องเต้แคว้นจูเชว่จะตอบสาสน์กลับมาว่าตกลงรึไป๋อวี้”
“ไม่ตกลงก็ไม่เป็ไร”
องค์ฮ่องเต้แคว้นไป๋ขมวดคิ้วมองน้องชายของตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
“เพราะที่ข้า้าคืออยากให้องค์ฮ่องเต้แคว้นจูเชว่รู้ว่าข้ารู้แล้วว่าใครคือองค์หญิงองค์ใหม่ของแคว้นจูเชว่”
“...”
“และเพื่อจะบอกว่าองค์หญิงพระองค์ใหม่นี้ข้าได้ขอจองและทำการหมั้นหมายเอาไว้แล้ว”
“ข้าไม่เข้าใจ...”
“ไม่เข้าใจอะไร”เธอหยุดมือที่นวดแป้งแล้วมองเหม่ยกวาง
“ก็ไม่เข้าใจเ้าอย่างไรเล่าว่าทั้งๆ ที่เ้าและเสด็จอาของข้าต่างก็มีใจให้กันขนาดนี้แล้วทำไมเ้าถึงยังไม่ยอมคบกับเสด็จอาของข้าสักที”
“ข้าและไป๋อ๋องเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานข้าอยากจะทำความรู้จักถึงนิสัยใจคอของเสด็จอาเ้าให้มากกว่านี้”
“ระวังเถอะ...”
“ระวังอะไร”
“ก็ถ้าเ้ายังเป็แบบนี้อยู่ระวังจะมีสตรีอื่นมาฉกเสด็จอาของข้าไป”
“ถ้าเป็อย่างนั้นก็หมายความว่าข้าและไป๋อ๋องไม่ใช่คนของกันและกัน”
“แต่เ้าเชื่อเถอะ ว่าเสด็จอาของข้าไม่มีทางชายตาแลหญิงใดอีกหรอก”
“ก็ถ้าชายตาแลหรือว่าเล่นด้วยข้าก็จะปิดใจทันที”
“ร้ายกาจ”
“นวดไปแป้งน่ะอยากกินไม่ใช่รึบัวลอย ถ้าเ้ายังชวนข้าคุยไม่หยุดอยู่แบบนี้ วันนี้จะได้กินไหม”
“เพคะ เพคะองค์หญิงหม่อมฉันจะทำเดี๋ยวนี้เลยเพคะ”
เธอได้แต่ส่ายหัวไปมากับการหยอกล้อของเหม่ยกวาง
“เมื่อครู่เ้าพูดว่ามีคุณหนูตระกูลหนึ่งพยายามที่จะเกี้ยวคุณชายซ่ง”
“ใช่”
“นางเป็สตรีมาจากตระกูลใดกัน”
“ข้าก็ไม่รู้แต่นางไม่รู้หรืออย่างไร ว่ารองแม่ทัพซ่งคนนั้นเป็คู่หมั้นของข้าแล้วในอนาคตข้างหน้าเราสองคนก็จะแต่งงานกัน กลายเป็สามีภรรยาที่ถูกต้อง”
“ข้าว่าคงไม่มีใครไม่รู้หรอกมั้ง”
“ใช่ไหมเล่าข้าว่านางรู้ แต่นางทำเป็ไม่รู้ ตอแหล” เหม่ยกวางว่าพลางตักบัวลอยเข้าปากคำใหญ่
ส่วนเธอก็พยายามเอ่ยให้อีกคนใจเย็นเพราะกลัวว่าบัวลอยจะติดคอเอา
“ใจเย็นๆ น่าถ้าคุณชายซ่งไม่เล่นด้วยมันก็เปล่าประโยชน์”
“ข้ามั่นใจในคนของข้าแต่สตรีนางนั้น...”
“...”
“แม่จะสั่งเผาจวนเสีย”
โถ่พูดว่าจะไปเผาจวนเขา แต่กลับไม่รู้ว่าเป็คุณหนูตระกูลไหน เฮ้อ
การกินบัวลอยในวันนี้เธอรู้สึกว่ามันมีรสชาติที่อร่อยกว่าทุกครั้งที่เคยกินมาหรือจะเป็เพราะการที่นานๆ กินทีงั้นหรือ มันถึงได้อร่อยมากถึงขนาดนี้
นั่งกินบัวลอยไปสักพักก็มีเงาสีดำโผล่ออกมาจากเงาของเธอแต่เธอกับเหม่ยกวางก็ไม่ได้หยุดกินแต่อย่างใด ส่วนหูก็ฟังที่เงาสีดำกำลังรายงานพอรายงานเสร็จก็กลับไปภายในเงาของเธอดังเดิม
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ก็แค่มีหนูบางตัวของแคว้นหลงพยายามแฝงตัวเข้าไปภายในวังหลวงของแคว้นจูเชว่เพื่อสืบหาท่านอ๋องน้อยและองค์หญิงองค์ใหม่ของแคว้นจูเชว่แล้วยังมีขุนนางบางคนของแคว้นจูเชว่บางคนแอบส่งคนเข้าไปสืบดู”
“แล้วคนพวกนั้นได้เื่อะไรหรือไม่”
“ไม่เงาพวกนั้นจัดการหมดแล้ว”
“ดียิ่ง”
“อีกอย่าง...”
“...”
“เงาตนนั้นยังรายงานข้าอีกว่าองค์ฮ่องเต้แคว้นไป๋ได้ส่งสาสน์ไปให้องค์ฮ่องเต้แคว้นจูเชว่”
“เสด็จพ่อข้า...”
“อือ”
“แล้วมีเนื้อหาว่าอย่างไร”
“เนื้อหาในสาสน์นั้นบอกว่าไป๋อ๋องได้ขอทำการหมั้นหมายกับ เอ่อ...องค์หญิงองค์ใหม่ของแคว้นจูเชว่” ว่าออกไปหน้าของเธอก็เริ่มร้อนขึ้นมา
“เสด็จอาข้า...”
“อือ”
“เ้าหนีไม่รอดแล้วฟางเหนียง”
เธอไม่ได้พูดหรือว่าตอบอะไรออกไปเธอรู้เพียงแค่ว่าเธอหนีไป๋อ๋องไม่รอดั้แ่ที่ไป๋อ๋องได้ป้ายหยกแผ่นนั้นของเธอไปแล้ว
“ทำไมวันนี้ที่ร้านคนถึงได้เยอะผิดปกติละ”เธอถามผู้ดูแล ขณะที่กำลังเดินลงจากชั้นสองไปยังชั้นหนึ่ง
“คุณหนูเ่าั้มีสั่งตัดชุดและทำเครื่องประดับชุดใหม่ของรับนายหญิง”
คำตอบของผู้ดูแลทำให้เธอขมวดคิ้วพลางในหัวก็พยายามนึกไปถึงสาเหตุที่คุณหนูเ่าั้มาสั่งตัดชุดและเครื่องประดับชุดใหม่แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เพราะภายในหัวของเธอนั้นไม่มีความทรงจำว่าจะมีงานเลี้ยงใหญ่พอให้สั่งทำของพวกนั้นใหม่
“มีงานอะไรหรือเปล่า”
“อีกสองเดือนข้างหน้าจะมีงานล่องเรือชมจันทร์ขอรับ”
“ล่องเรือชมจันทร์...”
“ขอรับ”
“มันคืองานอะไร”
“งานล่องเรือชมจันทร์เป็งานที่องค์ไทเฮาเป็ผู้จัดขึ้นมานานมาแล้วขอรับแต่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังเป็งานที่บรรดาเชื้อพระวงศ์ ฮูหยิน คุณหนูคุณชายให้ความชื่นชอบและเป็ที่นิยมขอรับ”
“คงเป็งานเลี้ยงอีกแบบหนึ่งสินะ”
“ใช่ขอรับ”
“เฮ้อจัดการให้ดีแล้วกัน คนเยอะขนาดนี้คงเื่มากน่าดู”
“ขอรับนายหญิง”
จากนั้นเธอก็เดินไปยังด้านหลังของร้านกลับเรือนเพื่อทำการพักผ่อนเล็กน้อย
เธอกลับเข้ามายังห้องพักและกะว่าจะนอนกลางวันสักหน่อย ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับเธอก็ต้องลืมตาตื่นขึ้นด้วยความง่วงงุน นั้นก็เพราะเสียงเปิดประตูแรงๆ นั้น
ผลัวะ
“ฟางเหนียง”
เธอหันไปมองทางประตูมองต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องตื่นด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
“อะไร”
“เ้ารู้หรือยัง...”
“เื่อะไร...”
“ล่องเรือชมจันทร์อย่างไรเล่า”พร้อมกับเดินเข้าไปนั่งบนเตียง
“รู้แล้ว”
“รู้ได้อย่างไร...”
“ก็ที่ร้านคนเยอะผิดปกติข้าสงสัยก็เลยถามผู้ดูแล”
“แต่มันไม่ใช่แค่การล่องเรือชมจันทร์เท่านั้นนะ”
เธอขมวดคิ้วมองเหม่ยกวางลุกขึ้นนั่งดีๆ โดยเอาหลังพิงหัวเตียงไว้
“มันยังเป็งานจับคู่อีกด้วย”
“จับคู่...”
“ใช่ๆคล้ายกับงานชมบุปผานั่นแหละ”
“นี้คนยุคนี้ไม่คิดที่จะทำอย่างอื่นเลยหรือไงคิดแต่จะจัดงานเลี้ยงเพื่อจับคู่แค่นั้นรึ” เธออดที่จะว่าออกไปไม่ได้
“ว่าไม่ได้หรอกนะสตรีในยุคสมัยแบบนี้แต่งงานออกเรือนั้แ่อายุ 15-16 ขวบปีถ้า 20 ยังไม่ออกเรือนก็ถือว่าเป็สาวเทือไปแล้ว”
“เฮ้อ”
แล้วมันก็จริงอย่างที่เหม่ยกวางว่านั่นแหละ
“แต่ว่าตอนนี้...”
“อะไร” หรี่ตามองเหม่ยกวางเล็กน้อย
“ข้าอยากไปเที่ยว”
“เที่ยว...”
“อือ ข้าอยากเล่นน้ำ”
“สระบัวไง”
“เ้าจะบ้ารึให้ข้าไปเล่นน้ำในสระบัว”
“ก็น้ำเหมือนกัน”
“ฟางเหนียงอย่ากวนข้า”
“ก็ได้ๆข้าไม่กวนแล้ว แล้วเ้าอยากไปเล่นน้ำที่ไหน”
“น้ำตกเป็ไง”
“ก็ได้เข้าป่าไปไม่ลึกมากก็เจอน้ำตกแล้ว”
“งั้นไป”
พอตกลงกันเสร็จสรรพทั้งสองคนก็เดินทางด้วยม้า ซึ่งไปกันแค่สองคนเท่านั้น
“น้ำใสมาก”
“ทั้งใส ทั้งเย็นสดชื่นมากเลย” เธอว่าออกมาตามจริงเพราะน้ำตกแห่งนี้ใสมากจนมองเห็นก้อนหินด้านล่างได้อย่างชัดเจน
อีกทั้งน้ำตกเหล่านี้เหล่าชาวบ้านบางกลุ่มก็น้ำไปประกอบอาหารอีกด้วยแต่ก็ต้องไปรับเอาน้ำที่อยู่ตรงต้นน้ำ
“แล้วนี่เ้าออกมาหาข้าเ้าได้บอกใครหรือไม่”
“ไม่”
“เหม่ยกวาง...”
“อะไร”
“ปานนี้คุณชายซ่งไม่ตามหาเ้ารึ”
“ถ้าข้าไม่อยู่ที่วังก็คงไปหาข้าที่ร้านเอง”
“แต่ตอนนี้เราไม่อยู่ที่ร้านไง”
“แป๊บเดียวนาเ้าไม่รู้หรือไงว่าอยู่ในวังมันอึดอัดแค่ไหนไปไหนมาไหนก็มีนางกำนัลแล้วก็ขันทีเดินตามหลับเป็สิบมันไม่มีความเป็ส่วนตัวเอาเสียเลย แล้วยังองค์หญิงองค์อื่นๆ อีกข้าต้องทำาประสาท าคำพูดและาน้ำลายกับพวกนางตั้งเท่าไหร่จนข้าอดคิดไม่ได้ว่า สักวันข้าคงได้เสียสุขภาพจิตเข้าสักวันแน่”
เธอฟังเหม่ยกวางระบายความอัดอั้นออกมาพลางหัวก็คิดตาม ถ้าตอนนี้เธออยู่ที่วังแคว้นจูเชว่เธอก็คงมีสภาพไม่ต่างจากเหม่ยกวางเท่าไหร่
“แล้วการที่ข้ามาหาเ้าคือ่เวลาเดียวที่คนเ่าั้จะไม่ตามข้า แล้วข้าก็เป็อิสระ”
“อ่อเ้าก็เลยมาหาข้าทุกวันสินะ”
“ถูกต้อง”
คุยกันอีกเล็กน้อยทั้งสองคนก็ตั้งหน้าตั้งตาเล่นน้ำกันอย่างจริงจังและสนุกสนานเล่นจนกระทั่งลืมไปว่า อีกไม่นานตะวันก็จะลับขอบฟ้าแล้วมารู้ตัวอีกทีก็ในตอนที่ท้องฟ้าเริ่มสาดแสงสีส้มเสียแล้ว
เห็นแบบนั้นทั้งเธอและเห่ยกวางก็ขึ้นจากน้ำตรงกลับจวนของเธอที่อยู่หลังร้านทันที
แต่ใครจะคิดเล่าว่าแค่ก้าวเท้าข้ามประตูเข้ามาภายในเขตเรือนสายตาก็เห็นบุรุษสองคนที่คุ้นเคยนั่งอยู่ภายในศาลาพอหูได้ยินเสียงฝีเท้าก็หันมายังทิศทางของเธอและเหม่ยกวางที่ยืนอยู่
แล้วสายตานั้นมันอะไรมันมีทั้งความไม่พอใจและความเป็ห่วงอยู่ในนั้น
“เสด็จอาพี่เหลี่ยงหลิง”
“ถวายบังคมไป๋อ๋องคารวะคุณชายซ่ง” ซึ่งเธอพยายามที่จะมองข้ามสายตาที่แสดงความไม่พอใจนั้นของไป๋อ๋องที่มองและส่งมาให้กับเธอ
“ฝากเ้าด้วย”
“อือ”
ไป๋อ๋องพูดออกไปรองแม่ทัพซ่งตอบรับ พร้อมกับเดินเข้ามาหาเหม่ยกวาง
“กระหม่อมมีเื่จะพูดกับองค์หญิงพ่ะย่ะคะ”พอพูดเสร็จก็ถือวิสาสะจับจูงมือขององค์หญิงเห่ยกวางออกไปโดยที่องค์หญิงเหม่ยกวางยังไม่ได้อ้าปากเอ่ยลาฟางหนียงเลยสักนิด
พอมองตามหลังของเหม่ยกวางที่ถูกรองแม่ทัพซ่งลากออกไปจนลับสายตาแล้วเธอก็หันกลับมา แล้วก็เห็นว่าไป๋อ๋องลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้ามาหาเธอและหยุดอยู่ตรงหน้า
แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกไปจนเกิดเป็ความเงียบ แล้วก็จ้องตากันแทนแล้วก็เป็เธอเองที่ทนไหวและพูดออกไปกึ่งหยอกล้อ
“ถ้าจะจ้องหม่อมฉันขนาดนั้นกะจะให้หม่อมฉันท้องเลยหรือเพคะ”
แต่ใครจะรู้เล่าว่าคำพูดที่เธอพูดออกไปเมื่อครู่นั้น มันกลับเป็การฆ่าตัวเธอเอง
“ถ้าข้าจ้องเ้าแล้วเ้าตั้งท้องลูกของข้าได้ ข้าจะจ้องเ้าทั้งวันทั้งคืนเลยละเหนียงเอ๋อร์”
เธอเงียบไม่พูดอะไรออกไปอีกและเพื่อจะหนีออกจากสถานการณ์ตรงหน้า เธอเลยเลือกเดินหนีแต่แขนก็ถูกไปอ๋องดึงเอาไว้ จนเธอต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง
“ท่านอ๋อง”
“เ้าจะไปไหน”ไม่ถามเปล่า แต่มือที่ว่างอีกข้างของเขาโอบเข้าที่เอวของนางแล้วดึงให้เข้ามาใกล้มากขึ้น
แล้วการที่นางเงยหน้าขึ้นมองเขาส่วนตัวเขาเองก็ก้มลงมองนาง จึงทำให้ริมฝีปากของเขาแทบจะชนเข้ากับหน้าผากของนาง
“กลับเข้าข้างในเพคะ”
“ข้ารึอุตส่าห์มาหาเ้าตั้งตา่บ่ายแก่เ้าไม่คิดจะอยู่พูดคุยกับข้าสักหน่อยรึ”
“เช่นนั้นก็เข้าไปคุยข้างในเถอะเพคะหม่อมฉันจะได้ทำมื้อเย็นให้กับพระองค์ด้วย”
เพราะไป๋อ๋องบอกว่ามาหาเธอั้แ่่บ่ายแก่แล้วตอนนี้ก็มือมากแล้ว จึงคิดว่าไป๋อ๋องคงยังไม่ได้ทานอะไรอย่างแน่นอนจึงได้เอ่ยปากชวน
ซึง่ไป๋อ๋องก็ให้คำตอบเธอกลับมาเป็การพยักหน้าพร้อมกับปล่อยกอดออก
เมื่อเป็อิสระเธอก็หันหลังเตรียมเดินกลับเข้าเรือนแต่ก้าวได้ไม่กี่ก้าว เธอก็นิ่งค้าง เมื่อมีััหนึ่งััเข้าที่แก้มของเธอแล้วสายตาก็เห็นบุรุษที่พึ่งจะปล่อยกอดเธอเดินน้ำหน้าเธอเข้าไปข้างในด้วยรอยยิ้ม
ฟอด
“ข้าชอบอาหารฝีมือเ้า”