ตอนที่7
่บ่ายเป็เวลาที่ผมจะต้องไปทำความรู้จักกับพนักงานของผมจริงๆ สักทีเมื่อเช้าอาจจะมีขลุกขลักไปบ้างแต่ก็ไม่เป็ไรผมจะแก้ไขเื่เมื่อเช้านี้ด้วยตัวของผมเองผมเลือกที่จะให้พนักงานของผมมารวมตัวกันที่โถงใหญ่ของออฟฟิศเพื่อที่ผมจะพูดครั้งเดียวให้รู้เื่
“สวัสดีทุกคนนะครับผมภัทรอิทธิ์ เป็รองประธานบริษัทแห่งนี้ ผมอยากมาทำความรู้จักกับทุกคนอยากรู้ว่าพวกเรา ใคร ทำงานตำแหน่งไหนกันบ้าง ผมจะได้ติดต่อผสานงานถูกคนเชิญแนะนำตัวได้เลยครับ เริ่มจากแผนกวางแผนก่อนก็ได้ครับ”แล้วทุกคนก็เริ่มแนะนำตัวให้ผมรู้จักกันทีละคน ๆ จนครบทุกคนแล้วต่อจากนี้ก็ถึงตาที่ผมจะต้องพูดอะไรบางอย่างบ้างแล้ว
“เมื่อเช้าผมได้ลงมาเห็นอะไรบางอย่างที่ผมคิดเอาเองว่ามันไม่สมควร” ผมพูดจบประโยคนี้ผมก็หันไปมองหน้าเลขาของผมนิดนึง แล้วหันกลับมาพูดต่อ
“ผมจึงขอตั้งกฎขึ้นอีกหนึ่งข้อและหวังว่าทุกคนจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด” สิ้นเสียงของผมพนักงานก็ส่งเสียงอื้ออึง บ้างก็ตั้งคำถามว่าสิ่งที่ผมกำลังจะพูดมันคืออะไรบ้างก็คุยกัน แต่ผมก็ไม่สนใจพูดต่อ...
“บริษัทของเราเข้างานสองโมงตรงถูกต้องไหมครับ...ผมจะไม่บังคับพวกคุณจนเกินไปแต่อยากให้เดินคนละครึ่งทาง ผมครึ่งทางและพวกคุณอีกครึ่งทาง ตกลงไหมครับ”
“ไหนใครที่ต้องมารับประทานอาหารที่บริษัทยกมือขึ้นให้ผมทราบหน่อยครับ” แน่นอนครับไม่มีใครยก ไม่มี๊...แล้วสิ่งที่ผมเห็นคืออะไรเอาเป็ว่ามีแหละ
“อ้าวทำไมไม่ยกมือกันล่ะครับ...เอาหละผมไม่ได้เป็คนใจร้ายขนาดนั้นแต่ผมก็ไม่ได้ใจดีมากนัก ผมจะให้ทุกคนทานกาแฟ ขนมหรืออาหารประเทศเครื่องดื่มที่มีกลิ่นเบาๆ ได้ถึงสองโมงครึ่ง นั่นก็คือผมให้เวลาพวกคุณทำธุระส่วนตัวได้ฟรีๆครึ่งชั่วโมง ถ้าใครไม่พอยกมือขึ้นเลยครับ” แน่นอนครับไม่มีใครกล้ายกหรอก
“แสดงว่าเวลาที่ผมให้พอเพียงกับทุกคนนะครับและผมก็หวังว่าสองโมงครึ่งตรงทุกคนจะพร้อมทำงานให้กับบริษัทของเรานะครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทุกคำ ผมว่าครึ่งชั่วโมงที่ผมให้ทุกคนผมก็ใจดีมากแล้วนะ แต่ทุกคนต้องเข้ามาถึงบริษัทสองโมงตรงนะ ไม่ใช่สองโมงครึ่ง
“ไหนใครไม่เห็นด้วยกับผมหรือมีข้อเสนออะไรยกมือขึ้นแล้วพูดได้เลยครับ ผมอนุญาต” เงียบกริ๊บ! แล้วก็ไม่มีใครกล้ายกมือด้วย
“ไม่มีใครยกมือแสดงว่าทุกคนเห็นด้วย และถ้าผมเห็นว่าใครฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ผมจะหักเงินเดือนตามนาทีที่คุณเกินมาและั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไปทุกแผนกจะมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ในแผนกของทุกแผนกนะครับ” เมื่อผมพูดจบประโยคนี้เท่านั้นแหละเสียงพนักงานที่มีจำนวนก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ ก็ส่งเสียงกัน ฮึ! คิดว่าผมจะสนใจอย่างนั้นเหรอ
“เื่ที่สองที่ผมจะพูดกับทุกคนอีกข้อหนึ่งก็คือขอบคุณที่วันนี้พวกคุณต้อนรับผมเป็อย่างดีผมรู้สึกอบอุ่นมากและหวังว่าทุกคนจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ให้กับบริษัทของเราต่อไปถ้าพวกคุณใจดีกับผม ผมก็จะใจดีกับพวกคุณ แต่ถ้าพวกคุณเอาเปรียบบริษัทใจร้ายกับผมก็อย่าหาว่าผมใจร้ายกับทุกคนนะครับสุดท้ายอาทิตย์หน้ามีงานเลี้ยงต้อนรับผมและเป็งานเลี้ยงขอบคุณพนักงานทุกคนเป็งานประจำปีกินฟรีตลอดงานขอความร่วมมือให้ทุกคนมาร่วมงานด้วยนะครับ สำหรับงานปีนี้จะจัดขึ้นตอนกลางคือพิเศษกว่าทุกปีเพราะทุกปีจะจัดตอนกลางวันใช่ไหมครับ ก็แต่งตัวกันให้เต็มที่ ผมมีธีมสนุกๆด้วยครับ เป็ธีมแฟนตาซี มีรางวัลสำหรับชุดของทุกคนด้วยนะครับ สามรางวัลด้วยกัน แต่ยังไม่บอกว่าจะมีรางวัลอะไรบ้างขออุบเอาไว้ก่อนไม่อยากให้ทุกคนตั้งใจจนเกินไป อยากได้แบบเป็ธรรมชาติมากกว่าครับสิ่งที่ผมจะพูดก็มีเท่านี้ มีใครจะถามอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ” ไม่มีอีกตามเคย
“ถ้าไม่มีใครจะถามอะไรผมแล้วก็เข้าประจำที่และทำงานของทุกคนได้เลยครับ ขอบคุณมาก” หลังจากที่ผมหันหลังให้ก็จะประมาณนี้ครับ...
“ตกหัวแล้วลูบหลังหรือเปล่าวะ”
“ฉันว่าท่านรองเขาก็ทำถูกแล้วแกรองไปเป็เขาไหม แกจะโอเคไหมที่เห็นพนักงานเดินกินกันไม่เลิกแต่ก็รับเงินเดือนของเขาเต็ม นี่เขาให้ครึ่งชั่งโมงก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว”
“เออ...ก็จริง”
“ฉันว่าเขาก็ใจดีเนอะเป็ฉันนะจะไม่ให้สักนาทีเลย”
“อีนี่!!...”
“แล้วเื่งานประจำปีล่ะพวกแกว่าไงปีนี้แม่งต้องใหญ่กว่าทุกปีแน่ๆ เลย ฉันตื่นเต้นจัง”
“เออ...ฉันก็ว่าแบบนั้น ตื่นเต้นรอเลยเนี่ย”
“สงสัยวันนี้ต้องไปตัดชุดรอแล้ว”
“ฉันว่าตอนนี้พวกเรานั่งทำงานให้เขาก่อนดีไหมพรุ่งนี้จะมีกล้องวงจรมาติดแล้วนะ ระวังตัวกันไว้ให้ดีเถอะ สิ้นเดือนเงินหายฉันไม่รู้ด้วย”
“นั่นอ่ะดิเื่นี้ฉันว่าฉันไม่โอเคว่ะ”
“ก็เราทำเขาไว้สะเจ็บแสบก็สมควรแล้ว”
“ท่านประธานยังไม่เคยว่าอะไรพวกเราเลยนี่มาวันเดียวเล่นเอาพวกเราซวยเลย”
“ทำงานๆ อยากโดนหักเงินหรือไง”
“เออว่ะ...ไปๆ”
ห้องรองประธาน
“คุณภัทรคะอิงขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” เสียงยัยเลขาจอมแสบของผมเองครับผมเงยหน้ามองหน้าเธอนิ่งๆ ไม่รู้จะมาพูดอะไรช่วยพนักงานด้วยกันอีก
“จะถามอะไรก็ถามมา” ผมคิดว่าเธอต้องมาพูดเื่อะไรสักอย่าง ที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่นี้แน่ๆ
“คุณจะติดกล้องวงจรทุกแผนกจริงๆเหรอคะ อิงว่ามันละเมิดความเป็ส่วนตัวกันไปหน่อยไหมคะ” นั่นไง เธอนี่รักเพื่อนมากว่ารักตัวเองอีกแฮะ
“ทำไม! คุณนี่เป็คนยังไงนะ เป็ห่วงแต่คนอื่น คุณควรจะเป็ห่วงตัวเองก่อนดีไหม ผมจะติดตรงโต๊ะคุณด้วย” ยัยเลขาของผมก้มหน้าทันทีผมก็เลยแอบขำเมื่อเห็นหน้าเศร้าๆ ของเธอ แกล้งยัยนี่ก็สนุกดีเหมือนกันเนอะ
“ถ้าจะติดตรงโต๊ะอิงด้วยให้อิงย้ายเข้ามานั่งกับคุณในนี้เลยดีไหมคะ” เธอกำลังประชดผม นี่ขนาดก้มหน้าอยู่นะ ปากยังดีขนาดนี้
“อยากเข้ามาจริงๆเหรอ ผมไม่ติดนะโอเคมาก” ผมแกล้งพูดอยากรู้ว่าเธอจะพูดว่าอะไรต่ออีก และอยากเห็นสีหน้าและท่าทางของเธอซะจริง
“เปล่าไม่ได้อยากเข้ามาแต่แค่ไม่อยากให้คุณติดกล้องค่ะ” ครั้งนี้เธอเงยหน้าขึ้น แล้วน้ำเสียงและสีหน้าของเธอดูจริงจังนัก อ่ะผมยอมเธอก็ได้เห็นว่าน่ารักหรอกนะ น่าแกล้งด้วย
“เอาจริงๆนะใครจะไปอยากดูอะไรไร้สาระแบบนั้นเวลาของผมมีค่ามากกว่ามานั่งดูอะไรแบบนั้นตั้งเยอะ” ที่จริงแล้วผมแค่้าขู่เฉยๆ ไม่ได้คิดที่จะดูจริงๆ หรอกมันละเมิดสิทธิอย่างที่เธอว่าจริงๆ นั่นแหละ
“อ้าวแล้วคุณจะสั่งใช้ช่างมาติดทำไมคะ” เธอยังคงใจกล้าถามผมต่อ ยัยนี่ไม่เคยคิดที่จะกลัวผมจริงๆ สักทีนี่ขนาดผมเป็เ้านายของเธอนะ
“ผมติดหลอกแต่คุณห้ามเอาเื่นี้ไปพูดเด็ดขาด เื่นี้มีแค่คุณกับผมเท่านั้นที่รู้ถ้าเื่นี้หลุดออกไปแสดงว่าคนที่พูดคือคุณ” ที่จริงผมไม่คิดจะบอกเธอั้แ่ทีแรก แต่ในเมื่อเธอถาม ผมบอกให้ก็ได้และหวังว่าเธอจะไม่เอาไปพูดต่อ
“ติดหลอกเหรอคะ” ผมพยักหน้าเป็คำตอบ
“ครับคุณมีปัญหาอะไรกับผมอีกไหม ถ้ามีก็มานั่งนี่มา” ผมตบมาที่หน้าขาของผมเบาๆ เป็การเชิญให้เธอนั่งแค่อยากแกล้งยัยพูดมากนี่ ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงจริ๊ง แต่เอ๊! ทำไมผมต้องเสียงสูงด้วยนะ
“ไม่ค่ะขอตัวนะคะ คนบ้า” เธอว่าผมบ้าผมได้ยินเต็มสองหู แล้วเธอก็วิ่งออกไปเลย...
--------------------------------------