ตอนที่ 23
ผู้าุโสาม
ชายชรากายกำยำล่ำสันที่ปรากฏออกมาอยู่เบื้องหน้าเหล่าศิษย์ของสำนักอักษร์คือหนึ่งในอาจารย์ของพวกมันผู้าุโลำดับที่สามของสำนักอักษร์หนึ่งในพี่น้องร่วมสาบานกับท่านมหาปราชญ์แห่งยุค
ทั่วทั้งร่างกายแผ่ซ่านพลังบ่มเพาะอันแข็งแกร่งออกมาให้ััได้ด้วยตาเปล่า เหล่าศิษย์ที่อยู่ด้านหน้าเองก็ต่างพากันตัวเกร็งไปตามๆกัน พลังบ่มเพาะของผู้าุโสามต่างจากพวกมันนับร้อยเท่า
ผู้าุโสามผู้นี้มีระดับพลังบ่มเพาะรากฐานที่มากเกินระดับบรรลุพลังการบ่มเพาะไปแล้วเพราะเช่นนั้นพลังบ่มเพาะที่แผ่ออกมาจากร่างกายเป็พลังบ่มเพาะที่แผ่ออกมาจากหลายสิบทักษะที่ผู้าุโกำลังฝึกฝนเพราะเช่นนั้น จึงไม่สามารถประเมินได้ด้วยสายตาว่าตัวตนที่อยู่ตรงหน้าของเขามีทักษะบ่มเพาะระดับอันใดบ้าง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกมันล่วงรู้นั่นก็คือทักษะบ่มเพาะรากฐานของท่านผู้าุโสามนั้นอยู่ในระดับเซียนสีทอง
แม้ว่าร่างกายจะถูกเสริมเติมแต่งด้วยทักษะบ่มเพาะต่างๆแต่ว่ามีหนึ่งอย่างที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนนั่นก็คือพลังบ่มเพาะที่ออกมาจากทักษะบ่มเพาะรากฐานที่เป็ต้นกำเนิดของพลังทั้งหมดของผู้ฝึกยุทธ แต่ก็ต้องมองต่อไปอีกว่าแม้ผู้าุโสามผู้นี้จะมีทักษะบ่มเพาะรากฐานอยู่ในระดับเซียนสีทอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าระดับความแข็งแกร่งของเขาจะอยู่เพียงแค่นั้นเพราะว่าต้องมองไปถึงทักษะต่างๆ บางทีผู้าุโอาจจะมีทักษะอื่นๆที่มีระดับสูงกว่าเซียนสีทองก็ได้
กระนั้นการที่ตัวตนเบื้องหน้าของพวกมันนั้นมีมีระดับพลังบ่มเพาะทักษะรากฐานอยู่ในระดับเซียนสีทองเพียงแค่นั้นก็แข็งแกร่งมากแล้ว
ระดับเซียนสีทองไม่รู้ว่าทั่วทั้งชีวิตนี้ของพวกมันจะมีโอกาสก้าวขึ้นไปในระดับเซียนสีทองสัก 1 ทักษะบ่มเพาะหรือเปล่า
ชายชราร่างกายกำยำผิดหูผิดตาจากคนวัยเดียวกันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเหล่าศิษย์ที่พร้อมจะมาเข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้
ผู้าุโสามแห่งสำนักอักษร์ยืนอยู่เบื้องหน้าเหล่าศิษย์ของมันด้วยท่าทางกอดอกอนงค์อาจ มันใช้ดวงตาที่ดุดันของมันกวาดมองเพื่อเช็คความพร้อมของเหล่าศิษย์เบื้องหน้า
การทดสอบครั้งนี้ผู้าุโสามแห่งสำนักอักษร์จะรับหน้าที่เป็ผู้ดูแลและควบคุมมันกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่อย่างเคร่งครัด
“ ลู่หานยังไม่มางั้นรึ ” เสียงอันเคร่งขรึมแฝงไปด้วยพลังออกมาจากปากของผู้าุโสามแห่งสำนักอักษร์ที่ยืนอยู่ มันได้หันไปถามกับศิษย์ผู้ที่เป็ผู้ช่วยในการดูแลและควบคุมการสอบ
ศิษย์ผู้นั้นที่ยืนอยู่ด้านหลังของผู้าุโสามก็กวาดสายตามองไปที่บรรดาเหล่าศิษย์เบื้องหน้าของมัน
“ น่าจะยังขอรับ... ” มันตอบกลับไปตามที่มันเห็น
ตัวตนของลู่หานแน่นอนว่าทั้งผู้าุโ 3 และเหล่าศิษย์ส่วนใหญ่ต้องรู้จักเพราะเขาเป็ถึงศิษย์ขั้นที่ 2 ที่มีเพียง 8 คนภายในสำนักอักษร์
“ นั้นไงเ้าลู่หานโดนแน่ ”
“ ท่านผู้าุโสามเป็ผู้ที่เคร่งครัดเื่กฏระเบียบมากมันต้องโดนอย่างแน่นอน ”
ขณะที่เสียงของเหล่าศิษย์บางคนกำลังซุบซิบนินทาอย่างออกรสใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสะใจ ภายในใจคิดเอาไว้อย่างแน่นอนว่าอย่างไรเสียลู่หานก็ต้องโดนผู้าุโ 3 เอาผิดอย่างแน่นอน
“ ข้ามาแล้วขอรับ ” เสียงอันหล่อเหลานุ่มนวลน่าฟังของบุรุษผู้นึงดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสายตามากมาย ดวงตามากมายจับจ้องไปที่ด้านหลังของพวกมันที่เป็ทิศทางที่ต้นตอของเสียงนั้นดังขึ้น
ร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่สวมใส่อาภรณ์สีขาวเหมือนกับชุดของสำนักอักษร์แต่ก็แตกต่างไปตรงที่มันมีลวดลายดูประณีตและงดงามมากกว่า มันคืออาภรณ์ของศิษย์ขั้นที่ 2 ที่มีเพียงแค่ 8 ชุดภายในสำนัก
การที่ได้เห็นผู้ที่สวมใส่อาภรณ์นั้นย่างกายมาก็รับรู้ได้ทันทีว่าตัวตนที่พวกเขานั้นกำลังจับจ้องอยู่คือศิษย์ขั้นที่ 2 ของสำนักอักษร์ลู่หาน
ลู่หานปรากฏกายด้วยท่าทางองอาจสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาแต่ไร้ซึ่งรอยยิ้มแฝงความสุขุมออกมาเล็กๆเผยให้เห็นถึงคุณสมบัติของผู้ยิ่งใหญ่ สองเท้าของลู่หานย่างกายมุ่งตรงมาด้านหน้าตั้งแถวใหม่เป็อีกหนึ่งแถว
บุรุษที่ปรากฏกายออกมาทั่วทั้งกายแผ่ซ่านพลังบ่มเพาะของทักษะบ่มเพาะรากฐานระดับเส้นทางแห่งการบ่มเพาะสีครามออกมา สร้างความประหลาดใจให้กับเหล่าศิษย์ชายหญิงเป็อย่างมาก
ผู้ใดบอกกันว่าลู่หานที่เป็ศิษย์คนเล็กของมหาปราชญ์ผู้ที่เป็เ้าสำนักมีระดับพลังบ่มเพาะรากฐานเพียงแค่ระดับกำเนิดพลังในตอนก่อนที่จะเข้าไปบ่มเพาะแบบกลุ่ม
พวกมันนั้นไม่ได้ตาฝาดดวงตาของพวกมันยังไม่ได้แก่ชรามากขนาดที่จะมองไม่ออกว่าพลังบ่มเพาะที่แผ่ซ่านออกมาจากทักษะบ่มเพาะรากฐานมันคือพลังระดับเส้นทางแห่งการบ่มเพาะสีคราม
ถ้ากล่าวว่าศิษย์คนที่ 8 ของท่านมหาปราชญ์มีระดับพลังบ่มเพาะรากฐานเพียงแค่กำเนิดพลังเมื่อเดือนก่อนแล้วเหตุใดตอนนี้ถึงมีพลังระดับเส้นทางแห่งการบ่มเพาะพลังกันได้ละ ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 1 เดือนจะสามารถก้าวหน้าในการบ่มเพาะได้มากเพียงนี้เลยงั้นรึ มันคือคำถามที่กำลังติดอยู่ภายในใจของเหล่าศิษย์ขั้นที่ 1 ที่กำลังจับจ้องลู่หาน
ลู่หานที่กำลังมาถึงก็ไม่ลืมมารยาทของตนเองสองมือยกขึ้นมาประสานกันเบื้องหน้าศีรษะของเขาก้มลงเล็กน้อยพร้อมกับปากที่เปิดออกมาแล้วเปล่งเสียงอย่างนอบน้อม “ ข้าขออภัยท่านผู้าุโด้วยที่มาช้า ”
ลู่หานอ่านนิยายเื่นี้ก็พอจะรู้นิสัยของผู้าุโ 3 แห่งสำนักอักษร์มาบ้างว่าเขานั้นเป็คนที่เคร่งครัดในกฎระเบียบและเื่ต่างๆเป็อย่างมาก
ชายชราร่างกายกำยำล่ำสันที่ทั่วทั้งกายแผ่ซ่านออร่าพลังบ่มเพาะอันแข็งแกร่งจ้องมองศิษย์ขั้นที่สองที่เพิ่งปรากฏกาย ดวงตาอันแสนดุดันคู่นั้นจ้องมองลู่หานพลันแสดงความรู้สึกบางอย่างออกมา ลู่หานที่เป็ผู้ที่โดนสายตาคู่นั้นจับจ้องััได้
ผู้าุโสามจ้องมองค้างอยู่เช่นนั้นสักพักใหญ่จนศิษย์หลายๆผู้เริ่มสังเกตเห็นถึงท่าทางที่แปลกออกไปของผู้าุโสาม
“ เข้าใจแล้ว.. ” ผู้าุโสามกล่าวยอมรับอย่างไม่น่าเป็ไปได้จนทำให้เหล่าศิษย์ผู้รู้สึกประหลาดใจ
ถ้าเป็ยามทั่วไปผู้ใดที่ผิดพลาดเื่กฎระเบียบกฎเกณฑ์แม้เพียงนิดต่อหน้าผู้าุโสามก็อาจจะโดนลงโทษได้เลย
แต่ครั้งนี้ศิษย์ขั้นที่สองผู้นี้แสดงผิดอย่างซึ่งหน้าเหตุใดท่านผู้าุโสามถึงไม่ลงโทษแล้วยังปล่อยผ่านเรากับไม่มีอันใดเกิดขึ้น เมื่อเห็นเช่นนั้นเหล่าศิษย์คิดหลายผู้ก็เริ่มคิดว่าการที่ลู่หานไม่โดนลงโทษเพราะว่าฐานะศิษย์ขั้นที่ 2 ที่คุ้มกะลาหัวของเขาอยู่ เมื่อยิ่งรู้เช่นนี้ความริษยาภายในใจของศิษย์หลายผู้ก็เริ่มเพิ่มพูนขึ้นมา
สายตาแห่งความริษยามากมายจับจ้องไปที่บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีขาวที่แตกต่างบ่งบอกถึงฐานะ แม้จะโดนจับจ้องด้วยสายตาเช่นนั้นมากมายลู่หานกลับไม่สะทกสะท้านกับสายตาเ่าั้เลยเขายังยืนด้วยท่าทางสงบนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์
“ ข้าจะอธิบายกฎของการทดสอบครั้งนี้ให้ฟังก่อน ” ผู้าุโสามพาเข้าเื่อย่างรวดเร็ว
เขาเริ่มอธิบายกฎกติกาในการทดสอบครั้งนี้ให้กลับเหล่าศิษยผู้เข้าร่วมได้ฟังตัวของลู่หานเองก็ยืนฟังเพื่อเก็บรายละเอียดยังไม่ให้ขาดตก เนื้อเื่ส่วนนี้ไม่มีอยู่ภายในนิยายเื่จ้าวกระบี่์สยบฟ้าเขาจึงต้องตั้งใจฟังมันอย่าผิดพลาดแม้แต่คำเดียว
โดยผู้าุโสามนั้นได้เริ่มอธิบายเกี่ยวกับบททดสอบั้แ่เริ่มต้นทั้งสถานที่ เงื่อนไข และวิธีการผ่านการทดสอบ ทุกอย่างถูกพูดออกมาอย่างรวดเร็วในครั้งเดียว แต่ลู่หานนั้นก็สามารถจดจำพวกมันได้ทั้งหมดเกี่ยวกับเื่ที่ผู้าุโสามนั้นเอ่ยออกมา
ลู่หานนั้นสรุปออกมาได้ว่าการทดสอบครั้งนี้จะถูกจัดขึ้นภายในดินแดนมายาที่เป็หนึ่งในดินแดนลวงตาที่ท่านมหาปราชญ์แห่งยุคเคยสร้างขึ้นมาเพื่อเป็สถานที่ฝึกฝนให้กับเหล่าศิษย์ในการฝึกต่อสู้กับสัตว์อสูร แต่ว่าเมื่อนานเข้าดินแดนแห่งนี้ก็ต้องถูกปิดผนึกไปเพราะว่าสัตว์อสูรด้านในที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยพลังบ่มเพาะของมหาปราชญ์มันแข็งแกร่งเกินกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำจะสามารถต่อกรได้
แต่การทดสอบครั้งนี้มันไม่ใช่การสังหารสัตว์อสูรด้านในดินแดนมายา แต่มันคือการเอาชีวิตรอดภายในดินแดนมายาหนึ่งวันโดยผู้าุโสามเองก็อธิบายต่ออีกว่าภายในดินแดนมายามันจะแตกต่างกับด้านนอกตรงที่เวลาหนึ่งวันภายในดินแดนมายามันคือครึ่งวันของโลกภายนอก
การเอาชีวิตรอดนั้นคือเงื่อนไขเดียวในการผ่านการทดสอบครั้งนี้ ส่วนกฏนั้นไม่มีจะทำอันใดก็ได้ให้ตนเองสามารถรอดจากดินแดนมายาออกมาได้โดยไม่้าขอความช่วยเหลือ
การที่ให้เอาชีวิตรอดภายในดินแดนมายาไม่ใช่การสังหารสัตว์อสูรภายในนั้นมันก็มีเหตุผลอยู่เพราะว่าอย่างไรศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้ไม่มีผู้ใดสามารถสังหารพวกมันได้อย่างแน่นอน เมื่อสัตว์อสูรมายาที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยพลังของมหาปราชญ์นั้นแข็งแกร่งแปลว่าด้านในอันตรายเพราะเช่นนั้นทางสำนักเองก็คำนึงถึงชีวิตเลยมีตราเคลื่อนย้ายให้กับศิษย์ผู้ที่เข้าร่วมเพื่อใช้หลบหนีออกมา
การหลบหนีออกมาด้วยตราเคลื่อนย้ายเองก็ถือว่าไม่ผ่านในการทดสอบนี้เช่นกัน
ลู่หานที่ยืนฟังกฏของการทดสอบแห่งนี้มาั้แ่ต้นก็เริ่มครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้น ไม่แปลกที่ผู้เป็อาจารย์ของเขาจะให้ฝึกฝนการลอกเลียนปราณกระบี่เอาไว้การเข้าไปในดินแดนมายาอันตรายมากพอสมควร แต่ลู่หานเองก็ตระหนักขึ้นมาได้อีกว่าสิ่งที่อันตรายจริงๆอาจจะไม่ใช่พวกสัตว์อสูรพวกนั้นก็ได้
“ เอาละไปกันได้แล้ว ” เสียงอันเคร่งขรึมแฝงไปด้วยพลังของผู้าุโสามดังขึ้น
ชายชราที่มีร่างกายกำยำล่ำสันที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเหล่าศิษย์มากมายของสำนักอักษร์ก็ไม่รีรอที่จะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันแล้วเริ่มเปิดใช้งานค่ายกลอันใดบางอย่าง ค่ายกลขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นมาบริเวณใต้ฝ่าเท้าของศิษย์ทุกผู้ก่อนที่มันจะพาให้ร่างของศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบเคลื่อนย้ายไปที่ดินแดนมายาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเหล่าศิษย์นับร้อยถูกเคลื่อนย้ายไปภายในพริบตาเสร็จ ผู้าุโสามที่เป็ผู้ที่กระทำเื่นี้ก็แสดงใบหน้าเคร่งขรึมพลันซ่อนเร้นอันใดบางอย่างเอาไว้
จบตอน