เช้าวันใหม่บนเกาะกลางทะเลหลังจากผ่านไปหลายวันน้ำใสแข็งแรงขึ้นมาก แผลบนหัวหายเกือบสนิทแล้ว ตามเนื้อตามตัวก็เหมือนกัน น้ำใสยกมือคลำแผลที่หัวซึ่งแห้งตกสะเก็ดเป็แผ่นแข็ง
นอกจากแผลแล้วร่างกายหล่อนก็แข็งแรงขึ้นมาก หล่อนเดินเหินได้คล่องแคล่วเกือบเหมือนปกติมีติดขัดปวดหนึบบ้างบางครั้งแต่ไม่มาก และคิดว่าไม่เกินวันสองวันนี้หล่อนคงเดินได้เหมือนเดิม
หลายวันที่ผ่านมาน้ำใสอยู่ที่นี่คนเดียว ตอนกลางวันน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ตอนกลางคืนที่นี่จะเงียบมาก เงียบจนน่ากลัว วันแรกน้ำใสผล็อยหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้อาจเป็เพราะหล่อนเพลียแล้วก็าเ็ แต่วันที่สองกับวันที่สามถัดมาอาการหล่อนดีขึ้นตามลำดับ พออยู่คนเดียวมันกลับนอนไม่หลับ ยอมรับว่ากลัวมาเผลอหลับเอาตอนใกล้สว่างทุกที ่สองสามวันแรกที่มาอยู่ที่นี่หล่อนจึงตื่นสาย
พอเวลาผ่านไปย่างเข้าวันที่สี่ที่ห้า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากความเงียบ น้ำใสจึงคลายกังวลหลับได้สนิทใจขึ้น
น้ำใสเดินไปนั่งตรงโต๊ะกลางห้องเฟอร์นิเจอร์เพียงชุดเดียวของบ้านนี้ก็คือเ้าโต๊ะกลางห้องนี่แหละ ถ้าไม่นับรวมเตียงแล้วบ้านนี้แทบจะไม่มีอะไรเลย ยังดีที่มีห้องน้ำอยู่ภายในบ้าน ไม่ต้องไปอาบน้ำกลางแจ้งเหมือนบ้านตามชนบทที่น้ำใสกับเพื่อนเคยไปช่วยพัฒนาในฐานะนักศึกษาของมหาวิทยาลัย
ทุกวันจะมีคนนำอาหารมาให้ทั้งสามมื้อ นอกจากอาหารแล้ว ก็ยังเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้ใหม่ แล้วเก็บเสื้อผ้าชุดเก่าไป
ทำเหมือนน้ำใสเป็เ้านาย หล่อนแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย
คนที่นำอาหารมาให้เหมือนเป็คนอีกกลุ่มหนึ่งคนพวกนี้จะใส่เสื้อผ้าแตกต่างจากคนอื่นที่อยู่บนเกาะซึ่งใส่เสื้อผ้าเหมือนชุดที่น้ำใสสวมใส่อยู่คนพวกนี้จะใส่ชุดเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสีขาวทั้งชุดตรงกลางสาบเสื้อไม่มีรอยกระดุม น่าจะติดซิปยาวถึงคอไม่มีลวดลาย และใส่เหมือนกันทั้งผู้ชายและผู้หญิง ผู้หญิงทุกคนจะรวบผมเป็มวยตรงท้ายทอยเหมือนกันหมด
คนพวกนี้เหมือนเป็คนดูแล หรือคนรับใช้ บอกไม่ถูก แต่คนพวกนี้แปลกมากเพราะเขาจะทำตามที่เราบอกให้ทำ แต่ถ้าเราบอกให้ทำแล้วเอริคสั่งห้าม ดูเขาจะเชื่อฟังเอริคมากกว่าและบอกเราว่าเอริคไม่ให้ทำอย่างนั้นไม่ให้ทำอย่างนี้ เช่น เวลาเราบอกให้หยิบน้ำให้หน่อย เขาจะหยิบให้ทันที แต่ถ้าเราบอกว่าให้พาเราออกไปตรงชายทะเลตรงโน้นเขาจะบอกทันทีเหมือนกันว่า คุณเอริคสั่งว่าไม่ให้พาไป แล้วถ้าเราขืนดื้อดึงออกไปคนพวกนี้ก็จะฉุดรั้งกั้นเราไว้จนเราทำหรือหนีไปไม่ได้ บางทีก็เหมือนยาม ผลัดกันเดินวนเวียนจนทั่วเกาะ จะกระดิกตัวไปไหนก็เจอแต่คนพวกนี้น้ำใสจึงทำอะไรไม่เลยนอกจากนั่ง ๆ นอนอยู่แต่บริเวณบ้านหลังเล็กหลังนี้
น้ำใสเรียกคนพวกนี้ว่า‘พวกชุดขาวหรือพวกเสื้อขาว’
คนพวกนี้ไม่เหมือนเด็กอ้อหรือแก้วหรือคนอื่น ๆ ที่ใส่เสื้อผ้าเหมือนหล่อน พวกชุดขาวดูทื่อ ๆ แข็ง ๆไม่มีชีวิตชีวา ในความรู้สึกของน้ำใส พวกชุดขาวเหมือนไม่ใช่คนหรือจะเป็พวกหุ่นยนต์แบบในหนัง ไม่น่าจะใช่ หุ่นยนต์อะไรจะเหมือนคนแบบนี้ถ้าไม่ใช่หุ่น ก็อาจจะเป็ ห๊า! ผีดิบเหรอ ไม่ใช่มั๊ง ผีดิบอะไรจะมาเดินท่อม ๆกลางแดดเปรี้ยงแบบนี้ แล้วยังพูดคุยกับเราได้
“อาหารครับ” น้ำใสสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นคนส่งคือพวกเสื้อขาว เป็ผู้ชายหน้าตาเมินเฉย พูดปุ๊บวางอาหารลงบนโต๊ะปั๊บก็หันหลังขวับเดินออกไปทันที เมื่อสองวันก่อนน้ำใสเคยพยายามที่จะพูดคุยกับคนพวกนี้ที่มาส่งอาหารให้หล่อน แต่ไม่ได้ผล
น้ำใสมองอาหารตรงหน้าอาหารค่อนข้างดี แปลก ที่นี่ทำไมมีอาหารดี ๆ แล้วยังเลี้ยงคนได้เป็สิบ ๆ คนแบบนี้ ไม่เห็นพวกเค้าทำอะไรกันเลย นอกจากวิ่งเล่น กินนอนไปวัน ๆถ้านายเอริคเป็เ้าของที่นี่ แล้วเอาเงินมาจากไหนถึงได้เลี้ยงคนได้เยอะแยะขนาดนี้เอ หรือนายเอริคจะรวยมาก อาจจะใช่ แต่ก็อีกนั่นแหละเลี้ยงคนเยอะแยะแต่ไม่ได้ให้ทำงาน เลี้ยงไว้ทำไม เพื่ออะไร จะว่าเป็มูลนิธิ ก็เหมือนไม่ใช่คิดแล้วน่าสงสัยเป็ที่สุด น้ำใสพยายามที่จะคุยกับใครก็ไม่มีใครพูดด้วย สงสัยเป็ฝีมือนายเอริคแน่
นึกถึงนายคนนี้แล้วั้แ่วันแรกที่ได้เจอกัน จนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเขาอีกเลย ไม่รู้หายไปไหนวันนี้น้ำใสอยากใช้โทรศัพท์มากที่สุด หล่อนคิดถึงมารดา คิดถึงเพื่อน คิดถึงมหาวิทยาลัยแล้วก็เื่เรียน
น้ำใสเลื่อนเก้าอี้ไม้เขยิบเข้าใกล้โต๊ะเพราะหล่อนจะทานอาหารหญิงสาวตักอาหารเข้าปากไปได้แค่สองคำประตูห้องก็ถูกเปิดผั๊วะออกพร้อมกับร่างของเด็กอ้อวิ่งถลันเข้ามาประชิดตัวน้ำใสแล้วส่งเสียงแหลมทักหล่อนว่า
“พี่สาวเป็ไงมั่ง”
“ก็ดีจ๊ะ ว่าแต่หนูหายไปเลยนะ ไม่เห็นมาหาพี่มั่ง”
“ก็มาแล้วไง”
น้ำใสโอบเอวเด็กน้อยแล้วดึงตัวให้เข้ามาชิดหล่อนอย่างน้อยหล่อนก็โชคดีที่มาติดเกาะนี้ ถึงแม้ว่าทั้งคนทั้งเกาะจะดูแปลก ๆแต่หล่อนก็รู้สึกว่าที่นี่ไม่น่าจะอันตรายสำหรับหล่อนยิ่งได้เห็นรอยยิ้มของหนูน้อยข้างกายน้ำใสก็ยิ่งรู้สึกว่าที่นี่น่าจะปลอดภัยพอสมควร
ยังไม่ทันที่น้ำใสจะพูดอะไรออกไปอีกขายาว ๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาในห้อง
“อ้าวคุณ” น้ำใสยิ้มน้อยทักเอริคที่เดินตรงดิ่งมาหาหล่อน แต่เมื่อสบตาเฉยเมยคู่นั้น รอยยิ้มของน้ำใสก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากใบหน้า พิลึกจริง คนเขาอุตส่าห์ยิ้มให้หญิงสาวจึงเม้มริมฝีปากแล้วมองค้อนตอบเขาไปหนึ่งยก
เอริคหันหน้าหนีน้ำใสหันไปมองเด็กอ้อก่อนสั่งไปว่า
“ต่อไปนี้อ้อมีหน้าที่ช่วยเหลือดูแลพี่สาว พี่ให้อ้อมาอยู่ที่นี่เลยไม่ต้องไปอยู่กับพี่แก้ว เข้าใจมั๊ย”
“ค่ะ” เด็กน้อยรับคำตาแป๋ว
“คุณคะคุณเอริค” น้ำใสเรียกเบา ๆเอริคหันหน้ามาหาหล่อนตามเสียงเรียก แล้วถามด้วยสุ้มเสียงที่น้ำใสไม่ชอบเลยว่า
“ว่าไง”