
ตอนที่ 1.
ชั้นบนสุดของห้องชุดสุดหรู หรือที่เรียกกันว่าเพนท์เฮาส์ เป็สตูดิโอส่วนตัวของศิลปินหนุ่มนามว่า เดวิด อัลเนโร ชายหนุ่มคือทายาทคนเดียวของตระกูลอัลเนโร เ้าของธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เ้าตัวเลือกการเป็ศิลปินรังสรรค์ผลงานทางศิลปะควบคู่กับเป็ผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจอันแสนจะมั่งคั่งของตระกูล
เดวิดมีแกลเลอรี่โชว์ผลงานศิลปะของเขา และยังเปิดให้ศิลปินคนอื่นนำผลงานมาวางแสดง เขามีชื่อเสียงในฐานะศิลปินหนุ่มยุคใหม่ ผลงานของเดวิดถูกมหาเศรษฐีทั่วโลกแย่งกันจับจอง ด้วยฐานะที่ร่ำรวยเดวิดจึงผลิตผลงานออกมาน้อยชิ้น มุ่งเน้นด้านศิลปะจรรโลงใจ มากกว่าการทำเป็ธุรกิจเลี้ยงชีพ นั่นทำให้ผลงานของเขาเป็ที่้ามากยิ่งขึ้น
ภายในห้องชุดสุดหรูกินพื้นที่กว่าห้าร้อยตารางเมตร เขาจัดแบ่งเป็โซนต่างๆ เพื่อทำงานศิลปะหลากหลาย เช่นห้องทำงานปั้น ห้องแกะสลักหินอ่อน บริเวณหนึ่งจัดเป็ห้องสำหรับเขียนภาพ มีเฟรมผ้าใบวางตั้งไว้มุมหนึ่งของห้อง รอเ้าของมาปัดป้ายแต่งแต้มสีสัน รูปเขียนที่ลงสีเรียบร้อยแล้วบางส่วนถูกแสดงโชว์ไว้ บางส่วนที่ยังไม่เสร็จก็ยังวางบนขาตั้ง ข้างๆ มีโต๊ะวางอุปกรณ์การเขียนรูป เช่นแปรงขนาดต่างๆ แช่ในโหลแก้วบรรจุน้ำมันสน จานผสมสีเขลอะกรังด้วยคราบสารพัดสีวางอยู่ใกล้กัน หลอดสีทั้งที่ใช้งานแล้วและยังไม่เปิดใช้วางอยู่ในกล่อง บนเฟรมผ้าใบด้านหน้าแท่นหินอ่อน ที่เ้าของใช้เป็ที่ให้นางแบบโพสน์ท่า มีรูปเขียนของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดไร้อาภรณ์ นอนเกลือกกลิ้งบนพื้นทราย มีเพียงผ้าผืนบางคลุมบนส่วนสงวนเพียงิ่เหม่ มองเห็นความงดงามของปทุมถันรำไร ดวงตาของเธอมองจ้องมาจากในรูปคล้ายจะยั่วยวนให้คนมองเกิดความปรารถนาได้ทันทีที่เห็น ภาพเขียนของเดวิด ให้ความรู้สึกเสมือนจริงยิ่งกว่าภาพถ่าย เป็เทคนิคการวาดภาพสามมิติให้อารมณ์ไม่ต่างจาก การมองสิ่งมีชีวิตตรงหน้า
ห้องชุดแห่งนี้บริเวณระเบียงด้านนอกมีสระว่ายน้ำ และอ่างจากุชชี มีห้องครัวแหละห้องนอนเป็สัดส่วน เ้าของสถานที่เพิ่งวางมือจากการเขียนรูปเมื่อไม่กี่นาที่ที่แล้ว หลังจากลงสีภาพล่าสุดจนเสร็จสิ้น เขาเดินไปล้างมือในห้องน้ำจัดการกับคราบสีที่เลอะมือออก ในขณะที่นางแบบสาวขยับลงจากแท่นหินอ่อน โดยทิ้งผ้าคลุมผืนบางไว้บนพื้นอย่างไม่แยแส ร่างเปลือยไร้อาภรณ์ขาวนวลราวกับไข่มุกเม็ดงาม ทรวงอวบขนาดเท่าส้มโอลูกย่อมๆ มีปลายยอดสีน้ำตาลอ่อนเจือสีชมพูระเรื่อ เม็ดเล็กกระจิดริด เอวคอดหน้าท้องแบนเรียบไร้ไขมัน สะโพกกลมแน่นตึงราวกับผลแอปเปิลบิดไปมาตามการย่างเท้าอย่างจงใจของผู้เดิน เรียวขายาวปลายเท้าเปลือยเดินเรียดไปตามทางเดินปูพื้นด้วยพรมนุ่ม เสียงน้ำไหลในห้องน้ำทำให้คนที่เดินเข้ามายกมุมปากเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องร่างหนาล่ำสันในเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีเดียวกัน
หากถามว่าศิลปินหนุ่มคนไหนในอิตาลีน่าสนใจที่สุด ไม่นับจากผลงานแต่วัดที่รูปร่างหน้าตา ชื่อของเดวิด อัลเนโรอยู่ในอันต้นๆ ของรายชื่อที่บรรดานางแบบและสาวๆ ต่างพากันปรารถนา จะถูกเขาเชื้อเชิญให้มาเป็แบบ โดยไม่เกี่ยงค่าจ้างหรือไม่รับค่าจ้างก็ยังไหว แลกกับการถูกดวงตาสีควันบุหรี่ของเขาจ้องมอง และหากได้ตกอยู่ในสายตาของเขาแล้ว ไม่มีหญิงสาวคนไหนใจแข็งพอจะปฏิเสธเสน่ห์อันมากล้นของชายหนุ่มคนนี้ได้เลย เช่นเดียวกับนางแบบสาวคนนี้ ที่กำลังพาตัวเองเดินมาหาศิลปินหนุ่มถึงห้องน้ำส่วนตัวของเขา
“เดวิดคะ ฉันคิดว่าเมื่อกี้ คุณทำสีเปื้อนตัวฉันค่ะ”
หญิงสาวเดินมายืนข้างๆศิลปินหนุ่ม ภาพสะท้อนในกระจกทำให้เดวิดกระตุกยิ้ม เขาหมุนตัวหันมามองหญิงสาวหรี่ตาเล็กน้อย แล้วกวาดสายตามองไปทั่วร่างอวบอิ่มยั่วยวนนั้น
“ผมขอโทษครับ สีมันเปื้อนตรงไหน อนุญาตให้ผมช่วยทำความสะอาดให้คุณได้ไหม”
น้ำเสียงทุ้มมีเสน่ห์เอื้อนเอ่ย สายตาวาววามจ้องมองเธอนิ่ง ราวกับจะสะกดให้คนสบตาอ่อนระทวยลงไปในนาทีนั้น หญิงสาวสูดลมหายใจแรงๆ ใจเต้นรัว แค่เพียงถูกมองใจกลางร่างคล้ายจะชุ่มฉ่ำขึ้นมา เธอร้อนและฉ่ำเยิ้ม ั้แ่ถูกเดวิดจ้องมองในขณะที่เขียนภาพแล้ว เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เขารักษาระยะและความสัมพันธ์ให้เธอเป็นางแบบและเขาคือผู้ว่าจ้าง
หลังจากหมดชั่วโมงในแต่ละวัน เขาก็อนุญาตให้เธอกลับโดยไม่เคยเชื้อเชิญให้เธออยู่ต่อ จนวันนี้เป็วันสุดท้ายตามที่ตกลงในสัญญาว่าจ้าง งานเสร็จตามกำหนดพร้อมค่าจ้างงวดสุดท้าย ที่คนของเขาจ่ายล่วงหน้าให้เธอแล้ว การว่าจ้างจะสิ้นสุดลงแต่ความปรารถนายังไม่ได้เริ่มต้น มันน่าเสียดายน้อยเสียเมื่อไหร่
“ฉันคิดว่า มันเปื้อนหลายจุดค่ะ ตรงนี้ ตรงนี้ และก็ตรงนี้”
ปลายนิ้วชี้ไปบนปลายยอดปทุมถันสีหวาน ทั้งเต้าซ้ายและเต้าขวา และขยับปลายนิ้วมาชี้ที่ริมฝีปาก
“ฉันคิดว่าสีมันกระเด็นเข้ามาในนี้ด้วย”
เธอยื่นหน้ามาหาเขาใกล้ ริมฝีปากสีแดงฉ่ำถูกปลายลิ้นสีชมพูแลบมาเลียไปมา ดวงตาจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างคาดหวัง ก่อนที่จะแย้มริมฝีปากกว้างเมื่อชายหนุ่มก้มลงมาแตะริมฝีปากบนเรียวปากอิ่มของเธอ
“ผมขอจัดการลบคราบเปื้อนตรงนี้ก่อนนะครับ”
เขากระซิบเสียงเบาหวิว ขณะประทับริมฝีปากหยักงามลงมาบนเรียวปากของเธอ ละเลียดชิมความหวานของเธออย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะบดเคล้าเพิ่มความดุดันและหิวกระหาย ปลายลิ้นรุกรานซอกซอนเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนความหวานจากเธอจนหญิงสาวอ่อนระทวย เร่งเร้าให้เธอจูบตอบเขาอย่างดุเดือดพอกัน ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มหอบถี่ มือของเขาเลื่อนลูบไปบนผิวกายนุ่มของเธอก่อนจะรวบเอวคอดยกร่างขาวเนียนวางบนเคาน์เตอร์หน้ากระจก
“อุ้ย อ๊ะ!”
เธอร้องด้วยความตื่นเต้น เมื่อเขาละริมฝีปากออกมายอดทรวงสีหวาน ดูดแรงๆ ที่เต้าด้านซ้ายก่อนจะปล่อย แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอด้วยแววตาเร่าร้อน
////