เหล่าศิษย์น้อง ศิษย์พี่ภายในสำนักั ที่มารวมตัวกัน หน้าลานกว้างสำนักัร่วมสองร้อยชีวิต เข้าร่วมศิลาฝึกา ศิษย์ส่วนใหญ่ที่เข้าร่วม ต่างก็อยู่ขั้นพลัง รวมลมปราณ กันแทบทั้งสิ้น ศิษย์พี่ขั้นก่อกำเนิด ต่างก็ตั้งใจปิดขั้นพลัง ก่อนพวกเขาจะถูกผู้าุโ พามุ่งหน้าไปยัง ป่าศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถือเป็พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้ร่วมกันของสามสำนักใหญ่
...เมื่อไปถึงพวกเขาก็เห็นเรือนรับรองหลังใหญ่ มีเหล่าเ้าสำนักเพลิงผลาญ เ้าสำนักหยก มารอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว เหล่าผู้าุโที่กล่าวทักทายกัน แฝงไว้ด้วย การแกร่งแย่งชิงดีไม่น้อย เริ่มคุยโวโอ้อวด ลูกศิษย์ใหม่ ที่พวกเขารับมาอย่างไม่ขาดปาก
อี้เฉินที่หันกวาดตาไปรอบๆ เห็นสำนักเพลิงผลาญ สำนักอันดับ 1 นำเหล่าลูกศิษย์ มาถึง 500คน สำนักหยกนำเหล่าศิษย์มา 200คน พร้อมเสียงหมู่ชนพูดคุยกัน ออกมาสนุกปาก ทว่าก็มีบางคนมองผู้อื่นด้วยสายตาโอหัง เหยียดหยาม ราวกับจะกดคนอื่นๆ ให้ต่ำ เริ่มจะทำให้อี้เฉิน ชินชากับความโอหังของพวกเขาแล้ว
ผู้าุโต่างสำนัก บางคนที่ได้ยินข่าวเยว่ฉาน รับลูกศิษย์ หลายคนต่างก็กล่าวไต่ถามนางออกมาไม่ขาดสาย พวกเขาส่วนใหญ่ ต่างก็ชมชอบเยว่ฉาน จากสายตาประกาย ที่เผยออกมาอย่างไม่ปิดบัง
คนที่รู้ความแข็งแกร่งของเยว่ฉาน เป็ที่นับหน้าถือตา จึงทำให้นางเป็จุดสนใจของหมู่ชน มากเป็พิเศษ แม้แต่ศิษย์หนุ่มยังไม่เป็ข้อยกเว้น
ก่อน ผู้าุโหลายคน อยากเห็นลูกศิษย์ที่เยว่ฉาน รับเป็ศิษย์ อยากจะรู้ เขาจะเป็คนพิเศษเพียงใด “ศิษย์ในศาลาคนใดเช่นนั้นหรือ ที่เป็ศิษย์ของแม่นางเยว่ฉาน?” ผู้าุโชราลำดับที่หนึ่ง สำนักเพลิงผลาญ กล่าวไต่ถามขึ้นมาทันที
ผู้าุโ สอง ของสำนักั ชี้นิ้วไปที่กลุ่มศิษย์สำนักั บริเวณที่อี้เฉินอยู่อย่างไม่ปิดบัง
ผู้าุโชราลำดับที่หนึ่ง เขาเผยสายตาคมกล้าออกมาเล็กน้อย เมื่อมองเห็น เด็กผมขาว อายุ14ปี ใบหน้ามีแผลเป็ไฟไหม้ บริเวณหางคิ้ว ดูธรรมดาอย่างยิ่ง มีแค่ความหล่อเหลาเท่านั้น ที่พอจะดึงดูดสายตาหมู่ชนได้บ้าง ขั้นพลังของเขาก็แค่ รวมลมปราณ ระดับ ต้น เกรงว่าพึ่งจะเลื่อนขั้นพลังมาเสียด้วยซ้ำ ทำให้พวกเขาไม่เข้าใจ เหตุใดเยว่ฉานรับศิษย์ ธรรมดาเยี่ยงนี้
ผู้าุโหลายๆ คน ที่หันปรายตาไปมองต่างส่ายหัว แล้วละความสนใจจากตัวอี้เฉิน ไปพูดคุยเื่ สำนักเพลิงผลาญ มีอัจฉริยะ ที่ติดอันดับการสู้ ประลองของ 5 อาณาจักร อยู่หลายคน
คนพวกนี้เป็จุดสนใจ ของศิษย์สำนักอื่นๆ ไม่น้อย พวกเขา มีความเย่อหยิ่ง จองหองอย่างมาก ขั้นพลังของพวกเขา อยู่ในขั้นก่อกำเนิดแทบทั้งสิ้น จึงไม่ชายตามอง เหล่าศิษย์ใหม่ ที่มีขั้นพลังที่ต่ำกว่า แม้แต่ห่างตา
อัจฉริยะของสำนักหยก มีศิษย์หญิง หลายคนขั้นพลังก่อกำเนิด พวกนางเองก็ดูเย่อหยิ่ง ทะนงตน ไม่ชายตามองบุรุษคนใด ทว่าภายในฝูงหงส์งดงาม กลับมีสตรีที่ดูเข้าถึงง่าย ไม่ถือเนื้อถือตัว อี้เฉินจดจำหญิงสาวนางนั้นได้ทันที
ครั้นอี้เฉินคิดจะเข้าไปทักทาย เมิ่งอี้ เขาก็ถูกศิษย์หญิงหลายคน เข้าขวางคนแปลกปลอมไว้ทันที “เ้าเป็ใคร มาทำอะไรตรงนี้ กลับที่ของเ้าไปเสีย”
“ข้ารู้จักแม่นางผู้นั้น ให้ข้าเข้าไปคุย กับนางหน่อยได้หรือไม่” ก่อนอี้เฉินจะชี้ฝ่ามือไปที่ เมิ่งอี้
ศิษย์พี่หญิงเขาไม่เชื่อ แค่นเสียงขึ้นมาทันที “อย่ามาใช้วิธีนี้เข้าหา 5สาวงาม ของสำนักหยกเรา เ้าหนูมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย” เห็นได้ชัดไอ้หนุ่มหน้าหล่อผู้นี้ คิดจะเข้ามาตีเนียน สายตาจึงเผยความรังเกียจ หนุ่มเ้าสำราญออกมา
อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับขมวดคิ้ว ครั้นคิดจะเดินสืบฝีเท้าจากไป เสียงใสของ เมิ่งอี้ ก็กล่าวพูดขึ้นมาทันที เมื่อเห็นความวุ่นวาย “ศิษย์พี่หญิง มีเื่อะไรเช่นนั้นหรือ?”
“ก็ไอ้เด็กนี่ มันบอก มันรู้จักเ้าเป็การส่วนตัว น่ะซิ”
เมิ่งอี้มีท่าทีแปลกใจ ก่อนหันขวับไปมองอี้เฉิน แวบแรกนางก็จดจำ ชายหนุ่มผมสีขาว ดวงหน้าดูหล่อเหลา มีแผลเป็ไฟไหม้บริเวณห่างคิ้วได้ทันที
“เ้าไปอยู่สำนักั งั้นหรืออี้เฉิน มาๆ เข้ามาพูดคุยกันก่อน... เหมือนว่า เ้าจะเปลี่ยนไปมากโขเลยนะ แถม ฝึกมาได้ขนาดนี้ ถือว่าไม่เลว!!” อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง พร้อมกล่าวพูดคุยกันออกมา อย่างออกรสออกชาติ จนหลายๆ คนสงสัย ไต่ถามออกมาไม่ขาดปาก ว่าพวกเขา รู้จักกันได้อย่างไร แต่ก็ไม่มีใครรู้ แม้แต่คนที่ตัวติดเมิ่งอี้ตลอดเวลาก็ตาม พวกนางต่างก็ส่ายหัวออกมา
ก่อนจะมีสายตาความอิจฉา จากกลุ่มบุรุษสำนักเพลิงผลาญ ครั้นเห็นอี้เฉินเข้าไปพูดคุยกับสาวงาม หลายคนแอบมองเมิ่งอี้ ที่เป็ถึง5สาวงามของสำนักหยก อยากจะเข้าไปพูดคุยก็ยังทำไม่ได้
แต่เมื่อเห็นอี้เฉินคิดอยากจะชิมเนื้อหงส์ พวกเขาต่างก็บีบรัดฝ่ามือไว้จนแน่น ไม่อาจปกปิดความไม่พอใจไว้ได้ แม้แต่อี้เฉินที่ไว ต่อสายตาอาฆาต เขายังรับรู้ได้ถึงอันตราย
“ไอ้เด็กผู้นั้น มันเป็ใคร?” คนของสำนักเพลิงผลาญ เริ่มโกรธเคือง ริอ่านมายุ่งกับสตรีที่ ศิษย์พี่เทียนอิง หมายปองเสียได้
จอมยุทธ์สำนักเพลิงผลาญ พวกเขาต่างก็หมายหัวอี้เฉิน ไว้ตัวใหญ่ๆ ทันที ที่าฝึกซ้อมเริ่มเมื่อไหร่ พวกเขาจะฆ่าอี้เฉิน ให้ตายเป็คนแรก หากพบเจอเด็กหนุ่ม
อี้เฉินส่ายหัว รับรู้สายตาดุร้ายหลายคู่ เมื่อเขาเดินจากไป รวมกลุ่มกับคนสำนักัอีกครั้ง ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดพึมพำ ออกมาเล็กน้อย “ช่างไม่รักหยก ถนอมบุปผาเอาเสียเลย ไอ้เ้าพวกนี้ เอะอะก็คิดจะฆ่า”
“ถ้าศึกศิลาฝึกา เปิดเมื่อใด ใครเจอมัน ให้ฆ่ามันเป็คนแรก ให้อับอายที่โดนตัดสิทธิ์ เป็คนแรกเลยนะ พวกเ้าเข้าใจหรือไม่!!” ชายหนุ่มคนสนิทเทียนอิงกล่าวพูด ศิษย์คนอื่นๆ รีบพยักหน้ารับคำอย่างไว
ไม่นานเ้าสำนักเพลิงผลาญ ตัวแทนของ3สำนักใหญ่ ก็ประกาศกร้าวออกมาเสียงดัง เมื่อเขาลุกขึ้นยืน "การฝึกศิลาา จะเหลือผู้รอดชีวิตเพียง 50 คนเท่านั้น าถึงจะยุติลง” ก่อนผู้าุโจะเริ่ม แจกจ่ายแผ่นยันต์คุ้มกันกาย ให้กับศิษย์ทุกคนที่เข้าร่วม อย่างไม่มีข้อยกเว้น
ก่อนเ้าสำนักเพลิงผลาญ จะกล่าวพูดออกมาอีกครั้ง “ผู้ที่เหลือรอดชีวิต50คน จะได้รางวัลเป็สมุนไพรกระดิ่งแมว ระดับ ศักดิ์สิทธิ์ 1 ต้น เม็ดบัวหยั่งรู้ 5เม็ด หวังว่าพวกเ้าจะต่อสู้กันอย่างเต็มที่”
สิ้นคำพูดผู้าุโ โบกสะบัดฝ่ามือ ส่งตัวพวกเขา เข้าไปภายในป่าศักดิ์สิทธิ์ แบบสุ่มพื้นที่ เพื่อเป็การป้องกัน การรวมกลุ่มของคนในสำนัก ที่มากเกินไป ส่วนของล้ำค่าเองก็ล่อตาล่อใจ พวกเขาไม่น้อย จากประกายตาวูบไหวด้วยความโภค ของเหล่าศิษย์ในตอนนี้
อี้เฉินที่ถูกส่งตัว เข้าไปด้านในป่าศักดิ์สิทธิ์ เขาทำการ ตรวจสอบพื้นที่รอบๆ สร้างแผนที่ภายในหัวทันที เขาค่อนข้างชำนาญพื้นที่ป่า กับการล่าสัตว์ใน่1ปี ที่เข้าป่าล่าสัตว์อยู่บ่อยครั้ง
ภายในป่าศักดิ์สิทธิ์นั้น เต็มไปด้วยพื้นที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็เป็พื้นที่โล่ง บ้างก็มีบึงน้ำตัดผ่าน บ้างก็เป็พื้นที่รกชัฏ อี้เฉินแม้แต่คนอื่นๆ ต่างก็เลี่ยงพื้นที่โล่งแจ้ง
ระหว่างทางที่สำรวจอี้เฉินพบเจอ ศิษย์อนุชนสำนักอื่นๆ อยู่หลายครั้ง บ้างก็เริ่มเข้าต่อสู้กัน บ้างก็แอบซ่อนเฉกเช่นตัวเขา รอหาจังหวะเหมาะๆ สำหรับซุ่มโจมตี
ทว่าในป่าลึกมีสัตว์อสูร ระดับ ก่อกำเนิดอยู่หลายตัว เข้าโจมตีจอมยุทธ์ที่เข้ามาในเขตของมัน อี้เฉิน เห็นร่างของจอมยุทธที่ถูกฆ่า สลายหายไปกับตา เขาถึงกับหน้าบึ้งตึง “สถานที่แห่งนี้ ช่างอันตรายจริงๆ” อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะกล่าวพูดพึมพำออกมา พร้อมกับสืบฝีเท้าตะกุยไปข้างหน้า
...ก่อนอี้เฉิน เขาจะมาหลบอยู่บนต้นไม่ใหญ่ อยู่ติดกับขอบแม่น้ำ ใช้ที่นั่นเป็ที่แอบซ่อนตัว ใครที่เดินผ่านแถวๆ นั้น จะถูกหอกปราณพลังั ที่อี้เฉินสร้างขึ้น ปาใส่ฉับพลันจนตายตก
อี้เฉินทำแบบนั้นอยู่หลายชั่วยาม ทำให้เขาจัดการศัตรูไปอย่างไม่เปลืองแรง แม้ภายในใจจะมีความรู้สึกว่า เขาเริ่มด้านชาในการฆ่าสังหารคนไปหรือเปล่า ทว่าก็คิดในทางกลับกัน พวกเขายังไม่ตายตกจริงๆ เสียหน่อย
ระหว่างอี้เฉินครุ่นคิด ได้ยินเสียงไล่ล่าดังออกมาแต่ไกล เห็นซีเยว่ ที่อยู่ห่างออกไปกำลังโดนล่า โดยกลุ่มคนหลาย 10คน เขานึกว่าเหยื่อของเขามาแล้วเสียอีก
อี้เฉินไม่รอช้า เขาสืบฝีเท้าพุ่งปราด แอบลอบโจมตี ช่วยเหลือซีเยว่ เมื่อเสียงหอกหวีดแหลม ดังก้องออกมาจากภายในความมืด ฟึบ!! ปักร่างชายผู้หนึ่งจนดับดิ้น ร่างถูกส่งออกไปภายนอก กลุ่มคนไล่ล่าต่างก็เบิกตาออกกว้าง กวาดสายตาในความมืดหาอี้เฉินทันใด
“ใครกัน!!”
ก่อนเสียง ฟึบ!! แหวกอากาศจะดังขึ้นมาอยู่สองสามที พร้อมร่างพวกเขา ถูกหอกปราณพลังอี้เฉินปาออกไปเบื้องหน้า แทงทะลุร่างพวกเขา จวนปลิวกระเด็นติดต้นไม้ บ้างก็กลิ้งกระเด็นติดพื้นดิน ก่อนร่างจะถูกส่งตัวออกไปภายนอก ในระยะเวลาติดๆ กัน พวกที่เหลือพวกเขาถึงกับหน้ามืดทะมึนขึ้นมาทันที แค่นเสียงแข็งกร้าวออกมาดังก้อง “เ้าเป็ใครปรากฏตัวออกมาเสีย ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก กล้าลอบโจมตีคนสำนักเพลิงผลาญ”
“ย๊าก!! เ้าจะต้องไม่ตายดี” เสียงแค่นคำราม ศิษย์สำนักเพลิงผลาญ ดังออกมาก้องป่า ทว่าไม่มีคำตอบจากอี้เฉิน
เมื่ออี้เฉินขับเคลื่อนวิชาที่ได้มาใหม่ วิชาอสูรคลั่ง ทำให้พละกำลังของเขา เพิ่มพูนขึ้นมาพรวดพราด ในเวลาอันรวดเร็ว เพียงเสี้ยวลมหายใจ คนทั้ง10 ก็ถูกส่งออกไปภายนอกกันจนหมดสิ้น เมื่อหมัดกำปั้นอี้เฉิน ฉีกกระชากร่างพวกเขา แทบจะเป็เศษกระดาษ
เสียงอากาศแตกะเิแถวๆ นั้นต้นไม้หักไปหลายต้น หลายคนได้ยินเสียงหมัดแหวกอากาศดังหวีดแหลม ยังหัวใจสั่นสะท้าน ก้าวฝีเท้าถอยห่างอย่างไม่รู้ตัว
ซีเยว่นางไม่รู้ใครกันที่ช่วยเหลือตัวนาง ภายในความมืดนั้น นางเอ่ยเสียงสั่นภายใต้ความมืด ออกมาทันที “เ้าเป็ใครกันเผยตัวออกมาเสีย!!”
อี้เฉินที่พุ่งร่างไปหานาง ทำให้นางถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น ก่อนเขาจะปลดการขับเคลื่อนวิชาพลังออก เผยให้เห็นใบหน้าที่หญิงสาวคุ้นตา ปรากฏออกมาให้เห็น พร้อมผมสีขาว สะท้อนแสงจันทร์ปลิวไสว
ซีเยว่เห็นใบหน้าอี้เฉิน นางถึงกับเม้มปาก เผยอสั่นขึ้นมาน้อยๆ “เ้า!! เ้า!! แกล้งข้าอีกแล้วน้องอี้เฉิน”
อี้เฉินเอื้อมฝ่ามือไปหานาง “เอาน่าพี่ซีเยว่ ไหนๆ ก็มาช่วยแล้ว” พร้อมริมฝีปากอี้เฉิน มีเืไหลซึมออกมาน้อยๆ ไม่อาจเก็บอาการาเ็เอาไว้ได้ ไม่คิดว่าผลข้างเคียงของวิชาอสูรคลั่ง ใช่แป๊บเดียว ยังทำให้เขาเ็ปร่างกายได้มากขนาดนี้
ก่อนพวกเขาจะพากันไปหลบ บริเวณบนต้นไม้ใหญ่ ริมแม่น้ำที่อี้เฉินอยู่ก่อนหน้านี้ สายตาซีเยว่ มีความกังวลเล็กๆ เมื่อเห็นมุมปากอี้เฉิน มีโลหิตไหลซึมออกมาน้อยๆ
ก่อนอี้เฉินจะกล่าวไต่ถาม ตัดฉับ!!บรรยากาศที่น่าอึดอัดออก “มันเกิดอะไรขึ้น งั้นหรือพี่ซีเยว่? เหตุใดท่านถูกไล่ล่าเล่า”
หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ด้วยความเจ็บแค้น “คนของสำนักเพลิงผลาญ พวกเขาเริ่มรวมตัวกัน ไล่ฆ่าคนสำนักอื่นๆ ลดจำนวนคนแล้ว”
อี้เฉินเขาไม่ได้มีสีหน้าแปลกใจ จากจำนวนคน ของสำนักเพลิงผลาญ "งั้นหรือ เร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้ นี่พึ่งจะกี่วันเอง หากปล่อยพวกเขารวมตัวกันแบบนี้ พวกเราต่อสู้ลำบากแน่"
“อืมๆ ข้อนี้ข้าก็เห็นด้วย”
"เช่นนั้นพี่ซีเยว่ เราจะตั้งมั่นที่ต้นไม้ริมแม่น้ำนี้ไปก่อน ท่านพอสู้ไหวไหม หากเจอคนของสำนักหยก ปล่อยพวกเขาไป พวกเขาอาจจะช่วยเรา ทางอ้อมจัดการคนสำนักเพลิงผลาญ สักคนสองคนก็เป็ได้"
ซีเยว่ นางบีบรัดฝ่ามือขึ้นมาทันที “เ้าอย่าดูถูกข้าเชียวน้องอี้เฉิน” พร้อมนางที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้
เพียงพริบตาเดียว เวลาก็ล่วงเลยไป4วันแล้ว ภายนอกบริเวณศาลา ผู้าุโชราสำนักเพลิงผลาญต่างเป็ปีติ ลูกศิษย์ของพวกเขาถูกส่งออกมาภายนอกแค่ 200คนเท่านั้นอยู่ในเกณฑ์ที่พวกเขาพอจะรับได้
ทว่าพวกผู้าุโสำนักั สีหน้าพวกเขาไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยเฉพาะผู้าุโที่หนึ่ง ลูกศิษย์ในสำนักของพวกเขา ถูกส่งออกมาภายนอกแล้วเกินครึ่ง หลงเหลือผู้ที่อยู่รอด ภายในป่าศักดิ์สิทธิ์ไม่ถึงร้อยแล้วตอนนี้ สำนักหยกเองก็ไม่ดีกว่าสำนักัเท่าใดนัก จะเรียกได้ว่า ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็ว่าได้ บัดนี้จึงมีแต่ผู้าุโสำนักเพลิงผลาญ ที่คลี่ยิ้มชื่นบานขึ้นมาได้