ดมิสาอยู่ดูแลคณดลจนถึง่สายๆ พยาบาลที่ดูแลคณดลก็กลับเข้ามาทำหน้าที่ตามปกติเช่นดังเดิม แต่กระนั้นดมิสาก็คอยยังคงเฝ้าดูแลและช่วยพยาบาล ทำโน่นทำนี่ให้คณดล ไปจนกระทั่งดวงตะวันคล้อยต่ำและลับขอบฟ้าไปนั่นแหละ
“ทำไมเขาไม่เข้ามาดูดล!!??”
ดมิสาพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อไม่เห็นคณพศ เข้ามาดูอาการและความเรียบร้อย ของคณดลเช่นทุกๆ วันที่ผ่านมา เพราะปกติทุกวันคณพศจะเข้ามาดูอาการและความเรียบร้อยของคณดลในตอนเช้า ก่อนไปทำงาน และในตอนเย็น หลังจากที่กลับมาจากทำงาน
“คุณสาว่าอะไรนะคะ? พอดีญาได้ยินไม่ถนัดน่ะค่ะ”
สุกัญญา พยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลคณดล ร้องถามดมิสา เมื่อได้ยินเสียงดมิสาพูดพึมพำออกมา จึงเข้าใจว่าดมิสาพูดกับตัวเธอ
“ปะ เปล่าค่ะ สาไม่ได้พูดกับคุณญาค่ะ เพียงแค่พึมพำกับตัวเองเท่านั้นค่ะ เอ่อ!! นี่ก็ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว ถ้ายังไงสาไปก่อนนะคะ เจอกันใหม่พรุ่งนี้ค่ะ”
ดมิสาปฏิเสธขึ้นมาทันทีทันใด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินเยื้องย่างออกจากห้องนั้น เพื่อไปยังห้องรับประทานอาหาร โดยภายในใจก็หวังว่าจะได้เจอคนที่เธอบ่นพึมพำหาที่นั่น
ดมิสาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม จิตใจเธอจะต้องพะว้าพะวง เฝ้าคิดถึงเขาอย่างนี้ก็ไม่รู้สินะ ทั้งๆ ที่เขาก็รังแกเธอ และทำให้เธอร้องไห้ตลอดทั้งคืน แต่จะว่าเขารังแกเธอฝ่ายเดียวก็ไม่เชิง เพราะให้บางห้วงอารมณ์ เธอคล้อยตามและสมยอมเขาไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“บ้าจริง!! คิดอะไรนะเรา”
ดมิสาคิดไปถึงเื่ราวที่ผ่านไป ก็ให้รู้สึกใบหน้าสวยหวานร้อนผะผ่าว ร่างกายรู้สึกวาบหวาม สยิว ซาบซ่าน จึงส่ายหน้าไปมา ขับไล่ความคิดนั้นออกไป แล้วตั้งหน้าตั้งตาเดินตรงไปจนถึงห้องรับประทานอาหาร
“อ้าว!! คุณสามาพอดีเลยค่ะ คุณพศให้แจ้งว่าให้คุณสาทานข้าวไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องรอ”
นวลศรีวางสายจากคณพศ ก็หันมาเห็นดมิสาที่เดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหารพอดี นวลศรีจึงแจ้งคำพูดของผู้เป็เ้านายให้ดมิสาได้รับทราบไปตามนั้น
“โอเคค่ะ”
ดมิสารู้สึกหัวใจห่อเหี่ยวแฟบลงไป แต่ได้พยายามปรับสีหน้าท่าทางให้เป็ปกติ และเดินเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ นวลศรีเห็นว่าดมิสานั่งลงเรียบร้อยแล้ว จึงทำการตักข้าวใส่จานให้ จากนั้นดมิสาก็ลงมือทาน ด้วยท่าทางเนืองๆ ทานไปได้เพียงครึ่งก็รวบช้อนส้อม
“สาอิ่มแล้วค่ะ”
ดมิสาลุกขึ้นและทำท่าจะยกจานข้าวของตัวเองไปล้าง ปกติมีคณพศนั่งทานด้วยกัน พออิ่มเธอก็จะรีบกลับไปที่ห้องนอนเลย แต่วันนี้เธอทานคนเดียว เธอจึงมีเวลาที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง
“ไม่เป็ไร ไม่ต้องเก็บค่ะ”
นวลศรียื่นมือไปดึงจานข้าวจากมือเรียวเล็กของดมิสามาถือไว้ซะเอง พร้อมกับพูดบอกไปด้วย
“เอ่อ!! คุณพศแจ้งว่าพรุ่งนี้คุณไม่ต้องไปดูแลคุณดล”
ก่อนที่นวลศรีจะเดินไปห้องครัว นวลศรีก็นึกคำพูดของคณพศขึ้นมาได้ จึงหันกลับมาแจ้ง ให้ดมิสาได้รับรู้รับทราบ
“ไม่ให้สาไปดูแลดล แล้วให้สาทำอะไรคะ??”
ดมิสาถามขึ้น ทั้งภายในใจก็รู้สึกหวั่นๆ กลัวว่าเขาจะแก้แค้นเธอด้วยวิธีการอย่างอื่น ที่มันหนักหนาสาหัสกว่าการดูแลคณดล
“ป้าก็ไม่ทราบหรอกค่ะ คุณพศไม่ได้แจ้งไว้ ถ้าหากอยากรู้ก็ต้องไปถามคุณพศเอง”
นวลศรีกล่าวจบก็เดินไปยังห้องครัวทันที โดยไม่รอท่าว่าดมิสาจะมีคำถามอะไรถามมาอีก
ดมิสาเม้มปากเข้าหากันแน่ อย่างรู้สึกหวาดหวั่นเป็กังวลขึ้นมา เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นสักพัก ก็เดินออกจากห้องนั้น ขึ้นไปยังห้องนอน เพื่อทำการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย แล้วนั่งรอคณพศ เผื่อว่าเขาจะเข้ามาพบเธอ และบอกแก่เธอว่าเธอจะต้องทำอะไรในวันพรุ่งนี้
แต่จนแล้วจนรอด คณพศก็ไม่โผล่หน้าเข้ามาในห้องนอนที่ดมิสา ใช้พักอาศัยหลับนอนสักที พลันความคิดก็หวนคิดไปถึงตอนที่ชายหนุ่มลุกขึ้นแต่งเนื้อแต่งตัว และเดินออกจากห้องนี้ไป โดยไม่หันกลับมาเลี้ยวมองเธอแม้แต่นิด ความรู้สึกเจ็บหนึบปวดร้าว ก็โผล่ขึ้นมากระแทกหัวใจ
“บ้าไปแล้ว ทำไมถึงรู้สึกอย่างนี้นะสา เธอต้องไม่รู้สึกอะไรสิ!!”
และอยู่ๆ น้ำใสๆ ก็ไหลรินออกมาจากสองตาคู่สวย ดมิสายกมือเรียวเล็กขึ้นปาดน้ำตาออกจากสองแก้มนวลเนียนใสลวก พร้อมกับบริภาษตัวเองไปด้วย
๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐