บทที่18
าอีกครั้ง
่เวลาแห่งการฝึกฝนดำเนินผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเสียงกระบี่เหล็กกระทบกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
ยามที่แสงแดดสาดส่องลงมาด้านล่างบุรุษทั้งสองทำการฟาดฟันกันอย่างดุเดือดในตอนนี้พวกเขานั้นทำการพัฒนาฝีมือของตนเองขึ้นมาอีกระดับทำให้ในขณะที่ทำการฝึกซ้อมการต่อสู้พวกเขาต่างฝ่ายต่างใช้พลังปราณเข้ามาห่อหุ้มกระบี่และส่งเสริมในการเคลื่อนไหว
มันเลยทำให้ตอนนี้การต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองมันจะดูแตกต่างจากในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
ทั้งหลี่หยางและอี้ชิงพวกเขามีระดับฝีมือที่เพิ่มขึ้นการต่อสู้เองก็เลยดุเดือดขึ้นตามถ้ามองย้อนกลับไปใน่วันแรกๆที่พวกเขาเริ่มทำการฝึกฝนมันจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
ใน่วันแรกที่พวกเขาทำการจับกระบี่ขึ้นมาแล้วทำการต่อสู้พวกเขานั้นราวกับว่าเป็เด็กน้อยที่พึ่งหัดจะเริ่มทำการต่อสู้แต่ในตอนนี้เริ่มดูเป็เหมือนนักรบผู้กล้าหาญขึ้นมาแล้ว
ไม่ได้มีเพียงแค่การต่อสู้ที่ได้เปลี่ยนไปทั้งท่าทางภายนอกของพวกเขาแววตาที่แสดงในการต่อสู้มันดูห้าวหาญและผิดจากในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
หลี่หยางลุกไล่อย่างหนักหน่วงกระบี่ของเขาออกแรงตวัดไปมาอย่างรวดเร็ววิถีกระบี่มันทั้งลึกลับและซับซ้อน หรืออาจจะเป็เพราะว่ากระบี่ที่เขาทำการออกแรงตวัดโจมตีไปเข้าทำการโจมตีโดยที่ไม่ได้ร่ำเรียนจากสำนักหรือวิชาใด
โดยทั่วไปแล้วกระบี่ที่ถูกร่ำเรียนและสั่งสอนมาก็จะถูกจัดเรียงมาเป็รูปแบบและขั้นตอนที่มันได้ถูกสร้างขึ้นมา
แต่สำหรับกระบี่ของหลี่หยางมันจะแตกต่างกันออกไปกระบี่ของเขามันไม่มีวิถีกระบี่ที่แน่นอนทำการตวัดไปมาตามที่ตนเองนั้นเห็นจุดอ่อนของอีกฝ่ายทั้งรุกและรับสลับกันไป
มันเลยทำให้กระบี่ของเขามันรุกได้ดุดันมากในยามที่ตนเองนั้นได้โอกาสบุก
เคล้ง!!!เคล้ง!!! เคล้ง!!! เสียงกระบี่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณเสียงโลหะที่มันกระทบกันในตอนนี้ร่างของอี้ชิงกำลังล่าถอยไปเรื่อยๆเขาต้านแรงของนายน้อยตัวเองไม่ไหวทั้งการรุกที่ดุดันและพละกำลังที่เหลือล้น
ในตอนนี้คนผู้นี้รู้ได้ในทันทีว่านายน้อยของตนเองสามารถก้าวหน้าล้ำตนเองไปได้เรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่ทำการตั้งรับมามากกว่า10 กระบวนท่าอี้ชิงเริ่มที่จะต้านพละกำลังไม่ไหวด้วยความที่ว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายมันเริ่มอ่อนล้าทั้งบริเวณขาทั้ง 2 ข้างหรือแม้กระทั่งบริเวณแขนที่กำลังถือจับกระบี่อยู่มันเริ่มอ่อนล้าตามแรงกระแทกที่ได้รับจากการตวัดกระบี่
หลี่หยางที่กำลังรุกไล่เขามองเห็นจุดอ่อนในส่วนนั้นได้ทันทีทำการใช้กระบี่ของตนเองอย่างสุดแรงเข้าไปตรงๆ
ตรึง!!!คราวนี้พลังการโจมตีมันรุนแรงมากกว่าก่อนหน้านี้กระบี่ที่ถูกเสริมด้วยพลังปราณอัดกระแทกร่างของอี้ชิงให้กระเด็นออกไปหลายเมตร
ตูม!!!ตูม!! ตูม!! ร่างกายกระเด็นเกลือกกลิ้งไปกับพื้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะหยุดลง
อี้ชิงเขานอนราบไปกับพื้นพร้อมกับหายใจถี่ระรัวริมฝีปากอ้าออกแล้วก็หายใจอย่างไม่เป็จังหวะ
“ นายน้อยขอรับตัวของท่านจะเก่งกาจเกินไปแล้วนะขอรับเหตุใดถึงพัฒนาความสามารถได้รวดเร็วขนาดนี้ละขอรับ ” อี้ชิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอิดโรย
ตัวของเขารู้สึกจริงๆรู้สึกประหลาดใจกับความสามารถของนายน้อยที่มันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ
นายน้อยของเขาความสามารถทุกอย่างล้วนแล้วถูกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนตอนนี้ก้าวข้ามตัวของเขาไปแล้วด้วยซ้ำ
มันเองก็ทำให้คนผู้นี้อดสงสัยไม่ได้ว่านายน้อยของตัวเองพัฒนาความสามารถอย่างไรถึงสามารถมีความแข็งแกร่งมากขึ้นได้เพียงนี้
หลี่หยางที่กำลังยืนอยู่เขาทำการฉีกยิ้มดวงตาทั้งสองข้างได้มองตรงไปที่ร่างของอี้ชิงกำลังนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น
---
ชื่ออี้ชิง LV.17
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[400/370]
--
อีกฝ่ายมีระดับเลเวลที่อยู่เหนือกว่าเขาแต่ว่าทางด้านร่างกายกลับไม่สามารถสู้เขาได้
‘ แสดงว่าการที่เราสามารถพัฒนาร่างกายไปได้ตามค่าของการฝึกฝนตนเองก็มีผลเช่นเดียวกันสินะเพราะแบบนั้นเราคงไม่สามารถเอาชนะคนที่มีระดับเลเวลสูงกว่าตนเองได้อย่างแน่นอน ’
‘ ค่าความแข็งแกร่งไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่เลเวลเพียงอย่างเดียวแต่ว่าพึ่งพาองค์ประกอบอื่นๆด้วยทางสเตตัสค่าสถานะรวมไปถึงจะสกิลทุกอย่างล้วนมีผลทั้งหมด’ หลี่หยางไตร่ตรองสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง
เขาได้ทำการหันกลับมาสนใจกับตนเองแล้วก็ทำการสะบัดมือเรียกหน้าต่างสเตตัสปรากฏขึ้นมา
----------------
ชื่อ หลี่หยาง LV15
เผ่ามนุษย์
ฉายา-----
HP[490/490]
MP[200/200]
ค่าความเหนื่อยล้า[100/75]
ค่าความหิว[100/90]
ค่าความกระหาย[100/80]
ค่าประสบการณ์EXP[3000/120]
ค่าสเตตัสหลัก
ความแข็งแกร่ง87 หน่วย
ความรวดเร็ว85 หน่วย
ความยืดหยุ่น69 หน่วย
ประสาทัั79 หน่วย
เส้นพลังปราณ75 หน่วย
สติปัญญา54 หน่วย
---------------
ดวงตาของเขาจ้องมองมันอย่างเรียบเฉยพลางคิดในใจไปด้วย ‘ หลังจากที่ร่างกายของเราเริ่มแข็งแกร่งขึ้นมาค่าสเตตัสเหล่านี้ก็ได้รับจากการฝึกฝนได้ยากเห็นมาขึ้น’
‘ คงจะเป็เพราะว่าเกี่ยวกับเื่การที่ร่างกายแข็งแรงสินะเมื่อร่างกายแข็งแกร่งขึ้นมันก็ทำให้ร่างกายพัฒนาได้ช้าลงถ้าอยากจะพัฒนามากขึ้นก็จำเป็จะต้องทุ่มเทฝึกฝนให้หนักขึ้นแล้วก็ต้องใช้เวลาเวลามากขึ้นด้วย’
‘ ระบบอย่างไรมันก็มีขีดจำกัดสินะคงจะไม่ได้เป็ของที่ใช้ได้ทุกอย่าง’
หลี่หยางหลังจากที่จ้องมองหน้าต่างของระบบด้านหน้ามาสักพักเขาทำการสะบัดมือไปทางด้านซ้ายเพื่อทำการเลื่อนเปลี่ยน
ข้อความจากระบบในหน้าต่างของสกิลมันได้ปรากฏขึ้นมา
---
สกิลของตัวละคร
ควบคุมพลังปราณLV3[76.00%]
---
หน้าต่างของสกิลปรากฏขึ้นมาด้านหน้าของเขาคราวนี้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องมองไปที่มัน
‘ ถ้าอยากจะพัฒนาความสามารถของสกิลต้องฝึกฝนให้เยอะๆแล้วก็ใช้มันเยอะสินะก็คงจะเป็ประมาณว่าความชำนาญ ’ หลี่หยางทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเอง
ในตอนนี้ระดับเลเวลของสกิลของเขามันเพิ่มขึ้นมาเป็level3 ทางที่ตัวของเขานั้นยังไม่ได้ทำการสู้หรือว่าสังหารอะไรเลยเพียงแต่ว่าทำการใช้สกิลการควบคุมพลังปราณตอนที่ฝึกซ้อมกระบี่
แล้วเลเวลของสกิลมันก็เพิ่มขึ้นมาเองอีกต่างหาก
มันเลยทำให้เขาทำความเข้าใจได้อย่างชัดเจน
‘ ค่าเปอร์เซ็นต์ด้านหลังถ้าเก็บรวบรวมถึง 100% มันก็จะทำให้ระดับของสกิลพัฒนาขึ้น’
หลังจากที่จ้องมองมันมาสักพักใหญ่ๆเขาก็ได้ทำการสะบัดออกไปดวงตาของหลี่หยางเขาหันมาจับจ้องผู้ที่อยู่ด้านหน้าอีกครั้ง
อี้ชิงกำลังนอนราบไปกับพื้นแล้วหายใจถี่ระรัวยังไม่เป็จังหวะเขานอนอยู่เส้นนั้นมาสักพักนึงแล้ว
“ ไม่เป็อะไรอย่างแน่นอนอีกเพียงแค่ 2 วันพวกเราก็ต้องลงไปสู่สมรภูมิอีกครั้งในตอนนี้ความแข็งแกร่งของพวกเราน่าจะสามารถเอาชีวิตรอดภายในสมรภูมิได้” หลี่หยางพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจเขาเดินเข้ามาใกล้ๆคนสนิทของตนเองที่กำลังนอนอยู่ที่พื้น
ความแข็งแกร่งของเขาและตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็อย่างมากไม่ใช่เพียงแค่ความแข็งแกร่งความมั่นใจแล้วก็หลายๆอย่างด้วยเขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้วด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้เขาสามารถเอาชีวิตรอดในสนามรบได้อย่างแน่นอนและเขาก็จะแกร่งขึ้นอีก
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้ที่กำลังนอนอยู่ได้รีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ จริงสิขอรับนายน้อยเกี่ยวกับเื่นี้ข้าลืมบอกท่านไปเลยท่านอาจจะเก็บตัวฝึกฝนอยู่ที่สถานที่แห่งนี้เลยไม่ค่อยได้ไปคลุกคลีกับพวกภายในค่ายสักเท่าไหร่”
“ แต่ว่าภายในกองทัพพวกเขาบอกกันว่าเมื่อประมาณ2 วันที่ผ่านมาพวกทหารของเผ่ามาที่เป็คนที่แข็งแกร่งเพิ่มลงมาภายในสนามรบมากขึ้น”
“ หมายความว่าอย่างไร? ”
“ ก็ตอนนี้าดำเนินผ่านมาได้ประมาณ เกือบจะ 1 เดือนแล้วอย่างไรล่ะขอรับกำลังพลของทั้งสองฝ่ายก็สูญเสียไปไม่ใช่น้อยเพราะแบบนั้นต่างฝ่ายก็เริ่มใช้ยอดฝีมือของตนเองลงมาภายในสนามรบมากขึ้น ”
“ ข้าคิดว่าพวกเราควรจะระวังตัวเอาไว้นะขอรับ ”
หลี่หยางเมื่อได้ฟังเื่นั้นทำการก้มใบหน้าคิด “ เข้าใจแล้วเอาเป็ว่าถ้าเจอคนที่แข็งแกร่งก็อย่าเข้าไปยุ่งกับพวกมันก็พอ”
“ ขอรับ!!! ”
เวลานั้นผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วในที่สุดมันก็ได้มาถึงวันที่พวกเขานั้นต้องลงสู่สนามรบอีกครั้ง
กองทัพของดินแดน5 รีบทำการตั้งแถวจัดกองทัพเพื่อที่จะออกไปรบในวันนี้ใน่เวลาหลายวันที่ผ่านมาั้แ่เริ่มเปิดาทั้งสองฝ่ายยังไม่ทำการพักรบกันเลยสักวัน
แต่ละวันมีแต่คนที่ล้มตายกันเป็จำนวนมากมีแต่ผู้ที่ล้มตายแต่ละฝ่ายก็สูญเสียคนไปเป็จำนวนมากแต่ว่าทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่พักรบพวกเขาต่างเปิดากันอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่มีไม่หยุดเลยแม้แต่วันเดียว
วันนี้ก็เป็อีกหนึ่งวันกองกำลังรบที่3 ทำการตั้งแถวรอที่จะออกไปทำการสู้รบภายในสนามรบ
ในวันนี้กองกำลังรบที่3 สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขานั้นมีจำนวนคนที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดคงจะเป็เพราะว่าการต่อสู้ครั้งที่แล้วทำให้พวกเขานั้นสูญเสียคนไปเป็จำนวนมาก
หลี่หยางกำลังยืนปะปนอยู่ภายในกองทัพเขาตั้งแถวอยู่ในส่วนที่8 ในขณะที่กำลังตั้งแถวรอลงไปสู่สมรภูมิ ครั้งนี้มันกลับรู้สึกแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้เขารู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัวแต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกตื่นเต้นกับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงตอนนี้เขามองว่าสมรภูมิรบด้านหน้ามันคือสถานที่ที่จะทำให้เขานั้นแข็งแกร่งขึ้น
แต่ในขณะที่กำลังเตรียมพร้อมลงสู่สนามรบอย่างเต็มที่เขาที่กำลังยืนอยู่หูทั้งสองข้างกับได้ยินบางอย่าง
เสียงฝีเท้ามากมายกำลังมุ่งตรงมาจากทางด้านหลังมันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์แต่มันเป็พาหนะดวงตาทั้งสองข้างของหลี่หยางหันกลับไปจ้องมองอย่างรวดเร็วสิ่งที่เขามองเห็นมันก็คือกลุ่มกองทหารม้าจำนวนประมาณ100นายที่กำลังมุ่งตรงเข้ามาเสริมทัพในครั้งนี้
กลุ่มกองทหารม้าจำนวนประมาณ100นายที่กำลังมุมตรงเข้ามาภายในกองกำลังรบที่ 3 ของกองทัพดินแดน5 ธาตุพวกเขาเป็กองกำลังทหารที่สวมใส่ชุดเกาะอย่างเต็มยศภายในมือข้างขวาถือทวนขนาดใหญ่ที่มีความยาวประมาณสองเมตร
หลี่หยางเขาที่ใช้ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองไปที่คนเ่าั้ดวงตาทั้งสองข้างของเขามันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก “ เ้าพวกนี้มัน…”
---
ชื่อทหารม้าเหล็กของกองทัพดินแดนห้าธาตุ LV.52
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[2500/2500]
--
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา
จบบท