สองพี่น้องวิ่งเข้าไปกอดพ่อเหมือนกับตอนเด็กๆอีกครั้ง เพ่ยเพ่ยและชูหลานลอบตีมือกันเล็กน้อย อารมณ์ประมาณว่าแผนสำเร็จ ิคังรู้สึกหนักใจขึ้นมาเล็กน้อย เพราะยิ่งพวกเขาสองคนโตขึ้นมากเเค่ไหน อันตรายก็ยิ่งคลืบคลานเข้ามาใกล้มากขึ้นเท่านั้น ตื่นเช้าวันนั้นเพ่ยเพ่ยตื่นมาทำข้าวเช้าเพื่อเตรียมไว้ให้พ่อและชูหลานกิน
"จ๊ะเอ๋!! ข้ามาแล้วเพ่ยเพ่ย มีอะไรให้ข้าช่วยเ้าไหม?"
"ไม่มี ท่านพ่อกับท่านพี่ฝึกการต่อสู้อยู่ทางโน่น เ้าไปหาพวกเขาเถอะ เดี๋ยวทางนี้ข้าจัดการเอง"
"วันนี้ข้าเเต่งตัวมาหล่อขนาดนี้ ข้าไม่ไปทำอะไรให้เหงื่อออกหรอกนะ เอาเป็ว่าอยู่ช่วยเ้านี่เเหละ งั้นข้าไปผ้ามาเช็ดโต๊ะให้ ดีไหมจ้ะเพ่ยเพ่ย"
"เ้าอยากทำอะไรก็ไม่ทำเถอะ...ข้าจะทำกับข้าวต่อให้เสร็จ เพราะวันนี้พวกข้าต้องรีบกินข้าวแล้วมาเรียนหนังสือ!!"
"เรียนหนังสือหรอ? จริงด้วยพวกเ้าสองคนอยู่เเต่บนเชิงเขาไม่เคยไปเรียนหนังสือนี่นา งั้นข้าสอนให้เอาไหม?"
"ไม่ต้อง วันนี้พ่อข้าจะสอนหนังสือข้ากับท่านพี่เอง ข้าไม่รบกวนเ้าหรอก" อาหลงตามตื๊อเพ่ยเพ่ยมาตั้งเเต่ยังเด็กและเหมือนว่าตอนนี้เพ่ยเพ่ยเอง ก็จะยังไม่ได้สนใจอะไรในตัวอาหลงมากนัก ในขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันอยู่ ิคังและชูหลานก็กลับมาพอดี
"อ้าวมาแล้วหรออาหลง...มานี่สิข้ามีอะไรจะให้เ้าดู ท่านพ่อเดี๋ยวข้ากลับมานะ" ชูหลานดึงเเขนอาหลงวิ่งห่างออกไปจากตัวบ้าน อาหลงที่ยังงงๆอยู่ก็วิ่งตามไปเพราะความอยากรู้ ชูหลานมองซ้ายทีขวาทีเพื่อให้เเน่ใจว่าไม่มีคนตามมาเจอแล้ว เข้าจึงหยุดวิ่งและหันมายิ้มให้อาหลงอย่างตื่นเต้นกับอะไรบางอย่าง
"ไหนล่ะที่เ้าบอกว่าอยากให้ข้าดู อะไรงั้นหรอ?"
"ข้าแค่โกหกท่านพ่อน่ะ ว่าเเต่เื่ที่ข้าวานให้เ้าช่วย เป็ยังไงบ้าง?เ้ารู้รึยังว่านางอยู่ที่ใด เป็ลูกสาวบ้านไหนกัน?"
"หญิงนางเดียวในหมู่บ้านข้า ที่ถูกเรียกว่าคุณหนู มีเเค่คนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือแม่นางเสี่ยวลู่ ลูกสาวคนเดียวของท่านหลิวอี้น่ะ!!"
"ท่านหลิวอี้หรอ เขาเป็ใครงั้นหรอ?"
"เขาเป็อดีตขุนนางในวังหลวง ตอนนี้ท่านมีหน้าที่เกณฑ์คนในเมืองไปเป็ทหารให้กับในวังหลวงน่ะ เเต่ข้าได้ยินข่าวมาว่าแม่นางเสี่ยวลู่ถูกท่านหลิวอี้ทาบทามให้เข้าไปเป็พระสนมในวังหลวงนะ"
"เ้าว่าอะไรนะ พระสนมคืออะไรกัน? แล้วทำไมนางต้องเข้าไปอยู่ในวังหลวงด้วยล่ะ"
"พระสนมก็คือหนึ่งในเมียของ องค์ชายรัชทายาทยังไงล่ะ นางถึงต้องเข้าไปอยู่ในวังหลวงไงเเละถ้านางได้อภิเษกกับองค์รัชทายาทแล้วล่ะก็ ท่านหลิวอี้ก็จะได้กลับไปรับตำแหน่งในวังหลวงอีกครั้งละมั้ง!!"
"ไม่!! ข้าจะไม่ยอมให้นางเข้าวังเด็ดขาด!!" ชูหลานคำรามเสียงหนักแน่น เพราะเขาจะไม่ยอมให้หญิงที่เขารักไปเป็ของคนอื่นแน่ๆ ชูหลานกระซิบกับอาหลงถึงแผนการที่เขาได้วางไว้ อาหลงพยักหน้าตอบรับกับแผนของชูหลานและทั้งสองคนก็เริ่มแผนการทันที
อีกฝั่งทางเสี่ยวลู่ หญิงสาวที่นั่งปักผ้าเช็ดหน้าอยู่ในห้องคนเดียว ใบหน้าที่งดงามราวกับหญิงสาวในภาพวาดนั้น ทำให้นางเป็ที่ต้องตาต้องใจของชายมากมายภายในเมือง เเต่ทว่าหลิวอี้กลับพยายามเขี้ยวเข็นให้นาง ฝึกเป็แม่บ้านแม่เรือนเพื่อที่ว่าในอนาคตหลิวอี้จะให้นางทำงานใหญ่ให้นั่นเอง กึ่กๆแอ้ด!! เสียงประตูห้องเปิดออกพร้อมกับเครื่องบรรณาการชุดใหญ่มีทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องประดับมากมาย ที่อาผิง คนสนิทของนางยกเข้ามาให้
"นี่มันอะไรกันอาผิง? เ้าเอาข้าวของพวกนี้มาให้ข้าทำไม?"
"นายท่านหลิวอี้สั่งให้ข้า นำมาให้คุณหนูเ้าค่ะ"
"ข้าไม่ใส่ เ้าเอาออกไปเถอะอาผิง ข้าอยากอยู่คนเดียว!!" เสี่ยวลู่ลุกจากเตียงและกำลังจะเดินออกจากห้อง เเต่ทว่าหลิวอี้ก็เดินมาขวางไว้ก่อน สายตาของเขากำลังสั่งให้นางเดินกลับไป และหยิบชุดพวกนั้นไปลองใส่เดี๋ยวนี้!!
"ท่านพ่อ!!! ท่านอย่าบังคับข้าอีกเลย ข้าไม่อยากเข้าวังหลวง ข้าอยากใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติทั่วไป ข้าไม่อยากถูกจำกัดอยู่เเต่ในกรอบอีกแล้ว"
"เ้าพูดแบบนี้ เ้าจะบอกว่าพ่อบังคับเ้างั้นหรือ เ้ารู้ไหมว่าที่พ่อทำไปเพราะพ่อหวังดีต่อเ้านะเสี่ยวลู่ เข้าไปลองชุดเดี๋ยวนี้!! ข้าจะพาเ้าเข้าไปถวายตัวเป็พระสนมในวังหลวง"
"หากท่านพ่อหวังดีกับข้าและยังเห็นข้าเป็ลูกของท่านอยู่นั้น ท่านพ่อก็อย่าบังคับข้าอีกเลย"
"เ้านี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ ข้าอุตส่าห์ดูแลคอยประคบประหงมเ้ามาตั้งเเต่ยังเด็ก พอเ้าโตขึ้นมา..หวังจะได้ตอบแทนบุญคุณข้า เ้ากลับทำตัวเเบบนี้งั้นหรือ!!เ้าอยากให้คนอื่นมองว่าเ้าเป็ลูกเนรคุณงั้นสินะ นางลูกไม่รักดี!!"
"ข้าพร้อมที่จะดูเเลท่านพ่อท่านแม่ไปจนแก่เฒ่า เเต่อภัยให้ข้าเถอะข้าไม่อยากเข้าวังจริงๆและข้าไปอย่างเเต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รัก ท่านพ่อเห็นใจข้าด้วยเถอะ!!"
"เ้าเป็ลูก เ้ามีหน้าที่เดียวเท่านั้น ก็คือการตอบแทนบุญคุณพ่อเเม่!!! อาผิง!!จับนางไปลองเสื้อผ้าที่ข้าเตรียมมาให้ แล้วช่วยข้าดูซิว่านางใส่ได้พอดีหรือไม่ เพราะอีก 3 วันข้าจะพานางเข้าไปถวายตัวในวัง และวันนี้พ่อขอสั่งให้เ้าอยู่เเต่ในห้องห้ามออกไปไหนเด็ดขาด!!"
"เเต่..ท่านพ่อ!! ท่านพ่อ!!ถ้าท่านพ่อจะบังคับใจข้าขนาดนี้ ข้าจะหนีไปให้ไกลและท่านจะไม่มีวันได้เจอหน้าข้าอีก!!" หลิวอี้หันหน้ากลับมามองเสี่ยวลู่ด้วยสายตาที่หงุดหงิด เขาเดินไปดึงโซ่ล่ามประตูอย่างเเรง พร้อมกับเดินเข้ามาหาเสี่ยวลู่ใกล้ๆ
"ท่านจะทำอะไรท่านพ่อ ไม่นะนี่ข้าเป็ลูกท่านนะ ท่านจะทำแบบนี้กับข้าไม่ได้นะท่านพ่อ ท่านพ่อ!!"
"ในเมื่อเ้าไม่เชื่อฟังคำสั่งข้า ข้าก็ต้องทำอย่างนี้แหละ อาผิง!!ข้าสั่งห้ามเ้าห้ามเข้ามาในนี้อีก และให้เ้าไปช่วยอี้เฟยที่ครัวทุกวัน ข้าจะดูซิว่า ลูกสาวตัวดีของข้าจะเก่งได้นานซักเเค่ไหน!!!"
"แล้วใครจะเป็คนหาข้าวหาน้ำให้คุณหนูกินล่ะเ้าคะ?"
"เ้าก็เอามาให้ตามเวลา เเต่ห้ามช่วยนางเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่!!"
"เ้าค่ะ!!" หลิวอี้ลากโซ่มามัดข้อเท้าของเสี่ยวลู่ไว้กับขาเตียงและสั่งให้คนเก็บของมีคมออกจากห้องนางไปให้หมด เหตุเพราะเขากลัวว่านางจะทำร้ายตัวเอง เสี่ยงลู่มองหน้าผู้เป็พ่อ ผ่านม่านน้ำตาที่ล้นเอ่อขึ้นมาเต็มตาอย่างสิ้นหวัง นางเกิดมาชาตินี้ไม่เคยมีโอกาสได้ตัดสินใจหรือเลือกทำอะไรตามที่ใจนางอยากทำเลย เสี่ยวลู่นั่งกอดเข่าตัวเองและร้องไห้เสียใจที่แม้กระทั่งผู้เป็พ่อแท้ๆก็ยังไม่เข้าใจนางเลย
"อย่าเศร้าไปเลยนะเ้าคะคุณหนู นายท่านคงจะยังโกรธอยู่ เดี๋ยวนายท่านใจเย็นขึ้น นายท่านคงจะปล่อยคุณหนูเองล่ะเ้าค่ะ"
"เ้าออกไปเถอะอาผิง ข้าอยากอยู่คนเดียว (สะอึก!ร้องไห้)"
"เ้าค่ะ..อีกประเดี๋ยวข้าจะทำข้าวมาให้นะเ้าคะคุณหนู"
"ไม่ต้องหรอกข้าไม่หิว และตั้งเเต่วันนี้เป็ต้นไป เ้าไม่ต้องเอาข้าวมาให้ข้าอีกนะ เพราะข้าไม่อยากกินอะไร"
"นี่คุณหนูจะประชดนายท่านโดยการอดอาหารงั้นหรือเ้าคะ?"
"ท่านพ่อท่านคงพอใจที่ข้ายอมเข้าวัง เเต่ท่านพ่อจะได้เเค่ร่างกายของข้าเท่านั้นแหละ เพราะใจของข้าจะไม่มีวันรักใครได้อีกแล้ว!!" เสี่ยวลู่ตัดสินใจจะอดข้าวประชดพ่อนาง เพื่อให้พ่อของนางเห็นใจและยอมยกเลิกการนำตัวนางเข้าวังหลวง เพราะนี่เป็ทางเลือกสุดท้ายที่นางจะได้ตัดสินใจทำมันด้วยตนเองบ้าง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหลิวอี้ทราบเื่นี้ แล้วชูหลานจะได้เจอเสี่ยวลู่อีกหรือไม่ มาติดตามกันได้ใน Ep.ต่อไปนะคะ