การเดินทางของ หลี่ มู่ไป๋ และ เสวี่ย ลั่ว ช้าลงเมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่รัศมีหนึ่งร้อยลี้ของนครหลวง อากาศไม่ได้เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ของป่าเขาอีกต่อไป แต่มีความรู้สึกของ อำนาจ และ ปราณิญญา ที่ถูกบีบอัดจนหนาแน่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอำนาจของตระกูลเทียนิ
มู่ไป๋หยุดอยู่กลางลานหินที่ว่างเปล่า โดยมีป่าทึบขนาบข้าง เขาแผ่ปราณอัสนีแห่ง แก่นทองคำ ออกไปอย่างละเอียดอ่อนเพื่อตรวจสอบการเคลื่อนไหวของ ผู้ติดตาม สองคนที่มาจากสำนักเล็กๆ ซึ่งสะกดรอยตามพวกเขามาั้แ่สำนักหมอกควันเมฆา
ตรรกะ: ในตอนที่ 27 มู่ไป๋ได้ตัดสินใจ เพิกเฉย เพราะการหยุดโจมตีเป็การเสียพลังงาน แต่หลังจากเดินทางไกลมาถึงขีดจำกัดของนครหลวง การตัดสินใจนี้ต้องเปลี่ยนไป
— การคงอยู่ของผู้ติดตามเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น 1.2% ต่อความมั่นคงของแผนการ เนื่องจากพวกเขาอาจถูกจับโดยสายลับของตระกูลเทียนิและถูกบีบให้เปิดเผยเส้นทางของข้า—
มู่ไป๋สรุปผลอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงที่ไม่จำเป็ต้องถูกกำจัด
เขาหันไปทางพุ่มไม้ที่ผู้ฝึกตนทั้งสองซ่อนอยู่ "ออกมา"
เสียงของเขาราบเรียบแต่ก้องกังวานในความเงียบของป่า ทำให้ผู้ฝึกตนระดับ ก่อตั้งรากฐาน ทั้งสองต้องปรากฏตัวออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจระคนโลภ พวกเขาคือ หานซาน และ ซูเฝิง ซึ่งพลังของพวกเขาอยู่ห่างจากแก่นทองคำของมู่ไป๋ราวฟ้ากับเหว
"ฮ่าฮ่า ในที่สุดเ้าก็เหนื่อยแล้วสินะ" หานซานยิ้มเยาะด้วยความโลภที่ชัดเจน "ส่งวิชาสายฟ้าออกมา แล้วพวกข้าจะให้เ้าได้จบชีวิตอย่างสงบ"
เสวี่ย ลั่ว กำหมัดแน่น เธอกำลังจะก้าวไปด้านหน้าเพื่อเตรียมรับมือ แต่ถูกปราณอัสนีที่เ็าของมู่ไป๋หยุดไว้
"แก่นทองคำแห่งอัสนีของข้า... ไม่ใช่สิ่งที่พวกเ้าจะสามารถแลกเปลี่ยนด้วยชีวิตที่สงบได้" มู่ไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีอารมณ์ใดๆ นี่ไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็การประกาศตรรกะที่กำลังจะถูกดำเนินการ
การประหารชีวิตด้วยความแม่นยำทางตรรกะมู่ไป๋ไม่ได้รอคำตอบของพวกเขา การสนทนาได้สิ้นสุดลงแล้ว เขาตวัด กระบี่เหล็ก ในมือไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงเสียดสีกับอากาศ
ฟึ่บ!
เขาใช้ เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายอัสนี ขั้นต่ำสุดในการเคลื่อนที่ ทำให้ร่างกายของเขาหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ และปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า หานซาน ในเสี้ยววินาที
หานซาน ไม่ทันแม้แต่จะเรียกใช้ยันต์ป้องกันที่อยู่ในถุงเก็บของ พลังอัสนีบริสุทธิ์ ที่ถูกบรรจุลงในกระบี่เหล็กธรรมดาได้พุ่งเข้าใส่หน้าอกของเขา
เปรี๊ยะ!—
เสียงสายฟ้าที่บริสุทธิ์นั้นไม่ได้ดังสนั่นหวั่นไหว แต่มันมีความ คมกริบ ที่สามารถเจาะทะลุได้ทุกสิ่ง แก่นรากฐานภายในร่างกายของหานซานถูกทำลายลงทันที ราวกับถูกลบออกจากโลกนี้ หานซานล้มลงพร้อมกับร่างที่ไร้ชีวิตก่อนที่จะได้กรีดร้องออกมา
ซูเฝิง เห็นการตายของสหายด้วยตาตัวเอง ความโลภแปรเปลี่ยนเป็ความหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งปราณทั้งหมดที่เขามีออกมาเพื่อใช้ วิชาหลบหนี
— ระยะทาง 10 เมตร, เวลาที่ต้องใช้ในการกำจัดศัตรูที่เหลือ: 0.1 วินาที—
มู่ไป๋ไม่ตาม ซูเฝิงคิดผิดที่หันหลังให้เขา มู่ไป๋เพียงแค่รวบรวมพลัง แก่นทองคำแห่งอัสนี และหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว เขาปล่อย มหาอัสนีพิโรธ ในรูปแบบของ ลูกศรสายฟ้าบริสุทธิ์ เพียงดอกเดียว
ซื้ดดด... ลูกศรสายฟ้าสีทองม่วงพุ่งทะลุผ่านอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง มันพุ่งเข้าปะทะหลังของ ซูเฝิง ทันทีที่เขากำลังจะใช้พลังหลบหนีสำเร็จ
ซูเฝิงล้มลงไปนอนอยู่บนพื้นดินที่เต็มไปด้วยกรวด เขาไม่ได้ถูกฆ่าทันที แต่ระบบเส้นปราณของเขาถูกทำลายจนหมดสิ้น กลายเป็ ผู้พิการ ที่ไม่สามารถบ่มเพาะได้อีกต่อไป
การเก็บเกี่ยวเพื่อการปรับตัวและการเข้าสู่นครหลวงมู่ไป๋ไม่ได้ปล่อยให้ซูเฝิงมีชีวิตอยู่ ความพิการคือการเพิ่มความเสี่ยงในการเปิดเผยความลับ ตรรกะสั่งให้กำจัดทั้งหมด เขาใช้ปราณอัสนีที่เหลือจัดการซูเฝิงให้สิ้นซาก จากนั้นเขาจึงเริ่ม เก็บเกี่ยวทรัพยากร
เขาเก็บถุงเก็บของทั้งสองใบมาวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว: เงินและโอสถชั้นกลางจำนวนหนึ่ง และ ชุดคลุมของศิษย์ตระกูลเล็กๆ
—ชุดคลุมเหล่านี้เป็สิ่งที่จำเป็เพื่ออำพรางตัวตน และลดโอกาสถูกสืบสาวจากสำนักหมอกควันเมฆา—
มู่ไป๋สวมชุดคลุมตัวหนึ่ง ส่วนชุดคลุมอีกตัวหนึ่งมอบให้เสวี่ย ลั่ว หลังจากจัดการทำลายร่างและร่องรอยของการต่อสู้ทั้งหมดด้วยปราณอัสนี
"เราไปกันเถอะ" มู่ไป๋กล่าว
เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็มาถึงที่ตั้งของ นครหลวง
สิ่งที่ต้อนรับพวกเขาคือ กำแพงเมือง ที่สูงตระหง่านนับพันฟุต สร้างจากหินูเาไฟสีดำสนิท มี ยันต์ป้องกันระดับมหายาน สลักอยู่ทั่วกำแพง พลังที่แผ่ออกมานั้นกดดันจนผู้ฝึกตนระดับต่ำแทบจะคุกเข่าลง นี่คือสัญลักษณ์ของอำนาจที่ ปรมาจารย์เทียนิ
มู่ไป๋ยืนมองประตูเมืองที่ใหญ่โต มีผู้ฝึกตนระดับสูงหลายสิบคนคอยตรวจตราทางเข้าออกอยู่
"ที่นี่คือแหล่งรวมอำนาจและทรัพยากรที่ข้า้า" มู่ไป๋คิดอย่างเ็า "และที่นี่... คือที่ที่ข้าจะหลอมรวม ิญญาแรกเริ่ม ให้ได้"
มู่ไป๋ก้าวเท้าเข้าสู่ประตูเมืองหลวงพร้อมกับชุดคลุมใหม่ของเขา การแทรกซึมเข้าสู่รังของเสือได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!