Room 18
ร้านค้าแห่งจินตนาการ
ไทเกอร์ถอนหายใจยาวขณะนั่งบนรถม้าเพื่อเดินทางไปยังเมืองโบว่า เนื่องจากไม่มีรถม้าคันไหนกล้าเดินทางไปเมืองนอแลนด์โดยตรง พวกเขาต้องลงเมืองใกล้เคียงแทน และเมืองโบว่าก็เป็เมืองใกล้ที่สุด
แม้จะบอกว่าใกล้ แต่มันใช้เวลาถึงสองวันในการเดินทาง ซ้ำพวกเขายังต้องลองเสี่ยงดวงดูว่ามีรถม้าคันไหนกล้าเดินทางไปที่นั่นหรือเปล่า หากไม่มีรถม้า ไทเกอร์ก็จำเป็ต้องพาน้องสาวเดินเท้าไป อาจต้องใช้เวลาถึงสี่วันกว่าจะถึงจุดหมาย
เื่การเดินทางไม่ใช่สิ่งที่ไทเกอร์กังวล อย่างไรเสียพอถึงเมืองโบว่าก็ยังมีหนทางมากมายในการไปเมืองนอแลนด์ให้ทันวันรับตำแหน่ง ถ้าเกิดไม่มีรถม้าจริง เขาซื้อม้าสักตัวขี่ไปกับน้องสาวก็ได้แล้ว แต่ที่เขากังวลคือระหว่างเดินทางจะไม่สามารถเข้าไปในรูมได้ ซึ่งมันส่งผลต่อการฝึกฝนโดยตรง
เมื่อวานเขาแอบเข้ารูมตอนพักอยู่ในเมืองระหว่างทาง และเพิ่งพูดคุยตกลงซื้อขายบันทึกเงื่อนไขลำดับ 3 เส้นทางโลหิตจากผู้หญิงที่เขาจำชื่อไม่ได้ หลังจากอ่านรายละเอียดในบันทึกเงื่อนไข พบว่าส่วนที่ยุ่งยากที่สุดของการวิวัฒนาการสู่ลำดับ 3 คือการต่อสู้กับสัตว์วิเศษ
เงื่อนไขในการวิวัฒนาการเป็ลำดับ 3 ‘นายกองโลหิต’
เงื่อนไขข้อแรกเขาใกล้จะบรรลุแล้ว ขอแค่เล่นเกมอยู่ในรูมอีกสักหนึ่งสัปดาห์ ชายหนุ่มก็จะเข้าสู่จุดสูงสุดของลำดับ 2 ส่วนเงื่อนไขข้อสองและสี่ก็ไม่ใช่เื่ยากอะไร ่เวลาที่อยู่กับสมาคมนักล่าเมืองวินเซ็นต์ เขาล่าสัตว์วิเศษระดับ 2 และ 3 ไปมากมาย แต่เงื่อนไขข้อสามนี่สิคือปัญหา ต่อสู้กับสัตว์วิเศษระดับ 3 เพียงลำพังไม่ใช่เื่ง่ายสักนิด
แต่ไทเกอร์มีแผนของตัวเองไว้แล้ว พอไปถึงเมืองนอแลนด์ เขาจะมองหาสมบัติวิเศษสักหลายๆ ชิ้นแล้วไปออกล่าสัตว์วิเศษที่ฆ่าง่ายหน่อยก็ได้แล้ว
เื่นี้ต้องขอบคุณคำแนะนำของชายวัยกลางคนที่เขาจำไม่ได้อีกนั่นแหละ อีกฝ่ายช่วยแนะนำเขาด้วยความหวังดี แม้จะรู้สึกว่าเห็นแก่ตั๋วสุ่มรางวัลทั่วไปใบนั้นก็เถอะ
ขณะกำลังคิดเรื่อยเปื่อย แคทเธอรีนมองเขาด้วยแววตาตำหนิ ก่อนจะเอ่ยปากพูด “พี่สัญญาแล้วว่าจะมอบผลวิวัฒนาการให้หนู”
“ติดต่อคนขายแล้ว อีกไม่กี่วันเขาจะนำไปให้ที่เมืองนอแลนด์”
น่าเสียดายจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครได้รับผลวิวัฒนาการที่ไม่มีในโลกโนอา ทำให้ชายหนุ่มต้องบอกปัดผู้เป็น้องสาวชั่วคราวไปก่อน
“ไม่ได้โกหก?” แคทเธอรีนหรี่ตาลง
“ไม่แน่นอน พี่บอกแล้วว่าจะมอบให้ก็ต้องมอบให้ แต่พี่ต้องเลือกเส้นทางเอง” ไทเกอร์ยืนยันหนักแน่น หญิงสาวไม่ซักไซร้อะไรอีก ผ่านไปครู่ใหญ่ชายหนุ่มโพลงถาม
“กลัวไหม”
“มีพี่อยู่จะกลัวทำไม พี่ไม่ปล่อยให้หนูลำบากหรอก” แคทเธอรีนกล่าวอย่างมั่นใจ พี่ชายก็เป็แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร เธอทั้งรู้สึกรำคาญทั้งรู้สึกอบอุ่นหัวใจในเวลาเดียวกัน
“ไม่ต้องกังวล ชีวิตใหม่ของเราจะเริ่มต้นที่นั่น” ไทเกอร์กล่าวน้ำเสียงจริงจัง แคทเธอรีนสับสน เธอรอคคำพูดประโยคถัดไป แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดอธิบายเพิ่ม
ก่อนหน้านี้เขาไม่อยากไปเมืองนอแลนด์ก็จริง ทว่าหลังเข้าไปในสถานที่ลึกลับแห่งนั้น ความคิดก็เปลี่ยนไป เมืองนอแลนด์คือโอกาสในการพัฒนาของเขา
...................................................................
หมู่บ้านโอมาเขตเมืองลีฟ ตลอดทั้งเช้าเหล่าเด็กหนุ่มสาวต่างพากันเดินป้วนเปี้ยนไปมาหน้าหมู่บ้านอย่างกระตือรือร้น เมื่อเห็นกลุ่มนักบวชจากโบสถ์รุ่งอรุณเดินเข้ามาในหมู่บ้าน ทุกคนดวงตาเป็ประกายด้วยความคาดหวัง แต่ละคนแอบมองด้วยสายตาชื่นชมจนปกปิดไม่มิด ในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะต่างรู้ดีว่าวันนี้เป็วันอะไร
ในทุกสามปีทางโบสถ์รุ่งอรุณจะคัดเลือกเด็ก่อายุระหว่าง 15-18 ปีเพื่อไปเป็สาวกของเทพีสุริยัน หากผู้ใดถูกคัดเลือกก็สามารถรับประกันได้เลยว่าจะมีอนาคตที่สดใสรออยู่ ไม่ใช่แค่ตัวเด็กจะได้รับความกรุณาจากทางโบสถ์ แม้กระทั่งครอบครัวของพวกเขาก็ได้รับเช่นกัน
มองนักบวชในชุดสีขาวบริสุทธิ์ปักสัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์ด้วยด้ายทำจากทอง เหล่าคนหนุ่มสาวพากันอ้าปากค้างด้วยความอิจฉาระคนปรารถนา แค่ชุดคลุมชุดนี้ก็มีค่ามากกว่ารายได้ตลอดหลายปีของผู้ใหญ่บ้านแล้ว ไม่ต้องพูดถึงลูกบ้านทั่วไป ไม่แน่ว่าต่อให้หาเงินทั้งชีวิตก็ไม่เพียงพอซื้อมัน ในอนาคตถ้าถูกเลือก สิ่งที่ตลอดชีวิตซื้อไม่ได้ก็จะตกเป็ของพวกเขา
แววตาคนหนุ่มสาวลุกโชน แววตาของเหล่าญาติพี่น้องก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ท่านนักบวช” ‘อามาน คลอเกรย์’ ผู้ใหญ่บ้านแห่งหมู่บ้านโอมารีบเข้ามาทักทายกลุ่มนักบวชจากโบสถ์รุ่งอรุณอย่างนอบน้อมโดยเลียนแบบท่าทางของเหล่าขุนนาง น่าเสียดายเขาเกิดและเติบโตในหมู่บ้านชนบท ไม่เคยเห็นขุนนางสักครั้ง ท่าทางที่แสดงออกจึงดูพิกล
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน พบกันอีกแล้ว” นักบวชหนุ่มที่ชื่อ ‘นิก คาเตอร์’ กล่าวทักทายอย่างสุภาพ บนใบหน้าประดับรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะยกมือขวาทาบอก “ขอพระองค์ทรงประทาแสงสว่างสู่โลก”
อามานชะงัก รีบเลียนแบบท่าทางสวดภาวนา “ขอพระองค์ทรงประทานแสงสว่างสู่โลก”
“เป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกับท่านอีกครั้ง” อามานฉีกยิ้มกว้างหลังทำท่าภาวนาเสร็จ “ปีนี้มีเด็กหน่วยก้านไม่เลวในหมู่บ้านเราหลายคน ผมเรียกพวกเขามาให้ท่านดีหรือไม่ครับ”
นิกพยักหน้ารับ “เรียกมาทุกคนมาเถอะ”
ผู้ใหญ่บ้านย่อมรู้หน้าที่ตัวเอง เขาสั่งให้ลูกบ้านไปเรียกเด็กทุกคนอายุระหว่าง 15-18 ปีมารวมตัวกัน คนส่วนใหญ่มีผิวขาวสะอาดสะอ้าน มีบางคนผิวคล้ำจากการกรำแดดมานาน ทว่ากลับไม่มีคนผิวสีดำสักคน
เด็กพวกนี้หากใครมีหน่วยก้านดี พวกเขาจะถูกรับเลือกให้ไปคัดเลือกยังโบสถ์รุ่งอรุณในเมืองลีฟอีกครั้ง ถ้าผ่านการคัดเลือกจากโบสถ์โดยตรง ก็จะกลายเป็สาวกในท้ายที่สุด
นิกสนทนากับอามานเื่สรรพเพเหระ ไม่นานเด็กทุกคนก็มารวมตัวกันยังลานหมู่บ้าน รวมทั้งชายและหญิงมีทั้งหมดเกือบห้าสิบชีวิต นิกมองเด็กเหล่านี้พลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนมาที่นี่เขาได้รับคำสั่งมาว่าครั้งนี้้าสาวกมากกว่าเมื่อสามปีก่อนด้วยเหตุผลบางอย่าง
ชายหนุ่มหยิบลูกแก้วขนาดใหญ่ออกจากกระเป๋า ลูกแก้วลูกนี้เป็สมบัติวิเศษระดับ 1 ของโบสถ์รุ่งอรุณ ชื่อของมันคือลูกแก้วแห่งความดีชั่ว ขอเพียงไม่ใช่คนพิการ คนผิวดำ คนขี้เหร่ และมีละอองแสงสีขาวปรากฏบนลูกแก้วเมื่อััมัน พวกเขาก็จะผ่านการทดสอบขั้นแรกทันที
นิกกวาดสายตาตรวจสอบเด็กเ่าั้อย่างละเอียด ก่อนจะชี้เด็กแปดคนให้ออกไป เด็กเหล่านี้ล้วนเป็คนผิวคล้ำจนยากจะกลับมาขาวอีกครั้ง หรือไม่ก็ขี้เหร่จนไม่น่ามอง
ตามบันทึกในพระคัมภีร์ของศาสนา คนผิวคล้ำ ผิวดำ และขี้เหร่คือคนบาป พวกเขามีจิตใจอัปลักษณ์จนแสดงออกมาทางรูปลักษณ์ หรือไม่ก็คนในครอบครัวมีจิตใจชั่วช้าจนส่งผลมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน ไม่ควรรับเข้ามาใต้ร่มองค์เทพี
เหล่าเด็กที่ไม่ถูกเลือกพากันร้องไห้สะอึกสะอื้น แล้วเดินจากไป นิกถอนหายใจยาว ปรายตามองเด็กคนที่เหลืออยู่ มือชี้ไปยังลูกแก้วแห่งความดีชั่ว
“ทุกคนคงรู้แล้วว่าต้องทำอะไร เรียงแถวกันเข้ามาััลูกแก้ว คนที่มีละอองแสงสีขาวปรากฏให้ไปบอกชื่อกับสาวกเดรฟรองซ์”
เขาประกาศเสียงดัง ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการคัดเลือก ดังนั้นทุกคนในหมู่บ้านจึงรู้ขั้นตอนดี
‘เซเร่ เดรฟรองซ์’ ผงกศีรษะตอบรับ เธอส่งยิ้มให้หนุ่มสาวอย่างเป็มิตร เนื่องจากหญิงสาวก็มาจากหมู่บ้านโอมาเช่นกัน แม้ว่าตอนนี้ทั้งครอบครัวจะย้ายไปยังเมืองลีฟแล้ว แต่เธอก็รู้สึกผูกพันกับสถานที่ที่โตมาไม่น้อย ดังนั้นเมื่อนิกถามว่าเธอ้ามาเป็ผู้ช่วยเขาหรือไม่ เซเร่ก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
เด็กคนอื่นก็รู้จักเซเร่เช่นกัน พวกเขาส่งยิ้มทักทายเธอ บางคนต่อให้ไม่สนิทก็เคยเห็นหน้าคร่าตากันมาั้แ่เด็ก พอมีคนรู้จักอยู่รวมกับกลุ่มนักบวช ทุกคนจึงรู้สึกผ่อนคลายระคนคาดหวัง
“เริ่มเลย” นิกบอกให้เด็กหน้าสุดยกมือััลูกแก้ว เด็กหนุ่มยกมืออันสั่นเทาััมันอย่งแ่เบา ทำราวกับว่ามันจะแตกหากััแรงไป และไม่นานละอองแสงสีขาวก็ปรากฏด้านในลูกแก้ว
“ผ่าน” นิกยกยิ้ม มองเด็กคนนี้ด้วยแววตาอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม ลูกแก้วแห่งความดีชั่วมีคุณสมบัติตามชื่อของมัน หากใครก็ตามเป็คนดี กตัญญูมีเมตตา เมื่อััลูกแก้วจะปรากฏละอองแสงสีขาว หากใครเป็คนชั่ว คิดอกุศล ลูกแก้วจะเปล่งแสงสีดำ
เด็กคนนั้นะโโลดเต้นก่อนจะวิ่งไปลงชื่อ คนอื่นๆ ทยอยมาััลูกแก้วทีละคน
“ผ่าน!”
“ผ่าน!”
“ไม่ผ่าน!”
“ไม่ผ่าน!”
มีทั้งคนที่ผ่านและไม่ผ่าน เด็กในหมู่บ้านชนบทค่อนข้างเรียบง่าย มีน้อยมากที่จะเป็คนชั่วร้าย เด็กที่ไม่ผ่านก็เพราะมีจุดสีดำเล็กๆ เท่านั้น เดิมสามารถผ่อนปรนได้ แต่นิกไม่อยากมีปัญหาภายหลัง จึงไม่ให้ผ่าน
ไม่นานก็มาถึงคนสุดท้าย เด็กหนุ่มคนนี้เพิ่งอายุสิบห้า หน้าตาค่อนข้างหล่อเหลา ผิวคล้ำเล็กน้อยจากการกรำแดด แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากไม่ออกแดดสักเดือนก็น่าจะกลับมาขาวผ่องเหมือนเดิม
นิกถอนหายใจอย่างเสียดาย เด็กคนนี้นับว่าหน้าตาดีที่สุดในหมู่บ้าน เพียงแค่รูปร่างผอมแห้งไปหน่อย เมื่อรวมกับเสื้อผ้าที่สวมเต็มไปด้วยรอยขาดและรอยปะชุนรอย กับมือเท้าที่หยาบกร้าน สามารถบอกได้ทันทีว่าชีวิตความเป็อยู่ของเด็กคนนี้ไม่ได้ดีนัก
แม้จะเป็อย่างนั้นแต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น...
เด็กหนุ่มยกมือััลูกแก้ว ในใจรู้สึกหวาดกลัวลึกๆ จนมือที่ถือลูกแก้วสั่น โชคดีที่มันปรากฏละอองแสงสีขาว เขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ผ่าน” นิกประกาศลั่น จากนั้นก็บอกให้เด็กหนุ่มไปลงชื่อกับเซเร่
“ยินดีด้วยนะลุค ขอพระองค์ทรงประทานแสงสว่างสู่โลก” หญิงสาวแสดงความยินดีด้วยความจริงใจ คนในหมู่บ้านต่างรู้กันดีว่าครอบครัวของเด็กหนุ่มน่าสงสารเพียงใด อายุยังไม่ถึงสิบห้าก็ต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัวสี่ชีวิต ซ้ำร้ายแม่ยังป่วยเป็โรคที่รักษาไม่หาย ต้องกินยาอยู่ตลอด พ่อก็มาจากไปเมื่อตอนอายุสิบสอง ด้วยเหตุนี้เขาจำต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาทำงาน ทุกวันของเด็กหนุ่มง่วนอยู่กับการทำงานั้แ่เช้าจรดค่ำ ไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นเหมือนเด็กคนอื่น
“ขอบคุณพี่เซเร่ ขอพระองค์ทรงประทานแสงสว่างสู่โลก” ลุคตอบกลับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม หากได้เป็สาวกของโบสถ์ ครอบครัวของเขาก็จะหลุดพ้นจากความยากจนเสียที และบางทีอาจมีเงินมากพอพาแม่ไปหาหมอในเมืองหลวง
เด็กหนุ่มรู้สึกคาดหวังกับชีวิตข้างหน้า เขาลงชื่อเสร็จก็มารวมตัวกับคนที่ผ่านการทดสอบเพื่อฟังนิกบอกรายละเอียดของการทดสอบครั้งสุดท้าย
“วันที่แปดเดือนหน้าขอให้ทุกคนเดินทางไปยังเมืองลีฟเพื่อทำการทดสอบครั้งสุดท้าย หลังจากผ่านการทดสอบพวกเธอจะได้เป็สาวกของโบสถ์อย่างเป็ทางการ”
ชายหนุ่มเน้นย้ำเื่วันเวลาและรายละเอียดสำคัญอีกครั้ง ก่อนจะบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไป อามานเห็นว่าครั้งนี้มีคนถูกคัดเลือกสามสิบสองคนก็ยิ้มแก้มปริ ยิ่งคนหนุ่มสาวในหมู่บ้านถูกเลือกมากเท่าไหร่ ทางโบสถ์ก็ยิ่งบริจาคให้หมู่บ้านมากเท่านั้น
ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาเชิญชวนกลุ่มนักบวชไปทานอาหารยังบ้านของตน ซึ่งทุกคนก็ไม่ปฏิเสธ กลุ่มนักบวชทั้งหมดต่างพากันเดินไปยังบ้านของผู้ใหญ่บ้าน
ลุคมองกลุ่มคนจากไป ก่อนจะรีบวิ่งกลับบ้านเพื่อบอกข่าวดีให้กับแม่และน้องๆ ตอนนี้เขาได้รับเลือกให้ไปทดสอบที่โบสถ์แล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเขาก็จะกลายเป็สาวกของโบสถ์รุ่งอรุณ
………………………………………………
สองวันผ่านไป เกมฟาร์หรรษาก็ได้รับการแก้ไขไปมากกว่าครึ่ง นพออกจากพื้นที่ปรับแต่งเพื่อกลับมายังรูมอีกครั้ง ตอนนี้มีสมาชิกออนไลน์แค่สองคนคือโจเซฟและเมลาลี ทั้งคู่ไม่ได้เล่นเกมแต่เลือกจะนั่งดูหนังในล็อบบี้พลางพูดคุยกันอย่างออกรส
ภาพยนตร์เื่นี้เป็ภาพยนตร์เกี่ยวกับโจรสลัด ชื่อของมันคือล่าขุมทรัพย์เจ็ดคาบสมุทร เมื่อก่อนเคยเป็ภาพยนตร์ที่ฉายกันทั่วโลก กวาดรายได้กว่าพันล้านเครดิต
เขาถอนหายใจยาว แม้ลูกค้าเกือบทุกคนจะเป็ VIP แต่ก็มีน้อยเกินไป ก่อนสิ้นเดือน ชายหนุ่มคิดว่าจำเป็ต้องหาลูกค้าเพิ่มอีกสักสองสามคน ต่อให้เป็ลูกค้าธรรมดาก็ไม่เป็ไร
“ระบบ เปิดใช้งานฟังก์ชั่นเชิญชวนผู้เล่น” ชายหนุ่มสั่งการระบบผู้ช่วย จากนั้นเขาก็เดินไปหาสมาชิก VIP ทั้งสองคน
“เล่นเกมวิ่งพิชิตโลกไปถึงไหนแล้วครับ” ตอนนี้เขารู้ดีว่าสมาชิกใหม่ทั้งห้าคนกำลังติดเล่นเกมนี้กันอยู่ และยังมีความคืบหน้าไม่มากนัก
“เกมนี้มันยากจริงๆ” ชายชราถอนหายใจยาว “ฉันเพิ่งจะผ่านด่านแรกเอง”
“ของฉันเพิ่งจะเข้าสู่ด่านสอง” เมลาลีตอบ “สรุปเกมนี้มีทั้งหมดที่ด่านเหรอ”
“ถ้าแค่เคลียร์เกมจะมีทั้งหมดสิบสองด่าน แต่จะมีด่านพิเศษอีกแปดด่าน และด่านบันทึกสถิติอีกหนึ่งด่าน เก้าด่านนี้จะได้รางวัลทุกครั้งที่เคลียร์สำเร็จ”
นพไม่คิดว่าข้อมูลนี้จะเป็ความลับอะไรจึงแบ่งปันพวกเขารู้ ทั้งสองได้ฟังก็ครุ่นคิดก่อนจะถอนหายใจ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะเคลียร์เกมนี้สำเร็จ
“จริงสิ ผมไม่เคยเห็นพวกคุณออกจากรูมเลย มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
เขาคิดว่าสองคนนี้เปิดสลิปโหมดทำให้สามารถออนไลน์ติดต่อกันเป็เวลานาน แต่นั่นมันไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว นพอยากให้ทั้งคู่ออฟไลน์ออกไปพักผ่อนบ้าง
“มีปัญหาจริงๆ นั่นแหละ” โจเซฟยิ้มฝืด เมลาลีก็พยักหน้าเห็นด้วย ถ้าออกจากรูมไปตอนนี้ก็ต้องลอยคออยู่ในทะเล และอาจต้องเผชิญหน้ากับพวกไซเรน ซึ่งหากเธอไม่แข็งแกร่งพอก็ไม่คิดจะออกไปชั่วคราว
“พอจะมีอะไรให้ผมช่วยไหม” นพคิดว่าทั้งคู่คงมีปัญหาในโลกความจริง ในฐานะเ้าของรูมที่ดีก็อยากเสนอตัวเป็ที่ปรึกษา
ทั้งสองก้มหน้าละอายใจไม่กล้าเล่าเื่น่าอดสูให้ฟัง ขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้ตัวตนผู้ยิ่งใหญ่ต้องยื่นมือมาช่วยในเื่เล็กน้อยแบบนี้ ไม่อย่างนั้นคุณเ้าของอาจจะดูถูกจนไม่ยอมรับทั้งคู่เป็สมาชิกองค์กรลับ
“คุณเ้าของพอจะมีสินค้าอะไรขายบ้างไหม” เมลาลีคิดว่าถ้าซื้อสมบัติวิเศษบางชิ้นจากอีกฝ่ายน่าจะช่วยทำให้เธอออกจากสถานการณ์ปัจจุบันได้
“นั่นสิ แค่ขายบางอย่างให้เราก็พอ” ชายชราก็คิดทำนองเดียวกัน
[เ้านายโปรดแนะนำร้านค้าของบริษัท ทางเรากำลังส่งร้านค้าเสมือนจริงและหุ่นยนต์ขายสินค้าไปให้ โปรดมองหาพื้นที่สำหรับติดตั้ง ค่าเช่าพื้นที่และเปอร์เซ็นต์การขายจะอยู่ที่ 30%]
นพตะลึงเล็กน้อยกับข้อเสนอของระบบ ไม่รู้ชายหนุ่มคิดไปเองหรือเปล่า เขารู้สึกว่าบริษัทไดนามิกดูเหมือนอยากจะร่วมมือกับเขาเป็พิเศษ?
แม้จะสงสัยแต่นพก็ตอบตกลง ส่วนแบ่ง 30% เป็เงินจำนวนไม่น้อย เขาย่อมไม่อยากพลาดโอกาสทำเงินจำนวนนี้
“มันก็มีจริงๆ นั่นแหละ พวกคุณรอสักครู่ ผมจะทำการติดตั้งร้านค้าก่อน” ชายหนุ่มเปิดผังรูมออกมาพลางเลือกพื้นที่สำหรับติดตั้งร้านค้า ในที่สุดเขาก็เลือกพื้นที่ติดกับล็อบบี้
โจเซฟและเมลาลีมองร้านค้าที่ปรากฏจากความว่างเปล่า ดวงตาของทั้งคู่เป็ประกาย พวกเขาไม่รอช้า รีบเข้าไปในร้านทันที
“ยินดีต้อนรับสู่ร้านค้าแห่งจินตนาการ” หุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พวกคุณสามารถเดินชมสินค้าภายในร้านได้ หากมีข้อสงสัยโปรดสอบถาม”
นพเดินตามทั้งคู่เข้ามาในร้านเช่นกัน เขาพบว่าภายในร้านมีสินค้ามากมายวางขายอยู่ ไม่ว่าจะเป็ผลวิวัฒนาการที่มีราคาแพงหูฉี่ ข้าวของเครื่องใช้ยุคโบราณ บันทึกเงื่อนไขลำดับ 1 ถึง 3 เม็ดยา สมุนไพร และเครื่องประดับ อาวุธ และเสื้อผ้ายุคเก่า
[เ้านายสามารถนำสินค้ามาวางขายที่นี่ได้เช่นกัน แน่นอนว่าไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ จากการฝากขาย สินค้าดังกล่าวรวมไปถึงผลผลิตในไร่ด้วย]
พอได้ยินนพก็พยักหน้าอย่างยินดี ไร่ของเขาตอนนี้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไม่น้อยเลย นอกจากขายให้ออสตันและนำมาเป็ของรางวัล ก็ไม่รู้จะใช้พวกมันทำอะไรอีก นำออกมาวางขายก็ดีเหมือนกัน
“มีบันทึกเงื่อนไขลำดับห้าเส้นทางรัตติกาลขายไหม” โจเซฟถามหุ่นยนต์ขายของอย่างคาดหวัง
“ขออภัย บันทึกเงื่อนไขั้แ่ลำดับสี่ขึ้นไปจะไม่จำหน่ายช่องทางปกติ อาจจะมีการนำมาประมูลในอนาคต” หุ่นยนต์ตอบน้ำเสียงราบเรียบ ทำให้ทั้งโจเซฟและเมลาลีผิดหวัง
“ของพวกนี้ส่วนใหญ่ใช้ในเกมโนอาอาร์คใช่ไหม” นพถามระบบหลังจากเดินดูสินค้ารอบหนึ่ง ซึ่งมันก็ตอบกลับมาว่าใช่ เขาจึงเลิกสนใจในสินค้าพวกนี้ เพราะอีกยี่สิบกว่าวันชายหนุ่มถึงจะได้โอกาสััเกมดังกล่าว รอถึงตอนนั้นค่อยมาซื้อสินค้าพวกนี้ก็ได้
ชายหนุ่มมองคนทั้งสองเดินชมสินค้าก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอยากให้ทั้งคู่เชิญชวนเพื่อนให้เข้ามาใช้บริการในรูม ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเท่าไหร่ ไว้ตอนชั่วโมงแห่งการเรียนรู้ค่อยบอกทุกคนแล้วกัน
นพเดินกลับมายังเคาท์เตอร์ก่อนจะเปิดหน้าเว็บไซต์สำหรับโฆษณารูม ก่อนหน้าจะซื้อระบบผู้ช่วยเขาก็โฆษณาผ่านเว็บดังกล่าว แม้จะได้ผลลัพธ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
ชายหนุ่มกดเข้าไปที่หน้าประชาสัมพันธ์เดิม เขาเปลี่ยนข้อความให้น่าดึงดูดยิ่งขึ้น พร้อมกับถ่ายวีดีโอบรรยากาศของรูมลงไป จากนั้นก็กดโพสต์ ก่อนจะไปที่ช่องทางการซื้อพื้นที่สำหรับโฆษณา เนื่องจาก่ที่ผ่านมาเขามีรายได้เข้ามาค่อนข้างมาก นพจึงไม่ลังเลที่จะจ่ายราคาแพงสำหรับขึ้นหน้าแนะนำ
หลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็กำชับระบบว่าหากมีลูกค้าเข้ามาต้องบอกให้เขาทราบ เมื่อกำชับเรียบร้อยก็กลับเข้าไปพื้นที่ปรับแต่งเพื่อแก้ไขเกมต่อ