หลายวันต่อมาเหยียนเฟยตื่นแต่เช้า แล้วค่อยๆเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้สามีและบุตรชายตัวน้อยตื่น เหยียนเฟยกึ่งเดินกึ่งวิ่งรอบๆบ้านเพื่อออกกำลังกาย ด้วยตอนนี้ร่างกายของเหยียนเฟยแข็งแรงขึ้นมากแล้ว ทำให้คนในครอบครัวต่างก็สบายใจขึ้น ไม่ต้องค่อยห่วงหน้าพะวงหลังอีกต่อไป แต่ก็ยังไม่ยอมให้เหยียนเฟยออกไปทำงานช่วย มีแต่บอกให้นอนพักผ่อนอย่างเดียว ทำให้เหยียนเฟยเบื่อมากๆได้แต่คิดในใจว่า ‘ชาติที่แล้วทำงานจนไม่มีเวลาพักผ่อน พอมาชาตินี้ก็พักผ่อนซะจนเบื่อเลย’
ทางด้านซินเฉิงที่รู้สึกตัวตื่นแต่ก็ยังไม่ยอมลืมตา ค่อยๆใช้มือเอื้อมไปหาภรรยากะว่าจะดึงเข้ามากอด แต่กับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ซินเฉิงจึงลืมตาขึ้นทันทีพร้อมกับกวาดสายตามองไปที่ที่ภรรยานอน แต่กับไม่พบเห็นเพียงบุตรชายตัวน้อยที่ยังคงหลับสนิทอยู่ ซินเฉิงจึงหันมองรอบๆห้องเพื่อภรรยา แต่เมื่อไม่เห็นจึงรีบเดินออกมานอกห้องนอน พอมองไปที่หน้าบ้านก็เห็นภรรยาของตน กำลังทำท่าทางแปลกๆอยู่
“มองอะไรอยู่เหรอ” เวยหลงที่พึ่งเดินออกจากห้องนอน ก็เห็นบุตรเขยกำลังมองอะไรสักอย่างอยู่หน้าบ้าน
“ข้ากำลังมองน้องหญิงอยู่ขอรับท่านพ่อ” เวยหลงรีบเดินมาที่ตรงบุตรเขยยืนอยู่ เมื่อมองไปที่หน้าบ้านก็เห็นบุตรสาวกำลังทำท่าทางแปลกๆ เวยหลงได้แต่คิดว่าบุตรสาวกำลังป่วยอีกหรือเปล่า หรือว่าวันนี้ตนจะพาบุตรสาวเข้าเมืองไปให้ท่านหมอตรวจดูอาการสักหน่อยคงจะดี
“เ้าไปดูภรรยาก่อนเถอะเดี๋ยวหลานพ่อจะดูแลให้เอง” เวยหลงบอกกับบุตรเขยแล้วเดินไปทางห้องนอน ที่หลานชายกำลังนอนหลับอยู่ ส่วนซินเฉิงจึงเดินลงบันไดไปหาภรรยา
ทางด้านเหยียนเฟยที่ไม่รู้ตัวว่าตนถูกพ่อและสามี มองดูด้วยสายแปลกๆ กำลังเล่นโยคะอยู่ด้วยร่างกายของเหยียนเฟย สลบนานจนร่างกายไม่ได้ขยับเขยื้อน เหยียนเฟยจึงเล่นโยคะเพื่อช่วยควบคุมการไหลเวียนของเื และช่วยเสริมสร้างสมรรถนะความแข็งแรงของระบบหัวใจ รวมไปถึงระบบทางเดินหายใจ ปอด และการไหลเวียนโลหิต ให้ทำงานปกติ
“น้องหญิงกำลังทำอะไรอยู่เหรอ” เหยียนเฟยที่กำลังตั้งใจเล่นโยคะอยู่ เงยหน้าขึ้นมองสามีจากนั้นเหยียนเฟยก็ค่อยๆลุกขึ้น เดินมาหาสามีพร้อมกับสวดกอด
“หึหึ” ซินเฉิงหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก พร้อมกับคิดว่าั้แ่ภรรยาฟื้นขึ้นมา ก็เหมือนกับเปลี่ยนไปเป็คนล่ะคน เพราะตอนนี้ภรรยาชอบอ้อนชอบกอดเป็อย่างมาก แต่มันก็ทำให้ซินเฉิงรู้สึกดีมากๆเช่นกัน
“ท่านพี่ตื่นเช้าจังเลยเ้าคะ” เหยียนเฟยเงยหน้าขึ้นจากอกแกร่ง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของสามี
“พี่ว่าเป็น้องหญิงมากกว่าที่ตื่นเช้าก่อนทุกคนอีก” ซินเฉิงรู้สึกหมั่นไส้ท่าทางออดอ้อน จึงใช้มือขึ้นไปบีบจมูกของภรรยาเบาๆ
“โอ๊ยย” เหยียนเฟยแกล้งร้องจากนั่นก็คลายอ้อมกอดจากสามี ก่อนที่จะหันหลังอย่างแง่งอน ซินเฉิงจึงรีบเข้าไปง้อทันที
“น้องว่าเรากลับขึ้นบ้านกันเถอะเ้าค่ะป่านนี้ซีหลินคงจะตื่นแล้ว” ลูกชายตัวน้อยแม้จะดูเรียบร้อยเลี้ยงง่าย แต่จริงๆแล้วซีหลินเป็เด็กที่ดื้อเงียบสุดๆ เหยียนเฟยจึงรู้เกรงใจท่านพ่อที่ต้องคอยช่วยเลี้ยงดูบุตรชายในยามที่สามี ออกไปหาของป่า และตอนนั้นเหยียนเฟยก็ยังสลบไม่สติอยู่
ทั้งสองคนเดินขึ้นไปบนบ้านก็เห็นท่านพ่อ กำลังหยอกล้อหลายชายอยู่ ซีหลินที่เห็นท่านพ่อกับท่านแม่ของตน ก็ส่งเสียงเรียกหาทันที
“ท่างพ่อ ท่างแม่” ไม่พูดป่าวซีหลินลุกขึ้นเดินมากอดขาของเหยียนเฟยและซินเฉิงไว้คนล่ะข้าง จนซินเฉิงต้องก้มตัวลงมาอุ้มบุตรขึ้นมา พร้อมกับเดินไปหาพ่อตาที่นั่งอยู่
“ท่านพ่อเหนื่อยไหมเ้าคะ” เหยียนเฟยที่เดินไปตักน้ำก่อนที่ยื่นให้ท่านพ่อดื่มแล้วเอ่ยถามขึ้น
“ไม่เหนื่อยเลยลูก” จากนั้นเหยียนเฟยก็นั่งลงใกล้ๆท่านพ่อ พร้อมกับมองดูสามีที่กำลังเล่นกับบุตรชายอยู่ นั่งไปสักพักเหยียนเฟยก็เริ่มรู้หิวขึ้นมา จึงได้รู้ตอนนี้เป็เวลาที่ต้องทานอาหารเช้าแล้ว
“งั้นเดี๋ยววันนี้ลูกขอเป็คนทำอาหารให้ทุกคนทานนะเ้าค่ะ” จากที่เหยียนเฟยมาอยู่บนโลกนี้หลายวันแล้ว เหยียนเฟยรู้สึกว่าอาหารที่ทานอยู่ทุกมื้อไม่อร่อยเลยสักนิด เพียงแต่ต้องฝืนทานเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นเท่านั้นเอง วันนี้เหยียนเฟยจึงตั้งใจที่จะเข้าครัวทำอาหาร เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ว่ารสชาติความอร่อยที่แท้จริงเป็ยังไง
“ลูกจะไหวเหรอให้พ่อทำดีกว่าไหม” เวยหลงยังรู้สึกเป็ห่วงบุตรสาวอยู่มาก กลัวว่าอาการป่วยจะกลับมาอีกครั้ง เลยไม่อยากให้บุตรสาวเข้าครัว
“ท่านพ่อไม่ต้องเป็ห่วงลูกหรอกเ้าค่ะ ตอนนี้ลูกแข็งแรงขึ้นมากแล้ว ลูกสามารถขึ้นเขาไปหาของป่ากับพวกท่านพ่อก็ยังได้เลย” เหยียนเฟยพูดพร้อมกับยกแขนขึ้นมาเบ่งกล้ามให้ท่านพ่อดู ถึงแม้ว่าแขนเล็กนั่นจะไม่มีกล้ามเนื้อให้เห็นเลยก็ตาม เวยหลงรู้สึกเอ็นดูกับการกระทำของบุตรสาวเป็อย่างมาก จึงใช้มือขึ้นมาลูบหัวบุตรสาวอย่างแ่เบา
“ถ้าอย่างนั้นพ่อจะเข้าไปช่วยลูกทำอาหารด้วยก็แล้วกัน” เหยียนเฟยไม่ได้ปฎิเสธท่านพ่อ เพราะว่านางไม่รู้ว่าอุปกรณ์ทำอาหารอยู่ตรงไหนบ้าง และที่สำคัญเหยียนเฟยจุดไฟแบบของโลกนี้ไม่เป็ ทั้งสองคนจึงเดินไปที่ห้องครัว ปล่อยให้ซินเฉิงดูแลบุตรชายไป
เมื่อเหยียนเฟยและท่านพ่อเดินเข้ามาที่ห้องครัว อันดับแรกที่เหยียนเฟยทำก็คือสำรวจห้องครัว ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เหยียนเฟยเข้ามาในห้องครัวแห่งนี้ เพราะที่ผ่านมาท่านพ่อและสามีไม่อนุญาตให้นางเข้าห้องครัวเลยสักครั้ง แม้ว่านางจะออดอ้อนเท่าไหร่ก็ตาม
ห้องครัวของที่บ้านเหยียนเฟยจะเป็แบบห้องครัวสมัยโบราณ เตาทำจากดินที่นำมาปั้นเป็ทรงกลม ใช้ฟืนเป็เชื้อเพลิง อุปกรณ์อย่างพวกหม้อก็ทำจากดินเหนียวเหมือนกัน เท่าที่หลันฮวาดูอุปกรณ์ในห้องครัวแล้ว ไม่มีอันไหนที่ทำจากเหล็กเลย แต่จะมีเศษเหล็กที่วางอยู่ใกล้ๆกับเตาเท่านั่น
ส่วนพวกเครื่องปรุงรสไม่มีอย่างอื่นนอกจากเกลือ เหยียนเฟยถามท่านพ่อว่าไม่มีน้ำตาล น้ำมันบ้างเหรอ แต่คำตอบที่ได้รับก็คือท่านพ่อไม่รู้จักเครื่องปรุงอย่างอื่นนอกเหนือจากเกลือเลย จึงทำให้เหยียนเฟยรู้ว่าโลกที่นางอยู่นี่มีเครื่องปรุงรสเพียงอย่างเดียวก็คือเกลือ
ในระหว่างที่เหยียนเฟยสำรวจห้องครัวอยู่นั่น เวยหลงก็เดินไปที่เตาก่อนที่จะนำหินวางบนฝ่ามือข้างหนึ่ง แล้วเตรียมเอาเศษใบไม้มากองไว้ใกล้ๆ มืออีกข้างหนึ่งก็จับเศษเหล็กขึ้นมา กระแทกลงไปที่ก้อนหินเป็แนวเฉียง เพื่อให้ขอบหินกับขอบเศษเหล็กเกิดแรงปะทะจนเกิดประกายไฟออกมา แล้วนำเอาเศษใบไม้มาว่างไว้ใกล้จุดที่เกิดประกายไฟเพื่อให้ลุกไหม้ จากนั่นก็เป่าเบา ๆ จนเกิดเป็เปลวไฟขึ้น
เหยียนเฟยที่สำรวจห้องครัวเรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปเอาปลาที่สามีจับมาขังไว้เมื่อวาน ขึ้นมาฆ่าแล้วก็ทำการขอดเกร็ด หั่นเป็ชิ้นแล้วล้างน้ำให้สะอาด จากนั่นก็นำมาต้มแล้วใส่หัวไชเท้าที่มีในห้องลงไป ปรุงรสด้วยเกลือเท่านั้น
ความหวานของหัวไชเท้ากับความเค็มของเกลือเข้ากันอย่างดี จนทำให้อาหารมีรสชาติกลมกล่อมเป็อย่างมาก เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหยียนเฟยก็นำเอาข้าวที่มีอยู่น้อยนิดไปต้ม
เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อยเหยียนเฟยและท่านพ่อก็ยกออกไปทานที่โถงบ้าน เมื่อวางอาหารลงเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็มานั่งล้อมวงทานด้วยกัน เหยียนเฟยอุ้มบุตรชายมาจากตักสามีเพื่อที่จะป้อนข้าว และให้สามีได้ทานอาหารอย่างสะดวก
“อร่อยมากเลย” ดวงตาของซินเฉิงเบิกกว้าง เมื่อชิมต้มปลาเข้าไป เวยหลงก็มีอาการเหมือนกับบุตรเขย เพียงแต่ไม่ได้พูดออกมาเท่านั่น
ทั้งสองคนก้มหน้าก้มตาทานอาหารตรงหน้าอย่างกับกลัวว่าจะมีคนมาแย่ง ส่วนบุตรชายก็เหมือนจะชอบมากเหมือนกัน ร้องให้เหยียนเฟยป้อนเร็วๆ จนเหยียนเฟยป้อนแทบไม่ทัน ทั้งสี่คนทานอาหารจนหมดอย่างรวดเร็ว ท่านพ่อและสามีต่างก็เอ่ยชมเหยียนเฟยที่ทำอาหารอร่อยให้ทาน