บทที่ 24
พวกนางพูดถูกแล้ว
ชิงหลัวเล่าทุกเื่ที่นางได้ยินใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมาให้เมิ่งอวิ๋นเสียงฟัง ผู้ฟังไม่ได้เอ่ยคำใดและเพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวว่าพวกนางพูดถูกแล้ว
สิ่งนี้ทำให้ชิงหลัวคร่ำครวญครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ได้เป็เพราะแย่งผู้ชายไม่ใช่หรือ? ไท่จื่อเฟยได้กลายเป็มารหัวใจไปแล้วโดยไม่คาดคิด
“ชิงหลัวน้อย เ้าเคยได้ยินหรือไม่ว่าจิตใจมนุษย์นั้นช่างน่ากลัว? ไม่ว่าเ้าจะอธิบายสิ่งที่ตัวเองคิดให้คนอื่นฟังอย่างไร มันก็ไม่อาจเปลี่ยนความคิดของพวกเขาได้” เมิ่งอวิ๋นเสียงรู้สึกว่าหายากนักที่นางจะอธิบายจริงจังเช่นนี้ แต่นางก็ยังพ่ายแพ้ต่อสีหน้าไร้เดียงสาของชิงหลัว
“ช่างเถอะ ช่างเถอะ วัวยังฉลาดกว่าเ้าเลย...”
ชิงหลัวเม้มปากแน่น นางเข้าใจสิ่งนี้
“ไป ออกไปเดินเล่นกัน” เมิ่งอวิ๋นเสียงก้าวเดินออกไปโดยไม่สนใจชิงหลัว
“ไท่จื่อเฟย ท่านกำลังจะออกไปข้างนอกอีกแล้วหรือ เพคะ?” ไหนบอกว่าจะพักผ่อน ท่านเจ็บก้นจนแทบจะเดินไม่ไหวไม่ใช่หรือ?
“ออกไปสิ ไยไม่ออกไปเปิดหูเปิดตาััโลกที่แสนวิเศษใบนี้บ้าง...” เมิ่งอวิ๋นเสียงยังคงเจ็บบั้นท้ายนัก เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้นางได้หาเื่ใส่ตัวด้วยการกวัดแกว่งมีดดาบต่อหน้ากวนอู จนทำให้นางข้าหลวงาุโอวี่ฝึกฝนนางหนักขึ้นใน่สองสามวันที่ผ่านมา ราวกับว่า้าฝึกให้นางถึงระดับนางงามจักรวาล
ต่อให้ออกไปแล้วจะเป็อย่างไร หากท่านไม่ได้ไปเดินรอบตำหนัก ท่านก็อาจจะอาละวาดอยู่ที่นี่ก็ได้ ชิงหลัวกล้าพูดเช่นนี้เพียงแค่ในใจเท่านั้น
“ถวายบังคมไท่จื่อเฟย”
“เยวี่ยเอ๋อคำนับพี่สาวเพคะ...”
วันนี้เจียงหลูเยวี่ยสวมชุดสีชมพูอ่อน ผมสลวยของนางสะท้อนแสงราวสายน้ำตกสีดำ ที่หว่างคิ้วมีชาดแต้มอยู่เล็กน้อย มีร่องรอยของความเกลียดชังแวบผ่านสายตาของนาง และหายไปอย่างรวดเร็ว
“ช่างบังเอิญยิ่งนัก ช่างบังเอิญเหลือเกินที่เราได้พบกันอีก...” เมื่อเมิ่งอวิ๋นเสียงเห็นเจียงหลูเยวี่ยคุกเข่าอยู่บนพื้น นางก็พูดพลางหัวเราะเยาะ
ชิงหลัวรู้สึกละอายใจ ไม่กี่วันนี้นางเพิ่งไปเจอนางสนมมา และประโยคแรกของไท่จื่อเฟยก็กล่าวว่าเป็เื่บังเอิญที่ได้เจอกัน ในโลกนี้จะมีเื่บังเอิญมากมายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร หาก ไป๋เฉาไม่ออกมาสืบเื่นางสนมก่อน แล้วไท่จื่อเฟยจะได้มาพบกับนางเช่นนี้ได้อย่างไร
“ราวกับว่าน้องและพี่สาวใจตรงกันว่าดอกไม้ในสวนกำลังเบ่งบาน น้องตื่นเต้นนักที่ได้ออกมาเดินเล่น แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับพี่สาว” เจียงหลูเยวี่ยกล่าวขณะก้มหน้าลง ถ้อยคำของนางไม่ได้มีสิ่งที่ผิดแปลกไป
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว น้องสาวโปรดลุกขึ้นเถิด” เมิ่งอวิ๋นเสียงแสร้งทำเป็ก้าวไปข้างหน้าเพื่อจะช่วยพยุงนาง แต่ก่อนที่นางจะเอื้อมมือออกไป เจียงหลูเยวี่ยก็ได้รับความช่วยเหลือจากปี้เหลียนที่อยู่ข้างนางอย่างรวดเร็ว และมีร่องรอยของความหวาดระแวงอยู่ในสายตาของนาง ใน่ไม่กี่วันนี้ ทันทีที่เ้านายของนางเจอสตรีผู้นี้ก็จะต้องคุกเข่าลง จนเข่าของนางบวมแดงอย่างน่าเวทนา หากไม่ใช่เพราะไท่จื่อยุ่งกับงานจนไม่ได้กลับวัง เขาก็คงจะถลกหนังนางแล้วเป็แน่
เมิ่งอวิ๋นเสียงยกยิ้มก่อนจะดึงมือกลับอย่างไม่สบอารมณ์นัก
เมิ่งอวิ๋นเสียงเดินเล่นข้างนอกสักครู่ ก่อนจะกลับไปที่ตำหนักเพื่อนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม
“ปัง” เสียงประตูถูกเปิดออกอย่างแรง เมิ่งอวิ๋นเสียงที่กำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทราพลันใกับเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน นางโกรธจัดจนเปิดปากด่าว่า “ท่านจิ่งหรง ทุกครั้งที่เข้ามาก็เป็เช่นนี้ตลอด ช่วยเปลี่ยนบ้างไม่ได้หรืออย่างไร?”
จิ่งหรงหน้าเสียเมื่อได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าของเขายิ่งมืดมนขึ้นกว่าเดิม “เ้าทำให้เปิ่นหวางเหลืออด คิดว่าสิ่งที่เ้ากระทำลงไปนั้นดีแล้วหรือ?”
เมิ่งอวิ๋นเสียงรู้สึกเวียนหัวยิ่งนัก นางพยุงตัวเองขึ้นแล้วพยายามลืมตา “ข้าทำดีแล้วไม่ใช่หรือ? ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร? เป็ไปได้หรือไม่ว่าท่านเห็นแล้วว่าข้ามีเมตตา อ่อนโยนและใจกว้าง ท่านจึงมาเพื่อมอบรางวัลให้ข้าใช่หรือไม่?”