ไม่มีใครไม่ตกตะลึงไม่ว่าจะฝ่ายใหนต่างก็ตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นว่าพลังของครึ่งเซียนเมื่ออยู่ต่อหน้าของกิ้งก่าตัวนี้ก็จะกลายเป็นเพียงขยะไร้ค่าทันทีพลังที่ผู้นำนิกายซากศพสำแดงข้ามทวีปมากลับถูกทำลายในพริบตา
“หนี!!!!!!!!!”เมิ่งฝู่เป็นคนแรกที่ได้สติและเปิดใช้งานสมบัติเพื่อพาตนเองหลบหนีทันที
“นายน้อยรอพวกข้าได้”ผู้อาวุโสนิกายซากศพเองก็พากันหนีอย่างบ้าคลั่ง
“ฆ่าพวกมันให้หมด”ซงเทียนคำราม
“ฆ่า!!!!!!!!!!”
คนของนิกายบุปผาทำการกวาดล้างระดับราชันของนิกายซากศพจนหมดเหลือเพียงระดับจักรพรรดิที่หนีรอดไปได้ถึงอย่างไรระดับจักรพรรดิใช่ว่าจะสังหารได้ง่ายๆเหมือนกับที่ฉางเฟิงทำกันละ
“ตกลงแล้วท่านเป็นตัวอะไรกันแน่”โหลวหลานถึงกับหวาดกลัวเมื่อมองไปที่เสี่ยวเฮ่ย
“ข้าเป็นแค่ผู้ติดตามตัวเล็กๆของนายน้อยเท่านั้น”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“ผู้ติดตามตัวเล็กๆงั้นเหรอผู้ติดตามตัวเล็กๆยังแข็งแกร่งขนาดนี้ จากที่ข้าเห็นเขาย่อมต้องมีพลังระดับเซียนขึ้นไปเท่านั้นแต่การที่เซียนเป็นผู้ติดตาม ตกลงแล้วเบื้องหลังของฉางเฟิงคือใครกันแน่ดูเหมือนจะต้องบอกข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลฉางให้เขารู้แล้ว” โหลวหลานคิดในใจ
“พวกเราจะทำยังไงดี”โยวอวิ้นกล่าวด้วยความหวาดกลัวพวกนางไม่คิดว่าอาณาจักรสวรรค์จะทรงพลังขนาดนี้แม้แต่ครึ่งเซียนยังพ่ายแพ้ลงในพริบตา
“พวกเจ้าจงกลับไปบอกผู้นำของพวกเจ้าซะว่าพวกเขาเป็นหนีของอาณาจักรสวรรค์ 1 ครั้ง จงคิดให้ดีๆว่าจะชดใช้ได้อย่างไรหรือไม่พวกเจ้าสามารถนำเม็ดยาทั้ง5 เม็ดชดใช้ก็ได้” ฉางเฟิงกล่าว
“พวกเราจะกลับไปรายงานเดี๋ยวนี้”โจวฟ่านกัดฟัน
ต่างกันเกินไปพลังของทั้งสองแตกต่างกันมากเหลือเกิน ขณะที่โจวฟ่านมั่นใจว่าด้วยพลังของตนเองจะสามารถต่อสู้กับระดับจักรพรรดิขั้นที่1 ได้ แต่ฉางเฟิงกลับสังหารระดับจักรพรรดิขั้นที่ 3 และต่อสู้กับระดับจักรพรรดิขั้นที่5 ได้อย่างสูสี
พวกโจวฟ่านรีบจากไปทันทีเพราะหวาดกลัวว่าพวกฉางเฟิงจะเปลี่ยนใจและสังหารตนและพวกเขาจะต้องรีบไปรายงานเกี่ยวกับตัวตนของเสี่ยวเฮ่ยด้วย ทำลายทหารศพระดับครึ่งเซียนได้ภายในการโจมตีเดียวนี่ออกจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
พวกฉางเฟิงก็ไม่สนใจและเก็บกวาดสนามรบสำหรับผู้อาวุโสนิกายศากศพฉางเฟิงพบว่าอีกฝ่ายมีความมั่งคั่งที่ไม่ธรรมดา
“จากนี้คงขู่พวกมันได้อีกนาน”ซงเทียนยิ้มออกมา
เพราะการลงมือของเสี่ยวเฮ่ยต้องทำให้ขุมอำนาจทั้งสองฝ่ายหวาดกลัวและไม่กล้ามายุ่งกับอาณาจักรสวรรค์สักพักและมันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะพัฒนาอาณาจักรสวรรค์
อีกด้านหนึ่งภายใต้ถ้ำโบราณแห่งหนึ่งชายวัยกลางคนคนหนึ่งไอออกมาเป็นเลือดและมีใบหน้าซีดขาว
“นั่นมันตัวอะไรกันนั่นไม่ใช่พลังของเซียนแล้วแต่มันเป็นไปไม่ได้หรือว่าจักรพรรดิเซียน” ชายคนนี้คือผู้นำนิกายซากศพที่เป็นครึ่งเซียน
“บัดซบเอ้ยไม่คิดเลยว่าอาณาจักรเล็กๆที่พึ่งก่อตั้งจะมีตัวตนแบบนี้อยู่ ดูเหมือนว่าข้าต้องเปลี่ยนไปเล่นงานพวกจงโจวอย่างเดียวแล้วไม่งั้นข้าคงไม่อาจจะทำอะไรกับอาณาจักรสวรรค์ได้
แต่รอก่อนเถอะขอแค่ข้าควบคุมศพระดับเซียนโบราณและจักรพรรดิเซียนโบราณได้อาณาจักรสวรรค์ก็แค่มดปลวก” ผู้นำนิกายซากศพเผยสีหน้าโหดเหี้ยม
หลายปีมานี้สุสานโบราณจำนวนมากถูกนิกายซากศพทำการขุดค้นไปจำนวนมากทำให้ในมือของนิกายซากศพมีทหารศพระดับจักรพรรดินับไม่ถ้วนและยังมี่ครึ่งเซียนอีกจำนวหนึ่ง
อีกด้านเมื่อพวกโจวฟ่านมาถึงจงโจวก็รีบรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นจักรพรรดิโจวที่นั่งอยู่ถึงกับเผยสีหน้าจริงจังไม่ว่าจะเป็นพลังของผู้นำนิกายซากศพที่เป็นถึงครึ่งเซียนและตัวตนลึกลับที่สามารถทำลายทหารศพครึ่งเซียนได้ในการโจมตีเดียวของอาณาจักรสวรรค์ก็เป็นข่าวร้ายสำหรับจงโจวทั้งนั้น
“ไปบอกคนของเราและสีนิกายให้ยกเลิกแผนการต่ออาณาจักรสวรรค์ทั้งหมด”จักรพรรดิโจวกล่าว
“แต่ท่านจักรพรรดิยิ่งปล่อยเอาไว้อาณาจักรสวรรค์จะยิ่งเติบโตนะ”โจวฟ่านกล่าว
“ข้ารู้เรื่องนั้นดีแต่ปัญหาคือตอนนี้เรายังไม่รู้จักตัวตนที่ลงมือในตอนนั้นดีรอให้ท่านพ่อของข้ากลับมาจากทวีปเซียนเสียก่อนค่อยไปตรวจสอบส่วนตอนนี้ศัตรูที่น่ากลัวของเราคือนิกายซากศพ พวกมันจะต้องมุ่งเป้ามาที่พวกเราแน่เพราะงั้นจงเตรียมตัวให้พร้อม” จักรพรรดิโจวกล่าว
“ท่านบรรพชนกำลังจะกลับมาแล้วงั้นเหรอ”โจวฟ่านเผยสีหน้ายินดี
อดีตจักรพรรดิของจงโจวหลังจากสละบัลลังก์ก็เดินทางไปทวีปเซียนทันทีเพื่อหาโอกาสทะลวงกลายเป็นเซียนและตอนนี้อดีตจักรพรรดิคนนี้ก็กลายเป็นเซียนไปแล้วและเพราะแบบนี้ราชวงศ์โจวจึงมีอำนาจสูงสุดและไม่มีใครสั่นคลอดได้ตลอดมา
หลังจากผ่านไปหลายวันวันนี้โหลวหลานได้มาหาฉางเฟิงเป็นการส่วนตัว บนที่พังของฉางเฟิงโหลวหลานสวมชุดสีม่วงอ่อนและเผยรูปร่างอันแสนเย้ายวนออกมาเรียวขาที่ยาวและผิวพรรณที่ขาวเนียนย่อมทำให้ชายหนุ่มหลายคนบ้าคลั่งบวกกับหน้าอกที่ใหญ่ของนางใครบ้างจะไม่ใจสั่น
แต่ฉางเฟิงนั้นฝึกฝนพลังจิตและมีจิตใจที่เข้มแข็งทำให้ไม่ถูกความตัณหาของตนเองครอบงำแล้วอีกฝ่ายภรรยาของฉางเฟิงใครบ้างไม่งดงามดังนั้นฉางเฟิงจึงมีภูมิคุ้มกันอยู่มาก
“สมกับเป็นคุณชายฉางเฟิงแม้จะเห็นข้าในตอนนี้ก็ยังนิ่งสงบได้” โหลวหลานยิ้ม
“ไม่เลยแม่นางโหลวหลานงดงามมากข้าเองก็ต้องใช้พลังใจมากเช่นกันในการหักห้ามใจ” ฉางเฟิงยกยิ้ม
“ได้ยินแบบนั้นข้าก็มีความสุขแล้ว”
“มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าการที่แม่นางมาหาข้าแบบส่วนตัวแบบนี้ย่อมมีเรื่องสำคัญใช่หรือไม่” ฉางเฟิงกล่าว
“ไม่ผิดเรื่องที่เจ้าขอให้ข้าหาข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรโกลาหล ข้าหามาได้แล้ว และยังมีข้อมูลของตระกูลฉางอีกด้วย”
“เรื่องจริงงั้นเหรอ”ฉางเฟิงไม่ได้สนใจเกี่ยวกับสมุนไพรเลยแต่สนใจเกี่วกับตระกูลฉางมากกว่า
“นี่คือข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลฉางส่วนในแหวนวงนี้มีสมุนไพรโกลาหลที่เจ้าต้องการ” โหลวหลานยื่นของทั้งสองให้กับฉางเฟิง
“ส่วนนี้ของเจ้า”ฉางเฟิงโบกมือเม็ดยาจักรพรรดิคุณภาพสูงสุด 3เม็ดก็ลอยเข้าหาโหลวหลาน
“สมแล้วจริงๆคุณภาพเม็ดยานี้ไม่แพ้เม็ดยาระดับ 7 เลย” โหลวหลานยกยิ้ม
สำหรับนางการจะมีอำนาจในหอสมบัติได้แน่นอนว่าต้องมีกองกำลังเป็นของตัวเองและด้วยเม็ดยานี้จะทำให้นางสามารถซื้อใจระดับจักรพรรดิได้และในอนาคตนางยิ่งได้รับสิทธิ์พิเศษในการซื้อขายกับฉางเฟิงโดยตรงอีกด้วย