ตอนที่สิบเจ็ด พ่อค้าที่โลภโมโทสันมีลูกน้องยอมตายแทน
ด้วยเหตุผลบางประการพ่อค้าทาสที่โหดร้ายและดยุกหมูอ้วนที่โลภโมโทสันมีลูกน้องทั้งกองทัพยอมตายแทนแต่ผู้กล้าที่ช่วยคนทั้งโลกดันโดนคนหักหลังจนตาย
หรือคนที่หักหลังมันฆ่าผู้กล้าได้อย่างไรผมก็ยังงงอยู่
ว่าพวกเอ็งเก่งขนาดฆ่าผู้กล้าได้ทำไมพวกเอ็งไม่ปราบจอมมารเองเสียั้แ่ต้น
หรือปัญหาเดียวกับท่านข่านบุกแดนจงหยวนนั่นเอง
ว่าพวกเอ็งเก่งกันนัก ทำไมไม่ไปปราบท่านข่านเสียเองั้แ่แรก?
แต่สำหรับผมแล้วป้องกันไว้ก่อน
หากโลกใบนี้ชอบให้พ่อค้าที่โลภโมโทสันหรือหัวหน้าโจรปกป้องกันนักผมก็จะให้สิ่งที่โลกนี้้า
การปกครองโดยโจรและพ่อค้าที่โลภมากนั่นเอง
ผมเรียกสิ่งนี้ว่า False Business
การสร้างความ้าเทียมที่ไม่มีอยู่จริงอย่าง”ค่าคุ้มครอง”ของมาเฟียยากูซ่าต่างๆ
และหากเราทำดีดีก็อาจจะมีภาพพจน์ที่ดีแบบยากูซ่าบางกล่มที่บริจาคเงินใน่แผ่นดินไหวหรือสร้างห้องสมุดชุมชนในกรณีของพวกแก๊งมาเฟียในนิวยอร์ก
กล่าวถึงที่สุด โรบินฮู้ด ก็คือโจรที่มีพีอาร์ภาพพจน์ที่ดีนั่นเอง
ผมไม่ได้กะจะสร้างแก๊งโจรที่ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวแต่เป็แก๊งโจรที่ชาวบ้านมองว่าเราพึ่งพาได้มากกว่าเ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อเป้าหมายอย่างเดียวของผม ในการสร้างคนที่คอยระวังหลังให้กับผมไม่โดนหักหลังแบบเดียวกับผู้กล้าในตำนานต่างๆ
และวิธีการแก้ไขปัญหานั้นคือวิชา nepotism เล่นเส้นสายและเล่นพรรคเล่นพวกนั่นเอง
ตอนแรกผมยังกังวลอยู่ว่าพ่อแม่ผมเป็คนธรรมดาแม้น่าจะมีสายเืของเทพจ้าและผู้กล้าในตำนานที่มาปรากฏในตัวผมก็ตาม
แต่พอรู้ว่าพ่อของผมมีเส้นสายกับแก๊งโจรมาก่อนผมก็ดีใจเอามากๆ
ผมไม่ได้คิดว่าจะร่ำรวยคนเดียวหรือต่อให้อยากร่ำรวยแค่ไหนกำลังของคนคนเดียวก็มีจำกัด
เราต้องหาคนจำนวนมหาศาลและสร้างองค์กรหรือหน่วยงานขึ้นมาทำงานต่างๆแทนเราต่างหากนั่นคือวิธีการที่จะก้าวข้ามพ้นขีดจำกัดของเวลาและแรงงานส่วนบุคคลของเราที่มีอยู่อย่างจำกัด
หากผมเป็ลุกขุนนางมีตำแหน่งโดยตรงก็คงใช้เงินใช้ตำแหน่งระดมคนระดมทุนมาทำโครงการต่างๆที่้าได้
แต่เมื่อไม่มีทั้งสองอย่างก็คงต้องพึ่งเส้นสายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
อย่างหนังสมัยโบราณ
ลูกหลานคนธรรมดาอยากสมัครเป็ทหารก้ต้องพาไปรู้จักกับเพื่อนของพ่อที่เป้นช่างตีเหล็กและให้ช่างตีเหล็กแนะนำให้กับขุนนางอีกทีหนึ่งไปเป็ทอดๆด้วยระบบศักดินาสวามิภักดิ์
ที่ตอนหลังพึ่งรู้ว่าโดนอมเงินเบี้ยหวัดของตนเองไป
จนกระทั่งตอนหลังได้นายดีและได้เบี้ยหวัดมาครบถ้วนในตอนที่ตนเองแทบไม่้าเงินแล้ว
เป็คติสอนใจว่า
“ให้หานายที่ดีคู่ควรแก่การรับใช้”
แทนที่จะมีแิว่า
“เราควรสร้างระบบที่เ้านายไม่สามารถคอรัปชั่นโกงกินลูกน้องได้อย่างนี้”
แต่ก็นั่นล่ะคนเติบโตมาเป็สามัญชนในหมู่บ้านอย่างผม ก็ควรจะดีใจแล้วที่ไม่ได้เกิดมาเป็ทาสที่มีกันเกลื่อนแผ่นดินนี้
และมีแต่คนที่โง่เขลาเท่านั้นล่ะ
ที่หวังจะเปลี่ยนแปลงแผ่นดินโดยไม่มีกองทัพ
แทนที่จะหวังให้คนในแผ่นดินนี้ไม่ทรยศผู้กล้าเวลาที่งานเสร็จ
เราก็ควรจะสร้างระบบที่ต่อให้อยากจะทรยศก็ทรยศไม่ได้เพราะกองทหารของผมจะตัดศีรษะพวกเขาลงมาทันทีถ้าพวกเขาเล่นตุกติก
พวกที่มองการเมืองตามความเป็จริง Realism เรียลลิสม์น่ะ
ยังไม่สามารถตอบคำถามได้ว่า
“หากไม่ใช่เราคนเดียวที่เป็เรียลลิสม์แต่ฝ่ายตรงข้ามเป็เรียลลิสม์ด้วยผลจะเป็อย่างไร?”
สังคมน่ะอยู่ได้เพราะมีคนดีที่คอยเสียสละปกป้องระบบอันเลวร้ายอยู่
แบบเดียวกับสามีภริยาที่ดีที่ถูกคู่สมรสของตนตบตีทำร้ายทารุณแต่ไม่ยอมหย่าเพราะเห็นแก่ลูกของตนเองและความสมบูรณ์ของครอบครัว
หากเรามองผลประโยชน์เป็หลักเราจะเริ่มเห็นอัตราการหย่าร้างที่มากขึ้นเพราะแต่ละคนใช้แนวความคิดเรียลลิสม์ใส่กันและกัน
“ทำไมเราต้องเสียผลประโยชน์เพื่อความสุขของอีกฝ่ายด้วย?”
คนเราเย้ยหยันก๊วยเจ๋ง โดยหารู้ไม่ว่าคนดีต่างหากที่ทำได้ยากกว่าการเป็เรียลลิสม์มากมายนัก
ผมต้องก้าวเดินในทางที่จะช่วยเหลือโลกนี้ตามสไตล์ของตัวเอง
หากมันจะต้องจ่ายด้วยชีวิตคน เราก็ต้องจ่ายด้วยชีวิตคนหลายๆคนในโลกนี้
ไม่ใช่ให้คนคนหนึ่งแบกรับไว้คนเดียว
ท่านพ่อของผมมองอย่างสงสัย
“ผมอยากจะสร้างกองทหารรับจ้างขอรับท่านพ่อผมจะปราบมอนสเตอร์และทำให้หมู่บ้านของเรารุ่งเรืองขึ้นให้ได้”
ผมกล่าวต่อท่านพ่ออย่างสงบ
“ผมอยากจะตัดถนนให้ชาวบ้านทำมาค้าขายอย่างสงบไม่ถูกมอนสเตอร์หรือโจรป่ารบกวนอีกต่อไป”
เพราะกลุ่มของพวกเราจะเป็กลุ่มโจรที่ใหญ่ที่สุดที่คอยเก็บค่าคุ้มครองจากชาวบ้านด้วยวิธีแบบยากูซ่าสมัยใหม่
ธุรกิจบันเทิงต่างๆ มีกำไรมากกว่ายากูซ่าดั้งเดิมมหาศาลจนเื่น่าตลกร้ายคือกลุ่มยากูซ่าดั้งเดิมมีรายได้แค่ร้อยล้านแต่กลุ่มบันเทิงมีรายได้หมื่นล้านทำให้กลายเป็ข้าวนอกนาในองค์กรของตนเองไปนั่นเอง
“กำลัง” และ”ผลประโยชน์” มีความสัมพันธ์กันที่น่าตลกอย่างนี้เอง