ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 171 ต่อต้านกฤษฎีกา ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า

            ฮ่องเต้เทียนฮุยมองหลงเฟยเยี่ยที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนเองเขาตกใจมากกว่าโกรธเสียอีก!

            ทำไม่ได้?

            กล้าพูดได้อย่างไรว่าทำไม่ได้?

            ในเรื่องการอภิเษกหลงเฟยเยี่ยพูดต่อหน้าเขาหลายครั้งว่ามันเป็นไปไม่ได้แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ครั้งนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับพระราชกฤษฎีกา!

            ฮ่องเต้เทียนฮุยถอยหลังหนึ่งก้าวและถามด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยวว่า“หลงเฟยเยี่ย เจ้ากำลังพยายามต่อต้านคำสั่งอย่างนั้นหรือ?”

            ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกลับพูดอย่างเฉยเมยว่า“ข้าขัดขืนคำสั่ง”

            น้ำเสียงของเขานิ่งมากแต่กลับเปล่งรัศมีที่ครอบงำซึ่งไม่สามารถเพิกเฉยได้ แม้ว่าจะปฏิเสธฮ่องเต้เทียนฮุยแต่เขาก็ยังอยู่เหนืออย่างมากจนไม่อาจล่วงละเมิดได้!

            ฮ่องเต้เทียนฮุยตะลึงไปครู่หนึ่งราวกับว่าเขาถูกรัศมีของหลงเฟยเยี่ยครอบงำ

            ไม่เขาเป็นฮ่องเต้ อำนาจของเขาไม่อนุญาตให้ใครมาท้าทาย

            ฮ่องเต้เทียนฮุยกวาดโต๊ะสาส์นอย่างแรงมองไปที่หลงเฟยเยี่ยด้วยรัศมีอาฆาต หลังจากจ้องมองที่หลงเฟยเยี่ยครู่หนึ่งเขาก็ออกคำสั่งเสียงดังโดยไม่ลังเลว่า “ฉินอ๋องต่อต้านพระราชกฤษฎีกานำตัวเขาไปขังไว้ที่คุกวังหลวงไม่ว่าใครก็ห้ามเข้าเยี่ยมหากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า!”

            ทันทีที่คำพูดจบลงองครักษ์ก็เข้ามาและควบคุมตัวหลงเฟยเยี่ยฮ่องเต้เทียนฮุยมองเขาอย่างเย็นชาโดยคิดว่าเขาจะต้องเสียใจและร้องขอความเมตตาอย่างแน่นอน

            แต่ใครจะรู้หลงเฟยเยี่ยกลับไม่ได้ขัดขืนพร้อมยกยิ้มอย่างเย้ยหยันและถูกองครักษ์พาตัวไปแบบนั้น

            จนกระทั่งร่างสูงหายไปจากประตูฮ่องเต้เทียนฮุยก็นั่งลงบนเก้าอี้ราวกับตื่นจากฝันร้าย

            เขารวบรวมสติและมองเซวียกงกงที่คุกเข่าอยู่ด้านข้างด้วยความโกรธ“เขา...เขา...เขากล้าขัดขืนคำสั่ง! เขาต้องการจะกบฏหรือไร?”

            “คิดว่าข้าไม่กล้าทำเขาจริงๆอย่างนั้นหรือ? คราวนี้แหละ ข้าจะจัดการเขา!”

            “เซวียกงกงเจ้าไป! เจ้าไป! ไปคุ้มกันให้ข้าไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปในตำหนักหุยสื่อแม้แต่ก้าวเดียวเจ้าไปบอกเขาว่าหากไม่อภิเษกกับองค์หญิงหรงเล่อชีวิตนี้ที่เหลือก็อย่าได้คิดจะออกมาเลย!”

            …

            เซวียกงกงที่หวาดกลัวหัวใจก็เต้นแรง เขารับใช้ฮ่องเต้มาสองชั่วอายุคนแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนที่กล้าขัดขืนกฤษฎีกาของฮ่องเต้สมองของเขาเต็มไปด้วยความว่างเปล่าไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อยว่าฮ่องเต้เทียนฮุยพูดว่าอะไร

            “ยังไม่ไปอีกหรือไร!”

            ฮ่องเต้เทียนฮุยคำรามด้วยความโกรธและกวาดทุกอย่างที่เหลือบนโต๊ะออกไป โกรธจนจมูกของเขาแทบจะมีควันออกมา!

            เช่นนี้เซวียกงกงจึงจะได้สติเขาไม่กล้ารอช้าและรีบตะเกียกตะกายออกไป

            ในวันนั้นข่าวแพร่ออกไปว่าฉินอ๋องขัดขืนพระราชกฤษฎีกาและถูกกักบริเวณในตำหนักหุยสื่อ ซึ่งทำให้ทุกคนต่างตื่นตกใจ

            ต้องรู้ว่าอำนาจของฉินอ๋องในราชสำนักและตำแหน่งนั้นสูงส่งนั้นแม้แต่ฮ่องเต้เทียนฮุยก็ยังกลัวเขา ไม่มีทางยั่วยุเขาได้ง่ายๆ อย่างแน่นอนแต่หากยั่วยุเขาได้ นั่นก็แสดงว่าฮ่องเต้เทียนฮุยลงมืออย่างจริงจังแล้ว!

            สถานการณ์เข้าขั้นร้ายแรง!

            อี้ไท่เฟยเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับข่าวนางที่ทานอาหารไปได้ครึ่งหนึ่งก็หยุดชะงักและรีบเข้าวังไปทันที อย่างไรก็ตามนางไม่เพียงไม่สามารถเข้าไปในตำหนักหุยสื่อเพื่อพบหลงเฟยเยี่ยได้แต่ประตูทางฝั่งห้องตำราเองก็ปิดสนิทเช่นกัน

            แม้ว่าจุดประสงค์ของการขัดขืนของฉินอ๋องจะไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะแต่การที่องค์หญิงหรงเล่อที่กลับอาณาจักรไปก่อนหน้านี้และการเคลื่อนไหวของสนามรบซานถูทำให้ทุกคนต่างตระหนักได้ไม่ว่าใครก็รู้ว่ามันต้องมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการอภิเษกเพียงพริบตาความคิดเห็นและข่าวลือที่แตกต่างกันแพร่สะพัดไปทั่วทุกที่ในนั้นก็มีข่าวลือที่ว่าฉินหวังเฟยทำเสน่ห์ใส่ฉินอ๋องและขัดขวางการอภิเษกนั้นเป็นที่พูดถึงมากที่สุด

            อี้ไท่เฟยรออยู่ที่ห้องตำราทั้งวันจนกระทั่งถึงตอนเย็น ฮ่องเต้เทียนฮุยจึงจะออกมา

            “ฮ่องเต้ฉินอ๋องแค่สับสนไปชั่วครู่ ให้ข้าเข้าไปเกลี้ยกล่อมเขาได้หรือไม่?”

            ฮ่องเต้เทียนฮุยไม่แม้แต่จะมองอี้ไท่เฟยและเดินออกไปอี้ไท่เฟยรีบตามไป แต่กลับถูกขันทีห้ามไว้ท้ายที่สุดนางจึงไม่สามารถเข้าใกล้ได้อีก

            “ฮ่องเต้ท่านเองก็ทรงทราบดีถึงนิสัยของเฟยเยี่ย เขาดื้อรั้นมาตั้งแต่ยังเด็กขอเพียงให้ข้าเกลี้ยกล่อมเขา เขาต้องเปลี่ยนใจแน่นอน ฮ่องเต้สถานการณ์ที่ชายแดนเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ วัน ถ้าท่านยังเป็นเช่นนี้...”

            ขณะที่อี้ไท่เฟยพูดไปได้ครึ่งหนึ่งฮ่องเต้เทียนฮุยก็ขัดจังหวะขึ้นด้วยความโกรธ “อี้ไท่เฟย ฉินอ๋องขัดขืนพระราชกฤษฎีกาไม่ใช่ว่าเป็นการกบฏหรอกหรือ?”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาสีหน้าของอี้ไท่เฟยก็เปลี่ยนไป นางปิดปากในทันทีและยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

            ฮ่องเต้เทียนฮุยมองนางอย่างเย็นชาแล้วถามอีกครั้งว่า “อี้ไท่เฟย เจ้าว่าฉินอ๋องจะกบฏหรือไม่?”

            “ไม่เพคะ!ฉินอ๋องไม่กล้าเด็ดขาด! ท่านมั่นใจได้เลย!”

            อี้ไท่เฟยคุกเข่าลงทันทีตั้งแต่ฮ่องเต้องค์ก่อนสวรรคต นางก็ไม่เคยคำนับใครอีกเลยแต่นางรู้ดีอยู่ในใจว่าความอาวุโสของนางเทียบไม่ได้กับอำนาจของฮ่องเต้

            อำนาจของฮ่องเต้คือท้องฟ้าคือแผ่นดิน คือทุกสิ่ง!

            เมื่อเห็นอี้ไท่เฟยคุกเข่าฮ่องเต้เทียนฮุยก็ส่งเสียงฮึอย่างเย็นชาและเดินจากไป

            จนกระทั่งในตอนกลางคืนอี้ไท่เฟยกลับมาที่จวนฉินอ๋องอย่างเศร้าใจ มีผู้คนมาที่จวนไม่น้อยแล้วไม่ว่าจะเป็นขุนนางในราชวงศ์หรือขุนนางระดับสูงพวกเขาทั้งหมดต่างกำลังรอข่าวของอี้ไท่เฟย

            เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นผู้คนในราชสำนักก็มีปฏิกิริยาแตกต่างกันโดยธรรมชาติ บางคนก็ซ้ำเติมบางคนก็คอยสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ และบางคนวิ่งไปช่วยเหลือกัน

            หากมันเป็นเรื่องอื่นเป็นคนอื่นจะถูกจำคุกหรือไม่เหล่าขุนนางชั้นสูงที่มีอำนาจก็อาจจะรีบไปช่วยเหลือกันแต่ที่สำคัญคือคนที่ถูกขังอยู่ตอนนี้คือฉินอ๋อง!

            ในอาณาจักรเทียนหนิงฮ่องเต้เทียนฮุยคือผู้ที่ยืนอยู่เหนือฉินอ๋อง แล้วใครจะไปช่วยได้?

            เมื่อเห็นสีหน้าของอี้ไท่เฟยทุกคนที่เดิมทีต้องการถามอย่างร้อนรนใจก็เงียบลง แต่ละคนขมวดคิ้วแน่นพวกเขาไม่เพียงมาถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในวังแต่มาเพื่อยืนยันว่าข่าวลือข้างนอกเป็นความจริงหรือไม่

            ฉินอ๋องโปรดปรานหานอวิ๋นซีฟังคำใส่ร้ายของหานอวิ๋นซี ดังนั้นเขาเลยต่อต้านคำสั่งและปฏิเสธที่จะอภิเษกเรื่องนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ทำให้ผู้คนเหลือเชื่อ

            อย่างไรก็ตามหลายคนเคยได้ยินเกี่ยวกับตราสิทธิพิเศษเมื่อไม่นานมานี้ และรู้สึกสงสัยอยู่ไม่น้อย

            สุดท้ายมีใครบางคนอดไม่ได้ที่จะซักถาม “ไท่เฟย ในมือของฉินอ๋องมีเหรียญตราสิทธิพิเศษจริงหรือ? หากผ่านไปหลายวันแล้วยังหาวิธีไม่ได้ก็เชิญเหรียญของฮ่องเต้ผู้ล่วงลับออกมาจะดีกว่าหรือไม่?”

            เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ใบหน้าของอี้ไท่เฟยที่แต่เดิมมืดมนอยู่แล้วมืดมนยิ่งไปอีก

            งานเลี้ยงอาหารค่ำครอบครัวในวันส่งท้ายปีเก่าเรื่องของฉางผิงและเหรียญตราสิทธิพิเศษ แม้ว่าจะมีการซุบซิบกันเล็กน้อยทว่าก็ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ ตอนนี้นางก็จะไม่พูดออกมาในที่สาธารณะเด็ดขาด

            นางก้มหน้าลงและเงียบไปเป็นเวลานานในที่สุด สุดท้ายก็ทำเพียงโบกมือให้ทุกคนออกไป

            ทุกคนทำอะไรไม่ถูกและไม่กล้าถามไปมากกว่านี้ดังนั้นจึงทำได้แค่ออกไป

            คำถามของฮ่องเต้เทียนฮุยยังคงก้องอยู่ในหูของอี้ไท่เฟยทำให้นางหวาดกลัว แต่ก็ไม่พอใจเช่นกัน

            ในตอนนั้นฮ่องเต้องค์ก่อนประชวรหนักและฉินอ๋องก็ยังเยาว์วัย แต่ถ้าไม่ใช่เพราะไม่มีใครอยู่ข้างหลังนางตระกูลของนางคงไม่ได้มีอำนาจมากกว่าไท่เฮาราชบัลลังก์ก็อาจจะไม่ใช่ของฮ่องเต้เทียนฮุย!

            “กบฏหรือ? ฮ่าฮ่า...”

            หลังจากคิดไปคิดมาอี้ไท่เฟยก็หัวเราะเยาะตัวเอง

            ในเวลานี้หานอวิ๋นซีที่อยู่นอกประตูมองดูทุกคนออกไป ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องและเรียกอย่างแผ่วเบาว่า“หมู่เฟย...”

            ทันทีที่นางทราบข่าวนางก็ตกใจเช่นกัน ไม่เคยคิดว่าฉินอ๋องจะขัดขืนพระราชกฤษฎีกานางกังวลมากจนอยากเข้าวังทันที แต่ถูกแม่นมจ้าวเกลี้ยกล่อมไว้เสียก่อน

            นางเข้าวังเพื่อไปหาใครอ้อนวอนใคร? จะได้เจอเขาหรือไม่? จะขอร้องได้หรือไม่?

            ฉินอ๋องจะปล่อยให้นางไปอ้อนวอนได้อย่างไร? ไม่ใช่ว่าเป็นการทำให้ตัวเองอับอายหรือไร

            ในเวลานี้อี้ไท่เฟยที่ดึงสติกลับมา นางเงยหน้าขึ้นมองหานอวิ๋นซี มองไปมองมาจู่ๆก็ยิ้มอย่างเย็นชา “หานอวิ๋นซี เจ้ารู้จุดประสงค์ของการขัดขืนของฉินอ๋องหรือไม่?”

            หานอวิ๋นซีเดาว่าคงเกี่ยวกับการอภิเษกไม่เช่นนั้นจะมีอะไรอีกที่ทำให้หลงเฟยเยี่ยกับฮ่องเต้ทะเลาะกันได้ขนาดนี้?

            “เรื่องอภิเษกล่ะ!ตอนนี้ เจ้าคงมีความสุขมากสินะ?”

            อี้ไท่เฟยพูดลุกขึ้นเดินไปหาหานอวิ๋นซีทีละก้าว แล้วถามอย่างเย็นชาว่า “ตอนนี้เจ้าพอใจหรือยัง?”

            “ข้า…”

            หานอวิ๋นซีถอยหลังไปสองก้าวแม้ว่านางจะเดาว่ามันคือเรื่องอภิเษก ทว่าเมื่อนางได้ยินอี้ไท่เฟยพูดยืนยันขนาดนี้หัวใจของนางก็เต้นเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้!

            “เจ้าพอใจหรือยัง?” อี้ไท่เฟยคำรามทันที

            หานอวิ๋นซีที่ไม่คาดคิดก็โพล่งออกไปว่า “ไม่!”

            “เจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ?” อี้ไท่เฟยขมวดคิ้วพร้อมยิ้มอย่างเย็นชา ส่ายหัวครั้งแล้วครั้งเล่า

            “ข้าไม่ได้หมายความว่าเช่นนี้!เขาจะอภิเษกหรือไม่ มันเกี่ยวอะไรกับข้า เขาไม่เคยถามข้าสักคำ!”หานอวิ๋นซีโกรธและอธิบายเสียงดัง

            หลงเฟยเยี่ยไม่เคยพูดเรื่องตวนมู่เหยากับนางเลยสักครั้ง!

            อย่างไรก็ตามอี้ไท่เฟยกลับไม่เชื่อ จู่ๆ นางก็ลากหานหานอวิ๋นซีมาตรงหน้าและถามทีละคำว่า“หานอวิ๋นซี เจ้าใช้วิธีไหนหลอกหลงเฟยเยี่ยกันแน่?”

            หลอก?

            คำนี้ทำให้หานอวิ๋นซีไม่สามารถยืนอย่างมั่นคงได้อีกต่อไปนางล้มลงบนเก้าอี้ด้านหลังอย่างแรงโดยไม่มีทางออก

            “หมู่เฟยท่านกำลังพูดถึงอะไร! ข้าเปล่าทำนะ!”

            หลงเฟยเยี่ยจะไปเป็นคนที่ถูกหลอกได้อย่างง่ายๆได้อย่างไรกัน นอกจากนี้ ถ้านางสามารถหลอกหลงเฟยเยี่ยได้ตั้งแต่วันที่นางเข้าประตูมาจนถึงตอนนี้ นางก็คงไม่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเช่นนี้ไหนจะปัญหาที่มาไม่ขาดสายอีก

            “เจ้าเปล่าทำ? ถ้าเจ้าไม่ได้ทำ แล้วทำไมเฟยเยี่ยถึงปฏิเสธการอภิเษกล่ะ? ในตอนที่อภิเษกกับเจ้า ก็ถูกบังคับให้อภิเษกเหมือนกันตอนนี้การอภิเษกกับองค์หรงเล่อ ก็ถูกบังคับเหมือนกัน มันต่างกันตรงไหน?” อี้ไท่เฟยถามทันที

            นี่มัน…

            ความแตกต่างคืออะไร? หากยืนกรานที่จะถามถึงความแตกต่างการอภิเษกกับองค์หญิงหรงเล่อคือการจับคู่ เป็นการจับคู่ที่สวรรค์สร้างส่วนการอภิเษกกับนาง คนทั้งเมืองจะหัวเราะเยาะอย่างไรล่ะ

            หานอวิ๋นซีไม่มีอะไรจะพูด

            ในตอนนั้นหลงเฟยเยี่ยถูกบังคับให้อภิเษกกับนางเขาไม่แม้แต่จะโผล่หน้ามาในวันอภิเษกด้วยซ้ำ แต่ในที่สุดเขาก็ยอมตกลง

            ทำไมครั้งนี้ถึงได้มีท่าทางแข็งกร้าวขนาดนี้?

            ความแตกต่างระหว่างการถูกบังคับให้อภิเษกกับคนหนึ่งคนกับการถูกบังคับให้อภิเษกกับคนสองคนมันแตกต่างกันอย่างไร? มันไม่สามารถที่จะยอมได้อย่างนั้นหรือ?

            “เจ้าไม่ได้ทำ? ถ้าไม่ทำ ทำไมเขาถึงใช้เหรียญตราสิทธิพิเศษกับเจ้าล่ะ? ไม่ว่าเจ้าจะอยู่หรือตายมันเกี่ยวอะไรกับเขา? เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหรียญตราสิทธิพิเศษคือชีวิตที่สองของเขา”อี้ไท่เฟยถามด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวอีกครั้ง

            คราวนี้หานอวิ๋นซียิ่งพูดไม่ออก หากไม่ได้ใช้เหรียญสิทธิพิเศษกับนางครั้งนี้หลงเฟยเยี่ยก็คงไม่ถูกกักบริเวณแบบนี้ แม้ว่าจะเป็นการกบฏฮ่องเต้เทียนฮุยก็ไม่อาจจับเขาได้

            “หานอวิ๋นซีทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า! เพราะเจ้า!”

            อี้ไท่เฟยกดมือทั้งสองลงบนไหล่ของหานอวิ๋นซีแล้วจับไว้แน่นมาก การจ้องมองที่เคียดแค้นดูเหมือนจะฉีกหานอวิ๋นซีให้เป็นสองส่วนในการเผชิญกับความรุนแรง นี่เป็นครั้งแรกที่หานอวิ๋นซีไม่มีข้อแก้ตัวและไม่ได้ผลักออกไป

            นางตกตะลึงสับสน สมองของนางว่างเปล่า

            อี้ไท่เฟยโกรธมากจนรู้สึกไม่ดีไปทั้งตัวในที่สุดนางก็พูดทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยค ก่อนที่จะเดินออกไป

            นางพูดว่า“หานอวิ๋นซี เจ้ามันตัวหายนะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเฟยเยี่ยข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไป!”

            หานอวิ๋นซีนั่งอยู่ในห้องเป็นเวลานานจนกระทั่งแม่นมจ้าวมาหา นางจึงจะรู้สึกตัวขึ้นมา

            “แม่นมจ้าวจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับท่านอ๋องใช่หรือไม่?” นางพูดพึมพำ

            แม่นมจ้าวถอนหายใจ“การต่อต้านพระราชกฤษฎีกา...เป็นความผิดร้ายแรงฮ่องเต้กระตือรือร้นที่จะจับหางน้อยๆ ของท่านอ๋องมานานหลายปีแล้ว! เฮ้อท่านอ๋องทรงระแวดระวังอยู่เสมอ ครั้งนี้เป็นไปได้อย่างไร...”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้หัวใจของหานอวิ๋นซีก็จมลงสู่ก้นบึ้ง นางไม่ได้หลอกหลงเฟยเยี่ยแต่เป็นเพราะนางจึงต้องใช้เหรียญตราสิทธิพิเศษดังนั้นยังคงเป็นนางที่ทำร้ายหลงเฟยเยี่ย

            ไม่นานเวลาก็ผ่านไปสิบวัน ไม่มีใครสามารถเกลี้ยกล่อมฮ่องเต้เทียนฮุยได้และไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จากตำหนักหุยสื่อ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือรอ

            อี้ไท่เฟยเองก็ไม่ได้เข้าไปในพระราชวังอีกเลยเวลาที่เห็นหานอวิ๋นซีก็ไม่พูดไม่จาแต่สายตากลับเผยความอาฆาตจนสามารถฆ่าคนให้ตายได้!

            หานอวิ๋นซีเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดนางไม่ได้ไปไหนและนั่งที่ประตูห้องนอนของหลงเฟยเยี่ยตลอดทั้งวัน

            ในวันนี้แม่นมจ้าววิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “หวังเฟยเพคะ หวังเฟย...”

            หานอวิ๋นซีดีใจมากและรีบไปหานางทันที“แม่นมจ้าว มีข่าวอะไรใช่หรือไม่?”

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747