เสียงฝีเท้าทหารเวรยามข้างนอกยังคงก้าวเดินอย่างเป็จังหวะ แต่ภายในเต็นท์บัญชาการกลับเงียบงันจนน่าหวาดหวั่น
หญิงสาวในชุดแพรบางสีนวลยืนก้มหน้านิ่งอยู่กลางเต็นท์ ริมฝีปากเม้มแน่น หัวใจเต้นแรงไม่เป็ส่ำ
แม้จะเคยได้ยินชื่อเสียงของแม่ทัพซ่งอวี่เหวินมานักต่อนัก ว่ารุกฆาตไม่ปรานีทั้งในสนามรบและในห้องนอน
แต่เมื่อได้มาพบเขาตัวจริงในระยะใกล้ นางถึงได้รู้ว่าคำเล่าลือยังไม่อาจเทียบเท่า
เขานั่งอยู่หลังโต๊ะบัญชาการ แผ่นหลังตรงสง่าภายใต้เกราะหนังสีเข้ม ใบหน้าคมคายเปื้อนคราบฝุ่นจากสนามรบ ดวงตาคมดุดันฉายแววเฉยชาน่ากลัว
“เ้าชื่ออะไร?”
น้ำเสียงเย็นเฉียบของเขาดังขึ้น ราวกับลมหนาวพัดตัดผิว
“หงหลานเ้าค่ะ” นางตอบเสียงเบา
“หงหลาน...” เขาเอ่ยย้ำ
ดวงตาคมกริบไล่จากปลายเท้านางขึ้นมาถึงใบหน้า ก่อนจะตวัดสายตามองเสื้อผ้าบางเบาที่แนบลู่กับเรือนร่าง
“หึ ข้าบอกให้ส่งม้าใหม่มา มิใช่ส่งสาวใช้มาอุ่นเตียง”
นางกัดฟันแน่น แม้รู้ว่านี่คือแผนจากเ้าเมืองให้ตนสืบข่าวในค่าย แต่ไม่มีใครเตือนว่านางต้องเจอกับเขาในคืนแรกแบบนี้
“ข้าถูกส่งมาเพื่อ…”
“เงียบ”
เสียงวางจอกน้ำเสียงดังปังทำให้นางสะดุ้ง ก่อนที่เขาจะลุกขึ้น ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ดวงตาไม่ละจากใบหน้านางแม้แต่น้อย
“เ้าคิดว่าข้าจะเมตตา?” เขาเอ่ยช้า ๆ แล้วเหยียดยิ้มบางอย่างเยือกเย็น “เ้ามาถึงที่นี่... ไม่มีสิทธิเลือก”
มือแข็งแรงยกขึ้นตวัดผ้าคลุมไหล่นางลงพื้น ก่อนจะผลักร่างบางจนล้มลงกับเสื่อหนาเบื้องหน้า เสียงเกราะกระทบกันดังกังวาน ทับด้วยเสียงหายใจแรงของเขาที่โน้มตัวตามลงมา
“ข้าจะสอนให้รู้ว่า... การเป็ของข้า มันหมายถึงอะไร”
หลังจากนั้นเขาก็ยกมือหนาขึ้นช้า ๆ ลูบผ่านเส้นผมยาวของนาง แล้วเลื่อนลงมาตรงลำคอขาวผ่อง
“เส้นเืเ้าสั่นอยู่ใต้ปลายนิ้วข้า... ราวกับกำลังร้องขอ”
เขากระซิบชิดหู ก่อนจะกดริมฝีปากลงข้างลำคออย่างแรง
“อื๊อ...” เสียงนางหลุดรอดจากลำคอ พร้อมแรงบีบจากมือที่โอบบ่าดึงให้นางแนบอกแกร่ง
ปลายลิ้นสากลากผ่านซอกคอ ไล่เรื่อยถึงไหปลาร้า เขากัดเบา ๆ แล้วดูดแรง จนร่างบางสั่นไหว
“เรียกชื่อข้า”
“มะ... แม่ทัพ...”
“เรียกชื่อจริง” เขากระซิบข้างหูอีกครั้ง ชิดเกินกว่าจะตั้งสติได้
“อวี่เหวิน...”
“ดีมาก”
หลังจากนั้นเขาก็แยกขานางออกช้า ๆ โดยไม่ละสายตาจากใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาคมจับจ้องทุกความสั่นไหว ทุกเสียงหอบที่หลุดรอด
มือหนาไล้ผ่านต้นขาด้านใน จนถึงจุดกลางลำตัวที่นางเบียดขาแน่นพยายามปิดบัง
“เ้ากลัว... หรือเ้ารอ?”
“ขะ...ข้า...” เสียงนางสั่นพร่า ร้อนผ่าวจนไม่อาจตอบได้
เขาหัวเราะในลำคออย่างพอใจ กายแกร่งขยับคลอเคลียปลุกเร้าช้า ๆ
เสียงผิวเนื้อเสียดสีกันดังขึ้นเบา ๆ แต่ชัดเจนในความเงียบ
“มองข้า... ข้าบอกให้เ้ามอง!”
นางเบิกตาอย่างใ ดวงตาสั่นระริกสบกับดวงตาคมเข้มของเขา
แววตานั้นทั้งเยือกเย็นทั้งเร่าร้อน ราวกับจะกลืนกินทุกส่วนของนางลงไปในเปลวเพลิง
“ข้าจะไม่หยุด จนกว่าเ้าจะจำข้าได้ในทุกัั...”
แล้วเขาก็กระแทกตัวเข้าหาอย่างเต็มแรง
เสียงดัง พั่บ ดังขึ้น พร้อมเสียงร้องแ่หวิวของนาง
สลับกับเสียงหายใจของเขาที่รุนแรงขึ้นทุกจังหวะ
แรงกระแทกแต่ละครั้งลึกและแน่น ร่างนางขยับตามแรงเคลื่อนของเขาอย่างไม่อาจขัดขืน
“อวี่เหวิน... ข้า... ข้าไม่ไหวแล้ว”
เขาก้มลงจูบริมฝีปากนางอย่าง สอดลิ้นเข้าไปลิ้มรสเสียงครางในลำคอ
“เ้าคือของข้า... ห้ามลืมเด็ดขาด”
เสียงหอบหายใจค่อย ๆ เบาลง เหงื่อเกาะเต็มหน้าผากนาง เส้นผมเปียกชื้นแนบผิวแก้ม ร่างบางนอนหมดแรงบนเสื่อแข็ง เสียงตะเกียงยังสว่างไหวอยู่ในเงามืด
ซ่งอวี่เหวินขยับถอดเกราะช้า ๆ แล้วทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ
ดวงตาคมยังคงจ้องมองนางไม่ละสายตา ราวกับจะย้ำว่า...
คืนนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้น และเขาจะไม่มีวันปล่อยให้นางหนีรอดไปได้อีกเลย