"อืมมม งั้นเราเริ่มที่แนะนำตัวกันก่อนดีกว่า"
กลุ่มแอ็กซิสทุกคนแนะนำตัวกับแคเซียร์ กันทีละคน กันจนครบทุกคน
"รู้จักกันหมดแล้วนะ งั้นเราเข้าเื่ของเราดีกว่า"
อาเพนจับคางตัวเองพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิดอะไรบ้างอย่าง"ทำไมเราถึงช่วยพวกคุณ? เพราะผมเกลียดไอเลวนั้นแล้วกันนะครับ"
"ไม่ใช่แค่ผมแต่ทุกคนในกลุ่มแอ็กซิสเกลียดอเล็ก เกลียดตระกูลคาแปครับ"
"ทำไมละคะ"แคเซียร์ถามกลับ
"เื่นี้ผมเคยบอกคาตันไปแล้ว แต่ไม่เป็ไรครับ ผมพูดอีกก็ได้"
"ไอเลวนั้นทำธุรกิจค้ามนุษย์ครับ ทุกคนที่นี้ต่างเป็เหยื่อของมัน"
"อืม ฉันพอจะเข้าใจแล้วค่ะ แต่ว่าคุณดูไม่เหมือนพวกเขาเลยนะคะ คุณคงไม่ใช่อัศวินธรรมดาแน่"
"คุณรู้ได้ไงครับว่าผมเป็อัศวิน"
อาเพนถามเช่นนั้น เพราะตอนนี้ตัวเขานั้นใส่เพียงชุดของชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น เพื่อให้ไม่เตะตา อาวุธก็ไม่ได้พก เธอรู้ได้ไงกัน
"อืม ดูจากมือคุณ คงเป็มือที่จับดาบรบมาอย่างโชกโชนเป็แน่ รู้ร่างก็กำยำจะว่าเป็ชาวบ้านธรรมดาก็ไม่ใช่อยู่แล้วละนะ"
"ครับ ผมเป็อัศวิน คุณช่างสังเกตจังนะครับ"
"เป็เื่ปกติที่จะต้องสังเกตคนที่เจอกันครั้งแรกอยู่แล้วค่ะ"
อาเพนทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้แล้วเลี่ยงที่จะตอบถึงที่มาของตน ซึ่งแคเซียร์ เธอก็รู้แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไร หากเ้าตัวเขา้าจะบอกก็คงได้รู้สักวัน
จากนั้นโซเซนก็พูดขัดขึ้นมา"อืม คุณแคเซียร์ครับ ที่คอคุณมันคืออะไรหรอครับ ให้ผมดูมันนะ"
แคเซียร์สดุงขึ้นมาแล้วเอามือข้างหนึ่งไปจับที่สร้อยคอเวทมนตร์ที่อยู่ที่คอเธอ
"มันคือปลอกคอเวทมนตร์ มันทำให้ใช้เวทมนตร์ไม่ได้นะคะ"
เมื่อพูดถึงปลอกคอเวทมนตร์การที่เธอใช้เวทมนตร์ไม่ได้ มันทำให้เธอทุกทรมานเหมือนอยู่ในขุมนรก ปกป้องผู้อื่นไม่ได้ โดนมองเป็เพียงสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งในคอกก็เท่านั้น เธอรู้สึกไร้ค่ายิ่งกว่าขยะชิ้นหนึ่งซะอีก
คาตันเห็นหน้าของผู้เป็พี่ไม่ค่อยสู้ดีนักและเงียบไปจึงรู้สึกเป็ห่วงอยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่กล้าถามออกไป
โซเซนเอาหน้าเข้าไปใกล้ปลอกคอเพื่อที่จะดูมัน ด้วยท่าทางที่สนใจมันมาก เหมือนเห็นของเล่นชิ้นใหม่
"ผมน่าจะหาวิธีปลดมันได้ ขอเวลาผม 3 วัน"
แคเซียร์ถึงกับทำหน้าตาไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ มันเป็สิ่งที่จอมเวทหลายคนทุ่มเทสร้างขึ้นมาหลาย่อายุคนเชียวนะ ถ้าทำได้จริงโซเซนคนนี้ก็เป็อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะเลยละ
หากพวกราชสำนักหรืออเล็กมันรู้ว่ามีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่ไม่ดึงเป็พวก เขาก็เป็อันตรายแน่ๆ
"มันจะทำได้จริงหรอคะ"
"แน่นอนครับ"โซเซนตอบด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น ชวนให้คนที่ได้เห็นอุ่นใจเป็อย่างมาก และมันก็ยังทำให้แคเซียร์รู้สึกโล่งใจด้วย
"นี่ๆ พวกคุณคงยังไม่ได้ทานอะไรกันมาหลายวันเป็แน่ ผมได้เตรียมของทานง่ายๆไว้ให้บนโต๊ะแล้วครับ"อาเพนพูดขึ้นมาแล้วชี้ไปทางห้องอาหาร
แคเซียร์ก็นึกได้ว่าเธอนั้นไม่ได้ทานอะไรมาหลายวันจริงๆ อยู่ที่ห้องใต้ดินนั้นอาหารจะถูกส่งมาสัปดาห์ละ 5 วันเท่านั้น วันละ 2 มื้อ เท่ากับเธอต้องคอยเก็บอาหารไว้ทานในมื้อที่ไม่ได้ส่งมาให้ด้วย เธอจึงได้ทานในปริมาณที่น้อยกว่าปกติมาก
เธอมองลงไปที่ท้องของเธอ ก็ดูเหมือนท้องจะอยู่ไม่สุกซะละ มันเรียกร้องให้เธอใส่อะไรลงไปสักหน่อย เพื่อประทังความหิว
"งั้นพวกเราก็ไม่เกรงใจละนะคะ"
"ตามสบายเลยครับ"อาเพนพูดด้วยใบหน้าเป็มิตร อย่างไร้สิ่งเจือปน
แคเซียร์จับมือคาตันที่ยืนอยู่ข้างๆตลอด เพื่อหวังจะเดินไปด้วยกัน
คาตันถึงกับใจนหน้าแดง พี่เห็นเราเป็เด็กหรือไงเนี้ย
จากนั้นทั้งสองก็พากันเดินไปที่ห้องอาหาร ภายในห้องอาหารมีโต๊ะอยู่ตรงกลางและมีเก้าอี้ แน่นอนภายในห้องไม่มีหน้าต่างเพราะห้องลับนี้อยู่ใต้ดิน ภายในห้องเป็สีคุมโทนสีแดง
้าโต๊ะอาหารมีอาหารจัดเตรียมไว้สำหรับแคเซียร์และคาตันโดยเฉพาะ เนื่องจากจัดไว้เพียงสองที่เท่านั้น อาหารที่จัดไว้เป็ของทานง่าย อย่างพวกโจ๊กกับขนมปัง
ทั้งสองนั่งข้างกันในตำแหน่งที่ถูกจัดไว้ให้และเริ่มทานอาหารอย่างช้าๆ หากทานเร็วกระเพาะอาจไม่ปรับตัวทำให้อาหารไม่ย่อยได้
"พี่ ผมดีใจมากที่ได้ทานข้าวกับพี่อีกครั้ง"
แคเซียร์เอามือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบหัวคาตันอย่างเอ็นดู"อืม พี่ก็เช่นกัน กินซะ เดี๋ยวเย็นหมด"
ทั้งสองตักอาหารใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย ด้วยความที่ไม่ได้กินอาหารที่เหล่านี้มานานแล้ว
โดยเฉพาะแคเซียร์ ที่ห้องใต้ดินนั้นเธอจะได้กินเพียงขนมปังแข็งๆกับน้ำเปล่าที่รสชาติขมๆ ไม่รู้ว่าเอาน้ำล้างจานมาให้เธอกินหรือเปล่า เธอจึงรู้สึกของคุณอาหารมือนี้มากที่ทำให้เธอรู้สึกดีใจ
แถมเป็มื้ออาหารที่ไม่ได้กินกับน้องเธอมานาน ยิ่งมีคุณค่ามากกว่าสิ่งใด แม้อาหารจะไม่หรูหร่าก็ตาม
เมื่อทั้งสองทานเสร็จก็เดินออกมาจากห้อง อาหารเพื่อจะมาขอบคุณพวกอาเพน แต่ในขณะที่เปิดประตูและยังเดินไม่ทันพ้นประตู คาตันก็ทรุดลงกับพื้น ทำให้ผู้เป็พี่สาวที่เดินอยู่ข้างๆต้องชะงักเพื่อมาดูอาการ
"คาตัน! คาตันนายเป็อะไร"
"กรรรรร"
"อาการนี้มัน??!!!"
ระหว่างที่แคเซียร์ก้มลงไปเพื่อดูอาการของคาตันอยู่นั้น อาเพนและไลล่าที่ได้ยินเสียงจึงเดินเข้ามาดู
"เกิดอะไรขึ้นครับ"
"อย่าเข้ามา!!!!"แคเซียร์ะโออกไปสุดเสียง
พูดได้ไม่เท่าไหร่คาตันก็กะโจนเข้าใส่อาเพนที่กำลังเดินเข้ามา ทำให้ไม่ทันระวัง เขาจึงไม่ทันป้องกันและได้นำแขนขึ้นมาบังโดยสัญชาตญาณ ด้วยแรงของคาตันทำให้เขากระเด็นและล้มลงไปกองกับพื้น ตอนนี้เขาาเ็ทั่วทั้งตัว ทั้งกระดูกแขนและซี่โครงก็ร้าว ทำให้เขาลุกขึ้นมาไม่ได้
"อึก แรงอะไรกัน"
"กรรรรรร"
ตอนนี้คาตันนั้นเหมือนสัตว์เดรัจฉาน ที่จะโจมตีทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ตามสัญชาตญาณ
ตาดำเปลี่ยนเป็ตาขาว ใบหน้ามีเส้นเืปูดขึ้นมาจนมองเห็นได้ด้วยตา อยู่ในท่าเอามือยันพื้น เหมือนกับการเดินของสัตว์สี่เท้า
แคเซียร์ที่ยังใช้เวทมนตร์ไม่ได้เพราะปลอกคอเวท จึงบอกไลล่าที่กำลังยืนตระหนกอยู่ อย่างรีบเร่ง
"คุณไลล่าๆ ใจเย็นๆก่อน ฟังฉัน"
ไลล่าได้ยินเสียงของแคเซียร์ก็ซูดหายใจเข้า -ออกยาวๆและตั้งสติได้ในที่สุด
"ค ค่ะ"
"คุณไลล่าใช้เวทเพิ่มสปีดให้ตัวเอง แล้วก็เข้าไปตีที่ท้ายทอยของคาตันเขาก็จะสลบค่ะ"
"ได้ค่ะ"
ไลล่ารีบใช้พลังเวทเพิ่มสปีดให้ตน จากนั้นก็วิ่งไปหาคาตันด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น 2 เท่า ในขณะที่จะอ้อมไปตีท้ายทอยนั้น
คาตันก็เกิดคลั่งขึ้นมา ทำให้รัศมีการโจมตีเป็รอบทิศทาง มือจึงตวัดไปมาอย่างบ้าคลั่ง จนไลล่าไม่สามารถเข้าไปตีที่ท้ายทอยได้
"ฉันคงต้องเสี่ยงแล้วละ"
ไลล่าพุ่งเข้าไป เพื่อหวังจะใช้ความเร็วในการเข้าประชิด ทันใดนั้น มือของคาตันก็ตวัดมาเพื่อที่จะฟาดลงไปที่ไลล่า
"อึก" แคเซียร์ยื่นมือออกไปเพื่อกางบาร์เรียไว้ได้ทัน
"คุณแคเซียร์"
"เร็วค่ะ ฉันกันไว้ได้ไม่นาน"
ด้วยเวทมนตร์ที่มีอยู่น้อยนิดของเธอมันจึงสามารถสกัดคาตันไว้ได้ไม่ถึง 30 วินาทีด้วยซ้ำ
ไลล่าที่สบโอกาสจึงเพิ่มความเร็วแล้วรีบเข้าประชิดตัว จากนั้นก็นำมือฟาดไปที่ท้ายทอยของคาตันได้สำเร็จ ทำให้คาตันสลบลงไปกองกับพื้น
จบ บทที่ 14 อาการแปลกประหลาดของคาตัน
โปรดติดตามตอนต่อไป