หลังจัดพิธีศพให้ครอบครัวเสร็จเรียบร้อยนางจางก็หมดห่วงนางจ้างรถม้าให้ไปส่งที่ชายฝั่งตะวันออกซึ่งเป็บริเวณที่เงียบสงบของเมืองแถวนั้นผู้คนไม่พลุกพล่าน นางคิดเพียงว่านางไม่อยากอยู่คนเดียวแล้ว นางจะขอตามไปอยู่กับครอบครัวนาง
เมื่อเดินมาถึงริมชายฝั่งด้านหนึ่งนางเห็นร่างคนสามคนยืนอยู่ริมตลิ่ง ที่คอมีเชือกเส้นหนึ่งบนมือถือหินก้อนใหญ่ที่ผูกกับเชือกไว้ นางใกับภาพที่เห็นจึงรีบตรงเข้าไปห้ามคนทั้งสาม
“พวกเ้าทำอะไร มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ คิดกันก่อนมีเื่ใดคิดไม่ตกก็ค่อยว่ากันไป ร่างกายเป็ของพ่อแม่เ้าจะมาทำอย่างนี้ได้ยังไง” นางจางลืมไปเสียสนิทแล้วว่านางกำลังจะมาทำอะไรในสถานที่แห่งนี้
คนเหล่านี้คือครอบครัวจาง 3 คนพ่อแม่และลูกสาว คนพ่อชื่อ ‘จางจินจู้’ เป็เื่บังเอิญที่ครอบครัวนี้แซ่เดียวกับนางแต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ครอบครัวนี้มีหนี้สินท่วมตัวจากธุรกิจในครอบครัวซบเซาจนต้องมาฆ่าตัวตายหนีหนี้
“แม่นาง เ้าอย่าห้ามพวกเราเลย พวกเราไร้หนทางแล้วหนี้สินบ้านข้ามากนัก ข้าตั้งขายร้านพร้อมที่ดินลดครึ่งราคามาหลายเดือน ก็ไม่มีใครสนใจจะมาซื้อพรุ่งนี้เ้าหนี้จะมายึดร้านแล้ว อยู่มิสู้ตาย พวกข้าไม่ทนอยู่แล้ว”
การค้าขายทางชายฝั่งทางตะวันออกค่อนข้างซบเซาผิดกับชายฝั่งตะวันตกที่เป็ท่าเรือหลักในการขนส่งสินค้าของเมือง
“ท่านลุงเปิดร้านอะไรหรือคะ” นางจางถามอย่างสนใจ
“บ้านข้าเป็ร้านโชห่วยอยู่ติดกับชายฝั่งด้านโน้น” ลุงจางชี้ไปยังทิศทางร้านของตน
‘ร้านโชห่วย’ ทำไมนางคิดไม่ออกมาก่อน ร้านที่เหมาะกับนางที่สุดก็คือร้านแบบนี้นางสามารถเก็งกำไรสินค้าต่าง ๆ ได้จากนิมิตของนาง ซื้อถูกขายแพง คือพร์ที่ฟ้าประทานให้นางนางอยากเล่าเื่นี้กับมารดา แต่นางหลี่ไม่อยู่ฟังเสียแล้ว
นางจางนึกย้อนไปในนิมิตนางจำได้ว่าอีกไม่กี่เดือนจะเกิดมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กัดเซาะชายฝั่งทางตะวันตกของเมืองท่าเรือและร้านค้าบริเวณนั้นพังเสียหายมากมายจากพายุ จนต้องปิดท่าเรือทางการจึงย้ายท่าเรือหลักของเมืองมาอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกจะมีการปรับปรุงท่าเรือทางฝั่งนี้อยู่ร่วมเดือนทำให้ที่ดินแถวนี้ราคาสูงขึ้นมากเป็อันดับต้นๆของเมือง จะเกิดตลาดชายฝั่งขนาดใหญ่และร้านรวงมากมายแถวนี้
“ท่านลุงตั้งราคาขายไว้ที่เท่าไรหรือคะ” นางจางสนใจขึ้นมา แต่ก็กลัวเงินที่มีจะไม่พอเพราะนางจางไม่มีความรู้เื่ราคาที่ดิน
“ที่ดินบ้านข้าซื้อมาราคา 200 ตำลึง ตอนนี้ข้าประกาศขาย 100 ตังลึงพร้อมร้านค้ายังไม่มีคนซื้อเลยข้าคิดขายราคานี้เพราะจะเอาไปใช้หนี้แล้วเหลือเงินสัก 10 ตำลึงเอาไปเช่าที่นาแถวบ้านเดิมของข้าในชนบททำนาเลี้ยงชีพกันไป” ลุงจางพูดไปพร้อมน้ำตา
“ท่านลุงพอจะพาข้าไปดูร้านของท่านได้ไหมตอนนี้ข้ากำลังหาซื้อที่ดินเปิดร้านอยู่พอดี” นางจางคิดในใจ ทำไมที่ดินแถวนี้ราคาถูกจัง นางซื้อได้นางมีเงินพอ นางแอบดีใจ แต่ยังไงก็ต้องดูทำเลและสภาพร้านกันก่อน
ลุงจางลังเลนิดหน่อยแต่ก็คิดว่าไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว แค่ยืดเวลาตายไปอีกนิดจะเป็ไรไปจึงพานางไปดูร้านค้าของเขา
ร้านของลุงจางอยู่บนทำเลที่ดีทีเดียวนางจำได้จากในนิมิต ที่ดินที่ทางการเวนคืนจะอยู่ห่างจากบ้านลุงจางไปไม่มากแถมสภาพร้านไม่เก่าไม่ใหม่ ร้านของลุงจางเป็ร้านค้าขนาดหนึ่งคูหาถ้าปรับปรุงนิดหน่อยน่าจะสภาพดีเหมือนร้านใหม่ แต่ติดตรงที่คลังสินค้ามีขนาดเล็กไปหน่อยหากนางจะกักตุนสินค้าเก็งกำไรระยะยาวอาจไม่เพียงพอ
“ท่านลุง แล้วที่ดินที่ติดกับร้านท่านลุงและที่ดินด้านหลังร้านเป็ของใครหรือคะเปิดขายด้วยไหม” นางจางถามหาข้อมูลเพิ่มเติม
“ที่ดินจากบ้านข้าไปจนสุดตรงโน้น และฝั่งตรงข้ามประกาศขายหมดเลยล่ะแม่นางคนแถวนี้มีชะตากรรมไม่ต่างกับบ้านข้า เป็หนี้ท่วมตัวกันทั้งนั้น”
“ท่านลุง ข้าตกลงซื้อร้านของท่าน”
“เ้าพูดจริงหรือแม่นาง อย่าหรอกให้พวกข้าดีใจนะ” ลุงจางไม่อยากจะเชื่อ กลัวตัวเองจะฝันไป นางจางหยิบตั๋วแลกเงิน100 ตำลึงยื่นให้ดู ลุงจางและครอบครัวเหมือนพบพระแม่กวนอิมมาโปรดถึงบ้าน‘ไม่ต้องตายกันแล้ว’ ทั้งครอบครัวต่างกอดกันร้องไห้อยู่หน้านางจางทำให้นางจางอดร้องไห้ตามไม่ได้
“แม่นางจะให้พวกข้าย้ายออกเมื่อไรพวกข้าขอเวลาเก็บข้าวของสักคืนเถอะนะ”
“ท่านลุง ถ้าข้าจะจ้างพวกท่านดูแลร้านต่อไปพวกท่านจะว่าอย่างไร”
เมื่อลุงจางและครอบครัวได้ยินต่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง‘นี่พวกข้าไม่ตาย ขายที่ดินได้แถมยังไม่ต้องแบกหน้าแก่ๆของข้ากลับบ้านนอก ให้พวกญาติพี่น้องหัวเราะเยาะอีกหรือ’ ครอบครัวจางคุกเข่าลงคับนับนางจาง “นายหญิง ท่านมีพระคุณกับครอบครัวเราเหลือเกินขอพวกข้าคารวะขอบคุณท่านด้วยเถิด ข้าขอสาบาน ครอบครัวข้าขอรับใช้นายหญิงด้วยชีวิต หากผิดไปจากคำพูดขอให้ไม่ได้ตายดี”
นางจางรีบประคองทั้งครอบครัวให้ลุกขึ้นนางแอบปลื้มใจ ‘นายหญิง’ คำนี้ถูกใจนางยิ่งนัก เหมือนนิยายที่นางเคยอ่านจะชอบใช้คำนี้เรียกหญิงสูงศักดิ์นางจางชอบอ่านนิยายประโลมโลก โดยเฉพาะเื่รักใคร่ของชายหญิงในครอบครัวคนมีฐานะและเชื้อพระวงศ์ชีวิตในนิมิต 15 ปีนอกจากดูแลบ้านและสามีแล้ว นางแทบไม่มีอะไรทำการอ่านนิยายคืองานอดิเรกหลักของนาง
ยิ่งได้ฟังคำสาบานของลุงจางนางก็ยิ่งวางใจถึงแม้คนยุคนี้จะไม่ค่อยเชื่อเื่คำสาบานกันแล้ว แต่คนยุคลุงจางจะเชื่อเื่นี้มากนางจึงรู้สึกสนิทสนมและไว้ใจครอบครัวจางมากขึ้นไปอีก
“รบกวนท่านลุงสอบถามราคาต่อรองของที่ดินที่ติดกับร้านทั้งด้านข้างและด้านหลังรวมถึงที่ดินฝั่งตรงข้ามได้ไหมคะ ข้า้าพื้นที่ทำโกดังเก็บสินค้าเพิ่มเติม”
“นายหญิงเรียกข้าว่าเหล่าจู้เถอะขอรับ” เหล่าจู้รีบประจบเ้านายใหม่ “ข้ารู้จักเ้าของที่ดินแถวนี้ทุกคน เดี๋ยวข้าเดินไปถามไม่ถึงชั่วยามก็ได้ราคามาแล้วครับนายหญิงคนแถวนี้กำลังลำบาก ถ้านายหญิงซื้อที่ดินของพวกเขา พวกเขาต้องรู้สึกดีใจไม่ต่างจากข้าในตอนนี้เลยทีเดียว”
แม้จะเริ่มค่ำแล้วแต่เหล่าจู้ก็ถือว่างานนี้เป็งานชิ้นแรกของเขาเขาจะต้องต่อรองราคาอย่างสุดความสามารถและลงมือทำอย่างเร่งด่วน เขาเดินตัวปลิวเหมือนเด็กหนุ่มอายุสิบห้าไปอย่างรวดเร็วจนนางจางห้ามไม่ทัน
ร้านค้าแห่งนี้เป็ร้าน 2 ชั้น ด้านหน้าเป็ร้านขายของ ด้านหลังเป็ครัวและพื้นที่เก็บสินค้าขนาดเล็ก้าเป็ที่พักอาศัย มีอยู่ 3 ห้องนอนจึงมีห้องว่างให้นางจางได้พักอาศัย นางจึงตัดสินใจนอนที่ร้านไปด้วยเลย
เมื่อเมียเหล่าจู้ทำความสะอาดห้องพักให้นางจางเรียบร้อยเหล่าจู้ก็วิ่งหน้าตาตื่นพร้อมนำกระดาษจดราคาที่ดินทั้งหมดในย่านนี้มาให้นางจาง
นางจางใมาก นึกไม่ถึงว่าเหล่าจู้จะหาราคาที่ดินมาได้ทั้งย่านเมื่อเห็นราคานางยิ่งใเข้าไปอีก ‘ทำไมมันถูกแบบนี้ นี่ข้ามีเงินพอซื้อที่ดินทั้งหมดในย่านนี้ได้เลยหรือ’
ที่ดินแถวชายฝั่งตะวันออกเป็ที่ดินที่ราคาต่ำสุดในเมืองแถมยังได้การต่อรองราคาอย่างเอาเป็เอาตายของเหล่าจู้ ซึ่งเป็คนในพื้นที่ที่รู้ราคาเป็อย่างดีจึงได้ราคาถูกมากที่สุดที่จะเป็ไปได้ ประกอบกับพื้นที่แถวนี้ซบเซามาก ค้าขายไม่ดีเพาะปลูกไม่ได้ แถมยังมีคนนิยมมาฆ่าตัวตายกันบ่อยๆ ทุกคนจึงอยากขายทิ้งกันทั้งสิ้น
รวมที่ดินทั้งหมดในย่านนี้แล้ว นางจางต้องใช้เงินเกือบ 2,000 ตำลึง แต่ก็ไม่ถึงครึ่งของเงินที่นางมีด้วยซ้ำนางจางจึงตกลงรับซื้อทั้งหมดทันที
เหล่าจู้ได้ยินก็ใเขาหาราคาที่ดินมาทั้งหมดและตั้งใจจะพานางไปดูที่ดินในวันรุ่งขึ้นเพื่อหาที่ดินที่ถูกใจนางไม่นึกว่านางจะเหมาหมด 'นายหญิงข้า ท่านรวยมาจากไหนกัน’ เหล่าจู้หน้าบานที่ได้รับใช้เ้านายที่มีฐานะการเงินดีแต่ก็แอบกังวลกับทำเลที่ไม่ค่อยดีของย่านนี้ จึงเตือนนางจาง
“นายหญิง ที่ดินแถวนี้ทำเลไม่ค่อยเหมาะค้าขายสักเท่าไรนายหญิงจะซื้อทั้งหมดจริงหรือขอรับ”
“ตอนนี้อาจทำเลไม่ดี แต่อนาคตจะต้องดี เราค่อยๆขยับขยายสร้างกันไปไม่นานต้องดีได้แน่ๆ” คำพูดนางจางดูมั่นใจทำให้เหล่าจู้พลอยมีแรงฮึดสู้ขึ้นมาด้วย ‘ข้าจะไม่ทำให้นายหญิงของข้าผิดหวัง’
นางจางไม่รู้ว่านางได้ทำบุญครั้งใหญ่จากการซื้อที่ดินในครั้งนี้เพราะถ้านางไม่ซื้อที่ดินจากชาวบ้านแถวนี้ อีกไม่นานจะมีอีกหลายชีวิตต้องะโน้ำฆ่าตัวตายหนีหนี้กัน
และนางจางก็ไม่รู้ตัวว่าได้แก้แค้นใครบางคน โดยการขัดขวางการหาผลประโยชน์ของเขาเ้าหนี้หน้าเืของคนในย่านนี้ ที่แท้ก็คืออาจารย์ใหญ่เว่ยผู้บงการเผาบ้านของนางนั่นเอง
ตอนนี้นางเหลือเงินกว่า 4,000 ตำลึง นางจึงวางแผนให้เหล่าจู้ขยายร้านโชห่วยให้ใหญ่ขึ้นเป็2 คูหาและทำโกดังขนาดใหญ่ขึ้นมาด้านหลังร้านส่วนที่ดินที่เหลือนางค่อยทยอยปรับปรุงต่อไปในภายภาคหน้า