ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 127 ขั้นเที่ยงแท้

    จากนั้นเขาจึงส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจดูผลึกชิ้นนั้น พบว่าเป็นป้ายระบุตัวตนของคนผู้หนึ่ง ซึ่งเทียนฉินคาดเดาไปว่าน่าจะมาจากชายชุดดำสองคนที่มาทีหลังตอนนั้นอย่างแน่นอน ซึ่งภายในนั้นระบุว่ามันศิษย์หลักของอาวุโสท่านหนึ่ง ที่มีตำแหน่งความสำคัญในลัทธิอีกาดำอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ที่ทำให้เทียนฉินผิดหวังก็คือ ผลึกชิ้นนี้ไม่ได้มีอะไรบ่งบอกถึงที่ตั้งของลัทธิอีกาดำเลย 


    เมื่อตรวจดูของจนครบหมดแล้ว เทียนฉินจึงได้บอกกับตาเฒ่าหม่าว่า เขาจะเก็บตัวฝึกฝนอีกสักระยะหนึ่งก่อน ยังไม่ได้คิดที่จะออกไปด้านนอกตอนนี้ ซึ่งตาเฒ่าหม่าก็เห็นด้วยว่าควรจะเพิ่มพลังของตนเองเหมือนกัน เพราะทรัพย์สมบัติที่เก็บได้คราวนี้ น่าจะเพียงพอให้เขาทะลุด่านพลังไปอีกขั้นหนึ่งได้ จึงพยักหน้าตอบรับพร้อมกับส่งสิ่งของที่แบ่งเสร็จแล้วให้กับเทียนฉิน จากนั้นจึงกลับไปหามุมสงบเพื่อฝึกฝนทันที


    ทางด้านเทียนฉินที่เห็นว่าตาเฒ่าหม่ามุ่งมั่นที่จะฝึกฝนอยู่ในถ้ำนี้ต่อ เขาจึงได้แยกตัวไปหาที่นั่งก่อนจะหยิบผลึกสีดำก้อนใหญ่ออกมาถือไว้ในมือ แล้วจึงหลับตาลงเริ่มทำความเข้าใจในพลังแก่นแท้ธาตุมืดทันที


    "หวังว่าผลึกก้อนนี้จะทำให้ข้ามีแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นได้อีกครั้ง!"


    ตามหัวเมืองต่างๆภายในแคว้นชิง สถานการณ์ตอนนี้ยังพลุกพล่านไปด้วยศิษย์และอาวุโสของนิกายเมฆอนันต์ แต่ละคนต่างสืบค้นหาเทียนฉินกันไปทั่ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่พบเบาะแสอันใด ที่จะบ่งบอกได้ว่าพวกเขาทั้งสองคนเป็นใคร และตอนนี้อยู่ที่ไหนกันแน่


    เปรี้ยง!


    "นี่พวกเจ้ายังสืบกันไม่รู้อีกหรือว่า พวกมันสองคนหลบหนีไปอยู่ที่ไหน!"อาวุโสเตียวใช้มือฟาดไปที่โต๊ะจนเสียงดังลั่น ก่อนตวาดถามศิษย์หลายคนของตนเองที่นั่งอยู่ด้านหน้าอย่างหงุดหงิด


    ส่วนลูกศิษย์เหล่านั้นต่างก้มหน้าก้มตาไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาสักคำ ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่พยายามสืบหาแล้ว แต่ไม่ว่าสืบหาอย่างไรก็ไม่อาจจะค้นพบเทียนฉินกับตาเฒ่าหม่าราวกับว่าพวกเขาทั้งสองหายตัวไปจากแคว้นชิงเสียอย่างนั้น 


    "สั่งระดมคนให้ออกตามหากันทั้งวันทั้งคืน ไม่ว่าอย่างไรพวกเจ้าก็จะต้องสืบรู้ให้ได้ว่า พวกมันสองคนไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันแน่!!"อาวุโสเตียวตวาดออกมาอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดชายเสื้อหันหลังเดินกลับไปโดยไม่สนใจเลยว่าศิษย์ของเขาจะทำกันอย่างไร


    และเหตุการณ์คล้ายๆกันแบบนี้ก็เกิดขึ้นกับกลุ่มย่อยอีกหลายกลุ่มของนิกายเมฆอนันต์ ที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถสืบหาตัวพวกเขาทั้งสองคนได้เลย


    จนกระทั่งผ่านไปอีกครึ่งเดือน


    เทียนฉินที่ตอนนี้ได้ทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุมืด จนบรรลุขั้นต้นได้แล้ว กำลังส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจสอบดอกบัวเพลิงหิมะด้วยความตื่นเต้น หลังจากที่มันได้ซึมซับพลังปราณบริสุทธิ์ไปสักระยะหนึ่ง กลีบน้ำแข็งแต่ละกลีบก็ทยอยกันเบ่งบาน จนมองเห็นแสงสีฟ้าส่องแสงประกายผ่านกลีบนั้นออกมา


    เทียนฉินขับเคลื่อนเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีหล่อหลอมมัน ตามที่หลงยู่หมิงได้บอกไว้อย่างไม่ลังเลใจ และทันใดนั้นเองกลีบสุดท้ายของดอกบัวเพลิงหิมะก็ผลิบานออกมาจนหมด แสงสีฟ้าที่เขามองเห็นอยู่รางๆตอนแรก ก็ส่องแสงสว่างไสวไปทั่วทะเลปราณในตันเถียนของเขา กระแสไอเย็นเริ่มแผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง ไม่นานนักทะเลปราณแห่งนี้ก็ถูกปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็ง ไม่เว้นแม้แต่ต้นไม้และผืนทรายล้วนขาวโพลนไปทั่ว


    "มันคือเพลิงอีกชนิดหนึ่งอย่างนั้นรึ?"


    เทียนฉินที่สังเกตุเห็นก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ เพราะเปลวเพลิงโลกันตร์ที่เขาครอบครองอยู่ในตอนนี้ ก็ให้ความรู้สึกเหน็บหนาวไม่ต่างจากเพลิงสีฟ้าที่อยู่ตรงกลางดอกบัวนี้เลย และตามข้อมูลที่เขาเคยได้รับมาจากหลงยู่หมิง ก็ทำให้เขาพอเข้าใจได้ว่า เปลวเพลิงอันนี้น่าจะเกิดขึ้นจากน้ำแข็งที่เย็นสุดขั้ว จนเกิดเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ให้กำเนิดดอกบัวเพลิงหิมะนี้ขึ้นมา


    "เอาล่ะ! มาเริ่มหลอมรวมมันกันดีกว่า!"เทียนฉินสูดอากาศเข้าไปในปอด ก่อนจะเริ่มขับเคลื่อนเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีอย่างเร่งด่วน


    ทันทีที่ร่ายเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคี กระแสปราณบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในทะเลปราณ ก็พวยพุ่งเข้าล้อมรอบดอกบัวเพลิงหิมะนี้ทันที เปลวเพลิงสีฟ้าที่อยู่ใจกลางดอกบัว พริ้วสั่นไหวราวกับรับรู้ได้ว่ามันกำลังถูกหลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายนี้


    เส้นสีฟ้าหลายสายกระจายออกมาจากใจกลางดอกบัวนั้น ก่อนจะมุดเข้าแทรกซึมไปตามร่างกายเขาอย่างช้าๆ เพียงผ่านไปไม่นานเปลวเพลิงสีฟ้าก็ถูกเทียนฉินหล่อหลอมไปจนหมด หลงเหลือเพียงดอกบัวหิมะที่ยังลอยอยู่ท่ามกลางทะเลปราณนั้น


    เทียนฉินค่อยๆรวบรวมเปลวเพลิงสีฟ้าให้เป็นรูปร่างขึ้นอีกครั้ง ภายในจิตวิญญาณของเขาเอง แต่แล้วความรู้สึกถึงพลังแก่นแท้ธาตุไฟก็ปะทุออกมาราวกับถูกเติมเต็มเชื้อเพลิงใส่ลงไป คลื่นเปลวเพลิงทั้งสามสีหมุนวนคลุ้มคลั่งก่อนจะระเบิดอย่างรุนแรงอยู่ภายในร่างกายจนรู้สึกได้


    ตู้ม!


    "ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกันแน่?"


    เทียนฉินรีบสำรวจร่างกายของตนเองทันที ก็พบว่าตอนนี้พลังแก่นแท้ธาตุไฟของเขานั้น ราวกลับว่ามันมีความแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว อีกทั้งเขายังสัมผัสได้เลยว่า การใช้งานของเพลิงทั้งสามชนิดนี้กลับง่ายดายขึ้น เพียงแค่เขาคิดเปลวเพลิงทั้งสามก็ออกมาหมุนวนล้อมรอบตัวเขาแล้ว


    "หรือว่าข้าสามารถยกระดับแก่นแท้ได้มากกว่าขั้นสมบูรณ์อย่างนั้นหรือ?"เทียนฉินครุ่นคิดอยู่ในใจว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน เพราะเท่าที่เขารู้มานั้นขั้นสมบูรณ์คือขั้นสูงสุดที่ทุกคนทำได้แล้ว 


    "เจ้าหนู! ไม่น่าเชื่อเลยว่าเจ้าจะสามารถบรรลุความเข้าใจแก่นแท้ขั้นเที่ยงแท้ในตำนานได้!"หลงยู่หมิงอุทานออกมาอย่างตกตะลึง


    "ท่านว่าอะไรนะ!"เทียนฉินได้ยินหลงยู่หมิงอุทานออกมาก็เกิดความสงสัยเป็นอย่างมาก จึงเอ่ยถามออกไปอย่างใคร่รู้


    "ในสมัยโบราณได้มีคนกล่าวไว้ว่า แต่เดิมแล้วระดับพลังของแก่นแท้ธาตุต่างๆนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระดับขั้นสมบูรณ์เพียงเท่านั้น แต่ยังมีอีกระดับขั้นนึง นั่นก็คือระดับเที่ยงแท้"


    "ซึ่งระดับขั้นนี้นั้น ผู้ที่บรรลุได้จะต้องมีความเข้าใจในแก่นแท้ธาตุนั้นเป็นอย่างดี รวมถึงต้องมีโชควาสนาอย่างถึงที่สุดด้วย เพราะการที่จะบรรลุขั้นนี้ได้ จะทำให้เขาได้รับพลังของแก่นแท้ธาตุนั้นไปอย่างมหาศาลจนไม่อาจจะหยั่งรู้ได้เลย!"หลงยู่หมิงกล่าวบอกเทียนฉินด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


    "ถึงว่า! ข้ารู้สึกได้เลยว่าพลังของข้าสามารถต่อสู้กับระดับก่อกำเกิดขั้นกลางได้อย่างแน่นอน!"เทียนฉินเอ่ยออกมาพร้อมกับกำมือด้วยความมุ่งมั่น ถึงตอนนี้เขายังมีระดับพลังอยู่แค่ก่อกำเนิดขั้นต้นก็ตาม 


    "และถ้าข้าได้หลอมเลือดของหงส์ม่วงอัสนีเข้าไป ไม่แน่ว่าข้าอาจจะบรรลุระดับก่อกำเนิดขั้นกลางก็เป็นได้!"


    เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ไม่รอช้ารีบสอบถามถึงวิธีหลอมเลือดหงส์ม่วงอัสนีหยดนี้จากหลงยู่หมิงทันที ซึ่งหลงยู่หมิงก็ได้บอกแก่เขาถึงวิธีการต่างๆอย่างไม่ปิดบัง


    หลังจากนั้นไม่นานภายในถ้ำแห่งนี้ เทียนฉินถือขวดแก้วที่บรรจุหยดเลือดของหงส์ม่วงอัสนีไว้ในมือ ก่อนจะเปิดจุกออกแล้วกระดกมันเข้าไปในปาก ก่อนร่ายเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีเพื่อหล่อหลอมมันอย่างรวดเร็ว


    ทันทีที่เลือดของหงส์ม่วงอัสนีได้ถูกกลืนลงไป พลังสายฟ้าที่อัดแน่นอยู่ในหยดเลือดหยดนั้นก็พลุ่งพล่านอย่างมาก และภายใต้การกลั่นของเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคี มันก็ค่อยๆแทรกซึมเข้าไปตามเส้นเลือดของเขา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้าโหมกระหน่ำอยู่ท่ามกลางทะเลปราณ


    และยิ่งเขาซึมซับความเข้มข้นของหยดเลือดนี้ได้มากเท่าไหร่ ก็คล้ายกับว่าเขายิ่งดูดซับพลังงานจิตวิญญาณธรรมขาติได้เร็วขึ้น แม้ว่าเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีนี้จะช่วยเพิ่มพลังให้เขาจากการซึมซับพลังงานของจิตวิญญาณธรรมชาติ แต่เคล็ดวืชานี้ก็สามารถกลั่นพลังงานอื่นๆที่นอกเหนือจากนั้นได้เหมือนกัน


    เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ เทียนฉินที่นั่งซึมซับหยดเลือดนั้นอย่างใจจดใจจ่อ สายฟ้าที่อยู่รอบทะเลปราณก็คลุ้มคลั่งขึ้นก่อนจะระเบิดพลังออกมาอีกครั้ง


    ตู้ม!


    "แก่นแท้ธาตุสายฟ้าขั้นกลาง!"


    และทันทีที่เขาบรรลุความเข้าใจแก่นแท้ธาตุสายฟ้าถึงขั้นกลาง ดวงจิตสีม่วงที่เคยแอบซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณของเขา ก็ได้โผล่ออกมาซึมซับพลังของสายฟ้านั้นอย่างเร่งรีบ ก่อนจะมุดหายเข้าไปซุกซ่อนอยู่ภายในจิตวิญญาณตามเดิม


    "เหมือนว่าดวงจิตดวงนี้จะโตขึ้นกว่าเดิมอยู่นิดหน่อยนะ!"


    เทียนฉินที่ใช้กระแสจิตสำรวจความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ก็สังเกตุเห็นดวงจิตสีม่วงนั้นแล้ว แต่เมื่อไม่รู้สึกถึงภัยคุกคามอันใดจากมันเขาก็ปล่อยให้มันอาศัยอยู่ในจิตวิญญาณของเขาตามเดิม เ

    พื่อหวังว่าเมื่อมันเติบโตขึ้นมาจะมีประโยชน์กับเขาไม่มากก็น้อย



    จบตอนที่ 127