รักเดียวหัวใจนี้ให้เธอ

    3/4 แรงเหวี่ยงของโลก







                ปานระพีมองซ้ายขวาจำต้องนั่งโต๊ะหน้าสุดเสียงเพลงช้าสลับมีจังหวะทำให้คนในงานคึกคักเป็๲พิเศษ พออาหารในจานเริ่มหมดหญิงสาวเลยได้มีเวลาเงยหน้ามองคนที่กำลังร้องเพลงซึ่งอยู่ตรงหน้าตัวเองพอดีเสียงคุ้นเคย เสียงแบบนี้ไม่เคยลืม

                “พี่บีม…” เสียงอุทานที่เบาจนแทบกระซิบจนเผลอลุกขึ้นยืนอย่างไม่รู้ตัวพัศนัยไม่ละสายตาจากสาวสวยตรงหน้า เมื่ออีกคนจ้องเขาไม่กะพริบตาทำให้เขาแทบเสียสมาธิแม่สาวสวยคนนี้เองที่เขามอง๻ั้๫แ๻่เดินมาที่โต๊ะ

                “ยืนทำไมปานมองไม่เห็นเหรอ” เฟิร์นถามพร้อมดึงแขนเพื่อนให้นั่งลงเพราะจะบังคนด้านหลัง

                “อ้อ เหมือนตัวอะไรกัดขาเราแต่หายล่ะ”

                พองานเลี้ยงจบทุกคนแยกย้ายกันกลับห้องพักรวมถึงเฟิร์นก็ขอตัวไปนอนก่อนเพราะรู้สึกง่วงจนตาแทบปิด

                “นอนก่อนนะเธอรอใครเหรอรีบตามเรากลับนะ”

                “เดี๋ยวตามไปนะเฟิร์น”

                ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงพัศนัยกับเพื่อนๆเริ่มทยอยเก็บของกลับ ก่อนจะมาสะดุดกับหญิงสาวชุดแซกสีขาวนั่งพิงโซฟาอยู่ตรงทางออก ลักษณะคงเผลอหลับเพราะกระเป๋ายังวางข้างตัวพัศนัยตัดสินใจปลุกด้วยการสะกิดที่แขนเบาๆ

                “คุณครับๆเพื่อนๆไปกันหมดแล้ว”คนเผลอหลับงัวเงียลุกขึ้นยืนอย่างเผลอตัวจนผ้าคลุมไหล่หลุดร่วงลงพื้นต่อหน้าต่อตาพัศนัยชายหนุ่มอดชำเลืองมองคนไหล่เนียนๆตรงหน้าไม่ได้แต่ต้องเก็บอาการเพราะคนตรงหน้าคือคนเดียวกันกับสาวสวยในงานเมื่อกี้นี้เองเขาจำชุดที่ใส่ได้ พอเจอจังๆมองหน้าชัดๆสาวสวยคนนี้ก็เป็๲คนเดียวกันกับสาวมั่นที่ร้านหนังสือและลูกศิษย์แก้มป่องเมื่อ14ปีก่อนนั่นเอง ชายหนุ่มยิ้มจนคนตรงหน้าต้องขยี้ตารัวๆ

                “พอดีรอเอ่อ..รอ…”พัศนัยเหมือนจะรู้ว่าเพื่อนคนอื่นๆก็มองคนไหล่เนียนเช่นกันเลยรีบก้มลงหยิบผ้าคลุมขึ้นมาและคลุมให้หญิงสาวทันที

                “ขอบคุณค่ะ”ปานระพียกมือไหว้ขอบคุณจนคนคิ้วเข้มยิ้มอย่างชอบใจ

                “รอใครครับ” คนถามยังทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้จนน่าหมั่นไส้

                “รอคนที่ร้องเพลงค่ะ”

                “พี่บีมเหรอครับ”คนถามยื่นหน้ามาใกล้จนคนตรงหน้ารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว

                “ว่าไงครับรอพี่บีมเหรอครับ”คราวนี้ชายหนุ่มชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพร้อมยิ้มมุมปาก

                “คะค่ะรอพี่บีม” อาการตะกุกตะกักจนเผลอเอามือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดปากตัวเองจนผ้าคลุมไหล่ไหลครูดลงที่พื้นอีกครั้งพัศนัยเองอดหัวเราะกับอาการของหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้เขาก้มลงหยิบขึ้นมาอีกครั้งและคลุมไหล่ให้เหมือนเดิมเพื่อนที่มาด้วยกันอดพูดกระเซ้าเขาไม่ได้

                “เด็กใหม่เหรอบีม น่ารักวะแจ่มมาก เจ๋งมากเพื่อน ตามสบายนะกลับก่อน”

                “เจอกันพรุ่งนี้นะ”พัศนัยพูดกับเพื่อนแต่สายตายยังจดจ้องอยู่กับหญิงสาวที่ยืนตรงหน้าไม่ละสายตา

                “พี่บีมเอ้ยครูบีมคะ”

                “ครับใช่ครูบีมครับเราล่ะชื่ออะไรนะ งงไปหมดแล้วมาเจอกันที่นี่ได้ไง” คนคิ้วหนาทำหน้าครุ่นคิดจนอีกคนอดเหน็บไม่ได้

                “ดูดีๆสิคะหนูชื่อปานระพี เมื่อวานก็เจอกัน ครูบีมก็บอกจำไม่ได้ค่ะ”

                “อืม เหรอครับ นึกไม่ออกสักทีนะลูกศิษย์คนนี้ใครกันนะ นึกก่อนครับ”คิ้วเข้มยักขึ้นสองข้างยิ่งทำให้คนที่ถูกลืมรู้สึกน้อยใจมากขึ้น

                “ค่ะ จำไม่ได้แล้ว หรือไม่เคยจำ ก็ช่างมันเถอะค่ะ หนูขอตัวก่อนนะคะ”หญิงสาวน้อยใจยิ่งนักจนป่านนี้ครูบีมยังจำเธอไม่ได้สักที พอยกมือไหว้เสร็จก็รีบหันหลังเดินกลับไปโดยไม่สนใจคนตรงหน้าที่ยังทำหน้าครุ่นคิดอยู่แบบนั้น

                “จำได้แล้ว คนเรียนเก่งๆ ที่พับนกให้ครูใช่ไหมครับ” พัศนัยพูดเสียงค่อนข้างดังตามหลังหญิงสาวพร้อมยืนยิ้มทั้งที่อีกคนยังไม่หันมามองตัวเขาเลยด้วยซ้ำ

                “คะค่ะ”เสียงตะกุกตะกักเริ่มสั่นเล็กน้อย

                “ยังไม่ได้ขอบคุณเ๹ื่๪๫ที่พับนกให้เลยดีใจนะที่เธอจำครูได้” คราวนี้ลูกศิษย์สาวหันหน้ามาตามเสียงพร้อมยกมือขึ้นป้องปากอีกครั้งพร้อมผ้าคลุมไหล่ก็หลุดกองที่พื้นอีกรอบพัศนัยถอดเสื้อแจ็คเก็ตแล้วถือเดินมาหาหญิงสาวพร้อมกับคลุมที่ไหล่แทนก่อนจะก้มเก็บผ้าคลุมไหล่ที่พื้นขึ้นมาพร้อมพูดติดตลกแกมประชดเบาๆ

                “แหม!ผ้าหลุดบ่อยนะเราสามรอบแล้วนะแถมโก๊ะอีก แล้วยังแต่งตัวเซ็กซี่อีกนะ” ชายหนุ่มหัวเราะร่วนจนอีกคนต้องค้อนให้ทันที

                “หนู๻๷ใ๯นี่คะเลยเผลอตลอดค่ะ” คน๻๷ใ๯แก้มเริ่มแดงระเรื่อด้วยอาการเขินราวกับเพิ่งปัดแก้มมาหมาดๆ

                “ไปคุยข้างนอกไหมมีร้านนั่งสบายๆอยู่ร้านหนึ่ง เดี๋ยวครูมาส่งครับ”