ตอนที่ 23
บริษัทถังดิเวลลอปเมนท์ ในขณะที่ถึงถังฮ่าว กำลังง่วนกับบัญชีของบริษัท ทันใดนั้นเอง ‘ก๊อกๆ' เสียงเคาะประตูดังขึ้น “เข้ามา"
“เจอตัวแล้วครับพ่อ" ถังหยุนวางเอกสารลงบนโต๊ะ
ถังฮ่าวอ่านเอกสารอย่างละเอียด ก่อนจะโพล่งออกมาด้วยความใ “แพทย์เทวะ!?"
“ก่อนหน้านี้ผมส่งคนไปที่ตระกูลหลง แต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไร ต้องขอบคุณมันจริงๆ ที่ทำให้ตัวเองเป็จุดสนใจ" ถังหยุนนั่งลงบนโซฟา “แล้วพ่อจะให้ผมจัดการยังไง"
“หึ! ต่อให้เป็เทพมันก็ต้องตายอยู่ดี รายได้กว่า 30 เปอร์เซ็นต์ลดลงเพราะมันคนเดียว โทรไปบอกพี่สาวแกว่า ฉัน้าเห็นศพมันภายในสามวัน!!"
หลังของถังหยุนเย็นวาบขึ้นมาทันที ความจริงแล้ว คนที่โเี้ที่สุดในตระกูลก็คือพี่สาวของเขา ที่โรคจิตยิ่งกว่าใคร
********************************
ตึกสูงแห่งหนึ่งในมณฑลเหอเป่ย หญิงสาวแต่งตัวสไตล์โกธิค เจาะห่วงที่ปาก ดื่มไวน์อย่างเพลิดเพลินใจ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “หยุนหยุน แปลกจังนะที่น้องชายสุดที่รัก มีเวลาโทรหาพี่สาวคนนี้"
“ถังเหยียน พ่อมีงานให้ทำ" ถังหยุนไม่ค่อยอยากพูดกับพี่สาวตนเองสักเท่าไหร่ เนื่องจากเขาคิดว่าจิตเธอไม่ปกติ
“ได้สิ ฉันจะส่งมือดีไป แล้วเป้าหมายเป็ใคร" แม้ฉากหน้าจะะดูเป็บรืษัทประกัน แต่ทว่าฉากหลัง บริษัทของถังเหยียน มีหน้าที่ประสานงานให้กับนักฆ่าทั่วประเทศ
“หมอเทวะชิงเทียน"
"เล่นคนดังเลยนะ ได้สิเดียวฉันจัดการให้" หลังจากที่วางสาย รอยยิ้มที่เคยสดใสของถังเหยียน ก็เปลี่ยนเป็ร้อยยิ้มชั่วร้ายทันที
******************************
รถบรรทุกขนาดใหญ่ เข้ามาส่งของให้ชิงเทียนในกลางดึก เขาจำเป็ต้องใช้ตู้แช่ขนาดใหญ่ เพื่อเก็บรักษาวัตถุดิบที่รวบรวมมาได้ เพราะก่อนหน้านี้ ชิ้นส่วนสัตว์ปีศาจที่เขาแช่ไว้ในตู้เย็น ทำให้ลู่หลี่หลินช็อคหมดสติไปหลายวัน
ในตอนเช้า ชิงเทียนตั้งใจจะเดินไปโรงเรียน เขาไม่อยากจะเป็ที่สนใจ โดยการขับรถสปอร์ต แต่นั่นกลับตรงกันข้าม เพราะเด็กนักเรียนหลายคน ต่างมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
“ลูกพี่ ฉันได้ดูคลิปนั้นแล้วล่ะ ไม่คิดเลยว่าลูกพี่จะสุดยอดขนาดนี้"
“คลิปอะไร?" ชิงเทียนมีสีหน้างุนงง เขายังไม่รู้เื่การไลฟ์สดของเสิ่นเย่ว และหลังจากที่ซีเหมินจวินเล่ารายละเอียดให้ฟัง ชิงเทียนก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ เนื่องจากเขาไม่้าเป็จุดสนใจ
เย่เสวี่ยหลัน ยืนรอชิงเทียนอยู่หน้าโรงเรียน เธอไม่อยากจะเชื่อว่า อีกฝ่ายจะกลายเป็คนดังเพียงชั่วข้ามคืน “ชิงเทียน หลังเลิกเรียนมาบ้านฉันได้ไหม"
ชิงเทียนและนักเรียนอีกหลายคน ถึงกับช็อคจนทำอะไรไม่ถูก เนื่องจากไม่คิดว่าเย่เสวี่ยหลันจะรุกหนักขนาดนี้
หลังจากที่เห็นปฏิกริยาของทุกคน เย่เสวี่ยหลัน ก็คิดย้อนทบทวนคำพูดของตนเอง ทันใดนั้นใบหน้าของเธอ ก็เปลี่ยนเป็สีแดงเพราะความอับอาย
“ม...ไม่ใช่นะ ฉันแค่จะขอร้องให้นายช่วยรักษาคุณแม่" เย่เสวี่ยหลัน พยายามอธิบาย
ชิงเทียนอมยิ้มเล็กน้อย เขาคิดว่าการแสดงออกของเธอดูน่ารักดี “งั้นก็รีบไปตอนนี้เถอะ"
เย่เสวี่ยหลันรู้สึกดีใจ ที่ชิงเทียนให้ความสำคัญกับแม่ของเธอขนาดนี้ หลังจากที่เธอกดเบอร์โทรออก รถลีมูซีนสีดำก็ขับเข้ามารับ เพื่อพาไปส่งยังจุดหมาย
วิลล่าของชิงเทียนจะดูเล็กไปเลย เมื่อนำมาเทียบบ้านของเย่เสวี่ยหลัน คฤหาสน์ขนาดใหญ่ ทิวทัศน์อันสวยงาม และรถราคาแพงหลายสิบคัน บ่งบอกถึงความร่ำรวยของหญิงสาวได้เป็อย่างดี
“คุณพ่อ หนูพามาแล้วค่ะ" เย่เสวี่ยหลันเดินนำชิงเทียนเข้ามา
ชายวัยกลางคนที่เห็นเช่นนั้น ลุกพรวดขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบปรี่เข้าไปจับมือกับชิงเทียน “คุณหมอชิงเทียน ขอบคุณจริงๆครับ ที่สละเวลาอันมีค่าให้กับครอบครัวของเรา"
“คุณลุงเรียกผมว่าชิงเทียนก็พอครับ" ชิงเทียนกล่าวออกมา พรางมองไปยังร่างที่ยังนอนไม่ได้สติ
“จริงสิ เกือบลืมแนะนำตัวไปเลย ลุงชื่อว่า เย่เจียวหลุน ส่วนนี่ภรรยาของลุงชื่อว่าชุนลี่" เย่เจียวหลุน มองหน้าภรรยาด้วยแววตาอันโศกเศร้า
ชิงเทียนไม่คิดที่จะถามอาการ เขาเพียงแค่เดินไปจับจีพจร แล้วส่งพลังปราณเข้าไปตรวจสอบ
“มะเร็งปอด"
เย่เจียวหลุน คิดว่าเย่เสวี่ยหลันเป็คนบอกเื่นี้กับชิงเทียน แต่เมื่อซักถาม เธอกลับส่ายหน้าปฏิเสธ ‘สมแล้วที่เป็แพทย์เทวะ'
ชิงเทียนถอนมือกลับมา “ผมรักษาได้ครับ" เขาพูดก่อนที่เย่เจียวหลุนจะทันได้ถาม “แต่ว่าขั้นตอนการรักษาอันราย โอกาศที่จะล้มเหลวก็มีสูงมากเลยทีเดียว"
เย่เจียวหลุนที่กำลังจะฉีกยิ้ม มีสีหน้าที่ตรึงเครียดในทันที อย่างไรก็ตาม หากเขาไม่ยอมทำอะไรสักอย่าง ภรรยาก็ต้องจากไปอยู่ดี “ลุงยอมรับความเสี่ยงได้"
เย่เสวี่ยหลัน ดึงแขนพ่อของเธอด้วยความกังวล
“แม่ของลูกจะต้องไม่เป็อะไร" เย่เจียวหลุนลูบหัวหญิงสาว เพื่อปลอบประโลม
ชิงเทียนััได้ถึงความรัก ที่เย่เจียวหลุนมีให้กับครอบครัว แม้ว่าภรรยาจะป่วยหนักสักแค่ไหน ชายคนนี้ก็ยังคงหาวิธีรักษาอย่างไม่ย้อท้อ ช่างเป็ความพยายามที่น่าประทับใจ
ชิงเทียนโทรหาโอวหยางเจิ้งหยู ก่อนจะร่ายชื่อสมุนไพรหลายสืบชนิด หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง รถบรรทุกจากบริษัทยาโอวหยางกรุ๊ป ก็ขับเข้ามาจอดด้านหน้าคฤหาสน์
เย่เจียวหลุน ได้ยินบทสนทนาเพียงแค่บาง่เท่านั้น แต่ก็พอจะยืนได้ว่าคนที่ชิงเทียนพึ่งจะคุยด้วย จะต้องเป็นายใหญ่ของโอหยางกรุ๊ปอย่างแน่นอน ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าชิงเทียนจะรู้จักโอวหยางเจิ้งหยูเป็การส่วนตัว
หลังจากที่ลำเลียงสมุนไพรหลายชนิดเข้ามาในห้อง ชิงเทียนก็เตรียมตัวสำหรับการกลั่นยา ตอนแรกเขาคิดจะไล่สองพ่อลูกออกไป แต่เมือเห็นใบหน้าที่แสนกังวลของพวกเขา ชิงเทียนก็ใจอ่อนในที่สุด
“สิ่งที่กำลังจะได้เห็นต่อจากนี้ ห้ามนำไปบอกใครโดยเด็ดขาด" ชิงเทียนไม่ลืมที่จะกำชับ
เย่เสวี่ยหลันและเย่เจียวหลุนพยักหน้าตอบตกลง ชิงเทียนใช้รากชำระล้างเป็แกนกลางของส่วนผสม ในวินาทีที่เพลิงสีฟ้าถูกจุดขึ้นมา เย่เสวี่ยหลันก็พลันแข็งค้างไปทันที ภาพจากความฝันและคำพูดวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ‘มองหาเปลวเพลิงอัสนีฟ้า' ชายที่สวมชุดคลุมลายักล่าวย้ำเตือน
ทันใดนั้น เย่เสวี่ยหลันก็หมดสติไป และในขณะที่หญิงกำลังจะล้มลง เย่เจียวหลุก็เข้ามาช้อนตัวเธอไว้ได้ทัน ชิงเทียนรีบเข้ามาดูอาการด้วยความเป็ห่วง แต่เมื่อเขาจับดูชีพจร ก็พบว่าเธอยังคงปลอดภัยดี
“แค่หมดสติเท่านั้นครับ
ชิงเทียนและเย่เจียวหลุน พาหญิงสาวไปนอนพักบนโซฟา ก่อนจะกลับมากลั่นยาอีกครั้ง เปลวไปสีฟ้าลุกพรึบขึ้นเหนือฝ่ามือของชิงเทียน พร้อมกับเริ่มขจัดสิ่งเจือปน หลายชั่วโทงต่อมา หลังจากที่วัตุดิบเริ่มบริสุทธิ์ ทุกสิ่งที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ก็ผสานรวมจนกลายเป็เม็ดยา
เย่เจียวหลุน ตะลึงจนตาค้าง ั้แ่ที่เห็นชิงเทียนเรียกไฟออกมา และไม่ติดว่าสิ่งเ่าั้ เป็แค่การแสดงมายากลหลอกตา
เม็ดยาที่ส่งกลิ่นหอมของสมุนไพร ถูกป้อนเข้าไปในปากของซุนลี่ ก่อนที่ยาฟื้นฟูลมปราณจะถูกหยดตามเข้าไป นี่คือสาเหตุว่าทำไมเธอถึงมีโอกาศเสียชีวิต หากชิงเทียนเสียสมาธิแม้แต่วินาทีเดียว ลมปราณภายร่างชุนลี่อาจเกิดการปั่นป่วน จนร่างกายของเธอถูกฉีกเป็ชิ้นๆ
“ต่อไปนี้ห้ามรบกวนผมเด็ดขาด"
เยเจียวหลุนถึงกับกลั้นลมหายใจ เพราะกลัวชิงเทียนเสียสมาธิ
เข็มนับร้อยเล่ม ทิ่มแทงไปทั่วร่างกายของชุนลี่ ยาที่ชิงเทียนให้เธอกลืนเข้าไปคือยาขับพิษ ชิงเทียนมีทฤษฎีว่ามะเร็งก็เหมือนพิษร้าย ผ่านไปไม่นอนาน เหลวสีดำก็ถูกขับออกมาทางิั ซึ่งเป็ฤทธิ์ของยาฟื้นฟูลมปราณ ที่จะขับของเสียและสิ่งสกปรกออกมา
ทันใดนั้น หน้าอกของชุนหลี่ก็เกิดการเคลื่อนไหว ก่อนที่สิ่งแปลกปลอมจะเคลื่อนตัวมายังลำคอ ชุนหลี่ลืมตาขึ้นาอย่างกระทันหัน แล้วลุกขึ้นมาอาเจียนเอาก้อนวัตุสีดำออกมา เธอไม่เคยรู้สึกโล่งเช่นนี้มาก่อนก่อน ความเจ็มปวดที่กัดกินมาอย่างยาวนาน พลันสลายไปจนหมดสิ้น
เย่เจียวหลุน หลังจากเห็นชุนหลี่ฟื้นขึ้นมา ก็โผเข้ากอดภรรยาพร้อมทั้งน้ำตา นี่คือ่เวลาที่เขาไฝ่หามาโดยตลอด ในที่สุดครอบครัว ก็กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง
เสียงคงเย่เจียวหลุน ทำให้เย่เสวี่ยหลันฟื้นขึ้นมา พร้อมกับอาการเวียนหัวราวกับนั่งรถไฟเหาะ
“เป็อะไรรึเปล่า" ชิงเทียนเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
เย่เสวี่ยหลันกุมขมับ “ไม่รู้สิ ฉันจะไรไม่ได้เลย" เย่เสวี่ยหลัยมีท่าทีสบสน เธอไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อน “จริงสิ ก่อนจะหมดสติไป ฉันได้ยินอะไรบางอย่าง"
“ได้ยินอะไร"
“มองหาเปลวเพลิงอัสนีฟ้า ฉันจำได้เท่านี้"
ชิงเทียนเผยรอยยิ้มออกมา “ไม่ต้องห่วง ฉันคิดว่าเธอแค่พักผ่อนไม่เพียงพอ" ความทรงจำของเย่เสวี่ยหลันกำลังก่อตัว ซึ่งขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นว่าเธอจะจำเขาได้ตอนไหน หากขืนไปยุ่งกับความทรงจำเธอตอนนี้ คงเปรียบเสมือนการทุบตึกที่กำลังสร้าง และอาจะเืไปถึงรากฐาน ซึ่งถือเป็เื่ที่อันตราย
ในขณะชิงเทียนกำลังจะปลีกตัวไปดูอาการของซุนลี่ เขาก็ถูกเย่เสวี่ยหลันคว้ามือเอาไว้เสียก่อน “เปลวเพลิงสีฟ้านั่น นายรู้อะไรเกี่ยวกับความฝันของฉันรึเปล่า"
“ไม่ต้องรีบ เดียวเธอก็นึกออกเอง" ชิงเทียน ยื่นมือออกไปััแก้มเธอด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะกลับไปดูอาการของชุนหลี่ โดยทิ้งให้หญิงสาวหน้าแดงและงุนงงไปพร้อมกัน
-------------------------------------