บทที่ 4 ภารกิจแรก พาร์ท 2
เด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่สภาพแวดล้อมโดยรอบเปลี่ยนเป็ปราสาทเก่าๆสักที่ มันมีแม้กระทั่งกลิ่นที่อับชื้นรวมถึงบรรยากาศน่าขนลุก นั่นทำให้อานิต้าประเมินว่าที่นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา
แล้วภาพที่เธอเห็นก่อนหน้านั้นเป็ภาพลวงตาหรือไม่..เธอไม่แน่ใจ หากมันเป็ภาพลวงตามันต้องเป็ภาพลวงตาระดับไหนเธอได้แต่สงสัยและส่งสายตาประหลาดใจไปที่อาเรีย
“เ้ากลิ่นเหมือนสัตว์อสูร..สัตว์อสูรที่ทรงพลัง ที่ข้า..ควรระวัง” อาเรียกล่าวกับชายหนุ่ม
“น่าเสียดายที่เด็กเช่นเ้าระวังตัวมากเกินไป..ข้าจะไม่สร้างปัญหาให้พวกเ้าถ้าข้าไม่ถูกเปิดเผยอย่างไรก็ตามตอนนี้เ้าก็เผยตัวข้าซะแล้วนั่นทำให้ตอนนี้ข้าไม่สามารถปล่อยพวกเ้าไปได้” ชายหนุ่มกล่าวเขามีผมสีแดงดังเปลวเพลิง ั์ตาสีแดงและเมื่อขาอ้าปากพูดก็จะสามารถสังเกตเห็นฟันเขี้ยวคู่เล็กๆอย่างชัดเจน ท่อนบนของชายหนุ่มนั้นเปลือยเปล่ามีเพียงชุดขาดๆคล้ายเศษผ้าเท่านั้นที่ติดอยู่ที่ร่างกายท่อนล่างของเขา
เขาไม่ได้สวมรองเท้าแต่กลับมีกำไลที่ข้อมือและข้อเท้าของเขาแทนผิวของเขาก็แดงผิดปกติ บางส่วนของผิวก็มีลักษณะคล้ายเกล็ดปนอยู่บนผิว
“เ้าเป็มนุษย์หรือเปล่า”อาเรียถามเด็กหนุ่มอีกครั้ง
“ปกติข้าไม่ใช่คนชอบพูดหรอกนะแต่ ตอนนี้ข้าไม่รังเกียจที่จะพูดกับเ้าความจริงข้าค่อนข้างอยากจะคุยกับเ้าเลยล่ะเพราะเวทมนตร์มนตร์ของเ้ามันประหลาดมาก”เด็กหนุ่มตอบแบบไม่ได้ระวังอะไรเป็พิเศษผิดกับอาเรียในขณะนี้ที่เหงื่อท่วมตัวของเธอ
อานิต้าในปัจจุบันไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าใดนักเธอจึงเลือกที่จะอยู่เงียบๆแต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอเข้าใจดีคือ ชายตรงหน้าเธอนั้นไม่ง่ายที่จะจัดการมันคงจะดีไม่น้อยถ้าคุยกันได้โดยที่ไม่ต้องใช้กำลังแต่ความหวังที่จะทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนั้นก็ริบหรี่เหลือเกินเพราะชายคนดังกล่าวพึ่งจะพูดไปว่าเขา้าสร้างปัญหาให้พวกเธอในตอนนี้
“เ้าร่ายเวทมนตร์แบบนั้นได้ยังไงถ้าเ้ายอมบอกข้าบางทีข้าอาจจะปล่อยเ้าไปโอ้..ข้ายังไม่ได้ตอบคำถามของเ้าแน่นอนว่าสายเืของข้านั้นไม่ได้ต่ำทรามเช่นมนุษย์”
“ปล่อยข้าแค่ข้า?”
“ถูกต้อง”
“งั้นข้าคงไม่บอกเ้าแม้ว่าเ้าจะพูดความจริงข้าเคยถูกหลอกมาก่อนและถ้าข้าเลือกที่จะไม่เชื่อคำพูดคนอื่นจะง่ายกว่ามากที่จะไม่ถูกหลอก..”
“ข้าบอกเ้าไปแล้วว่าเพราะความระมัดระวังมากเกินไปของเ้าทำให้เ้ามาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้นะยัยหนูน้อยเ้ากำลังทำมันผิดพลาดอีกครั้ง”
“ถ้าเ้าไม่มีพลังเวทอยู่ในตัวบอกเ้าไปก็เท่านั้น”
“????...............แน่นอนข้าก็ต้องมีพลังเวทอยู่ในตัวสิทำไมถึงคิดว่าข้าจะไม่มีล่ะ?”
“เ้าจะบอกว่าเ้าเป็นักเวท”
“แม้ว่าร่างกายของข้าจะทรงพลังมากแต่ใช่ ข้าเป็นักเวท”
“เ้าโกหกถ้าเป็นักเวททำไมเ้าถึงไม่เข้าใจการร่ายเวทพื้นฐานล่ะ”
“???”
เด็กหนุ่มประหลาดใจอย่างมากกับคำพูดของเธอ‘เธอบอกว่าการร่ายเวทแบบนั้นเป็การร่ายเวทพื้นฐาน??’ เธอพยายามเล่นตลกอะไรกับเขาหรือเปล่าแต่ดูลักษณะของเธอก็ราวกับว่าเธอเชื่อว่ามันเป็การร่ายเวทแบบพื้นฐานจริงๆนั่นทำให้เขาสับสนเป็อย่างมาก
“ดูเหมือนเธอจะเข้าใจบางอย่างผิดไปนะการร่ายเวทในระดับเดียวกับเวทที่เธอร่ายปกติเขาทำแบบนี้ ..”เด็กหนุ่มเดินก้าวเข้าหาพวกเธอจากนั้นเขาก็ร่ายเวทย์มนพร้อมกับเปล่งบทสวด
‘เพลิงอเวจีที่มืดมิดที่ล้างผลาญพิภพ จิตแห่งไฟจากโลกเบื้องล่างที่เผาไหม้พระเ้า’
ในตอนนี้วงแหวนเวทมนตร์เล็กใหญ่มากมายไหลเวียนอยู่รอบตัวเขาและค่อยๆเคลื่อนมารวมกันที่มือทั้งสองข้างของเด็กหนุ่ม
อานิต้าทีกำลังดูอยู่เข้าใจได้ทันทีว่าเด็กหนุ่มนั้น้าจะทำอะไรทำให้เธอตอบสนองทันทีเวทไฟระดับสูงในระยะประชิดเช่นนี้อาจไม่มีปัญหากับเธอเพราะเธอมีองค์ประกอบไฟแต่มันอาจส่งผลบางอย่างกับอาเรียที่พึ่งจะเรียนรู้เวทมนตร์ได้ไม่นานและยังควบคุมพลังตัวเองไม่ได้ แม้ว่าเธอจะมีพลังเวทที่ยิ่งใหญ่แต่นักเวทย์ส่วนใหญ่ก็มีพลังกายที่อ่อนแอไม่ใช่หรือ
มีเพียงอาคอนเท่านั้นที่ไม่ตรงกับเงื่อนไขนี้สำหรับเธอเธอไม่ได้คิดว่าลูกศิษย์ของเขาจะมีพลังกายที่แข็งแกร่งเช่นเขายิ่งไปกว่านั้นเธอยังเป็เพียงเด็กผู้หญิงที่เป็นักเวท
เธอชักดาบหนึ่งเล่มออกจากฝักทันทีก่อนที่จะใช้ทักษะการต่อสู้เสริมพลังและอาบดาบของเธอด้วยเพลิงสีแดง เธอเข้าประชิดตัวเด็กหนุ่มที่กำลังร่ายเวทมนตร์เพราะเธอเข้าใจดีถึงจุดอ่อนของนักเวทที่ไม่สามารถถูกขัดเมื่อพวกเขากำลังร่ายเวทย์อยู่ได้และ่เวลาที่พวกเขาร่ายเวทย์ยังไม่เสร็จสมบูรณ์จึงเป็่เวลาที่พวกเขาจะอ่อนแอที่สุด
เธอกระโจนออกไปและเล็งใบดาบไปที่คอของเด็กหนุ่มทันทีและเด็กหนุ่มก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบแต่อย่างใดกับเธอ
‘ดีบางทีเขาอาจจะตอบโต้ไม่ทันเพราะมันเป็การโจมตีที่ค่อนข้างกะทันหัน’ อานิต้าคิดในใจอย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอคิดนั้นก็มลายหายไปด้วยเวลาไม่นาน
เด็กหนุ่มไม่ได้หลบหลีกความจริงคือเขาไม่ได้หลบหลีกเพราะมันไม่จำเป็ดาบของเธอฟาดเข้าที่คอของชายหนุ่มอย่างจังแต่เขาไม่ได้เป็อะไรเลย
อานิต้ารู้สึกเหมือนเธอฟันใส่โลหะที่มีความแข็งแกร่งอย่างมากและดาบของเธอไม่ได้สร้างรอยขีดข่วนแม้แต่น้อยให้กับผิวของเด็กชาย
‘ข้าขออัญเชิญท่านขึ้นมาจากหุบเหวแห่งอเวจีสู่มือข้า และเผาผลาญโลกเบื้องหน้าให้มอดไหม้’
นอกจากเขาไม่ได้ป้องกันการโจมตีของอานิต้าแล้วเขาก็ยังเมินเธออย่างสิ้นเชิงเขาท่องบทสวดจนจบและเปลวเพลิงเวทมนตร์ก็หมุนวนอยู่ที่มือทั้งคู่ของเขา
ในตอนนี้อานิต้าก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงสนใจการร่ายเวทมนตร์ของอาเรียนักนั่นเพราะมันเป็ทางแก้จุดอ่อนเดียวที่ชายตรงหน้าเธอยังคงเหลืออยู่ความเร็วของการร่ายเวทย์ที่เชื่องช้า
หลังจากที่เขารวบรวมเปลวเพลิงแล้วเขาก็ปล่อยเปลวเพลิงเ่าั้มาที่พวกเธออานิต้าซึ่งในปัจจุบันถอยกลับไปหลังจากที่การโจมตีของเธอใช้ไม่ได้ผลก็รีบมายืนอยู่ตรงหน้าอาเรียเพื่อป้องกันการโจมตีให้เธอ
ลูกไฟสองลูกที่ถูกเหวี่ยงมาที่พวกเธอลอยส่ายเล็กน้อยจากความรุนแรงของการเหวี่ยงอานิต้าตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะรับมันด้วยดาบของเธอ แม้ว่ามันจะทำให้เธอาเ็เล็กน้อยก็ตาม
ทว่าก่อนที่ลูกบอลไฟนั้นจะลอยมาถึงเธอกำแพงไฟที่ดูเหมือนจะเป็เวทมนตร์ชั้นสูงเช่นกันก็ปรากฏตรงหน้าเธอและป้องกันการโจมตีทั้งหมดก่อนที่มันจะสลายไป
“นั่นแหละที่ฉันพูดถึง..ความแตกต่างของการร่ายแบบของเธอกับของฉัน”
“......................”
อาเรียไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้นอย่างไรก็ตามอานิต้าถามเธอว่าเธอมีร่างกายที่แข็งแกร่งเหมือนอาจารย์ของเธอหรือไม่ และอาเรียเพียงส่ายหน้าให้เธอ
“ถ้าเป็เช่นนั้นฉันจะเป็คนที่ผูกขาผู้ชายคนนี้ไว้เองเธอคอยหาโอกาสโจมตีจากระยะไกลและคอยสนับสนุนถ้าเป็ไปได้” อานิต้ากล่าวกับอาเรียอาเรียไม่ได้คัดค้านความคิดของเธอเพราะอาเรียตระหนักว่าเธอมีไม้เด็ดบางอย่างอยู่กับดาบอีกเล่มของเธอที่เธอพกมาด้วยและมันจะดีกว่าที่จะให้คนที่ร่างกายอ่อนแอเช่นอาเรียเป็คนสนับสนุนจากระยะไกล
ปัจจุบันอาเรียก็ยังไม่ได้ลงจากบอลทรงกลมที่เป็เครื่องจักรเวทมนตร์เพราะมันเคลื่อนที่ด้วยการลอยมันจึงสะดวกกว่ามากที่จะนั่งไปเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งอย่างรวดเร็วหลังจากที่เด็กหนุ่มคนดังกล่าวเล็งเป้ามาที่เธอ ความหวังของเธอเพียงแค่ให้อานิต้าเข้าคู่กับเขาได้เท่านั้น
“โอ้..มันจะดีกว่ามากที่จะป้องกันเวทมนตร์และการโจมตีอื่นของเขาด้วยเวทย์ธาตุที่มีผลหักล้างกัน” อานิต้าเหมือนจะพึ่งนึกขึ้นได้เธอจึงแนะนำอาเรีย
“ข้าใช้เวทที่ทรงพลังได้แค่สองบท”อาเรียตอบ
“เอาล่ะหมดเวลาคุยกันแล้ว ถึงแม้เธอจะบอกฉันตอนนี้ฉันก็ยังจะกำจัดพวกเธออยู่ดีเพราะพวกเธออาจจะนำปัญหามาให้พวกเราในอนาคตหากว่ารอดกลับไป”
หลังจากที่ละเลยการสนทนาของทั้งคู่มาสักพักในที่สุดเด็กหนุ่มก็เริ่มที่จะลงมือกับพวกเธอพร้อมกันนั้นอานิต้าก็เก็บดาบเล่มเดิมของเธอพร้อมชักดาบอีกเล่มออกจากฝัก
ดาบเล่มใหม่ของเธอนี้มีใบดาบเป็สีดำดูไม่เหมือนโลหะทั่วไปลักษณะของมันดูคล้ายจะเปราะแตกหักง่าย แต่ถ้ามีลักษณะเช่นนั้นจริงมันก็ไม่ควรถูกนำมาทำเป็ใบดาบ
อาเรียเคลื่อนตัวถอยห่างจากทั้งคู่ทันทีที่พวกเขาเริ่มจะปะทะกันเด็กหนุ่มไม่ได้ใช้เวทมนตร์ของเขาในการต่อสู้แต่อย่างใดเนื่องจากหากจะร่ายเวทที่ทรงพลังพอจะผ่านกำแพงเวทของเด็กหญิงมันต้องใช้เวลานานเกินไปและในระหว่างนั้นนักดาบคนนี้อาจจะใช้ลูกไม้ของเธอเสียบเขาจนตายก่อน
หลังจากอานิต้าชักดาบอีกเล่มของเธอออกมาเธอก็พุ่งชนกับเด็กหนุ่มทันทีดาบของเธอดูไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก มันดูไม่เหมือนดาบที่ส่งผ่านพลังเวทเลย
เด็กหนุ่มรับทุกดาบของอานิต้าด้วยท่อนแขนซึ่งตอนนี้เคลือบด้วยเกล็ดแข็งสีแดงเพลิงทั้งคู่ปะทะกันสักพักก่อนที่โมเมนตัมจะเปลี่ยนไปในทางของเด็กหนุ่มทีละน้อย
เนื่องจากอานิต้าใช้ดาบทำให้เธอมีความเร็วช้ากว่าคนที่ใช้มือเปล่าในการต่อสู้เช่นเด็กหนุ่มอย่างไรก็ตามแม้โมเมนตัมจะอยู่ในทางของเด็กหนุ่ม แต่เธอก็ไม่ได้กังวลมากนักเพราะปัจจุบันมันเป็การต่อสู้ในแบบที่เธอถนัดคือ ป้องกันและโต้กลับ
แม้ว่าเด็กหนุ่มจะเพิ่มความเร็วในการโจมตีขึ้นไปอีกแต่อานิต้าก็ยังคงป้องกันการโจมตีทั้งหมดได้อย่างไม่ยากเย็นและเมื่อเธอเผยช่องว่างทางด้านหลัง เปลวเพลิงของอาเรียที่อยู่ห่างไปทางด้านหลังก็ส่งมาที่เด็กหนุ่มอย่างแม่นยำนั่นทำให้โมเมนตัมของเด็กหนุ่มไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นจนเกินไป
เนื่องจากสถานที่ต่อสู้นั้นเป็พื้นที่ค่อนข้างกว้างเมื่ออานิต้าและเด็กหนุ่มเคลื่อนที่อาเรียก็จะเคลื่อนที่ไปทางด้านข้างพร้อมกับทำให้ตัวเองอยู่ในระยะที่พอเหมาะตลอดเวลาทำให้เธอเล็งเวทมนตร์ของเธอได้ไม่ยากเย็น
เด็กหนุ่มตอนนี้เริ่มร้อนรนมากขึ้นเขาเข้าใจว่าหากเขาไม่ทำอะไรกับเด็กหญิงที่ส่งเวทที่รุนแรงมาจากด้านหลังแม้ว่าตัวเขาจะมีภูมิต้านทานเวทมากเท่าใดจุดจบก็เป็ที่แน่ชัดว่ามีแค่การพ่ายแพ้เท่านั้นที่รอเขาอยู่
แต่อาเรียก็ไหลลื่นและวางตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเสมอหากเขาทุ่มเทพลังเพื่อไปกำจัดเธอนักดาบที่อยู่ตรงหน้าเขาก็จะหยุดเขาไว้และเมื่อเขาถูกขัดจังหวะมันจะทำให้เขาโดนเวทมนตร์ที่ยิงมาจากระยะไกลง่ายยิ่งขึ้นหากเขาเลือกจะทุ่มพลังไปที่นักดาบตรงหน้าเขาก็ต้องทรงพลังมากกว่านี้เพราะนักดาบตรงหน้านั้นเชียวชาญในด้านการป้องกันเป็อย่างมากและเขาก็ยังกังวลกับดาบเล่มใหม่ที่เธอเปลี่ยนมาใช้แต่ก็ยังไม่ได้แสดงอะไรให้เห็นมากมาย
‘อย่างที่คิดเธอแข็งแกร่งกว่าข่าวลือมาก’ อานิต้าคิดในใจหลังจากที่เห็นทักษะของอาเรียเธอมีความเชี่ยวชาญการต่อสู้อย่างเห็นได้ชัดทั้งตำแหน่งที่เธออยู่และจังหวะการโจมตีที่พอเหมาะนั่นดูไม่เหมือนเด็กใช้เวทมนตร์มันเหมือนกับพวกปรมาจารย์ทางการใช้เวทมนตร์ที่ต่อสู้มาเป็พันครั้งเพราะทุกอย่างที่เธอทำนั้นมันลงตัว
จากที่อานิต้าทราบมาอุปกรณ์เวทมนตร์หลายชิ้นในตัวเธอช่วยในการควบคุมการใช้เวทของเธอและมีแม้กระทั่งบางชิ้นที่จำกัดการใช้พลังเวทของเธอเพื่อให้เธอสามารถควบคุมได้ง่ายขึ้นอานิต้าไม่กล้าจินตนาการว่าเธอจะน่ากลัวขนาดไหนหากเธอสามารถดึงพลังเวทในตัวเองออกมาใช้ได้โดยไม่ถูกจำกัดพลัง
อย่างไรก็ตามสิ่งที่อานิต้าเข้าใจนั้นคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อยไม่ใช่ว่าอาเรียดึงพลังออกมาใช้มากเกินไปจนทำให้เธอควบคุมไม่ได้ แต่เป็เพราะเธอดึงมันออกมาใช้ไม่ได้เลยต่างหากหากไม่มีอุปกรณ์พวกนี้เธอนั้นแทบจะไม่สามารถถูกเรียกว่านักเวทได้เลย
ส่วนทักษะการต่อสู้ที่อานิต้าเห็นนั้นมันเป็ทักษะที่อาเรียได้มาจากตอนที่เธอยังเป็เด็กหญิงอ่อนแอในหมู่บ้าน
ในตอนนั้นเธอ้าแมนเดรกซึ่งใช้เวทมนตร์ได้และมักจะอยู่ในเขตอันตรายที่มีสัตว์อสูรทรงพลังมากมายและเธอก็ไม่สามารถเผชิญหน้ากับพวกมันตรงๆได้ ดังนั้นตำแหน่งของเธอกับศัตรูจึงเป็เื่สำคัญ
เนื่องจากหนังสือที่เธอซื้อมาเป็หนังสือที่แนะนำการเริ่มต้นเป็นักล่า(นักผจญภัย)มันจึงมีข้อมูลและรูปแบบการต่อสู้ของแต่ละคลาสให้เธออย่างละเอียด
เธอไม่ได้เต็มใจที่จะเลือกรูปแบบการต่อสู้ของนักเวทในตอนนั้นแต่เพราะเธอไม่มีทางเลือกอื่นเธอจึงจำใจต้องเลือกรูปแบบการต่อสู้คลาสนักเวทเป็จุดเริ่มต้นในการเรียนรู้
ในตอนแรกเธอลังเลว่าจะเลือกรูปแบบการต่อสู้ของคลาสนักล่าหรือนักเวทดีเหตุผลก็เพราะ คลาสอื่นๆนั้นมักมีการต่อสู้ซึ่งๆหน้าหรืออย่างน้อยก็ใช้ทักษะบางอย่างเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้ต่อสู้ได้ซึ่งร่างการของเธอนั้นบอบบางเกินกว่าจะทำเช่นนั้นและเธอก็ไม่สามารถใช้ทักษะการเสริมสร้างร่างกายได้เช่นกัน
ทว่านักล่านั้นนอกจากทักษะในการใช้กับดักพวกเขายังต้องมีความเร็วการเคลื่อนที่พอสมควร ที่ทำให้พวกเขาโฟกัสที่ตำแหน่งการยืนของตัวเองน้อยลงเพราะพวกเขาสามารถเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปจุดปลอดภัยได้
นั่นเป็สิ่งที่เด็กธรรมดาทำไม่ได้เช่นกันดังนั้นเธอจึงเลือกรูปแบบของนักเวทเป็จุดเริ่มต้นและใช้รูปแบบการวางกับดักเช่นเดียวกับนักล่าประกอบกับการโจมตีจากระยะไกลด้วยก้อนหินเพื่อไล่เหล่าแมนเดรกลงไปในกับดักและด้วยความที่เวทมนตร์ของแมนเดรกเ่าั้ไม่ส่งผลใดๆกับเธอ ดังนั้นพวกมันจึงเลือกที่จะหนีเธอแทนจนทำให้มันติดกับดักบวกกับเรี่ยวแรงที่ไม่ต่างจากลูกแมวของแมนเดรกเธอจึงสามารถจับพวกมันได้
ในที่สุดเด็กหนุ่มก็เลือกตัดสินใจอย่างจริงจังเพื่อพลิกสถานการณ์ตรงหน้าในระหว่างการต่อสู้ รูปร่างของเขาค่อยๆเปลี่ยนไปทีละน้อย ที่มือของเขาไม่ได้มีแค่เกล็ดอีกต่อไปแต่ยังมีกรงเล็บที่แหลมคมงอกออกมาบนศีรษะเขาสองข้างก็ออกขึ้นมาเช่นกัน ทั้งตัวเริ่มปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีแดงหนามแหลมมากมายเริ่มปรากฏที่หลังของเขา พร้อมกับหางที่งอกยาวออกมา
ในตอนนี้ลักษณะของเขาใกล้เคียงกับัมากต่างก็ตรงที่ร่างกายของเขานั้นมีขนาดไม่ต่างจากเดิมผิดกับัที่มีขนาดใหญ่เท่าูเาลูกย่อมๆ
แม้จะเป็เช่นนั้นความทรงพลังของเขาไม่ได้ต่างจากัเลยความเร็วการเคลื่อนที่ของเขาเพิ่มมากขึ้น การโจมตีของเขาเองก็ทรงพลังขึ้นมากเช่นกัน
แจ้งข่าวสำหรับการลงนิยายเื่นี้ปกติผมจะพยายามลงให้ได้ทุกวันวันละตอน แต่่นี้ผมมีปัญหาสุขภาพ เป็ไมเกรนจ้องคอมนานไม่ได้ เลยคิดว่าอาจจะลงอาทิตย์ละสี่ตอนเป็อย่างน้อยนับจากวันอาทิตย์ของแต่ละสัปดาห์ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม
ความคืบหน้ารายสัปดาห์2/4