แม้ว่าจะมีผักมากแต่เนื้อน้อย อีกทั้งแป้งที่นวดจะใช้แป้งขาวครึ่งหนึ่งผสมกับแป้งธัญพืชหยาบอีกครึ่งหนึ่ง ทว่าในชนบทเช่นนี้ก็นับว่าเป็อาหารที่ดีที่สุดแล้ว โดยปกติชาวบ้านทั่วไปหากไม่ถึงเทศกาลปีใหม่ก็แทบจะไม่มีโอกาสได้กิน
หากไม่ใช่เพราะเมื่อวานขายปลาตัวใหญ่หนักสามสิบกว่าจินได้ ตระกูลเสวี่ยคงไม่กล้าซื้อเนื้อมาห่อเกี๊ยวต้ม
"ฮุ่ยฮุ่ยไปพักที่บ้านท่านยายกับท่านลุงใหญ่สักสองสามวันเถิด!"
ขณะที่ซุนเซียงเตรียมตัวกลับบ้าน เสวี่ยจื้อหยงจึงนำเกวียนวัวมาต่อพ่วง พร้อมนำปลาแห้งไปฝากตระกูลโจว และปลาปรุงรสที่เสวี่ยฮุ่ยทอดไว้หนึ่งโหล ส่วนโจวเสี่ยวเม่ยทำรองเท้าให้บิดามารดาสองคู่ โดยส่วนบนของรองเท้าเป็ฝีมือของเติ้งอาเหลียนผู้เป็แม่สามีช่วยทำให้ ส่วนพื้นรองเท้าโจวเสี่ยวเม่ยเป็คนเย็บเอง
อีกไม่กี่วันก็จะถึงเวลาเพาะปลูกแล้ว เสวี่ยฮุ่ยยังอยากช่วยงานทำอาหารอยู่ที่บ้าน อีกอย่างนางยังไม่รู้จักสถานการณ์ของตระกูลโจวดีพอ หากไปเกรงว่าจะทักคนผิด
"ท่านป้าใหญ่เ้าคะ รอให้ที่บ้านเพาะปลูกเสร็จก่อน แล้วข้าค่อยไปเยี่ยมท่านตา ท่านยาย และท่านลุงใหญ่เ้าค่ะ!"
โจวตงซูตบไหล่ลูกพี่ลูกน้อง "ปกติเวลาเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว เ้าจะไปพักที่บ้านข้าทุกปี ปีนี้ทำไมถึงไม่ไปเล่า? อ้อ ข้ารู้แล้ว เ้าอยากรอให้ท่านอาเล็กมารับใช่หรือไม่?"
เสวี่ยฮุ่ยโบกมือทั้งสองข้าง "ไม่ต้องมารับจริง ๆ เ้าค่ะ ปีนี้ข้าอายุหกขวบแล้ว สามารถช่วยงานที่บ้านได้บ้าง ท่านพ่อท่านแม่ไม่ให้ข้าลงนา ข้าก็ช่วยท่านย่าเตรียมอาหารอยู่ที่บ้านเ้าค่ะ
พี่หญิงกลับไปแล้วอย่าลืมฝากความคิดถึงจากข้าและพี่ชายทั้งสองคนให้พวกผู้ใหญ่ด้วยนะเ้าคะ บอกพวกเขาว่าถ้าข้าว่างเมื่อไหร่จะรีบไปหาทันที"
โจวตงซูปิดปากหัวเราะคิกคัก รอให้ท่านอาเล็กกลับมา ลูกพี่ลูกน้องคนนี้ต้องยอมตามไปอย่างว่าง่ายแน่นอน
หลังจากส่งซุนเซียงและบุตรสาวกลับไปแล้ว เติ้งอาเหลียนก็นำไก่สองตัวนั้นมาเลี้ยงไว้ และนำขาหมูใส่หม้อเติมน้ำเพื่อจะต้มให้หลานสาวกิน
เสวี่ยฮุ่ยมาอยู่ที่นี่ได้หลายวันจึงสังเกตเห็นว่า อาหารของตระกูลเสวี่ยนอกจากต้มก็คือตุ๋น ในอาหารใส่เพียงเกลือนิดหน่อยและเหยาะซีอิ๊วเล็กน้อย แทบไม่มีเครื่องปรุงอื่นเลย
"ข้าอยากลองทำดูเ้าค่ะ ท่านย่า ท่านแม่ เื่นี้ให้ข้าจัดการได้หรือไม่เ้าคะ? ที่บ้านมีมันฝรั่ง หรือไม่เ้าคะ?"
"มี เดี๋ยวข้าไปหยิบให้!" โจวเสี่ยวเม่ยกล่าว
เสวี่ยฮุ่ยไม่คิดว่าที่นี่จะมีมันฝรั่งด้วย เพราะหลายวันที่ผ่านมานางไม่เห็นนำมาทำอาหารบนโต๊ะเลย
"ท่านย่า ปกติมันฝรั่ง กินอย่างไรหรือเ้าคะ?"
"ต้มกินบ้าง ผัดกินบ้าง ตอนนี้มันฝรั่ง หลายหัวเริ่มเหี่ยวแล้ว รสชาติไม่ค่อยดี ชาวบ้านทั่วไปจึงไม่กินกัน แต่จะเก็บไว้ทำเป็เมล็ดพันธุ์ มีอะไรหรือ?"
"มันฝรั่ง ของบ้านเรามีหน่อขึ้นหรือยังเ้าคะ?" หากมีหน่อขึ้นจะกินไม่ได้เพราะมีพิษ เสวี่ยฮุ่ยรู้สึกว่าเื่นี้ต้องถามให้ชัดเจน
"พี่ชายเ้าชอบกินมันฝรั่งผัด บ้านเราจึงเก็บมันฝรั่งครึ่งหนึ่งไว้ในห้องใต้ดิน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนำออกมาเพื่อให้มันแตกหน่อ พอผ่านไปสักพักจะได้นำไปปลูกในนา!"
หลังจากล้างและปอกเปลือกมันฝรั่งแล้ว เสวี่ยฮุ่ยใส่น้ำมันหมูเล็กน้อยลงในหม้อ ผัดต้นหอมและขิงให้หอม จากนั้นใส่น้ำตาลแดงเล็กน้อย ใส่ขาหมูเติมน้ำน้ำแกง แล้วใช้ผ้าฝ้ายละเอียดห่อเครื่องปรุงมัดปากให้แน่นใส่ลงในน้ำน้ำแกง เมื่อขาหมูสุกได้ที่แปดส่วนจึงใส่มันฝรั่งที่หั่นเป็ชิ้นลงไป
แม้ว่ามื้อค่ำจะมีอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อเห็นขาหมูตุ๋นมันฝรั่งเต็มชามเล็ก ๆ และได้กลิ่นหอมโชยมา เสวี่ยเจี้ยนหลินถึงกับน้ำลายสอ
"ไม่นึกเลยว่ามันฝรั่งจะกินแบบนี้ได้ด้วย!" มันฝรั่งถูกตุ๋นจนนุ่มละมุน ซึมซับรสชาติของขาหมูและน้ำน้ำแกงเข้มข้น รสััไม่แพ้ขาหมูเลย แม้แต่เติ้งอาเหลียนก็ยังกินจนอิ่มแปล้
โจวเสี่ยวเม่ยเองก็อิ่มมาก นางลุกขึ้นเดินวนไปมาในห้องเพื่อช่วยย่อยอาหาร ส่วนเสวี่ยจื้อหยงพาลูกชายสองคนไปที่ริมน้ำเพื่อดูว่าในไซดักปลามีปลาหรือไม่ ในบ้านจึงเหลือเพียงผู้หญิงสามคน คือผู้ใหญ่สองคนและเด็กหนึ่งคน
"ท่านแม่ ข้าว่าถ้าเราทำเนื้อพะโล้ตามวิธีของฮุ่ยฮุ่ยไปขายที่ตลาดจะดีหรือไม่เ้าคะ!" ขาหมูวันนี้หอมมาก โจวเสี่ยวเม่ยรู้สึกว่าหากนำไปขาย ธุรกิจต้องไปได้สวยแน่นอน
เติ้งอาเหลียนก้มหน้าครุ่นคิด เสวี่ยฮุ่ยเห็นว่าคนในครอบครัวเริ่มพิจารณาเื่การทำอาหารไปขายก็นึกดีใจในใจ แต่การไปขายเนื้อพะโล้ที่ตลาดนั้น...
"ท่านย่า ท่านแม่ ข้าคิดว่าการไปขายเนื้อพะโล้ที่ตลาดไม่น่าจะเป็ไปได้เ้าค่ะ ประการแรก อากาศเริ่มร้อนขึ้นทุกที เนื้อพะโล้เก็บไว้ไม่ได้นาน หากทำออกมาแล้วขายไม่หมดภายในครึ่งวันก็จะเสีย ความเสี่ยงสูงเกินไป ประการที่สอง คนที่มาตลาดส่วนใหญ่เป็ชาวบ้านทั่วไป จะมีสักกี่คนที่ยอมจ่ายเงินหลายสิบเหวินเพื่อซื้อเนื้อพะโล้หนึ่งจินกลับไปกิน คนที่รวยจริง ๆ น้อยคนนักจะมาซื้ออาหารที่ตลาด ประการที่สาม ต้นทุนสูงเกินไป หากเราซื้อเนื้อหลายจินมาทำพะโล้จะยุ่งยากและไม่คุ้มค่า หากซื้อมามากแล้วต้นทุนสูงแต่ขายไม่ออก จะให้เอากลับมากินเองที่บ้านหรือเ้าคะ!"
เติ้งอาเหลียนและโจวเสี่ยวเม่ยหันมามองเสวี่ยฮุ่ยพร้อมกัน "แล้วเ้าว่าถ้าเราอยากไปขายอาหารที่ตลาด ควรทำอะไรดีเล่า?"
"เกี๊ยวน้ำหรือน้ำแกงปลาคู่กับแผ่นแป้งทอดเ้าค่ะ เกี๊ยวน้ำเพียงไม่กี่เหวินก็กินได้หนึ่งชาม เราสามารถทำไส้ผักเพื่อให้ราคาถูกลงได้อีก วิธีนี้ไม่เสียเงินมาก สามารถเตรียมแป้งและไส้เนื้อไป แล้วห่อขายตามจำนวนที่้าได้เลยเ้าค่ะ!
ส่วนน้ำแกงปลาก็ทำง่าย เพียงเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมแล้วไปเคี่ยวสด ๆ ที่ตลาด ส่วนแผ่นแป้งสามารถทอดจากที่บ้านแล้วใช้ผ้าห่อนำไปได้เ้าค่ะ" เสวี่ยฮุ่ยคิดเื่นี้ไว้นานแล้ว ต้องเริ่มจากธุรกิจเล็ก ๆ การคิดจะทำเนื้อพะโล้หรือเปิดร้านั้แ่แรกเป็ความคิดที่ไม่สอดคล้องกับความเป็จริง
"ข้ากับแม่เ้าจะลองคิดดู ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาเพาะปลูกแล้ว จะมัวแต่คิดเื่ตั้งแผงขายของไม่ได้ รอให้พ้น่ยุ่ง ๆ นี้ไปก่อน เราค่อยไปเดินสำรวจที่ตลาดดูว่าอาหารชนิดไหนขายดีแล้วค่อยว่ากันอีกที!" เติ้งอาเหลียนกล่าว
ท่านย่ามีความคิดที่ก้าวหน้ามาก ถึงขั้นรู้จักทำวิจัยตลาด เสวี่ยฮุ่ยรับปากว่าเื่เครื่องปรุงนางจะจัดการเอง หากทั้งสามคนร่วมมือกันต้องทำเงินได้แน่นอน
ผู้หญิงอีกสองคนมองหน้ากัน พวกนางไม่ได้ตั้งใจจะให้เสวี่ยฮุ่ยออกไปปรากฏตัวที่ตลาด ขอเพียงนางบอกวิธีการทำก็พอแล้ว
เสวี่ยจื้อหยงและลูกชายหิ้วปลาจี้ขนาดเท่าฝ่ามือสามตัว พร้อมกับปลาเล็ก ๆ อีกสองสามตัวกลับมา เสวี่ยเจี้ยนหลินกลับถึงบ้านก็บ่นพึมพำว่าทำไมวันที่น้องเล็กไปถึงตกปลาตัวใหญ่ได้ แต่ตอนนี้เหลือแต่ปลาตัวเล็ก ๆ หรือว่าปลาตัวใหญ่จะปรากฏตัวแค่วันนั้นและถูกจับไปหมดแล้ว?
"เ้าบ่นอะไรของเ้า? เ้าคิดว่าในน้ำมีปลาตัวใหญ่หลายสิบจินอยู่เต็มไปหมดหรือ ข้ามีชีวิตมาครึ่งค่อนคน เมื่อวานก็เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นเช่นกัน!" เติ้งอาเหลียนดุหลานชาย
"คราวหน้าต้องพาน้องเล็กไปตกปลาอีก ไม่แน่ว่าอาจจะจับปลาตัวใหญ่ได้อีกก็ได้นะ!" เสวี่ยเจี้ยนหลินมองน้องสาวด้วยสายตามุ่งมั่น
เสวี่ยฮุ่ยส่ายหน้า การตกปลาครั้งก่อนใช้พลังิญญาของเฮ่อจิ่นไปมาก จนถึงตอนนี้ยังไม่เห็นมันออกมาและไม่พูดจาด้วย เพื่อเงินหนึ่งหรือสองตำลึงนั้นไม่คุ้มค่าเลย ควรให้เฮ่อจิ่นเก็บรักษาพลังิญญาไว้ใช้ในยามจำเป็จะดีกว่า
"ถือว่าเ้ายังมีมโนธรรม ไม่คิดจะเอาข้าที่เป็ภูตไปเป็เหยื่อตกปลาอีก!" เสียงของเฮ่อจิ่นดังออกมาจากมิติวิเศษ
"ท่านตื่นแล้วหรือเ้าคะ!"
น้ำเสียงของเสวี่ยฮุ่ยเต็มไปด้วยความประหลาดใจและดีใจ เฮ่อจิ่นได้ยินดังนั้นก็รู้สึกพึงพอใจ ยัยหนูนี่ก็มีมโนธรรมอยู่เหมือนกันนะ!
"ข้าเพิ่งตื่น ตอนกลางคืนนำมันฝรั่งเข้ามาในมิติวิเศษบ้าง ข้าจะช่วยเ้าปลูกเอง!"
"ตกลงเ้าค่ะ!" ก่อนนอน เสวี่ยฮุ่ยเก็บมันฝรั่งที่เหลือในห้องครัวเข้าสู่มิติวิเศษ และนำปลาจี้มาด้วยสองตัว
ในมิติวิเศษ เฮ่อจิ่นปลูกมันฝรั่งเสวี่ยฮุ่ยหาพลั่วมาขุดหลุม ตักน้ำพุวิเศษเทลงไป แล้วใส่ปลาจี้สองตัวลงในหลุมนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น เฮ่อจิ่นเรียกให้เสวี่ยฮุ่ยตักปลาจี้ออกไป เสวี่ยฮุ่ยคิดว่าเฮ่อจิ่นไม่อยากให้นางเลี้ยงปลา แต่เมื่อเข้าไปในมิติวิเศษจึงพบว่านางเข้าใจผิด ปลาจี้สองตัวเมื่อคืนมีไข่ปลา ไม่รู้ว่าเป็เพราะอุณหภูมิในมิติวิเศษที่เหมาะสมหรือไม่ เพียงชั่วข้ามคืนไข่ปลาก็แยกออกจากตัวแม่และตกอยู่ที่ก้นหลุมน้ำ
"เ้าเก่งแต่หาเื่ให้ข้าทำจริง ๆ !" เฮ่อจิ่นบ่นพลางทำงานไปด้วย