ปี 2019
ฉันชื่อ อัญชลี อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆกับแม่และน้องสาว วันนี้เป็วันหยุดยาว่เทศกาล น้องสาวจึงไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนที่ทำงาน ส่วนฉันไม่ได้มีทริปไปเที่ยวที่ไหน จึงอยู่บ้านกับแม่ 2 คน แต่ฉันรู้สึกอยากไปนั่งดูหนังดีๆสักรอบ และคันมืออยากช็อปปิ้ง เดินตากแอร์เย็นๆที่ห้างสรรพสินค้าอยู่ไม่ไกลบ้านนั่งรถเมล์ไปไม่กี่ป้ายก็ถึง
จึงอาบน้ำแต่งตัวสวมใส่เสื้อยืดเข้ารูปสีแดงคอปาด แขนสามส่วน สวมกางเกงขายาวผ้าชีฟองสีขาว บางเบา สะพายกระเป๋าข้างสีน้ำตาลเข้ม แต่งหน้าสวยให้หนุ่มๆต้องมองเหลียวหลัง บอกกับแม่ว่าจะซื้อขนมไดฟุกุใส้เกาลัดที่แม่ชอบมาฝากด้วย
อากาศ่บ่ายมันช่างร้อนอบอ้าวจริงๆ ถึงแม้จะเป็่บ่าย แต่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ยังคงมีคนเดินกันพลุกพล่าน คงเป็เพราะวันหยุดยาว ผู้คนคงหนีร้อนมาเดินตากแอร์เย็นๆแบบเดียวกับฉัน
หลังจากที่ดูหนังรอบบ่ายเสร็จ ก็เดินซื้อของใช้จุกจิกน่ารักๆ ในร้านขายสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นสักพักใหญ่ ก็ได้เวลากลับบ้านเพราะเดินเล่นจนเมื่อย จึงเดินมุ่งหน้าไปที่ประตูทางออกหน้าห้างสรรพสินค้า เดินข้ามสะพานลอยหน้าห้างข้ามไปถนนอีกฝั่งหนึ่ง แล้วเดินตรงไปที่ป้ายรอรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งที่ป้ายรอรถโดยสารตอนนี้ไม่มีใครยืนรอรถโดยสารที่ป้ายนี้เลย จึงมีเพียงฉันคนเดียวที่ยืนอยู่
ที่ป้ายรอรถโดยสารมีถังขยะขนาดกลางตั้งวางอยู่ใกล้ๆบริเวณเก้าอี้นั่งในศาลารอรถ ตรงข้างถังขยะฉันสังเกตเห็นกระเป๋าเป้สะพายหลังสีดำแต่กระเป๋าดูค่อนข้างใหม่วางพิงอยู่ข้างๆถังขยะ และมีถุงขยะพลาสติกสีดำใบใหญ่อีกถุงหนึ่งวางซ้อนทับอยู่ ภายในมีสิ่งของบางอย่างที่น่าจะเป็ขยะปากถุงถูกมัดปิดมิดชิด
ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมันมากนัก แต่ที่แปลกคือถังขยะก็ยังไม่เต็ม แต่ทำไมวางถุงขยะไว้ข้างถังคนสมัยนี้มักง่ายกันจัง ฉันคิดในใจ เมื่อเห็นว่ารถโดยสารยังไม่มา จึงเดินไปนั่งรอที่เก้าอี้ในศาลารอรถ แต่ไม่ห่างจากถังขยะมากนัก
ด้วยความเห่อของที่เพิ่งซื้อมาใหม่ อดใจรอไปแกะดูที่บ้านไม่ไหว จึงเปิดถุงใบใหญ่ล้วงมือลงไปหยิบหูฟังชนิดครอบปิดหูสีดำคาดแดงสไตล์หุ่นยนต์ ชนิดมีไมโครโฟนติดที่ด้านข้างหูฟัง สำหรับไว้คุยกับเพื่อนในเกมส์
ทดลองเชื่อมต่อหูฟังกับโทรศัพท์มือถือ เปิดฟังเพลง Tokio Funka เพลงโปรดที่โหลดเก็บไว้ในโทรศัพท์ขณะกำลังรอรถ จากนั้นจึงเก็บโทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงตามเดิม แต่! ทันไดนั้น!!!
บึ้มมม!!! เสียงะเิดังสนั่น ตัวฉันปลิวกระเด็นตามแรงระบิด ตัวชาไปหมดทั้งตัว แต่ไม่รู้สึกเ็ปอะไรเลยจากแรงะเินั่น ทุกอย่างรอบตัวมันมืดมิดไปหมดจนมองไม่เห็นอะไร ทั้งๆที่ยังเป็ตอนกลางวันอยู่แท้ๆ หรือว่าฉันสูญเสียดวงตาสองข้างไปแล้ว? หรือว่าฉันตายแล้วกันแน่? คำถามเกิดขึ้นมากมายในหัว หวาดกลัวจนใจสั่นแทบจะร้องไห้
ฉันเอามือจับหูฟังที่ยังครอบอยู่บนหัว ซึ่งเสียงเพลงมันหยุดลงตอนที่โดนะเิ จึงเลื่อนหูฟังลงมาคล้องไว้ที่คอ เพื่อฟังเสียงให้ชัดเจนว่า มีคนหรือกู้ภัยมาให้ความช่วยเหลือฉันหรือไม่ แต่ทุกอย่างกลับเงียบสนิท รู้สึกว่าตัวเองกำลังล่องลอย เหมือนิญญาที่ลอยอยู่ในอากาศ
จึงพยายามตั้งสติหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เพื่อโทรศัพท์หาแม่ แต่โทรศัพท์กดเท่าไหร่ก็ไม่ติดหน้าจอดับมืด พยายามกดปุ่มเปิดเครื่องหลายครั้งแต่โทรศัพท์มันยังคงเปิดใช้งานไม่ได้ มันคงพังแล้วเพราะโดนะเิ จึงเก็บโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋ากางเกงตามเดิม
ฉันทั้งกลัวทั้งสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก ในใจคิดถึงแต่แม่ที่รออยู่ที่บ้าน แม่ยังไม่รู้ว่าฉันโดนะเิตายแล้ว พยายามตั้งสติว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป แต่เอ๊ะ!! เดี๋ยวก่อน?! นี่ฉันกำลังล่องลอยไปถึงไหนกันเนี่ย?! ทำไมยังไม่รู้สึกตกถึงพื้นสักที?! หรือว่ากำลังนอนหลับฝัน?!
ฉันคิดด้วยความหวาดกลัวสับสนมือสั่น บรรยากาศรอบๆทั้งเงียบทั้งมืด แต่ไม่กี่อึดใจ ก็เริ่มเห็นแสงสว่างสีขาวเล็กๆไกลๆอยู่ข้างหน้า แสงสีขาวเล็กๆนั่นเริ่มขยายเป็วงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สว่างขึ้นเรื่อยๆเหมือนกำลังจะโผล่จากอุโมงค์
รู้สึกได้ว่าตัวฉันกำลังจะพุ่งออกจากอุโมงด้วยความเร็วสูง เพื่อไปโผล่ที่ปลายอุโมงค์นั่น ฉันหวาดกลัวมากเพราะไม่รู้ที่ปลายอุโมงค์นั่นมีอะไร และแล้วร่างของฉันก็พุ่งออกมาจากอุโมงค์ มันทำให้ฉันแทบช็อค เพราะโผล่ออกจากอุโมงค์มาเจอท้องฟ้า!!!
"เฮ้ยยย! โผล่มาที่นี่ได้ไง ท้องฟ้านี่หว่า! ช่วยด้วย!!! ว้ากกกก!!!”
ฉันร้องลั่นด้วยความใกลัวสุดขีด ร่างของฉันกำลังจะร่วงลงสู่พื้นด้านล่าง พลันสายตามองเห็นป่าผืนใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไม้หลากสี มีทั้งสีส้ม สีเหลือง สีม่วง ขึ้นแซมสลับกันไป มันช่างสวยงามและแปลกตาที่สุด ส่วนทางขวามือไกลๆ มีต้นไม้สีแดงเหมือนไฟกำลังลุกไหม้ โดดเด่นสะดุดตา นี่มันที่ไหนกันเนี่ย?!!
ฉันไม่เคยเห็นต้นไม้แปลกประหลาดแบบนี้มาก่อน แต่ก็ต้องเลิกมองต้นไม้นั่น เพราะร่างกำลังร่วงใกล้ถึงพื้นดินเข้าไปทุกที ในใจเฝ้าภาวนาให้ตกถึงพื้นปุ๊บ ตายปั๊บ อย่าได้ตายอย่างเ็ปทรมานเลย จนกระทั่งเริ่มมองเห็นพื้นด้านล่างชัดเจนขึ้น
ตรงข้างล่างนั่นคือหน้าผาสูงชัน แต่มีตัวอะไรไม่รู้สีดำๆยืนอยู่ตรงหน้าผา ตายห่า!!! เสือดำตัวใหญ่มาก!!! ฉันร้องกรี๊ดหลับตาปี๋เตรียมตัวเตรียมใจตาย ชั่วอึดใจฉันพุ่งชนเข้าอย่างจังกับเสือดำตัวนั้น มันร้องเสียงดังโฮก!!!
ทั้งฉันและเสือดำกระเด็นตกหน้าผาไปด้วยกัน ทั้งคนและเสือร้องกันเสียงหลงลั่นป่า เสือดำอยู่ด้านล่างตัวฉัน ทำให้ตัวของมันครูดปะทะกับกิ่งไม้ก่อนฉัน จึงทำให้ฉันได้รับแรงปะทะกับกิ่งไม้น้อยลง แต่แขน และขาของฉันก็ครูดถูกกิ่งไม้เกี่ยวบาดเป็แผลเหมือนกัน จนปลายขากางเกงขาดวิ่น
เสือดำหล่นถึงพื้นก่อน ส่วนฉันหล่นทับมันอีกที “โฮก!!! โอ้ยยยยยย!!!" ทั้งเสือทั้งคนนอนจุกกองอยู่ด้วยกันที่พื้น แต่ดูท่าเสือดำมันจะเจ็บมากกว่า เพราะมันกลายเป็เบาะรองรับร่างฉันไว้อย่างดีตอนที่ร่วงลงมา
ฉันรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากตัวเสือตั้งท่าจะวิ่งหนี จึงหันกลับไปมองว่าเสือดำมันเป็ยังไงบ้าง ก็เห็นเสือดำนอนนิ่งแต่ท้องของมันยังขยับขึ้น-ลง มันยังหายใจอยู่แสดงว่ายังไม่ตาย เสือมันคงจะจุกจนลุกไม่ขึ้น หรือไม่มันก็คงจะได้รับาเ็ตอนที่ตกลงมา
โอยยย!!! โชคดีที่ฉันยังไม่ตาย แต่โชคร้ายดันมาเจอเสือดำตัวใหญ่เท่าคน พร้อมจะลุกขึ้นมากินฉันได้ทุกเมื่อ อะไรจะซวยปานนี้!! ฉันจึงพูดกับเสือดำที่ยังนอนนิ่งอยู่ตรงนั้นว่า “เอ็งอย่าเพิ่งลุกขึ้นมาน่ะ ให้กูหนีไปไกลๆก่อนเอ็งค่อยลุก!!” พูดจบฉันรีบวิ่งออกห่างจากเสือดำทันทีเพื่อความปลอดภัย
ในขณะที่กำลังวิ่งหนีก็หันกลับไปมองที่เสือดำตัวนั้นอีกครั้ง เห็นเสือดำขยับตัว พร้อมกับคำรามในลำคอไม่รู้ว่ามันเจ็บหรือโมโห แต่เสือดำพยายามจะลุกขึ้นเดิน และดูเหมือนว่าขาหลังข้างหนึ่งของมันได้รับาเ็
เสือดำร้องคำรามเสียงดังอีกครั้งอย่างน่ากลัว ทำให้นกและสัตว์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ตามต้นไม้พุ่มไม้ใแตกฮือหนีกันไปตัวละทิศละทาง เมื่อเสือดำพยายามประคองตัวเองให้ยืนได้แล้วก้าวเท้าเดินตามฉันมาทันที แม้มันจะเดินขากระเผลกๆแต่มันก็เดินกึ่งวิ่งเท้าไวตามมา ทิ้งระยะไม่ห่างกันสักเท่าไหร่เลย
ฉันจึงรีบมองหาต้นไม้สูงที่มีกิ่งก้านแข็งแรง สามารถปีนขึ้นไปยืนหรือนั่งได้เพื่อหนีเสือดำ และแล้วก็เห็นต้นไม้สูงใหญ่มีใบสีเหลืองแกมส้มทั้งต้น มีกิ่งก้านแข็งแรงพอให้ฉันขึ้นไปยืนหลบซ่อนเสือดำได้ จึงรีบถอดรองเท้าส้นสูงหนึ่งนิ้วยัดไว้ใต้เสื้อ เอาชายเสื้อใส่ไว้ในกางเกง เพื่อความสะดวกในการปีนขึ้นต้นไม้
จากนั้นก็รีบปีนต้นไม้ขึ้นไปทันที มองหากิ่งไม้ที่แข็งแรงพอเหยียบได้ เลือกกิ่งที่สามารถมองเห็นเสือดำได้ถนัดๆ ซึ่งในขณะที่ยืนอยู่บนต้นไม้ รู้สึกแสบมือแสบเท้า แสบผิวคล้ายถูกพริก จึงคิดไปว่าผิวคงจะครูดกับต้นไม้หรือถูกกิ่งไม้เกี่ยวจนเป็แผล
ฉันมองไปที่เสือดำที่กำลังวิ่งกะโผลกกะเผลกสามขามาที่ต้นไม้ที่ฉันแอบอยู่ มันเดินมาใกล้ถึงต้นไม้แล้วคำรามใส่ด้วยสีหน้าที่ไม่เป็มิตร จากนั้นมันก็ล้มลงนอนที่พื้นห่างจากต้นไม้ประมาณห้าก้าว เหมือนมันฝืนเดินต่อไปอีกไม่ไหว
เสือดำนอนนิ่งแต่ยังหายใจ ตาของมันเป็สีเหลืองสด ตัวและเท้ามีขนาดใหญ่ สีขนเป็มันเงาดำขลับน่าเกรงขาม มันมีหัวขนาดใหญ่และลำตัวแข็งแรง เห็นเขี้ยวของมันตอนที่มันคำรามใส่แหลมยาวเป็สีเงินขาวเงาวับ ทำให้ฉันกลัวจนตัวสั่นไปหมด มันคงคิดจะนอนรอให้ฉันลงต้นไม้ไปให้มันกินแน่ๆ
แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่ามีโทรศัพท์มือถืออยู่ในกระเป๋ากางเกงที่ติดตัวมา โชคดีที่มันยังไม่ร่วงหล่นหายไป บางทีอาจจะใช้งานได้จึงพยายามกดปุ่มเปิดเครื่อง จะได้โทรหากู้ภัยขอความช่วยเหลือ และจะโทรหาแม่เพื่อบอกว่าฉันยังมีชีวิตอยู่
รอชั่วอึดใจโทรศัพท์ก็สามารถเปิดเครื่องได้ ฉันดีใจจนแทบจะตกต้นไม้ เริ่มมีความหวังว่าจะได้กลับบ้าน รอจนกระทั่งโทรศัพท์สามารถโชว์หน้าจอปกติ แต่โทรศัพท์ยังคงใช้โทรไม่ได้ มีแค่เพลงที่เปิดฟังไว้แสดงค้างอยู่บนหน้าจอแค่นั้น
ความหวังที่มีอยู่ดับวูบไปอีกครั้ง จึงเก็บโทรศัพท์ใส่ลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม และต้องหาวิธีหนีไปจากตรงนี้ให้ได้ จึงตัดสินใจปีนต้นไม้ให้สูงขึ้นไปอีก เพื่อมองหาอุโมงค์ที่ฉันตกลงมาจากฟ้า แต่อุโมงค์มันหายไปแล้ว มีเพียงท้องฟ้าทั่วไปปกติ เหมือนมันไม่เคยมีอุโมงค์ปรากฎมาก่อนเลย
จึงมองไปรอบๆบริเวณก็เห็นต้นไม้สีแดงเหมือนไฟกำลังลุกไหม้อยู่ทางขวามือ แต่อยู่ห่างออกไปไกลจากตรงนี้พอสมควร ต้นไม้สีแดงเพลิงนั่นมันแปลกประหลาด สวยเด่นสะดุดตา บางทีตรงต้นไม้สีแดงอาจจะเป็จุดชมวิวก็ได้ และอาจจะมีนักท่องเที่ยว หรือชาวบ้านอยู่ที่นั่น จึงตัดสินใจจะวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือ
ส่วนเสือดำยังคงนอนหายใจนิ่งๆอยู่ตรงนั้น จึงทดสอบเสือดำด้วยการส่งเสียงเรียกเพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนองของมัน "เฮ้ย! ไอ้ดำ เอ็งตายหรือยัง?!" แต่เสือดำตัวใหญ่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ มันยังคงนอนหลับตานิ่งๆอยู่แบบนั้น
ฉันจึงโยนกิ่งไม้ใส่ตัวมันกิ่งหนึ่ง แต่เสือดำยังคงนอนเฉย จึงโยนกิ่งไม้ใส่มันอีกหลายกิ่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมาตอนนี้ เสือดำยังคงนอนนิ่งเฉยเหมือนเดิม หรือบางทีมันอาจจะสลบไปแล้ว ต้องใช้โอกาสตอนนี้แหละหลบหนี!!
จึงหยิบรองเท้าที่เก็บไว้ใต้เสื้อออกมาสวมใส่ เพื่อความรวดเร็วเมื่อปีนลงถึงพื้นจะได้วิ่งหนีไปได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาหยุดใส่รองเท้าใต้ต้นไม้ จากนั้นจึงรีบปีนต้นไม้ลงมาด้วยความรวดเร็ว เมื่อเท้าััถึงพื้นได้ก็รีบวิ่งสับขาสี่คูณร้อยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ รีบวิ่งไปตามทิศทางที่มองเอาไว้ คือวิ่งไปที่ต้นไม้สีแดงเพลิง