ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 104 จี้ฮูหยิน

            จ้าวจือชิงย่อมไม่อาจไล่คนที่นอนหลับไปได้ตรงกันข้าม เขายังหยิบผ้าห่มจากในห้องและนำมาห่มให้กับคนที่กำลังหลับอยู่แทนเดิมทีเสี่ยวเอ้อร์ยังห่วงว่าคนผู้นี้จะทำร้ายนายท่านของตน แต่เมื่อเห็นความใส่ใจของชายหนุ่มเช่นนี้จึงเพียงแค่ขยับปากและไม่ได้พูดจาต่อต้านอะไร

            ในขณะนี้ณ ลานบ้านมีคนที่กำลังยืนประจันหน้ากันสองคนกับอีกหนึ่งคนก็นอนกรนอยู่

            จ้าวจือชิงหยิบไม้ขึ้นมาก่อนจะเริ่มแกะสลักเสี่ยวเอ้อร์เองก็เบิ่งตาโตคอยจับตาดูเขา

            เฮอะ จะมีใครเชื่อว่าคนอย่างชายหนุ่มผู้นี้จะแกะสลักเป็นด้วย? เหตุใดบ่าวที่มีทักษะเช่นนี้จึงถูกส่งมาในสถานที่เช่นนี้กัน?

            จ้าวจือชิงไม่ได้สนใจว่าเสี่ยวเอ้อร์คิดเช่นไรกับตนเดิมทีวันนี้เขาคิดจะไปเดินสำรวจรอบๆ บริเวณนี้ เพราะไม่กี่วันก่อนเหมือนจะเคยได้ยินว่ามีคนที่หน้าตาคล้ายกับลั่วต้าเซิงและมารดาปรากฏตัวที่นี่แต่ตอนนี้ดันมีแขกไม่ได้รับเชิญมา อีกอย่างเขาไม่รู้จุดประสงค์ของเฝิงเจิ้งชูที่โผล่มาจึงไม่อยากให้สองพี่น้องนั่นเผชิญหน้าตามลำพัง

            เมื่อคิดได้เช่นนี้ก็เงยหน้าขึ้นก่อนจะเห็นว่าดวงตาของบ่าวคนนั้นจ้องที่มือของตนแทบตาไม่กะพริบ คล้ายกับไม่เชื่อว่าเขาจะแกะสลักได้

            จ้าวจือชิงมองไปที่เสี่ยวเอ้อร์ก่อนจะเอ่ยปากถาม “อย่างน้อยนายท่านของเจ้าก็เป็นคนมีหน้ามีตาเหตุใดจึงมาที่นี่โดยไม่บอกกล่าว หรือเพราะอายุมากแล้วจึงเลอะเลือน?”

            “ถุย!” เมื่อเสี่ยวเอ้อร์ได้ยินเช่นนั้นก็ถ่มน้ำลายลงพื้น “เจ้าต่างหากที่สมองมีปัญหานายท่านของข้าไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย! นายท่านของข้าเล็งเห็นความสามารถของคุณชายน้อยของเจ้าถึงได้ตามมาจากเมืองหลวง หากเป็นผู้อื่น นายท่านข้าไม่มีทางสนใจแน่”

            “อ้อเช่นนั้นก็แสดงว่ามีจุดประสงค์อื่นสินะ!”

            “จุดประสงค์อื่นอันใดกัน! อย่าคิดว่าคุณชายของเจ้ามีฝีมือตกปลาแล้วจะทำอะไรก็ได้! หากมิใช่เพราะนายท่านของเราไม่ช่ำชองคงไม่ถึงขั้นให้พวกเจ้าได้ใจเช่นนี้แน่!”

            เฮอะ แล้วตั้งแต่เมื่อใดกันที่ตาเฒ่าคนนี้สนใจการตกปลาถึงกับต้องเดินทางไกลมาจากเมืองหลวงกัน?

            จ้าวจือชิงจ้องเฝิงเจิ้งชูสักพักคิดไม่ตกว่าตาเฒ่านี่คิดจะทำอะไรกันแน่ หากแต่เสี่ยวเอ้อร์กลับคิดว่าจ้าวจือชิงกำลังหาทางไล่นายท่านออกไปจากเรือนหลังนี้

            ในเวลาเดียวกันนั้นจิ่งเฉินกับจิ่งซีกำลังเดินหัวเราะและพูดคุยกันขณะเดินเข้ามาในบ้าน

            วันนี้พวกเขาได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างไม่เพียงแค่ได้เห็นสง่าราศีของบัณฑิตเมืองชิงหยางยิ่งไปกว่านั้นยังรู้รสนิยมความชอบของผู้คุมสอบ ทำให้พวกเขาสามารถคิดแผนการคร่าวๆภายในใจได้

            “เอ๊ะตาเฒ่านี่มาได้อย่างไร?”

            ลั่วจิ่งซีเข้ามาก็เห็นคนสองคนเพิ่มมาในลานบ้านถึงกับอุทานออกมา จนรบกวนเฝิงเจิ้งชูที่กำลังหลับสนิท

            “เจ้าเด็กแสบคนไหนมาทำเสียงโหวกเหวกตอนที่ข้ากำลังนอน!” เฝิงเจิ้งชูเพิ่งตื่นจึงตะโกนอย่างไม่พอใจเพราะความงัวเงีย จากนั้นบิดขี้เกียจและมองเด็กหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะลุกพรวดขึ้นมา

            “เจ้าเด็กทึ่มกลับมาได้สักที!”

            ทางด้านนี้สองพี่น้องสกุลลั่วต้องวุ่นวายเพราะการมาถึงของเฝิงเจิ้งชูส่วนในเมืองหลวง ชีเหนียงกำลังเฝ้าดูเหล่าลูกจ้างหญิงดูแลต้อนรับลูกค้าในสถานความงามพร้อมกับเสนอคำแนะนำให้เป็นพักๆเนื่องจากตู้หมิงเจวียนเคยบอกเล่าเรื่องราวของชีเหนียงให้พวกนางฟัง คนเหล่านี้จึงอยากรู้อยากเห็นในตัวชีเหนียง

            พอได้เห็นตัวจริงไม่เพียงมีรูปโฉมงดงามและเป็นกันเอง ข้อเสนอแนะที่ให้กับพวกนางก็มีประโยชน์นักดังนั้นพวกนางจึงยอมรับในตัวชีเหนียงจากใจ

            ขณะที่กำลังคุยเรื่องวิธีการนวดกับพวกนางก็เห็นตู้หมิงเจวียนนำสตรีผู้หนึ่งเข้ามาด้านในร้าน

            ผู้ดูแลหญิงในสถานความงามเมื่อเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปต้อนรับทันที

            “จี้ฮูหยินมาแล้วสบายดีหรือไม่เจ้าคะ?”

            จากความสนิทสนมของผู้ดูแลแค่ดูก็รู้ว่าคนผู้นี้ต้องเป็นลูกค้าประจำ

            “อืมเหมือนเคย” ขณะพูดผู้ที่ถูกเรียกว่าจี้ฮูหยินก็หันไปมองตู้หมิงเจวียน “หยางฮูหยินข้ามาใช้บริการสถานความงามบ่อยครั้ง ไม่ทราบว่าท่านมีส่วนลดพิเศษแก่ข้าบ้างหรือไม่”

            ตู้หมิงเจวียนได้ยินดังนั้นก็หันไปมองผู้ดูแลด้วยใบหน้างุนงง “อะไรกัน? พวกเจ้าไม่ได้ทำบัตรสมาชิกให้จี้ฮูหยินหรือ?”

            ผู้ดูแลกำลังจะเอ่ยเฉินจิ่นจู๋ก็รีบอธิบาย “บัตรสมาชิกทำไว้แล้วเจ้าค่ะเพียงแต่ได้ยินว่ายังมีบัตรสำหรับคนพิเศษอีกมิใช่หรือเจ้าคะ ข้าจึงได้ดูเจ้าค่ะ”

            อันที่จริงหาได้มีบัตรคนพิเศษอันใดไม่ทว่าทุกครั้งที่มาก็มักจะใช้จ่ายมากมายในสถานความงามแห่งนี้เมื่อนางได้สัมผัสกับความงามนี้ ย่อมหยุดไม่ลง แต่หากจ่ายเงินมากมายเช่นนี้ สามีของนางคงได้บ่นไม่หยุดเป็นแน่

            ตู้หมิงเจวียนมีหรือจะไม่เข้าใจความหมายของเขาจึงแสร้งทำเป็นมองผู้ดูแลอย่างไม่เข้าใจ

            ผู้ดูแลจึงรีบอธิบายว่าลูกน้องคงทำผิดพลาด

            “เพราะข้าดูแลได้ไม่ดีเองเอาเช่นนี้ วันนี้นอกจากรายการที่เจ้าทำอยู่ประจำข้าจะมอบการนวดแบบไทยโบราณให้เจ้าหนึ่งรายการโดยไม่คิดเงินนี่คือรายการใหม่ของสถานความงามเราเชียวนะ”

            เฉินจิ่นจู๋เองเมื่อได้รับข้อเสนอเช่นนี้แล้วยิ้มรับและกล่าวขอบคุณ

            รอจนส่งคนไปยังห้องรับรองพิเศษตู้หมิงเจวียนถึงดึงมือของชีเหนียงมาอธิบายความเป็นมาของคนผู้นี้

            “อย่ามองเพียงแค่ว่านางมีท่าทางเอาแต่ใจแต่บิดาของนางคือผู้มีอิทธิพลผู้หนึ่ง แม้ว่าตอนนี้ใกล้จะเกษียณแล้วแต่สามีของนางกลับกำลังเจริญก้าวหน้า” ตู้หมิงเจวียนบอกเล่าอย่างละเอียด “ต่อไปหากจะให้จิ่งเฉินมั่นคงคงเลี่ยงไม่ได้ต้องไปสำนักศึกษาหลวง สามีของจี้ฮูหยินท่านนี้ได้ยินว่าคือผู้สมัครได้รับความนิยมที่สุดในสำนักศึกษาหลวง”

            “ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใดฮ่องเต้จึงยังไม่ยอมตัดสินใจเสียที คาดว่าคงเกี่ยวข้องกับอดีตราชครูของรัชทายาทเป็นแน่”

            ตู้หมิงเจวียนเป็นเพียงสตรีย่อมไม่รู้รายละเอียดและความซับซ้อนในราชสำนักสิ่งเหล่านี้คือเรื่องที่หยางหนิงคุยกับผู้อื่นและนางบังเอิญได้ยินมาแน่นอนว่าหยางหนิงก็ตั้งใจเล่าให้นางรับรู้เช่นกันแม้ว่าตู้หมิงเจวียนจะเป็นบุตรีในขุนนางแต่นางถูกเลี้ยงดูอย่างประคบประหงมตั้งแต่เด็ก จึงรู้เกี่ยวกับราชสำนักไม่มากนัก จึงมานิสัยก็ค่อนข้างไร้เดียงสาหากแต่การใช้ชีวิตในเมืองหลวงนั้นจำเป็นต้องรู้จักระมัดระวัง เพราะเมื่อเผลอพูดสิ่งใดออกมาโดยไม่รู้ตัวก็อาจเป็นภัยต่อครอบครัวได้

            คำพูดนี้หยางหนิงไม่อาจบอกกับชีเหนียงได้แน่นอนว่าจึงต้องอาศัยตู้หมิงเจวียนเพื่อมาบอกชีเหนียง

            ชีเหนียงแอบจดจำคำพูดของตู้หมิงเจวียนไว้ในใจแต่คำว่าจี้นี้กลับทำให้นางระแวง

            “ใต้เท้าจี้ท่านนี้ที่เจ้ากล่าวถึงไม่ทราบว่าคือผู้ใด?”

            “อ้อได้ยินสามีข้าบอกว่า เหมือนจะชื่อว่าจี้ฉงเหวินได้ยินว่าตอนนั้นสอบติดจอหงวนและถูกบิดาของเฉินจิ่นจู๋ทาบทามหมั้นหมายให้เป็นเขยตอนนั้นเป็นเรื่องเล่าขานไปทั่วเมืองหลวง”

            เมื่อได้ยินคำว่าจี้ฉงเหวินชีเหนียงสะกดความโกรธในใจ “อ้อ เช่นนั้นก็น่าสนใจไม่รู้ว่าเขาสอบติดจอหงวนปีไหนหรือ? เก่งกาจไม่เบา!”

            “เมื่อห้าปีที่แล้วเขานั้นรูปโฉมงดงาม ตอนนั้นมีคนมากมายที่ชื่นชมเลื่อมใสเขา”

            ชีเหนียงฟังแล้วก็พยักหน้าเล็กน้อยแต่ละคนต้องยอมสยบกับหน้าตาของชายสารเลวอย่างจี้ฉงเหวินเดิมทีคิดว่าคนหน้าไม่อายนี้จะทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตนหลังจากทอดทิ้งภรรยาคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายไม่ได้หวาดกลัวด้วยซ้ำไม่เพียงแค่ใช้ชีวิตไต่เต้าอำนาจบาตรใหญ่อย่างผ่าเผยในเมืองหลวงกระทั่งเป็นเขยแต่งเข้าอีกด้วย

            “ชีเหนียง! ชีเหนียง!” ตู้หมิงเจวียนเรียกนางหลายครั้งไม่เห็นนางตอบ จึงยื่นมือเขย่าแขนของนาง “ชีเหนียงเจ้าเป็นอะไรไป ข้าเรียกเจ้าหลายครั้ง แต่เจ้าไม่ตอบ? ตกลงเจ้าจะไปหรือไม่?”

            -----

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247