“นี่เ้าไปเอาของแบบนี้มาจากไหนเนี้ย!!?”
“จะ..จากูเาที่อยู่แถวๆบ้านผมน่ะครับ แฮะๆ”
ผมได้แต่ตอบคำถามให้กับคุณยูมินแบบเลี่ยงๆ เพราะถ้าหากผมไปบอกว่าปลูกเ้าพวกนี้เอาไว้ที่บ้านละก็ มีหวังได้เป็เื่ใหญ่แน่ๆ
“แต่ว่าขนาดของพวกมันนี่…มันรู้สึกเกินจริงไปหน่อยนะ”
‘ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน’
แต่ทำไงได้ล่ะ ก็มันเป็ผลมาจากระบบ แถมผมจะให้เธอไปเห็นที่อยู่ของบ้านผมก็ไม่ได้ แล้วก็จะให้ไปเห็นคิรินที่คอยมาส่งผมที่นี่ก็ไม่ได้อีกด้วย
“งะ งั้นเรารีบไปที่สมาคมการค้ากันดีกว่านะครับ”
“ได้สิ”
สมาคมการค้า จะทำหน้าที่ในการแสดงความเป็เ้าของผลิตภัณฑ์ของผู้ที่เข้ามาลงทะเบียน และจะคอยทำหน้าที่แจกจ่ายการค้าขายออกไปยังอาณาจักรรอบๆ
เพราะสมาคมการค้านั้นเป็องค์กรอิสระขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับใคร เพราะงั้นพวกเขาจึงอยู่ทั่วทุกอาณาจักรเพื่อทำการค้าขายระหว่างอาณาจักร
โดยปกติแล้ว ผู้ที่้านำของมาให้ทางสมาคมเป็ผู้จัดการเื่จำหน่าย จำเป็ที่จะต้องมีเลขาหรือผู้จัดจำหน่ายด้วย
และนั่นจึงทำให้ผมเลือกยูมินเป็ตัวแทนของผม และทำหน้าที่ในการประสานงานกับคนของสมาคมการค้า
ส่วนผม…
ก็ขอปลูกสวนแล้วอยู่เฉยๆแบบนี้ต่อไปนี่ละ
“นี่บัตรประจำตัวของสมาชิกครับ”
ผมและยูมินได้รับบัตรสมาชิกของสมาคมการค้ามาเพื่อเป็สิ่งยืนยันตัวตน ตัวผมอาจจะไม่ได้ใช้เ้าบัตรนี่มากเท่าไหร่ แต่ตัวของยูมินนั้นคงได้ใช้บ่อยแน่ๆ
“เอานี่ยูมิน เงินของเธอ”
ผมได้ยืนเงินค่าจ้างให้กับยูมิน เธอมองผมอย่างสงสัยราวกับว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมทำไป
“แต่นี่พึ่งจะวันแรกเองไม่ใช่หรอ?”
“ถือว่าเป็ค่าจ้างล่วงหน้าก็แล้วกัน ยังไงตอนนี้คุณก็ไม่มีที่พักแล้วนี่? เอาไปเช่าที่พักดีๆก่อนก็ได้”
“ถ้าเื่ที่พัก ข้าได้พักที่โบสถ์แล้ว”
“เธอไปนอนที่นั่นหรอ?”
“ใช่!”
ผมที่เห็นแบบนั้นก็เลยเอาผักบางส่วนที่ยังไม่ได้ขายให้กับทางสมาคมออกมาพร้อมกับเนื้อจำนวนหนึ่ง และมอบให้กับเธอ
“ผมเชื่อว่าคุณต้องใช้เ้าพวกนี้แน่ รับไว้สิ”
“แต่นี่มันของสำหรับขายนะ!!”
“ผมไม่ได้เดือดร้อนเื่เงินขนาดนั้นหรอกครับ”
กว่าผมจะเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมได้ก็ใช้เวลาไปพอสมควร หลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่ผมต้องกลับไปที่เกาะแล้ว
แต่ก่อนที่ตัวผมจะได้ไปไหนไกล…
ผมก็ดันไปเห็นกลุ่มคนที่กำลังเดินเข้าไปในตรอกมืดอย่างเงียบๆ
ถ้าโดยปกติแล้วผมก็คงจะไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้น เพราะมันเป็เื่ปกติที่จะมีคนเดินเข้าออกตามตรอกซอย
แต่สิ่งที่มันดันไปสะดุดตาผมนั้น…
กลับเป็ตัวอักษรสีแดงที่อยู่ด้านหลังของพวกเขา…
เพราะถ้าหากเป็คนของโลกใบนี้ก็อาจจะมองว่ามันเป็เพียงแค่ตัวอักษรโบราณ ไม่มีอะไรน่าสนใจ
แต่กับผมที่ดันคุ้นเคยและรู้จักกับตัวอักษรนั้นนี่สิ
มันเป็อักษรภาษาอังกฤษที่อยู่ในโลกใบเก่าของผม และตัวอักษรนั้นก็ได้เขียนเอาไว้ว่า…
“Fatalis (ฟาตาริส)”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“ของที่ได้มามันคืออะไรงั้นหรอ?”
“หนึ่งในของขวัญจากท่านเทพ”
ชายคนนั้นได้หยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋า บางสิ่งที่มีสีดำและมีขนาดพอๆกับฝ่ามือของเขา
“สิ่งนี้ จะช่วยสร้างเพลิงที่แผดเผาไปทั่วทั้งเมืองเดมาร์แห่งนี้”
มันคือเกล็ดของฟาตาริสที่หลุดลอกออกมา ด้วยร่างกายของฟาตาริสที่มีความร้อนสูง จึงทำให้เวลาที่ฟาตาริสนั้นผลัดเกล็ดของมัน จะมีบางส่วนของร่างกายของมันที่ร่วงลงมา
ความจริงแล้ว เกล็ดของฟาตาริสที่หลุดออกมานั้น ทำมาจากเกราะของเหล่านักรบหลายสิบล้านคนที่มันได้สังหารลงไป
เมื่อมันได้สังหารพวกเขา มันจะนำเกราะของพวกเขามาหลอมรวมกันแล้วนำมาห่มตามร่างกาย
จึงทำให้ตัวของฟาตาริสนั้นแข็งแกร่งจนถึงขนาดที่ว่า บางครั้งต่อให้เป็อาวุธที่ทำมาจากแร่ที่แข็งแกร่งที่สุด ก็ยังมิอาจที่จะสามารถสร้างาแให้กับฟาตาริสได้
แต่ถึงอย่างนั้น ตัวของฟาตาริสเองก็จะมีเกราะบางส่วนที่หลุดลอกออกมา และส่วนที่หลุดออกมานั้น ก็ยังคงมีความร้อนของไฟจากฟาติริสติดมาด้วย
และการที่จะจุดให้ไฟนั้นปะทุออกมาอีกครั้ง จำเป็ที่จะต้องใส่พลังเวทลงไปเพื่อให้ไฟที่มอดดับนั้น ได้เผยออกมาสู่ภายนอก
แต่นั่นก็เป็สิ่งที่ไม่มีใครรู้…
เพราะถ้าหากว่ามีใครที่้าจะเข้าไปศึกษาเกี่ยวกับตัวของฟาตาริส หรือเข้าใกล้รังของมันละก็…
จะโดนไฟที่เปรียบดั่งไฟนรกของมัน แผดเผาจนมอดไหม้ไปจนหมด จึงไม่มีใครที่สามารถเข้าไปนำเกล็ดเหล่านี้ออกมาได้
แต่ถึงอย่างนั้นหัวหน้าลัทธิก็ยังสามารถนำมันกลับมาได้ แถมยังกลับออกมาแบบไร้าแ มันจึงกลายเป็ที่เลื่องลือว่า ตัวของหัวหน้าลัทธินั้นเป็ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากัที่อันตรายที่สุดในโลก
และตัวของลีโอนั้นก็รู้ดีเหมือนกันว่า ฟาตาริสนั้นไม่ชอบให้ใครมาเห็นตอนที่ตัวเองลอกคราบหรือมายุ่งกับคราบหรือเกล็ดของตัวเอง
และการที่คนแปลกหน้าคนนั้นมีเกล็ดของฟาตาริส…
แปลว่าเ้าฟาตาริสนั้นอาจจะให้ความร่วมมือกับพวกเขา เพื่อทำในสิ่งที่ชั่วร้ายแบบนี้!!
“…ไม่จริงน่า….”
ลีโอนั้นจำเกล็ดของฟาตาริสได้เป็อย่างดี แม้ว่าจะไม่ใช่เกล็ดแท้ๆของฟาตาริส แต่นั่นก็ถือว่าเป็เกล็ดจากตัวของมันอย่างแน่นอน
“อย่าบอกนะว่าเ้าฟาตาริส…แอบช่วยคนพวกนี้ทำเื่ชั่วช้า…”
ลีโอที่เห็นแบบนั้นก็รีบออกจากตรอกแห่งนั้นไปอย่างรวดเร็ว เขารีบเดินกลับไปที่ป่าซึ่งเป็สถานที่ ที่คิรินได้มารอเขาเพื่อพากลับไปที่บ้าน
แต่เมื่อคิรินได้มาเห็นสภาพของลีโอและรับรู้อารมณ์ของเขาในตอนนี้ ก็ถึงกับเหงื่อตก
“…พากลับบ้าน”
“ฮี้!!!”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ณ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยซากโบราณสถาน
สถานที่แห่งนี้เป็เมืองเก่าแก่ที่ในอดีตเคยเป็เมืองที่รุ่งโรจน์ที่สุดในโลก เป็เมืองที่เต็มไปด้วยเหล่าทหารและกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุด
แต่แล้วก็มาถึงจุดสิ้นสุดของความรุ่งโรจน์เพราะเพลิงที่แผดเผาของฟาตาริส
มันได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็รังของมัน และตอนนี้ก็คือเวลาจำศีลที่มันต้องคอยออมแรงเพื่อในอนาคตข้างหน้าที่ใกล้จะมาถึง
แต่แล้ว…
“!!!!”
มันก็ััได้ถึงบางอย่าง ฟาตาริสได้หันหน้าไปยังทิศทางหนึ่งซึ่งอยู่อีกฟากของโลก
แม้ว่าใบหน้าของมันนั้นจะเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม แต่ภายในดวงตาของมันนั้น กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเฉกเช่นเดียวกับเด็กที่ทำผิดแล้วถูกแม่จับได้
“…กรร”