“ ดูสิ เดินหายไปไหนแล้วนะ ” เขาบ่นพึมพำ ก่อนรีบเดินผ่านประตูเล็กที่เชื่อมบ้านสองหลังไว้ด้วยกัน คุณนวล คุณแม่ของเขา ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เคยเล่าให้เขาฟังว่า อาณาเขตบ้านของตระกูลชาติพยัคฆ์ ส่วนของเรือนหลังเล็กนั้นเคยเป็บ้านที่คุณแม่กับคุณพ่อเคยอยู่ ก่อนที่เขาจะเกิดมา แต่ภายหลังที่พ่อเขาแยกทางไป พ่อก็เอาไปขาย โชคยังดีที่คุณลุงชาญเป็คนมาซื้อเอาไว้ ประตูเล็กนี้จึงยังมีอยู่ แปลงกุหลาบของคุณแม่เขาก็ยังอยู่เหมือนเดิม ตอนเด็ก ๆ คุณแม่ของเขาชอบพามานั่งดูเป็ประจำ ปากก็เล่าให้ฟังว่าพ่อเขาเป็คนปลูกให้ แล้วก็ร้องไห้ สำหรับเขา เขาไม่ชอบเลยที่แม่ร้องไห้เพราะพ่อ แต่เขาก็ไม่เคยเกลียดพ่อเลย เพราะแม่ไม่เคยสอนให้เกลียดพ่อ มีแต่สอนให้เขารัก และต้องตอบแทนบุญคุณพ่อผู้ให้กำเนิดเขามา ทั้งที่คนเป็พ่อแยกทางกับแม่ของเขาทันทีที่เขาเกิด พี่เลี้ยงเล่าให้เขาฟังว่า ที่พ่อเขาทิ้งเขากับแม่ไป เพราะเขาเกิดมาเป็ชาย ทำให้ข้อตกลงการหมั้นหมายของสองตระกูลเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่ผู้หญิง พ่อของเขาไปมีครอบครัวใหม่ ให้กำเนิดลูกสาวมา 2 คน เขาเองไม่ได้เจอพ่อเลยั้แ่เกิด งานศพแม่ของเขา พ่อก็ไม่ได้มา น้องสาวอีก 2 คนเขาก็ไม่เคยเจอ เขาเองเพิ่งได้เจอกับพ่อตัวเองเมื่อวานนี้เอง พร้อมรูปของน้องสาวทั้ง 2 คน พ่อมาเพื่อให้เขาช่วยทวงสัญญาการหมั้นหมายนั้น เขาเองก็เพิ่งได้รับรู้เื่ทั้งหมด ตอนแรกเขาไม่คิดจะพูดให้ แต่คนเป็พ่อก็ไม่พูดเปล่า กลับตรงเข้าทำร้ายเขา ยังดีที่พี่เลี้ยงของเขาเข้ามาช่วย ไม่อย่างนั้นรอยตามตัวพี่เลี้ยงคงมาอยู่บนตัวเขาแทนแน่ เขารีบเร่งฝีเท้าเข้าไปในบ้าน บนโซฟาตัวสวย มีคนเป็พ่อของเขานั่งอยู่ ส่วนพี่เลี้ยงของเขานั่งอยู่บนพื้น
“ เป็อย่างไรบ้างตกลงคุณชายเขาเลือกใคร ยายนิด หรือ ยายหน่อยล่ะ ” ผู้ที่ได้ชื่อเป็พ่อรีบถามทันทีที่ได้เห็นหน้าของเขา หน้าตากระหยิ่มยิ้มย่อง แสดงออกอย่างชัดเจน
“ เอ่อคุณชายเขาไม่ได้้าที่จะแต่งงานกับใครทั้งนั้นครับ ” เขาพยายามตอบออกไปอย่างแ่เบาไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับคนตรงหน้า เพราะตอนนี้คนนั้นหุบยิ้มลงแล้วตรงปรี่เข้ามาบีบแขนของเขาแน่น จนเขารู้สึกเจ็บ เริ่มมีน้ำใส ๆคลอขึ้นมาที่ดวงตาของเขา มืออีกข้างก็เงื้อมขึ้นเตรียมพร้อมที่จะฟาดลงมาด้วยความโมโห
“ คุณหนูน้อย ”พี่เลี้ยงสาวรีบเข้ามากอดปกป้องเขาไว้พร้อมกับมีร่างหนึ่งกระชากคนที่จะลงมือ เหวี่ยงลงไปกองกับพื้นแล้วก็ประคองตัวเขากับพี่เลี้ยงสาวมาไว้ข้างตัว เขาหันหน้าไปมอง พี่ชาย
“ อย่ามาทำร้ายใครที่บ้านหลังนี้ไม่อย่างนั้นจะหาว่าผมไม่เตือน ” คนพูดจ้องตาเขม็งขบกรามแน่นดูเหมือนจะโกรธมาก ทำไมต้องโกรธมากซะขนาดนั้นนะ
“ มึงเป็ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายอะไร นี่บ้านกู นี่ลูกกู ” พ่อเขาพยายามยันตัวขึ้นะโออกมาด้วยความโมโห
“ ผมชื่อ ชายชาติพยัคฆ์ เป็เ้าของบ้านหลังนี้ และนี่ก็คู่หมั้นผม ส่วนคุณ เชิญออกไปได้แล้วไม่อย่างนั้นผมจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก พี่จันทร์ไปโทรหาตำรวจเดี๋ยวนี้ " ฮะอะไรนะ แล้วประโยคหลังก็หันไปสั่งกับพี่เลี้ยงของเขา ส่วนพี่จันทร์ก็ผละออกเดินตรงไปที่โทรศัพท์ทันที เขาตอนนี้เผลอกอดคนโตกว่าไว้แน่นแต่ก็ยังใกับคำพูดพวกนัั้น แล้วนี่เขาไปเข้าพิธีหมั้นตอนไหน
“ เดี๋ยว คุณชายใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ฟังอาก่อน อาชื่อ ยิ่ง เยาวมาลย์ เป็พ่อแท้ ๆ ของไอ้ เอ่อตาน้อยเองครับ ” พ่อเขาพูดด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจท่าทางก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“ คุณยังมีหน้ามาอ้างสิทธิความเป็พ่อกับคุณน้อยอีกหรือครับนามสกุลคุณน้อยก็ไม่ได้ใช้ของคุณ ั้แ่คุณน้อยเกิดมา ผมเพิ่งเคยเห็นคุณก็วันนี้เองอ้อ แล้วเื่ที่คุณบังคับให้คุณน้อยไปพูด ผมไม่ตกลงเพราะคุณน้อยเป็คู่หมั้นของผมคำสัญญาเื่การแต่งงานใช้ได้แค่กับคนในตระกูลนพโยธินเท่านั้น ” ชายหนุ่มตรงหน้าพูดออกไปอย่างเด็ดขาดทุกอย่าง เขายืนฟังไป เริ่มยืนไม่ไหวตาเริ่มพร่า น้ำตาเริ่มเอ้อล้นอีกแล้ว ขาก็ไม่มีแรงทำได้แค่เพียงทิ้งตัวเข้าหาคนเป็พี่ มือก็เกาะแน่นขึ้นเหมือนยึดเอาไว้เป็ที่พึ่ง เขารู้สึกว่า คนตัวโตกว่าชะงักเล็กน้อยแล้วก็เอามือมาลูบหัว ลูบหลังปลอบเขา พี่มันก็ดูเหมือนเป็ห่วงเขาอยู่เหมือนกัน
“ จะไปหมั้นกันได้อย่างไรครับตาน้อยมันเป็ผู้ชายนะครับ ” ยิ่งรีบแย้งขึ้นทันทีอย่างยิ้มๆ
“ ทำไมจะไม่ได้ถ้าผมเห็นด้วย คุณก็ควรกลับไปได้แล้ว ไม่อย่างนั้น เื่หนี้ของคุณผมจะไม่ผ่อนผันให้อีกแล้ว และั้แ่นี้เป็ต้นไปห้ามคุณมาวุ่นวายกับคุณหนูน้อยอีก ไม่อย่างนั้น ผมจะยึดบ้านกับบริษัทคุณทันที ”คุณลุง เดินมาตอนไหนไม่มีใครได้ทันสังเกต ยืนมองพ่อของเขาพร้อมเอ่ยวาจานิ่ง ๆ
“ งั้นผมกลับแล้วครับสวัสดีครับ ” พ่อยกมือขึ้นไหว้คุณลุงแล้วรีบร้อนออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้ร่ำลาเขาเลยแม้แต่น้อย หรือจะหันมามองเขาสักหน่อยก็ไม่มี
“ คุณลุง ฮึก ฮึก" คุณลุงมาช่วยเขาอีกแล้ว เขาผละจากคนพี่ วิ่งเข้าไปกอดร้องไห้สะอื้นตัวโยนอย่างไม่ต้องปกปิดอีก คนสูงวัยยกมือลูบหัวปลอบประโลมเขา
“ ไม่เป็อะไรแล้วนะครับคุณหนูน้อยปะ กลับไปอยู่ที่เรือนคุณหนูใหญ่นะครับ ” คนพูดพลางจูงให้เขาเดินตามก่อนหันมองที่พี่เลี้ยงของเขา “ จันทร์ก็ตามมาด้วยแช่มพาคนไปเก็บของให้คุณหนูน้อยกับจันทร์ด้วย แล้วปิดบ้านนี้ไปเลยนะชายอยู่ดูให้พ่อที ” คนพูดยังออกคำสั่งกับแม่บ้านและคนที่เดินตามมาด้วย ก่อนพูดกับลูกชายตัวเอง
“ เอ่อ ” พี่จันทร์เหมือนจะพูดขัดอะไรขึ้นมา
“ ค่ะ ” แต่ก็รับคำทันทีที่คุณลุงมอง แล้วรีบเดินตามมาโดยดี
“ ครับคุณพ่อ ”ส่วนคนที่เป็ลูกของคนที่ออกคำสั่ง รับคำ แล้วลอบมองเขาแต่เขาตอนนี้ยังไม่อยากคิดอะไร จึงไม่ได้ตอบโต้อะไร ปกติเวลาคุณลุงบอกให้เขาทำอะไรเขาเป็ต้องทำตามทุกอย่าง นั้นเป็เพราะก่อนที่แม่เขาจะเสียได้เอ่ยยกเขาให้คุณลุงเป็ผู้ปกครองของเขา และบอกให้เขาต้องเชื่อฟังคุณลุงทุกอย่างแล้วเด็กที่ไม่มีญาติสักคนอย่างเขา จะไปกล้าทำตัวไม่ดีกับคุณลุงได้อย่างไรเพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณลุงทำให้เขา ล้วนแล้วแต่ทำตามใจเขาทุกอย่างถึงเขาจะไม่ใช่เด็กเอาแต่ใจ แต่คุณลุงก็มักจะรู้อยู่เสมอว่าเขาอยากได้อะไร หรือไม่้าอะไร และท่านไม่เคยบังคับให้เขาทำอะไรที่เขาไม่เต็มใจสักครั้งไม่มีสักครั้งเลย ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ท่านคงรู้ว่าที่เรีอนหลังเล็กคงเป็ที่หลบภัยให้เขาได้และเขาคงสบายใจเป็อย่างมากที่จะได้นั่งมองดูดงดอกกุหลาบของแม่เขา
คุณลุงพาเขามานั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่นที่ตึกใหญ่
“ ต่อไปนี้คุณหนูน้อยก็กลับมาอยู่ที่เรือนหลังเล็กของคุณหนูใหญ่เหมือนเดิมนะครับ ” เป็บ้านเก่าของแม่เขาเอง เขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรว่าทำไมคุณลุงต้องเรียกแม่เขาว่า คุณหนู แล้วคุณลุงก็เรียกเขาว่า คุณหนูทุกคำเช่นกันเขารู้เพียงแต่ว่าคุณตาของเขา คือ คุณชายนพโยธินส่วนแม่เขาเป็ลูกสาวคนเดียวของท่าน แต่เขาได้ยินทุกคนเรียกแม่เขาว่า คุณนวลตลอด คุณลุงมักแสดงความนบน้อมกับเขาด้วยทุกครั้ง เขายังไม่กล้าถามกลัวว่า จะไม่เหมาะสม อันที่จริงแล้ว หลังจากงานศพของแม่เขา ได้มีกลุ่มคนเข้ามาไล่ให้เขาออกไปจากบ้านของเขาแต่ก็ได้คุณลุงเข้ามาช่วยให้เขาได้บ้านคืนมาตอนนั้นคุณลุงเป็คนให้เขากับพี่จันทร์มาอยู่ที่บ้านหลังเล็กนี้ต่อมาภายหลังเขาเป็คนขอคุณลุงที่จะกลับไปอยู่ที่บ้านหลังเดิมเองในตอนแรกคุณลุงยังไม่เห็นด้วย แต่เป็ลูกชายของคุณลุงที่ช่วยพูดให้โดยที่คุณลุงมีข้อแม้ว่า ถ้ามีเื่อะไรเกิดขึ้นมาอีกเขาจะต้องกลับมาอยู่ที่เรือนหลังเล็กนี้ เหตุผลของคุณลุง คือ จะได้มีคนมาคอยดูแลและถึงยังไงคงไม่มีใครกล้ามาทำอะไรเขาในอาณาเขตบ้านของคุณลุงเป็แน่
“ ครับ ” เขาก้มหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
“ จันทร์ขอไปอยู่กับพวกป้าแม่บ้านที่หลังเรือนเล็กติดโรงครัวนะคะ” พี่เลี้ยงสาวของเขากล่าวขึ้น
“ ทำไมล่ะคราวก่อนจันทร์ก็นอนที่เรือนเล็ก ที่เรือนเล็กมีห้องที่จันทร์เคยอยู่ตอนคุณหนูน้อยยังเล็ก ๆ ” คุณลุงถามขึ้น
“ นั่นสิ พี่จันทร์ไปนอนกับน้อยนะครับ ” เขาหันไปถามอย่างอ้อน ๆ
“ คุณหนูน้อยโตแล้วค่ะคราวก่อนที่จันทร์นอนด้วย เพราะคุณหนูน้อยยังไม่คุ้นกับที่ค่ะ ” พี่จันทร์อธิบายเหตุผลให้เขาฟัง
“ พี่จันทร์ครับ ”เขาเริ่มโยเย
คุณลุงพูดขึ้นเสียงขึ้นมา
“ เอาเป็ว่าจันทร์อยู่ที่เรือนเล็กกับคุณหนูน้อยก็แล้วกันแล้วฉันจะให้แช่มไปช่วยดูอีกคน ”
“ ค่ะ ” พี่เลี้ยงรับคำในที่สุด
“ ขอบคุณนะครับ ”เขายกมือขึ้นไหว้ก่อนเดินไปกับพี่เลี้ยงของเขา
คุณลุงยิ้มให้