ตอน บวงทรวงบูชาครู
บายสีปากชามอาหารคาวหวานรวมไปถึงเครื่องบูชาต่างๆถูกจัดวางลงบนโต๊ะที่ปูรองด้วยผ้าขาว โต๊ะบูชาครูจัดตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้านตามตำราการบวงทรวงอัญเชิญบรมครูเทพแห่งศิวลึงค์ อีกทั้งครูบาอาจารย์ต่างๆลงมาประสิทธิ์ประสาทให้มนตราและพิธีกรรมเป็ไปด้วยความเข้มขลัง
พรหมเมศพาหญิงสาวกล่าวอัญเชิญบูชาครูจากนั้นก็นำธูปักลงยังของเซ่นไหว้ กลิ่นธูปควันเทียนลอยฟุ้งอบอวล ท้องฟ้าที่เดิมทีครูเจิดจ้าด้วยแสงแดดร้อนแรงกลับกลายเป็มืดลงด้วยหมู่เมฆาสีดำทมึนที่เคลื่อนตัวมาบดบังแสงสุริยะ คล้ายกับเบื้องบนได้รับรู้การประกอบพิธีบูชาดังกล่าว
น้ำหวานเพิ่งสังเกตว่ารั้วบ้านตามมุมต่างๆมีเฉลวปักอยู่แทบทุกจุด หลังจากสอบถามพ่อหมอได้ความว่าชายหนุ่มทำการสานและปลุกเสกเฉลวดัวกล่าวขึ้นเพื่อเอาไว้ป้องกันสิ่งอัปมงคลต่างๆซึ่งพ่อหมอแน่ใจว่าคืนนี้อาจารย์ทางนั้นจะต้องส่งของชั่วร้ายมาเพื่อทำลายพิธีอย่างแน่นอน
เขาเล่าสืบต่อกันมายาวนานว่าเฉลวเป็เครื่องรางโบราณมีอำนาจในการดักและป้องกันสิ่งชั่วร้ายต่างๆ คุณไสย์มนต์ดำ เฉลวมักสานด้วยไม้ไผ่ระหว่างที่สานผู้ทำเฉลวต้องท่องคาถากำกับไปด้วยจนกว่าจะเสร็จ
“คืนนี้พวกนั้นจะส่งของมาเล่นงานพวกเราอีกงั้นเหรอคะพ่อหมอ”
“ผมแน่ใจว่าจะเป็เช่นนั้นครับสองสามคืนมานี้รอบๆ บ้านเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างคอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลาผมคิดว่าคงเป็ภูติพรายที่ทางนั้นส่งมาสืบข่าว”
“น่ากลัวจังเลยนะคะฉันไม่คิดว่าเพื่อแช่งชิงผู้ชายเพียงคนเดียวฝ่ายนั้นจะลงมือหนักขนาดนี้”
“จิตใจคนอย่างแท้จะคาดถึงอำนาจเงินทองความร่ำรวย ใครๆ ก็ล้วนอยากได้อยากมีและทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา”
“คงจริงเหมือนที่พ่อหมอบอก”
“พรหมเมศครับ”
“คะ”
น้ำหวานทวนคำพูดของพ่อหมอหนุ่มคิ้วเรียวเลิกขึ้นเป็เครื่องหมายคำถาม
“ผมชื่อพรหมเมศคุณน้ำหวานจะเรียกผมว่าพรหมก็ได้”
“จะดีเหรอคะ”
“ดีสิครับมันฟังแล้วสบายหูกว่าเยอะเลย”
“ค่ะคุณพรหม”
น้ำหวานและพรหมเมศจ้องตากันดวงตาคมกล้าของเขาราวกับกำลังจะแผดเผาร่างกายของเธอให้อ่อนระทวยจนหญิงสาวต้องเป็ฝ่ายหลบสายตาไป
“เอ่อเสร็จแล้วน้ำหวานต้องทำยังไงต่อคะ”
“จริงสิคุณน้ำหวานไปเปลี่ยนเสื้อผ้านุ่งกระโจมอกออกมานะครับ เราจะทำพิธีอาบน้ำมนต์กันก่อนพระอาทิตย์ตกดินเพื่อชำระล้างให้ร่างกายของคุณให้สะอาดบริสุทธ์ผ้าถุงอยู่ในห้องน้ำด้านล่างนะครับ ส่วนผมจะไปรอที่ลานปูนเพื่อเตรียมน้ำมนต์”
“ค่ะคุณพรหม”
ริมฝีปากหยักหนาคลี่ยิ้มแล้วเดินจากไป