“ฮูหยินวันนี้งูพิษจวนฉุนอ๋องกัดคนตายกลางถนนไปหนึ่งคนเ้าค่ะ”
หลินซื่อกำลังจิบชาผ่อนคลายเงียบๆ ได้ยินบ่าวรับใช้รายงานอารมณ์เบิกบานยิ่งกว่าเดิม
ถ้าพูดว่าอุบายก่อนหน้าเป็การลองเชิงเล็กๆเช่นนั้นครั้งนี้ก็เป็ไพ่ตายสุดท้ายของนางนางไม่เชื่อว่าครั้งนี้จะเอาชีวิตกู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้
แม้กู้สุ่ยเย่ว์จะร้ายกาจแต่ครั้งนี้นางวางทุกอย่างไว้อย่างรัดกุม
กู้สุ่ยเย่ว์สู้กับงูหลามนั่น หากแพ้แล้วก็จะกลายเป็อาหารในท้องงูหลามแต่หากชนะ งูตัวนั้นตายไป ด้วยนิสัยอารมณ์ร้ายของฉุนอ๋องเขาไม่มีทางปล่อยกู้สุ่ยเย่ว์ไปแน่
ครั้งก่อนมีคนไม่ทันระวังทำร้ายสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของฉุนอ๋องเข้าจุดจบสุดท้ายคือการถูกโบยตายคาที่
หลินซื่อนึกภาพที่กู้สุ่ยเย่ว์ถูกงูพิษกลืนกินทีละนิดก็อดหัวเราะร่าขึ้นมาไม่ได้
อีกอย่าง ไม่ว่าอย่างไรคงไม่มีคนคิดว่าปิ่นอันนั้นมีปัญหายิ่งไม่มีทางไล่เรียงมาถึงนาง นี่เป็การฆ่าคนไร้ร่องรอย
กู้สุ่ยเย่ว์คิดต่อการกับนาง ยังด้อยกว่าอยู่มาก
ตอนนี้กู้สุ่ยเย่ว์ไม่รู้เลยว่าอันตรายได้คืบคลานเข้ามาแล้ว
นางนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ดึงพลังภายในโคจรรอบหนึ่งเรี่ยวแรงนางตอนนี้ยังอ่อนด้อยเกินไป หากนางแข็งแกร่งเท่าร่างเดิมกายมีวิชายุทธ์สูงล้ำ เช่นนั้นคงไม่ต้องเล่นแง่เสแสร้งกับคนจวนตระกูลกู้ต่ออีก อยากฆ่าอี๋เหนียงนางหนึ่งยังต้องเปลืองแรงเปลืองสมองนางอยากแข็งแกร่งขึ้น
มีเพียงแค่แข็งแกร่งเท่านั้น นางถึงฆ่าคนพวกนั้นที่คิดทำร้ายนางได้ นางยังต้องแก้แค้นให้นางและลูกนาง ให้หลี่เย่จิ่นและกู้เทียนชิงตกนรกซวบ ซวบ...
ในอากาศมีกลิ่นแปลกประหลาดโชยมาอันตรายกำลังเข้ามากล้ำกรายเรือนแห่งนี้อย่างเงียบเชียบ
กลิ่นยั่วเย้าของอาหารอันโอชะ จึงดึงดูดมันมาร่างกายคล่องแคล่วเลื้อยคลานอยู่ในพงหญ้า หาที่อยู่ของอาหาร
“ฟ่อ...”
กู้สุ่ยเย่ว์ลืมตา เห็นหน้าต่างถูกเปิดออกแล้ว งูหัวสามเหลี่ยมตัวหนึ่งปรากฏอยู่ตรงนั้นกำลังแลบลิ้นสองแฉกสีแดง สายตาที่มองกู้สุ่ยเย่ว์เป็นสายตาที่ใช้มองอาหารท่าทางเหมือนอยากกลืนกินนางลงท้องก็ไม่ปาน นั่นเป็นงูสีครามตัวหนึ่งบนคอยังคล้องเชือกสีแดงที่แสดงสถานะ นี่ไม่ใช่งูธรรมดาแต่เป็นงูเลี้ยงที่มีฐานะไม่สามัญกู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้ขยับ หยิบมีดออกจากอก เชิดหน้าเล็กน้อยจับจ้องงูพิษด้วยสายตาหยิ่งทระนง
หนึ่งคนหนึ่งงูจ้องกันอยู่เช่นนั้น
“ฟุ่บ!”
เงาร่างสีครามดีดทะยานเข้ามาทั้งอย่างนั้นเตรียมกัดไปบนตัวกู้สุ่ยเย่ว์ ในขณะเดียวกัน กู้สุ่ยเย่ว์ก็ดึงมีดในมือออกมา...
ตอนนี้สาวใช้ทั่วไปที่อยู่ในเรือนกู้สุ่ยเย่ว์กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าหลินซื่อ
“ประตูเรือนปิดแน่นแล้วรึ” หลินซื่อเอ่ยถาม
“เรียนฮูหยิน ปิดแน่นแล้วเ้าค่ะ คนข้างนอกเข้าไปไม่ได้คนด้านในก็อย่าหวังออกมา”
“พวกเ้าเฝ้าอยู่ข้างนอกได้ยินเสียงอะไรหรือไม่ อย่างเช่นเสียงกรีดร้อง”
“ไม่เ้าค่ะ”
หลินซื่อครุ่นคิด “ข้ารู้แล้ว พวกเ้าถอยไปเถอะ”
สาวใช้ทั้งสองพากันถอยออกไป
“ฮูหยิน จากที่บ่าวดูนางพิการนั่นคงถูกงูพิษกัดตายในครั้งเดียว ไม่มีทางตั้งตัวทันได้” ซ่งมามาเอ่ย
“ฮูหยิน ฉุนอ๋องบุกจวนส่วนหลังแล้วเ้าค่ะ!”มีคนวิ่งมาอย่างรีบร้อนเอ่ยรายงานนอกประตู
“มาแล้ว!”หลินซื่อเอ่ยเสียงเบา สีหน้าเผยแววเริงร่า “ไม่ว่าจะกัดตายหรือไม่ นางล้วนแต่ต้องตาย”ใบหน้าหลินซื่อกลับคืนสู่ความสง่ารวดเร็ว เดินออกมาเห็นเงาร่างสูงศักดิ์หล่อเหลาเดินมาแต่ไกลอย่างที่คาดด้านหลังเขายังมีองครักษ์อีกเป็กองที่ติดตามมา ท่าทางน่าเกรงขามยิ่ง
“หม่อมฉันคารวะฉุนอ๋องเพคะ” หลินซื่อเดินเข้าไปคารวะฉุนอ๋อง“ฉุนอ๋องมาเยือน มีเื่อะไรหรือไม่เพคะ”
ทางไปของฉุนอ๋องถูกหลินซื่อขวางไว้เขาดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “ข้ามาหาสัตว์เลี้ยงข้า หวังว่าฮูหยินกู้จะไม่ถือสา” “สัตว์เลี้ยงท่านอ๋องใช่งูครามน่ายำเกรงตัวนั้นหรือไม่เจ้าคะ” หลินซื่อเอ่ยถามฉุนอ๋องยอมมองตาหลินซื่อในที่สุด “ใช่แล้ว เ้าเห็นหรือ”
“เมื่อครู่หม่อมฉันได้ยินบ่าวรับใช้มารายงาน ท่านอ๋องไม่สู้ลองไปหาที่เรือนตะวันตกดูสักหน่อย”หลินซื่อเอ่ยเรือนที่พักกู้สุ่ยเย่ว์อยู่เรือนฝั่งตะวันตกพอดี
ฉุนอ๋องได้ยินก็เปลี่ยนทิศทางมุ่งไปทางฝั่งตะวันตก หลินซื่อเองก็พากลุ่มสาวใช้รีบรุดตามไปด้วยเช่นกัน“ท่านอ๋อง แม่ทัพชิงเคยผ่านไปทางนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านอ๋อง แม่ทัพชิงเข้าไปในเรือนแห่งนี้พ่ะย่ะค่ะ”
พวกบ่าวรับใช้จำแนกร่องรอยบนพื้นอย่างละเอียดรายงานให้ฉุนอ๋องทราบ
ฉุนอ๋องรีบรุดไปอย่างร้อนใจ ถีบเปิดประตูเรือนในเท้าเดียวมุ่งไปในเรือนชั้นใน
ประตูเรือนชั้นในผลักเปิดกลิ่นคาวเืคละคลุ้งพุ่งปะทะใบหน้า ในห้องว่างเปล่า ฉุนอ๋องหาทั่วบริเวณตอนที่เห็นเชือกสีแดงบนพื้น สีหน้าเปลี่ยนสีทันใด แววตาทอประกายเหี้ยมเกรียมขึ้นมา
“ท่านอ๋อง แม่ทัพชิงเคยมาที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
“แต่ไหนแต่ไรมาแม่ทัพชิงถือตัวนักเชือกนี้แสดงถึงฐานะของแม่ทัพชิง...”
ต่อให้เป็เ้านายอย่างฉุนอ๋องแม่ทัพชิงยังไม่ยอมให้เขาแตะเชือกเส้นนี้ ตอนนี้เชือกเส้นนี้ถูกดึงออกมาแล้วเช่นนั้นคงอธิบายได้ว่า...
ฉุนอ๋องกระชากดาบออกมา วาดไปตรงหน้าหลินซื่อ“จวนตระกูลกู้พวกเ้าทำอะไรแม่ทัพชิงของข้า เ้ารู้หรือไม่ว่าแม่ทัพชิงมีฐานะใดหากแม่ทัพชิงเป็อะไรไป อย่าพูดถึงแต่พวกเ้าต่อให้เป็กู้เชียนก็อย่าได้คิดมีชีวิต”
ฉุนอ๋องไฟพิโรธลุกโชน
ฉุนอ๋องรักงูดุจชีวิต แม่ทัพชิงไม่ใช่งูธรรมดาเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเขา เป็นสหายรู้ใจเขา วาจาเขาไม่ได้อวดดีเกินตัว แต่เขามีความสามารถนี้จริงๆหลินซื่อหลุบตาลง ในน้ำเสียงเหมือนพะว้าพะวังอยู่บ้าง“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”
ซ่งมามาเอ่ยต่อประโยคขึ้น “ที่นี่เป็เรือนคุณหนูใหญ่คุณหนูใหญ่ท่านนี้หลังได้สติจากอาการป่วยหนักนิสัยไม่ค่อยปกติเท่าไร ฆ่าคนอำมหิตหม่อมฉันคิดว่านางอาจจะ...”
วาจาพูดออกไปครึ่งเดียว ทิ้งความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดเอาไว้ คิ้วฉุนอ๋องขมวดขึ้นมา “คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้รึ นางอยู่ที่ใด”หลินซื่อรีบเอ่ย “พวกเ้าออกไปหาคุณหนูใหญ่มาให้ข้า”
ไม่นานข่าวก็ส่งกลับมา
“ฮูหยิน หาคุณหนูใหญ่พบแล้ว นางอยู่ริมทะเลสาบเหมือนกำลังเผาอะไรอยู่เ้าค่ะ”
วาจาบ่าวรับใช้เพิ่งจะจบ เงาร่างฉุนอ๋องหายลับไปแล้วเขามาเป็นแขกที่จวนตระกูลประปราย รู้ตำแหน่งอยู่แล้ว พุ่งไปที่ริมทะเลสาบคนแรก ไม่นานก็เห็นสตรีนั่งขัดสมาธิอยู่ริมทะเลสาบ ที่เข้าสู่สายตาเป็นอันดับแรกคือแผ่นหลังบอบบางฉุนอ๋องเดินเข้าไป ก่อนจะเห็นใบหน้าคนแจ่มชัดหน้าเรียว โครงหน้าหยดย้อย คิ้วดกดุจสีหมึกดวงตาเป็ประกายกระจ่าง ริมฝีปากแดงเรื่อ องคาพยพทั้งห้าวิจิตรงามล้ำแม่นางน้อยคนนี้ ทั้งตัวคนประทับความงามสะท้านจิตใจคนยังมีท่าทางเรียบเรื่อยเช่นนั้นอีก ไม่ว่าจะหน้าตาหรือบุคลิกสตรีนางนี้ล้วนแต่มีเอกลักษณ์
เพียงครู่เดียว ฉุนอ๋องไม่มีเวลามาชื่นชมหญิงงามความสนใจเขาจดจ่อไปที่กลิ่นหอมหอบหนึ่ง ดวงตาเขาพลันแดงก่ำ ความเกรี้ยวกราดแผ่พุ่ง“เ้ากำลังทำอะไร”
พักหนึ่งคนอื่นๆ ก็ตามมาทัน
หลินซื่อเห็นฉากภาพนี้ เข้าใจต้นสายปลายเหตุทั้งหมดทันใดนางคิดไม่ถึงกู้สุ่ยเย่ว์จะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้ ไม่เพียงฆ่างูพิษตัวนั้นได้ ยังเอางูตัวนั้นมาย่างกิน นางลอบมองฉุนอ๋องไม่เผยพิรุธเห็นเขาพิโรธแล้วอย่างที่คาด ไอสังหารในแววตาคละคลุ้งฉุนอ๋องมีฐานะเป็คนมีอำนาจศักดิ์ใหญ่ ไม่เคยคิดว่าสัตว์เลี้ยงสุดรักของตนจะกลายเป็อาหารในท้องคนอื่น
หลินซื่อทำท่าตกอกใ “กู้สุ่ยเย่ว์ เ้าทำอะไรเ้ารู้หรือไม่ที่เ้าย่างอยู่คือสิ่งใด นั่นเป็ของของฉุนอ๋อง เ้าถึงกับกล้าเ้าช่างสามหาวนัก!”
ในมือกู้สุ่ยเย่ว์กำลังถือบางสิ่งอยู่พอดี ของสิ่งนั้นถูกย่างจนมองสีเดิมไม่ออกแล้วดำเมี่ยมไปทั้งผืน นางยื่นของสิ่งนั้นไปตรงหน้าหลินซื่อ “ฮูหยินพูดถึงของสิ่งนี้รึ”หลินซื่อใรีบก้าวถอยหลัง ทว่าเมื่อเห็นงูนั่นตายไปแล้วนางก็ยังยินดี หลินซื่อรีบข่มกลั้นความยินดี เอ่ยกับฉุนอ๋อง “ท่านอ๋องสุ่ยเย่ว์ไม่รู้ความ ขอท่านโปรดละเว้นนาง สุ่ยเย่ว์มีวิชาไม่สามัญให้นางหาตัวอื่นมาแทนให้ท่าน...”
คำพูดนางไม่ต่างอะไรจากการสุมไฟให้แรง
ฉุนอ๋องเอ่ยเสียงเหี้ยม “หึเ้าคิดว่าไปหางูส่งๆ มาจากในป่าก็จะแทนที่แม่ทัพชิงของข้าได้รึ” เขาชักดาบออกมาวาดจรดไปบนลำคอกู้สุ่ยเย่ว์ “วันนี้ ข้าจะฝังเ้าเซ่นไหว้ให้แม่ทัพชิงของข้า”
ในตอนที่คมดาบฉุนอ๋องใกล้เฉือนลำคอเรียวบางของกู้สุ่ยเย่ว์ก้อนสีดำในมือนางพลันขยับ
มันขดกันเป็ก้อน ตอนนี้กำลังลอบยื่นศีรษะออกมาพอเห็นกู้สุ่ยเย่ว์เหมือนเห็นมารร้ายอย่างไรอย่างนั้นทว่าตอนเห็นฉุนอ๋องกลับเหมือนได้เห็นบิดาบังเกิดเกล้า
เ้างูคิดจะเลื้อยไปทางบิดาบังเกิดเกล้าทว่ากู้สุ่ยเย่ว์ปรายตามองแค่สายตาเดียว เ้างูก็ไม่กล้าขยับอีกทำได้เพียงขดอยู่ในนั้นอย่างเชื่อฟัง ใช้ตากลมเท่าถั่วเขียวมองฉุนอ๋องอย่างวาดหวัง
ดาบในมือฉุนอ๋องร่วงตกลงพื้น รีบรุดเดินมารับก้อนขดในมือกู้สุ่ยเย่ว์ไปในอ้อมอก มือลูบไล้ เขม่าสีดำเลือนหายไปเผยให้เห็นร่างสีครามดังเดิม
แม่ทัพชิงรัดแขนฉุนอ๋องไว้แน่น
ฉุนอ๋องอดนิ่งอึ้งไม่ได้ แม่ทัพชิงเป็เขาที่เลี้ยงจนโตตอนยังเล็ก ตอนที่มันยังเป็ลูกงู ชอบรัดเขามาก รอภายหลังโตขึ้นนิสัยแม่ทัพชิงหยิ่งทระนงตนไม่สนใจผู้ใด ไม่เคยใกล้ชิดกับเขาเช่นนี้อีกเลย
เหตุใดอยู่ๆนิสัยแม่ทัพชิงถึงเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงเช่นนี้ได้
“ลูกงูตัวนี้ไม่ค่อยเชื่อฟัง ข้าก็เลยสั่งสอนการเป็งูให้”อยู่ๆ สตรีที่ไม่ออกเสียงตลอดเหตุการณ์ก็เอ่ยขึ้น
ฉุนอ๋องมองนาง “เ้าชื่อกู้สุ่ยเย่ว์คุณหนูใหญ่จวนตระกูลกู้รึ”
“ประโยคแรกไม่ผิด แต่อีกประโยคไว้คงต้องเจรจาภายหลัง”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
ฉุนอ๋องไม่ได้สนใจวิธีการพูดของนาง แต่เป็ถามอย่างสงสัย“เ้าไม่กลัวแม่ทัพชิงรึ”
สตรีในใต้หล้า เห็นแม่ทัพชิงแล้ว ก็มีแต่ร้องกรี๊ดไม่ก็หนีไปไกลที่กล้าสั่งสอนแม่ทัพชิง สตรีตรงหน้านี้เป็คนแรก
“งูตัวนี้หลักแหลมรู้ความ มีสติปัญญาเหมือนเด็กห้าหกขวบไม่ได้สั่งสอนยากเย็นอะไรอยู่แล้ว” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
ที่นางเอ่ยเป็ความจริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
พาหนะกู้เทียนหลานไม่ใช่ม้าธรรมดา แต่เป็เสือขาวตัวหนึ่งตอนเด็กนางไม่เหมือนเด็กคนอื่น นางสื่อจิตเป็ สามารถเป็เพื่อนกับสัตว์ได้ เื่นี้ตามจริงแล้วเป็ความลับมาโดยตลอดคนที่รู้เพียงหนึ่งเดียวคือปู่นาง ท่านปู่บอกนางว่าเื่นี้ห้ามบอกผู้อื่นเด็ดขาดไม่เช่นนั้นนางจะถูกหาว่าเป็ปีศาจ
กู้เทียนหลานจำคำพูดปู่ไว้ ดังนั้นแม้จะเป็นหลี่เย่จิ่นที่ใกล้ชิดกับนางที่สุดก็ยังไม่รู้ความลับนี้ของนาง ตามจริงแล้วกู้เทียนหลานรู้สึกโชคดีนักที่ไม่ได้บอกความลับนี้ให้หลี่เย่จิ่นไม่เช่นนั้นคงกลายเป็นจุดหาประโยชน์ของหลี่เย่จิ่นนางเดินเข้าไป ยื่นมือลูบศีรษะแม่ทัพชิงงูพิษที่แต่ไหนแต่ไรมาหยิ่งทระนงไม่สนใจผู้ใดอยู่ใต้มือนางกลับเหมือนเด็กน้อยอยากออดอ้อน ถูมือนางราวกับ้าประจบเอาใจ
สีหน้าฉุนอ๋องที่มองนางดูสนใจยิ่งกว่าเดิมในความสนใจนี้ก็มีความรู้สึกแปลกใหม่เคลื่อนขยับด้วยเช่นกัน
มุมปากกู้สุ่ยเย่ว์เหยียดยกรอยยิ้มเย็นะเืใช้งูพิษมาฆ่านาง นี่เป็ความคิดที่โง่เขลาที่สุดในใต้หล้า
สายตากู้สุ่ยเย่ว์ร่วงตกไปที่ตัวหลินซื่อ ปกติหลินซื่อมักไม่แสดงอารมณ์ จิตใจลึกล้ำหาใดเปรียบ แต่ตอนนี้ ความตกตะลึงบนใบหน้านางไม่อาจปกปิดได้แล้ว เปิดเผยออกมาทั้งอย่างนั้น หลินซื่อคิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตรเช่นนี้เดิมนางคิดว่ากู้สุ่ยเย่ว์ต้องตายแน่ๆ คิดไม่ถึงเลยว่ากู้สุ่ยเย่ว์จะสั่งสอนได้แม้แต่งูพิษตัวนั้น ยังทำให้ฉุนอ๋องสนอกสนใจอีก หลินซื่อสังเกตเห็นสายตากู้สุ่ยเย่ว์ คืนสติกลับมารวดเร็ว แสดงท่าทางยินดีออกมาแสร้งทำเป็นเอ่ยขอร้อง “ที่แท้สัตว์เลี้ยงฉุนอ๋องไม่เป็นอะไรในเมื่อไม่เกิดเรื่องอะไร ขอฉุนอ๋องได้โปรดละเว้นสุ่ยเย่ว์ด้วยเถิดเพคะ”“ฮูหยินช่างมีเมตตานักสุ่ยเย่ว์สมควรต้องคุกเข่าขอบคุณบุญคุณใหญ่หลวงของฮูหยินด้วยหรือไม่”ใบหน้ากู้สุ่ยเย่ว์เผยรอยยิ้มหยามหยัน มองหลินซื่อเอ่ย
รอยยิ้มบนใบหน้าหลินซื่อปั้นต่อไปไม่ไหวนางััได้ถึงกลิ่นดินปืนคละคลุ้งจากวาจากู้สุ่ยเย่ว์
เหตุใดกู้สุ่ยเย่ว์ถึงมีท่าทีเป็นศัตรูกับนางได้ ไม่มีทางแผนการนี้ของนางรัดกุมรอบคอบ ต่อให้กู้สุ่ยเย่ว์สั่งสอนงูพิษตัวนั้นได้ แต่ก็ไม่มีทางโยนความผิดของเรื่องนี้มาที่ตัวนางได้ซ่งมามาไม่พอใจน้ำเสียงกู้สุ่ยเย่ว์ยิ่ง “คุณหนูใหญ่วาจานี้ของท่านหมายความว่าอย่างไร ฮูหยินเป็ห่วงท่านเหตุใดท่านถึงปฏิบัติกับฮูหยินเช่นนี้”
กู้สุ่ยเย่ว์ไม่มองซ่งมามาแม้เพียงนิด นางเมินเฉยต่อทุกสิ่ง แต่มองจ้องหลินซื่อ “ฮูหยิน ข้ามีคำถามหนึ่งอยากถามท่านเรือนในจวนตระกูลกู้มีมากมาย ที่พักข้าอยู่ไกลจวนฉุนอ๋องที่สุดแต่เหตุใดงูพิษตัวนี้กลับเลือกฝั่งข้า อยากกินข้าหรือ”