ตอนที่ 7 เฟยอวี่
สีหน้าของผู้คนล้วนเปลี่ยนสีในทันใด
ชาวเมืองธาราครามทั้งหมดล้วนเข้าใจไปว่าการที่เยว่ชิงตบแต่งกับซูอวี่เนื่องจากคำร้องขอของเยว่หลงผู้เป็ปู่ ใครเล่าจะคาดคิด ด้วยพร์สูงส่งไร้ที่เปรียบและรูปโฉมงดงาม นางสามารถเลือกสรรบุรุษที่ดีกว่าซูอวี่นับร้อยเท่าพันเท่า มีบุรุษเปี่ยมพร์มากมายที่หลงใหลในตัวของนาง บางคนเป็ถึงลูกหลานตระกูลเ้าเมือง บางคนเป็ถึงองค์รัชทายาทในอาณาจักรแห่งหนึ่ง บุรุษเ่าั้เปี่ยมพร้อมด้วยฐานะศักดิ์ดาและพร์การเป็ฝึกยุทธที่สูงส่ง แต่ทว่า ไม่มีบุรุษใดเลยที่นางตอบรับคำ นอกจากความเ็าทางสีหน้าที่หยิบมอบให้
“นายน้อยเหยาหยี้คงไม่เข้าใจเื่ที่สามีของข้าพูดไป เื่นี้เราสามีภรรยาจะเป็ผู้ตัดสินใจเอง” น้ำเสียงเ็าของนางเสียดแทงใบหูของทุกผู้คน ความตกตะลึงลานเผยผ่านใบหน้าผู้คนมากมาย แท้จริงแล้ว นางเต็มใจแต่งงานหรอกหรือ?
ซูอวี่ที่กำลังเดินจากไปได้ยินถ้อยคำของนางแจ่มชัด ใบหน้าของชายหนุ่มกลับกลายเป็จริงจังยิ่งกว่าเดิม ทุกการก้าวเท้าหนักแน่นขึ้น เขารู้สึกประทับใจในการกระทำของเยว่ชิง ฉะนั้น เขามิอาจรอช้าได้อีก เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด
ดวงตาไร้ชีวิตชีวาดุจปลาตายของซูลงสั่นสะท้านวูบหนึ่ง แววตาของชายชราที่มองมาทางเยว่ชิงเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณลึกล้ำ ท่ามกลางแรงกดดันจากคนทั้งเมือง นางกลับเอ่ยคำเหล่านี้ออกมา
สีหน้าของซูหนี่ว์ยังคงตื่นตะลึงใไม่หาย นางไม่คิดมาก่อนเลยว่าท่านพี่ซูอวี่กลับมิใช่คนของตระกูลซู หากเื่ราวเป็เช่นนี้หลายสิ่งหลายอย่างสามารถคลายปมได้สิ้น สาเหตุที่ซูอวี่ไร้พร์แตกต่างจากครอบครัว ตระกูลซูขึ้นชื่อว่าเป็ตระกูลผู้ฝึกยุทธที่เปี่ยมพร์ทุกคน นี่สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนจากการที่ซูหนี่ว์มีพร์สูงส่งเป็อันดันต้นๆของเมืองธาราคราม
ซูหนี่ว์รู้สึกซาบซึ้งใจต่อการกระทำของเยว่ชิง พี่สะใภ้กำลังปกป้องเกียรติของท่านพี่…
สีหน้าของเหยาหยี้กลายเป็บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ คำตอบของนางอยู่เหนือความคาดหมายอย่างมาก ถ้าเป็ตามที่มันคิด ซูอวี่ไม่ใช่บุตรชายตระกูลซูโดยสายเื คำสัญญาหมายหมั้นระหว่างตระกูลซูและตระกูลเยว่ล้วนถือเป็โมฆะ เช่นนั้นเองที่เยว่ชิงสามารถหลุดออกจากพันธนาการรั้งตรึงกลายเป็วิหคที่สามารถโบยบินได้อย่างอิสระ
ถ้านางไม่ทำลายหนังสือแต่งงาน ข้าจะมีหน้าไปพบท่านพี่ที่รออยู่ที่วังัได้อย่างไร…
“แม่นางเยว่ ท่านคงถูกเ้าขยะนั่นล้างสมองแล้วเป็แน่ ด้วยความสามารถและรูปโฉมของท่าน ท่านสามารถมองหาบุรุษที่ดียิ่งกว่ามันได้นับร้อยเท่าพันเท่า” เหยาหยี้กล่าวย้ำเตือนสติเยว่ชิง
ไม่มีเสียงขานตอบจากเยว่ชิง นวลหน้างามล้ำดุจน้ำนมเรียบนิ่ง ั์ตาคู่งามฉายประกายความเ็าไร้อารมณ์ นางไม่คิดเอ่ยตอบเหตุผลกับใครทั้งสิ้น ชั่วขณะนี้เองที่บิดาและท่านปู่ของนางกำลังขานเรียก หญิงสาวกลับทำทีท่าเมินเฉยไม่ได้ยิน นางเชื่อใจในตัวของซูอวี่ เขาจะต้องกลายเป็ผู้ฝึกยุทธที่ยอดเยี่ยมที่สุดได้อย่างแน่นอน ความขยันมั่นเพียรของเขามีมากมายกว่าคนปกติจะจินตนาการได้ และจิตใจที่มานะบากบั่นปรารถนาขึ้นเป็ผู้เยี่ยมยุทธที่สุดในใต้หล้า อย่างไรก็ตาม นี่ล้วนเป็ความเชื่อใจที่มิอาจมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
“เ้ารักษาหนังสือแต่งงานนั่นไว้ดีแล้วงั้นหรือ” ผู้าุโหลงเจียงเอ่ยถามพลางลูบเคราคล้ายครุ่นคิด “ถ้าเป็เช่นนี้ อนาคตที่สดใสและโอกาสมากมายของเ้าจะถูกหยุดรั้งไว้โดยเด็กหนุ่มคนนั้น ข้าว่าเ้าควรกำหนดเวลาตายตัวให้มัน ในอีกสองปีข้างหน้าจะมีการประลองรุ่นเยาว์ของทวีปั…”
ชายชราชี้ทางให้กับเยว่ชิงเพื่อให้นางตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง เป็ความจริงที่ซูอวี่ไม่ต่างอะไรไปจากขยะไร้ความสามารถ แต่ผู้ชราย่อมมองการณ์ไกล การที่เยว่ชิงรักษาหนังสือแต่งงานเล่มนี้ประหนึ่งพันธนาการฉุดรั้งสรรพโอกาสที่ถาโถมเข้ามา อัจฉริยะในรอบร้อยปีสมควรมีคู่ครองที่ดี นางต้องกลายเป็ตัวตลกของผู้คนหากสามีของนางยังไร้ความสามารถ
“ข้าไม่ทราบว่าเ้ามีเื้ัอะไรที่ผูกพันกับเขา แต่สายสัมพันธ์ไม่สามารถทำให้เ้าเป็ผู้แข็งแกร่งได้”
ั์ตาของเยว่ชิงทอประกายวูบหนึ่ง สีหน้าของนางหมองหม่นลงเล็กน้อย ริมฝีปากทรงเสน่ห์เผยอออก “ท่านผู้าุโหลงเจียง สามีของข้าได้มอบชีวิตใหม่ให้ข้า” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความโศกเศร้าขณะระลึกถึงเื่ราวในอดีต ทันใดนั้น ผู้าุโหลงเจียงเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ เยว่ชิงเอ่ยต่อว่า “ตอนข้ายังเด็ก ข้าถูกพวกอันธพาลรังแกและในกลุ่มอันธพาลเ่าั้มีพวกผู้ใหญ่อยู่ด้วย พวกมัน้าจับข้าไปขาย… ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งก็ได้เข้ามาช่วยข้าไว้ เขาต่อสู้ต่อความเลวร้ายตรงหน้าอย่างไม่ย่อท้อ ทั้งที่ระดับพลังยุทธของเขาต่ำกว่าข้า จนาเ็สาหัส ทว่าเขาสามารถยื้อเวลาจนผู้าุโตระกูลเยว่มาช่วยข้าได้ทันกาล อาจเป็เพราะใบหน้าของเขาบวมช้ำจนคนตระกูลเยว่จดจำไม่ได้ แต่ข้าจำเขาได้ เขาเป็บุรุษที่เปี่ยมล้นด้วยพลังงานด้านบวก เขาจุดประกายไฟในใจของข้า หลังจากนั้นข้าก็แอบสืบเื่ราวของเขาอยู่ตลอด จนวันหนึ่ง…ท่านปู่ได้บอกเื่สำคัญกับข้า”
ชิงเอ๋อ…เมื่อเ้าอายุครบสิบห้าปี เ้าต้องตบแต่งเข้าตระกูลซู ชายผู้นั้นชื่อ..ซูอวี่
“ในตอนนั้นข้าดีใจมาก… ข้ารีบรุดหน้าไปที่น้ำตก สถานที่ที่เขาใช้ฝึกตนเองอยู่เป็ประจำ ทั้งสามีของข้าและท่านปู่ของเขาล้วนมอบแสงความหวังให้…”
ผู้าุโหลงเจียงและชายหนุ่มข้างกายสดับฟังเื่ราวของเยว่ชิงอย่างสงบ สีหน้าของหญิงสาวที่เ็าดุจน้ำแข็งตลอดเวลาพลันแปรเปลี่ยนเป็อ่อนโยนลงเมื่อเอ่ยถึงซูอวี่ แน่นอน ถ้อยคำของนางมีเพียงผู้าุโหลงเจียงและหลงจินเท่านั้นที่ได้ยิน ผู้าุโหลงเจียงเอ่ยขึ้นทันทีที่นางกล่าวจบ “ข้าขอโทษด้วยที่กล่าวสบประมาทเขาโดยที่ไม่ได้รู้เื่ราวอะไรเลย”
“ผู้าุโหลงเจียงชี้แนะได้ถูกต้องแล้ว ท่านไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ท่านเพียงไม่ทราบก็เท่านั้น”
หลงจินที่นิ่งเงียบมานานพลันเปิดปากกล่าว “แม่นางเยว่ ข้ามีนามว่า จิน แซ่หลง ท่านสามารถเรียกข้าว่าหลงจินได้ จากที่ข้าได้ฟังและสังเกตเื่ราวและบุคคลิกของท่าน ท่านยังไม่ได้บอกเื่สำคัญนี้กับสามีของท่านใช่หรือไม่”
“หลงจิน” ไม่มีใครในทวีปัที่ทราบเื่ราวของเขา นอกเสียจากราชวงศ์ั ชายหนุ่มอายุสิบห้าปีผู้บรรลุพลังยุทธระดับปรมาจารย์ขั้นสาม ด้วยความสามารถของเขา หลงจินสามารถบดขยี้ผู้คนในเมืองธาราครามได้ด้วยตัวคนเดียว เนื่องจากผู้ที่มีวรยุทธสูงสุดในเมืองธาราครามกลับอยู่ในระดับเชี่ยวชาญเท่านั้น หลงจิน…องค์ชายลำดับที่เจ็ดแห่งราชวงศ์ั
กระทั่งเยว่ชิงที่ขึ้นชื่อว่าอัจฉิรยะยังขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเคลื่อนสายตาไปทางหลงจิน นางไม่สามารถประเมินระดับขั้นพลังของเขาได้ ทว่า ปราณเซียนที่แผ่ออกมารอบกายเขากลับมีความหนาแน่นอย่างมาก หากสายตาคมกริบของนางไม่ผิดพลาด เขาแข็งแกร่งกว่าท่านปู่ของนางเสียอีก!!
“ท่านหลงจินกล่าวได้ถูกต้องแล้ว” เยว่ชิงพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ หญิงสาวสบตากับผู้าุโหลงเจียง “ท่านผู้าุโหลงเจียง ข้าขอร้องท่านสักข้อได้หรือไม่”
ขณะที่ซูอวี่กำลังเดินจากไป สุ้มเสียงไพเราะของหญิงสาวดังขึ้นมาในโสตประสาท น้ำเสียงที่อ่อนโยนนุ่มนวลสุดคุ้นเคย “สามี นี่คือข้อความจากข้า…เยว่ชิง ในอีกสองปีข้างหน้า การประลองรุ่นเยาว์ของทวีปัจะถูกจัดขึ้นในเมืองหลวงแห่งทวีปัโดยมีจักรพรรดิหลงเทียนเป็ประธานพิธี ข้าอยากให้ท่านได้พิสูจน์ตัวเองที่นั่น พิสูจน์ว่าข้ามิได้เลือกสามีที่ไร้ความสามารถ พิสูจน์ว่าท่านสามารถทำให้ข้าพูดโอ้อวดท่านได้อย่างภาคภูมิใจ หากท่านได้ยินข้อความเสียงนี้จากข้า ข้าได้ออกจากเมืองธาราครามไปแล้ว…”
ไม่ทราบว่าเสียงสายนี้ดังขึ้นมาได้ยังไง ชายหนุ่มล้วนััได้ถึงความรู้สึกที่จริงใจจากน้ำเสียงนั้น “ข้อความจากเยว่ชิง…” ซูอวี่ที่เดินออกมาห่างจากใจกลางเมืองได้เพียงสิบนาที เขาหันมองไปทางใจกลางเมือง บัดนี้ไม่มีบุคคลที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศอีก เยว่ชิงได้เดินทางไปเมืองหลวงพร้อมกับผู้าุโหลงเจียงแล้ว…
“อวี่เอ๋อ!!” ทันใดนั้นเองที่เฒ่าซูแผดเสียงดังะเืลั่น เขาใช้สมบัติวิเศษที่สามารถขยายเสียงของตนเองได้ไกลยิ่งขึ้น ชายชรารู้จักอุปนิสัยของซูอวี่ดี หลังจากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นชายหนุ่มคงเดินทางออกจากธาราครามเป็แน่ “แซ่ที่แท้จริงของเ้า!! ป้ายชื่อที่ติดตัวมากับเ้าก่อนที่ข้าและภรรยาจะพบเ้า!! ชื่อของเ้าคือ…เฟยอวี่!!”
ซูอวี่ได้ยินสุ้มเสียงของท่านปู่อย่างชัดเจน ไม่ใช่สิ…เฟยอวี่ต่างหาก!
ถึงผู้าุโหลงเจียงมิได้มีการลงโทษแก่สองพ่อลูก แต่นั่นไม่ใช่สำหรับชาวเมืองธาราคราม ภายใต้การยุยงปลุกปั่นของเหยาหยี้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่้าลงโทษสองพ่อลูกคนนี้ สีหน้าของพวกเขาเปี่ยมล้นด้วยคุณธรรม ฉับพลันนั้นเองที่เยว่ซานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หากใครกล้าแตะต้องตระกูลซู ข้าสาบานเลยว่ามันจะถูกการลงทัณฑ์จากตระกูลเยว่อย่างแน่นอน”
สีหน้าของทุกผู้คนเปลี่ยนสีอีกครั้ง ฝ่าเท้าที่กำลังก้าววิ่งพลันหยุดชะงักงันลง
นี่ไม่ใช่แค่การตัดสินใจของเยว่ซานเพียงผู้เดียว เยว่หลงเป็คนขอให้เยว่ซานป่าวประกาศเช่นนั้นเอง ถึงเยว่หลงและเยว่ซานล้วนไม่พอใจอย่างมากที่ถูกลวงหลอก ทว่า ในเมื่อชิงเอ๋อตัดสินใจเช่นนั้น พวกเขาย่อมเคารพการตัดสินใจนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เยว่หลงและเยว่ซาน ผู้คนตระกูลเยว่มากมายกำลังออกมาปกป้องตระกูลซู
“ในเมื่อคุณหนูตัดสินใจแบบนั้น พวกข้าย่อมทำตามความ้าของคุณหนู”
สามารถสังเกตเห็นได้อย่างแจ่มชัด เยว่ชิงได้คว้าหัวใจของผู้คนในตระกูลเยว่ นี่ล้วนหาได้ใช่เพราะซูอวี่แต่อย่างใด คนในตระกูลเยว่ต่างตระหนักดีว่าคุณหนูนับถือซูลงมากเพียงใด …ใช่แล้ว ตระกูลเยว่กำลังปกป้องซูลงมิใช่เฟยอวี่
“พวกเ้าตามไอ้ขยะนั่นไปแล้วสังหารมันซะ” เหยาหยี้ออกวาจาสั่งแก่ผู้ติดตามของเขา
“นายน้อย---ตระกูลเยว่ออกปากเช่นนั้นเกรงว่า…”
“ตระกูลเยว่ออกตัวปกป้องตระกูลซู แต่เ้าขยะนั่นหาได้ใช่คนในตระกูลซูไม่”
คิ้วของผู้ติดตามเลิกสูงขึ้นในความปราดเปรื่องของนายน้อย มันโค้งคำนับพลันเร่งฝีเท้าตรงดิ่งไปทางที่เฟยอวี่เดินทางไป ชาวเมืองธาราครามล้วนเข้าใจเหมือนกันว่าคำสั่งของเยว่ซานครอบคลุมการปกป้องไปถึงเฟยอวี่ แม้ผู้คนส่วนใหญ่มองเื่การหยามพิธีศักดิ์สิทธิ์ในทวีปัเป็เื่ที่ยอมรับไม่ได้ ถึงกระนั้น พวกเขาล้วนไม่มีความกล้าพอที่จะไล่ตามเฟยอวี่ไป นี่สืบเนื่องจากการประกาศกร้าวของตระกูลเยว่
ขณะนี้บนฟากฟ้าเหนือผืนดินหลายพันเมตร เรือนร่างของคนสามคนกำลังเหาะเหินผ่านมวลเมฆาอย่างรวดเร็วดุจสายอัสนี ด้วยการควบคุมของผู้าุโหลงเจียง การเดินทางจากเมืองธาราครามถึงเมืองหลวงคงใช้เวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้น แม้พวกเขาจะเดินทางด้วยความรวดเร็ว ทว่า ไม่มีเสียงรบกวนอันใดจากภายนอกเนื่องจากผู้าุโหลงเจียงได้โคจรพลังยุทธสร้างม่านพลังคุ้มกันไว้
ภายใต้ความเงียบงันในหมู่เมฆ ผู้าุโหลงเจียงคิดเื่หนึ่งมาั้แ่ตอนที่อยู่เมืองธาราครามแล้ว ชายชราที่ราวกับบุคคลในตำนานกลับไม่สามารถทำความเข้าใจในสิ่งนี้ได้เสียที ผู้ชรายอมสยบและ้าความกระจ่างแจ้ง “เยว่ชิง เ้ามั่นใจหรือว่าชายหนุ่มคนนั้นคือขยะไร้ค่าจริงๆ?”
“ท่านผู้าุโหลงเจียงหมายความว่าอันใด” ั์ตาคู่งามของเยว่ชิงจับจ้องแผ่นหลังของผู้าุโหลงเจียงนิ่งสงบ
“หน่วยก้านของมันดูไม่เหมือนคนที่จะกลายเป็ขยะได้เลย ปราณเซียนที่ร่างกายของมันดึงออกมาใช้มีพลังแก่กล้าอย่างมาก ถ้าการคาดการณ์ของข้าไม่ผิดพลาด ร่างกายนั่นสมควรดูดซับปราณเซียนได้เร็วกว่าคนปกติหลายเท่าตัวราวกับร่างกายของคนที่เกิดมาเพื่อเป็เซียนโดยแท้จริง”
“ปราณเซียนแก่กล้า? ดูดซับเร็วกว่าคนปกติ? ท่านผู้าุโหลงเจียง…ท่านประเมินสามีของข้าสูงเกินไปแล้ว สามีของข้าเคยพ่ายแพ้ให้กับการประลองตัวต่อตัวกับเด็กเจ็บขวบที่บรรลุรากฐานขั้นห้าด้วยกระบวนท่าเดียวเท่านั้น ท่านจะบอกว่าสามีของข้าเป็อัจฉริยะงั้นหรือ…”
“อืม…อัจฉริยะที่ชั่วชีวิตนี้ข้าไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนเลย ถ้าไม่ติดว่ามันถูกประณามในฐานะขยะ ข้าคงไปรับมันมาเป็ศิษย์ด้วยตัวเอง” ผู้าุโหลงเจียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงผิดหวังเล็กน้อย หน่วยก้านของเขาดียิ่งกว่าจักรพรรดิหลงเทียนเสียอีก…
“ผู้าุโหลงเจียง เป็ไปได้หรือไม่ที่สามีปกปิดพลังยุทธที่แท้จริงเอาไว้”
“นั่นคือสิ่งที่ข้าคาใจมาจนถึงตอนนี้ เขาอาจจงใจหลอกลวงคนทั้งเมืองว่าเป็ขยะ คนที่ร่างกายนั่นกลับเป็ขยะงั้นหรือ… ข้ายอมรับเื่นี้ไม่ได้เด็ดขาด ชายหนุ่มคนนั้นอาจมีสมบัติวิเศษที่สามารถปกปิดการตรวจสอบของข้าก็ได้”
“ท่านอาจารย์ ท่านกังวลมากเกินไปแล้ว สมบัติวิเศษอันใดเหล่าที่สามารถปกปิดการตรวจสอบจากผู้เยี่ยมยุทธชนชั้นราชันจักรพรรดิได้ นี่มันคงเป็เื่ขบขันแน่แท้” หลงจินกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ เคยมีพวกบ้าที่ไปสำรวจโบราณสถานพบสมบัติวิเศษที่สามารถปกปิดพลังยุทธแท้จริงไว้ได้ ทว่า เมื่อพวกมันอยู่ต่อหน้าความแข็งแกร่งแท้จริงอย่างผู้าุโหลงเจียง พวกมันประหนึ่งลูกไก่ที่กำลังเต้นอยู่บนฝ่ามือ สมบัติวิเศษที่พวกมันภูมิใจมิสามารถปกปิดจากผู้เยี่ยมยุทธชนชั้นราชันจักรพรรดิได้
“ผู้าุโหลงเจียงอยู่ชนชั้นราชันจักรพรรดิ?!” คิ้วงามของเยว่ชิงเลิกสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งยวด ตำนานกล่าวไว้ว่าชายชราผู้นี้อยู่ในชนชั้นจักรพรรดิเท่านั้น…