บทที่ 24 ประธานอินผู้โเี้ถูกบังคับให้พาเด็กน้อยไปด้วย
เสียงตบดังก้องในที่สุดก็เรียกสติของเด็กน้อยให้กลับมาจากความมึนงง ซิงซิงหันไปมองทันที หัวเล็ก ๆ ยังไม่ทันตอบสนองแต่ร่างกายกลับมีปฏิกิริยาไปก่อนแล้ว!
ตอนที่เสิ่นเฉินโจวยังไม่ทันถอนมือกลับไป ะุน้อยก็ผลักแขนของเขาออกไปทันที
เสิ่นเฉินโจวเลิกคิ้วอีกครั้ง
ใบหน้าของซิงซิงแดงก่ำ ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะมีความสุขแต่เป็เพราะโกรธ
“ตีพี่ชายไม่ได้นะ!”
น้ำเสียงของเด็กน้อยแปร่ง ๆ อยู่บ้าง
หลังจากผลักเสิ่นเฉินโจวออกไปก็หันกลับมามองเซี่ยจื่ออวี้โดยที่คิ้วเล็กขมวดเข้าด้วยกัน
แก้มซ้ายของเซี่ยจื่ออวี้ขึ้นสีแดงไปแถบหนึ่ง ศีรษะของเขาเอียงเล็กน้อย เขาลดสายตาลงในขณะที่กัดฟันแน่น
เมื่อซิงซิงมองมา เขาก็เอียงศีรษะไม่ให้เธอเห็นรอยชัดนัก
ซิงซิงสูดลมหายใจ ที่ดวงตาเหมือนจะมีน้ำตาคลออีกครั้ง ร่างเล็กพยายามลุกขึ้นแล้วยื่นแขนทั้งสองข้างออกไปกอดคอเซี่ยจื่ออวี้ กอดพี่หกที่ถูกตีอย่างแรงไว้
ตัวของเด็กน้อยยังมีกลิ่นนมจาง ๆ โผเข้ามาข้างหน้าด้วยลมหายใจที่หอมหวานและอ่อนนุ่ม ซิงซิงกอดเซี่ยจื่ออวี้ไว้ก่อนจะหันกลับไปทางเสิ่นเฉินโจวอย่างไม่พอใจ และกางแขนทั้งสองข้างปกป้องเซี่ยจื่ออวี้ไว้ข้างหลัง...
แต่ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่อาจขวางไว้ได้
ราวกับนกน้อยตัวอ้วนที่กำลังโกรธ
“ถึงจะเป็พ่อแต่ก็ตีคนไม่ได้นะคะ!”
ความโกรธของเด็กน้อยไม่สามารถทำให้รู้สึกเกรงกลัวได้ ทำให้ผู้คนมองว่าน่ารักเท่านั้น
เสิ่นเฉินโจวไม่ยี่หระต่อคำพูดของเด็กน้อยวัยสามขวบครึ่งคนหนึ่ง เขาเพียงแค่ปรายตามองไปทางเซี่ยจื่ออวี้ นั่นเป็การเตือนด้วยสายตาว่าใกล้จะหมดความอดทนแล้ว หลังจากนั้นก็ถอนสายตากลับมาและมองไปที่นาฬิกาข้อมือ
ใกล้ถึงเวลาคาบเรียนแล้ว
เสิ่นเฉินโจวสวมถุงมือหนังสีดำด้วยท่าทีงดงามก่อนจะยิ้มให้เซี่ยจื่ออวี้และอินเสิน ราวกับความกดดันอันเย็นะเืที่แสนตึงเครียดเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ที่มาดูพวกแกก็เพราะมหาวิทยาลัยที่ฉันมาบรรยายอยู่แถวนี้พอดีเท่านั้น”
เขากล่าวด้วยเสียงนิ่งสงบ “ขอตัว”
อินเสินถอยหลังไปหนึ่งก้าว “เดินทางปลอดภัยครับพ่อ”
เซี่ยจื่ออวี้กัดฟันแน่นมองหลังศีรษะของเด็กน้อยที่ขวางเบื้องหน้าตัวเองไว้ ดวงตาแดงก่ำกลับหลุบลงอย่างรวดเร็ว “เดินทาง...ปลอดภัยครับ”
ภายในห้องเงียบสงัดลง
มีเพียงเสียงลมหายใจของซิงซิงเท่านั้นที่ได้ยินชัดเจนที่สุด
เธอเสียใจมาก!
เดิมทีได้พบพ่อจึงรู้สึกมีความสุข แต่ตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเกลียดพ่อ! ซิงซิงหันกลับไปอย่างเ็ป เอียงศีรษะเพื่อมองเซี่ยจื่ออวี้
“พี่ชายไม่เจ็บนะ ไม่เจ็บนะคะ...”
เซี่ยจื่ออวี้พ่นลมหายใจหนักหน่วงออกมา เก็บซ่อนความโกรธและข่มความบ้าคลั่งในดวงตาไว้ ก่อนจะลูบศีรษะของซิงซิงเบา ๆ
“ไม่เจ็บแล้ว”
เสียงอันไร้คลื่นอารมณ์ของอินเสินดังขึ้นจากทางด้านข้าง
“เซี่ยจื่ออวี้ นายเตรียมตัวให้พร้อมด้วย”
“วันนี้ฉันจะช่วยนายจัดการเื่โรงเรียน ส่วนเที่ยวบินพรุ่งนี้ฉันจะให้ผู้ช่วยจองให้นาย...”
“ไม่จำเป็!” เซี่ยจื่ออวี้เงยหน้าขึ้นมาทันที ดวงตาทั้งสองข้างยังคงแดงก่ำ
“แล้วซิงซิงจะเป็ยังไง ทำไม...”
“ตอนนี้นายยังไม่มีความสามารถจะทำอะไรได้” อินเสินขัดจังหวะเขาอย่างไม่มีความเมตตาแม้แต่น้อย
เขามองไปที่เด็กหนุ่มด้วยสายตาเสียดแทงราวกับเห็นตัวเองเมื่อสิบกว่าปีก่อน
ตอนนั้นเขาก็เป็แบบนี้ ในปากเต็มไปด้วยเืและความไม่ยินยอม ได้แต่ะโเสียงแหบแห้งถามว่าทำไม
“ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็พ่อที่ให้นายมา ดังนั้นนายไม่อาจปฏิเสธได้”
“ฉันจะหาผู้รับเลี้ยงดี ๆ ให้เธอเอง ส่วนหลังจากกลับมาแล้วนายคิดจะทำอะไรนั่นก็เป็เื่ของนาย”
“แค่หนึ่งปี เซี่ยจื่ออวี้ ฉันหวังว่านายจะทำตัวให้ฉลาดหน่อยนะ”
เสียงของอินเสินเต็มไปด้วยเหตุผล หากแต่ไร้ซึ่งความรู้สึก
แต่เซี่ยจื่ออวี้กลับฟังความนัยจากคำพูดนั้นออก...
รอให้เขากลับมา หากมีความสามารถพอจะต่อต้าน ค่อยชิงตัวซิงซิงกลับมาก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้
เขาไม่อยากยอมรับว่าตอนนี้ตัวเองไร้ประโยชน์ แต่ว่าเขาในตอนนี้มันไร้ประโยชน์จริง ๆ แม้แต่ซิงซิงที่อยากปกป้องที่สุดก็ยังไม่มีวิธีทำให้เธออยู่ข้างกายได้
ซิงซิงนั่งลงข้างเตียงอย่างมึนงง มองไปทางเซี่ยจื่ออวี้และมองไปทางอินเสิน
พวกพี่ชายตรงหน้าไม่ได้มีฮวงจุ้ยที่ดูจะเกิดอันตราย แต่ส่วนมากจะเข้าไปพัวพันกับความรู้สึกที่ซับซ้อน สมองเล็ก ๆ ของเธอไม่อาจวิเคราะห์สิ่งที่ซับซ้อนเกินไปได้ แต่กลับสังเกตข้อมูลสำคัญจากคำพูดของพวกพี่ชายได้
หนึ่งปี ออกนอกประเทศ รับเลี้ยง?
หมายความว่าอะไร พี่หกไม่้าเธอแล้วเหรอ?
ซิงซิงเป็เด็กฉลาดจึงตระหนักเื่นี้ได้ และตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
เธออยากร้องได้แต่กลับกลั้นน้ำตาไว้ รีบหันศีรษะกลับไปจับนิ้วของเซี่ยจื่ออวี้ไว้
“พี่ชายไม่้าซิงซิงแล้วเหรอคะ?”
ในดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยน้ำตาที่กำลังจะร่วงหล่นลงมาเต็มที มันดูนุ่มนวลแต่ก็ราวกับคมมีดที่เฉือนหัวใจของเซี่ยจื่ออวี้
นี่คือความเ็ปที่มากที่สุดครั้งแรกตลอด่สิบเจ็ดปีที่ผ่านมา ทั้งยังเป็ครั้งแรกที่เขาตระหนักได้ว่าตัวเองไร้ความสามารถ
เซี่ยจื่ออวี้หลุบตาลง ผ่านไปครู่หนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมาโดยที่มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้ม
ใบหน้าของเด็กหนุ่มงดงาม เมื่อปรากฏรอยยิ้มก็ราวกับมีดอกท้อเบ่งบาน หางตาสีแดงเรื่อยิ่งทำให้ดูงดงามมากขึ้น
“พี่ชอบซิงซิงมากที่สุด จะไม่้าซิงซิงได้ยังไง”
“แต่พี่หกต้องไปเรียน พอซิงซิงโตขึ้นก็ต้องไปเรียนเหมือนกัน”
“รอพี่เรียนจบ พอกลับมาซิงซิงก็จะได้เจอพี่แล้ว”
ซิงซิงสูดลมหายใจ ใบหน้าเล็กยับย่น
“ซิงซิงไปเรียนกับพี่หกได้ไหมคะ?”
เซี่ยจื่ออวี้ “ขอโทษนะ ไม่ได้หรอกซิงซิง”
“แต่ซิงซิงก็ไปโรงเรียนอนุบาลได้เหมือนกัน แล้วก็จะได้พบเพื่อนตัวน้อยหลายคนเลย”
“พอถึงตอนนั้นซิงซิงก็อย่าลืมพี่นะ”
ซิงซิงเบิกตากว้าง “เป็ไปไม่ได้! ซิงซิงไม่มีทางลืมพี่เด็ดขาดเลยค่ะ!”
เซี่ยจื่ออวี้ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ดี งั้นเกี่ยวก้อยสัญญากัน”
ซิงซิงรีบยื่นมือออกมา นิ้วเล็กสั้นเกี่ยวเข้ากับนิ้วเรียวยาวของเด็กหนุ่ม
“ถ้าอย่างนั้นพอพี่กลับมาแล้วต้องมาหาซิงซิงนะคะ!” แม้ซิงซิงจะเศร้ามากแต่กลับรู้ความเป็อย่างยิ่ง
เซี่ยจื่ออวี้คาดไม่ถึงว่าจะจัดการกับเด็กน้อยได้ง่ายเช่นนี้ แต่การที่เธอรู้ความขนาดนี้ยิ่งทำให้ในใจเขาเ็ปเป็อย่างมาก เมื่อคิดแบบนั้นในใจก็ยิ่งเ็ป รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งอ่อนโยนขึ้น
“ซิงซิงเด็กดี พี่หวังแค่ว่าซิงซิงจะมีความสุขในทุกวัน ซิงซิงทำได้ไหม!”
ซิงซิงออกแรงพยักหน้า “อื้ม!!”
อินเสินมองภาพตรงหน้าอยู่เงียบ ๆ มาโดยตลอด ที่ผ่านมาเขาเกลียดเซี่ยจื่ออวี้เพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายไร้สมอง แต่ตอนนี้พอมองดูแล้วเซี่ยจื่ออวี้ก็มีข้อดีอยู่ ทั้งมีไหวพริบและอดทน ทั้งยังมีความหัวรั้นแบบเด็กหนุ่มแต่ก็ไม่ใช่คนไร้ค่า
อินเสินอุ้มซิงซิงขึ้นมา
เด็กน้อยที่ยังตกอยู่ในความเศร้าเพราะต้องแยกจากพี่หก ทันใดนั้นขาทั้งสองข้างก็ลอยอยู่กลางอากาศจนส่งเสียงอุทานเล็ก ๆ ออกมา
เธอไม่ได้ดิ้นตัว ทำเพียงแค่ออกแรงหันศีรษะไปมองพี่หกเท่านั้น
“พี่หก หนึ่งปีนานมากไหมคะ? นานมาก ๆ เลยหรือเปล่า?”
เซี่ยจื่ออวี้มองเธออย่างอ่อนโยน “ไม่นานมากหรอก ซิงซิงเป็เด็กดีกินอิ่มนอนหลับทุกวัน เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา”
พี่ชายไม่มีทางโกหกเธอ!
ซิงซิง “ซิงซิงจะเป็เด็กดีแน่นอนค่ะ พี่หกต้องรีบกลับมาเร็ว ๆ นะ...”
จะร้องไห้แล้วนะ QAQ
เด็กน้อยพยายามกลั้นน้ำตา แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจนน้ำตาหยดแหมะลงมา แม้จะไม่ส่งเสียงแต่ร่างกายก็กระตุกทำให้ดูน่าสงสารจับใจ
“ซิงซิง” เซี่ยจื่ออวี้พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง
“บ้านพี่ไปได้ตามใจเลยนะ ทุกอย่างที่นั่นเป็ของเธอ ถ้าถูกใครรังแกต้องบอกพี่นะ พี่จะช่วยเธอไปจัดการพวกนั้นเอง”
แม้ว่าเมื่อออกนอกประเทศไปแล้วคงยากที่จะกลับมา แต่บางครั้งก็ยังกลับมาช่วยเด็กน้อยตีคนได้สักสองวัน
อินเสินเขย่าซิงซิงที่อยู่ในอ้อมแขนและมองดูเวลา
“ฉันต้องไปก่อน เซี่ยจื่ออวี้ นายไปเตรียมตัวเถอะ”
พูดจบก็อุ้มซิงซิงเดินออกไป
ซิงซิงที่ฟุบอยู่บนไหล่ของอินเสิน ดวงตากลมโตจ้องมองไปทางเซี่ยจื่ออวี้ จนกระทั่งออกจากห้องมาแล้วทำให้มองไม่เห็นอีกฝ่าย จึงต้องเก็บสายตากลับมาอย่างไม่เต็มใจ
เธอมองอินเสิน “พี่ใหญ่ ตอนนี้พวกเราจะไปที่ไหนเหรอคะ?”
อินเสินคิดในใจว่าแน่นอนว่าต้องพาเธอกลับไปส่งที่บ้านของเซี่ยจื่ออวี้ก่อน รอให้จัดการเื่รับเลี้ยงบุตรเรียบร้อยแล้วค่อยพาเธอไปส่ง
แต่ในตอนนั้นเองโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา
อินเสินขมวดคิ้วมองข้อความเร่งด่วนเื่งาน ก่อนจะเหลือบมองเด็กน้อยตัวนุ่มนิ่มที่ดวงตาแดงก่ำ และถอนหายใจอย่างไร้เสียง
“กลับบริษัทกับฉันก่อน”