ตอนที่ 19 : หรือว่าม๋ออิงคือ...
“เอ่อ...!!! ท่านอาจารย์ของข้า สกุลว่า ฟง และหมู่บ้านที่พบท่านมีชื่อว่า รันหลาง ท่านอาจารย์ผู้นี้ เปรียบเสมือนผู้ช่วยชีวิตข้าก็ว่าได้… เพื่อระลึกถึงท่าน ข้าจึงใช้ชื่อว่า รันฟงเทียน!!!” รันฟงเทียนกล่าวและนั่งมอง ไปนอกหน้าต่างอย่างเงียบงัน
ขณะนั้น รันฟงเทียนก็คิดในใจว่า ดูจากแววตาของนาง นางอาจสงสัยอยู่บ้าง แต่ว่าเื่ที่ข้าแต่งขึ้นมานี้ สมบูรณ์แบบแล้วนี่นา ทำอย่างไรดี? เขาเหลือบไปมองนาง... นางยังคงไตร่ตรองอยู่... เดี๋ยว!!! ข้ายังมีไม้ตายอยู่ นางต้องเชื่ออย่างแน่นอน ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...
“เออ...!!! ท่านป้าเชี่ย เมื่อตอนที่ข้าตรวจสอบ อาการาเ็ของท่าน ข้าพบว่าร่างกายและจิติญญาของท่าน เหมาะกับเคล็ดวิชาธาตุวารี ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา สาเหตุที่ทำให้ท่าน ไม่สามารถทะลวงระดับพลังปราณได้นั้น เป็เพราะจิติญญาของท่านเป็ธาตุวารี” รันฟงเทียนหันมามองนางและกล่าว
“คอขวด!!! ที่ข้าติดมานานหลายปี ถูกเ้ามองออกภายในชั่วพริบตา ท่านอาจารย์ของเ้าคงจะเป็ยอดยุทธแน่แท้... เทียนเอ๋อ เ้าจะต้องหมั่นศึกษาจากท่านให้มาก” เชี่ยหลีเนียงยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ
“ครับ!!! ท่านป้าเชี่ย แต่ตอนนี้ท่านอาจารย์ของข้า ท่านได้ออกเดินทาง ไปยังดินแดนอื่น และจะกลับมาเมื่อข้าบรรลุพลังปราณ ถึงระดับขอบเขตปราณพิสุทธิ์” รันฟงเทียนกล่าวอย่างซื่อตรง
“อืม...!!! ช่างน่าเสียดาย ข้าอยากคารวะท่านอาจารย์ของเ้าสักครั้ง” เชี่ยหลีเนียงทำหน้าเสียดายและกล่าวต่อว่า
“เฮ้อ!!! ความใฝ่ฝันของข้า คือ สามารถบรรลุพลังปราณ ให้เข้าสู่ขอบเขตปราณนภาได้ ก็พึงพอใจมากแล้ว แต่... น่าเสียดาย เห็นทีจะหมดหวัง เพราะเคล็ดวิชาที่เกี่ยวกับธาตุวารี ดูเหมือนว่าจะสูญหาย ไปจากทวีปฟ้ากระจ่างแห่งนี้นานแล้ว”
“ท่านป้าเชี่ย...!!! ท่านอาจารย์ของข้า เคยสอนเคล็ดวิชาเกี่ยวกับธาตุวารี ให้แก่ข้าเอาไว้ เพื่อให้ข้าตามหาผู้สืบทอด ท่านยินดีหรือไม่” รันฟงเทียนกล่าวขึ้น
“เทียนเอ๋อ!!! แต่ข้าแก่แล้ว และพร์น้อยเกินไป ไม่อาจตีความเคล็ดวิชาได้รวดเร็ว อาจใช้เวลาอีกหลายสิบปี” เชี่ยหลีเนียงกล่าวด้วยใบหน้าที่สลด
“ท่านป้าเชี่ย... แค่ลองดูก่อนก็ไม่เสียหายอันใด!!! ท่านโปรดทำจิตให้ว่าง ข้าจะส่งเคล็ดวิชา เข้าสู่จิติญญาโดยตรง”
เชี่ยหลีเนียงพยักหน้าและหลับตาลง ปล่อยจิตให้ว่างอย่างเชื่อฟัง รันฟงเทียนจึงยกมือขึ้น กดไปที่หน้าผากของนางทันที
“วูบ... วูบ... วูบ...”
เนื้อหาของเคล็ดวิชา สลักลงบนจิติญญาของนางเรียบร้อย... เชี่ยหลีเนียงลืมตาขึ้น... รับรู้ว่าเขาส่งเคล็ดวิชามาให้นางถึง 2 วิชา
“เทียนเอ๋อ!!! นี่มัน... จริงหรือนี่ เคล็ดวิชาระดับนี้ ไม่ได้มีแต่เพียงในตำนานหรอกหรือ” เชี่ยหลีเนียงใจนร้องเสียงหลง เพราะเคล็ดวิชาที่นางได้รับ มันคือหนึ่งในเคล็ดวิชาพลังปราณธาตุวารี เป็อีกหนึ่งเคล็ดวิชากระบี่ ซึ่งทรงอานุภาพมาก
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน!!! ท่านอาจารย์แค่สอน และชี้แนะแนวทางต่าง ๆ ให้ข้าเรียนรู้ แล้วให้ปรับใช้ตามสถานการณ์ก็เท่านั้น” รันฟงเทียนตอบนางอย่างจริงจัง และกล่าวต่อว่า
“ท่านป้าเชี่ย!!! ข้าเชื่อว่า ถ้าท่านตั้งใจฝึกเคล็ดวิชาทั้งสองนี้ อย่าว่าแต่ขอบเขตปราณนภาเลย แม้แต่ขอบเขตปราณจักรพรรดิ ท่านก็มีสิทธิ์ได้ััมันแน่”
เชี่ยหลีเนียงพยักหน้าให้เขาอย่างขอบคุณ และหลับตาลง ตั้งใจโคจรพลังปราณ ตามเคล็ดวิชาที่เขามอบให้มา
“เคล็ดวิชาคลื่นวารีสังหาร” เป็เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขั้นสูง พลังลมปราณของนาง ไหลเวียนไปทั่วร่าง ให้ความรู้สึกถึงกระแสน้ำ ที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไหลผ่านจุดชีพจรต่าง ๆ อย่างช้า ๆ มอบความสดชื่นแจ่มใส ให้กับทุกจุดชีพจรที่มันไหลผ่านไป
“ตู้มมมมม!!!”
ในขณะนั้น เชี่ยหลีเนียงก็สามารถ ทะลวงพลังปราณขึ้นได้อีกระดับ นางพยายามฝึกเดินพลังปราณธาตุวารีนี้ ให้คงที่และคุ้นชินมากขึ้น เวลาผ่านไปอีกสามชั่วยาม นางปรับพลังปราณจนสมดุล แล้วจึงลืมตาขึ้น
“ข้า!!! สามารถทะลวงระดับ ด้วยความบริสุทธิ์ ของปราณธาตุวารีหรือนี่” เชี่ยหลีเนียงอุทานออกมา
“ใช่แล้ว!!! ท่านป้าเชี่ย… ส่วนหนึ่งเกิดจากความบริสุทธิ์ ของปราณธาตุวารี แต่ส่วนใหญ่เป็เพราะ จิติญญาธรรมชาติของท่านเองนั้น สามารถเข้ากับเคล็ดวิชาธาตุวารีได้เป็อย่างดี”
“อย่างไรก็ตาม... พลังปราณธาตุวารีของท่าน มันจะเข้าไปหล่อเลี้ยงจิติญญาวารี ทำให้ระดับพลังปราณ พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว”
“แต่ท่านป้าเชี่ยต้องไม่ประมาท ควรปรับสมดุลของพลังปราณ และสร้างรากฐานให้มั่นคง ควบคู่กันไปด้วย” รันฟงเทียนกล่าวเตือน
“อืม!!! เทียนเอ๋อ... ข้าขอบใจเ้ามาก” เชี่ยหลีเนียงหันไปทางบุตรสาวของนางและกล่าวว่า “ม๋ออิง ในเมื่อตระกูลม๋อไร้น้ำใจกับเราเช่นนี้ ต่อไปเ้าก็จงใช้ชื่อว่า เชี่ยอิงอิง แล้วกัน”
“ค่ะ ท่านแม่” เชี่ยอิงอิง ยิ้มและกล่าวตอบทันที
รันฟงเทียนพอได้ยิน สิ่งที่ท่านป้าเชี่ยกล่าวออกมา ภายในใจของเขานั้น ถึงกับเต้นรัวไม่เป็จังหวะ เขาจึงหันไปมองใบหน้า ของม๋ออิงอย่างจริงจัง พร้อมคิดขึ้นในใจว่า
“หรือว่า... เป็ไปได้รึนี่ !!! ม๋ออิง... เชี่ยอิงอิง... นางก็คือ พี่สาวคนสวยอิงอิง กลับชาติมาเกิด!!!”
“อ่ะ!!! อิงเอ๋อ... ข้าเพิ่งสังเกตเห็น พลังปราณของเ้าบริสุทธิ์ขึ้น อีกทั้งยังหนักแน่น และมั่นคงยิ่งนัก หรือว่าเป็เพราะเทียนเอ๋อ...” เชี่ยหลีเนียงกล่าว และมองสลับไปที่ทั้งคู่
“ใช่แล้ว!!! พี่ฟงเทียนสอนเคล็ดวิชาใหม่ให้ข้าเช่นกัน” เชี่ยอิงอิงกล่าวจบ ก็ปล่อยพลังปราณ ครอบคลุมร่างของนางเอาไว้ ปรากฏเงาหงส์สีขาว ดูสง่างามและสูงศักดิ์ สะท้อนออกมาจากจิติญญาของนาง
เชี่ยหลีเนียง มองพลังปราณของเชี่ยอิงอิง อย่างตกตะลึง ความรู้สึกเย็นะเืแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้อง ไอเย็นเริ่มรวมตัวกันหนาแน่นขึ้น กลายเป็หมอกสีขาว วนรอบตัวของนาง... ราวกับเทพธิดาเหมันต์
“เ้า...!!! เ้า...!!! เคล็ดวิชานี้ไม่ใช่ระดับปกติแล้วใช่หรือไม่” เชี่ยหลีเนียงถามอย่างตกตะลึง
เชี่ยอิงอิง หันไปมองรันฟงเทียน ก่อนจะกล่าวอันใด เมื่อนางเห็นเขาพยักหน้าให้ จึงกล่าวว่า “พี่ฟงเทียน ได้มอบเคล็ดวิชาหงส์ฟ้าพิชิตเหมันต์ให้แก่ข้า มันเป็เคล็ดวิชาระดับ์ขั้นสูง”
“เคล็ดวิชาระดับ์ขั้นสูง??? มันอยู่ระดับไหนกัน” เชี่ยหลีเนียงหันไปมองที่รันฟงเทียนเชิงสงสัย
“ท่านป้าเชี่ย... ก่อนอื่นเลย ที่ท่านเห็นพลังปราณของนาง แผ่ซ่านรุนแรง ด้วยระดับพลังปราณ เพียงแค่ระดับ 5 ขอบเขตก่อเกิดกายานั้น เป็เพราะความเข้ากันของพลังปราณกับจิติญญา” รันฟงเทียนกล่าวอธิบาย
“เ้าจะบอกว่า... นางมี...??? ” เชี่ยหลีเนียงกล่าวเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
“ใช่!!! นางมีจิติญญาพิเศษเช่นเดียวกับท่าน คือจิติญญาเหมันต์ มันส่งผลทำให้สามารถควบคุมความเย็นได้ ซึ่งเสมือนว่าเป็ดั่งแขนหรือขาของนางนั่นเอง”
“นอกจากนี้ ที่ท่านเห็นว่า ปราณของนางบริสุทธิ์มาก เป็เพราะนางฝึกเคล็ดวิชาจิติญญาร่วมด้วย และก็เป็วิชาที่ข้า กำลังจะถ่ายทอดให้ท่านด้วยเช่นกัน ทำเหมือนเดิม... จงปล่อยจิตให้ว่าง... ห้ามฟุ้งซ่านเป็อันขาด หากจิตใจท่านไม่สงบ เคล็ดวิชาจิติญญามันจะตีกลับ อาจทำให้เราทั้งคู่าเ็ในทันที” รันฟงเทียนกล่าวอย่างจริงจัง
“ข้าเข้าใจแล้ว” เชี่ยหลีเนียงรีบหลับตาลง ปรับสภาวะจิตใจจนสงบ….
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม เมื่อรันฟงเทียนเห็นว่า จิตของเชี่ยหลีเนียง นิ่งสงบเพียงพอแล้ว จึงยกมือขึ้น แล้วแตะไปที่หน้าผากของนาง จากนั้นก็ถ่ายทอดเคล็ดวิชา จิติญญาให้แก่นาง เคล็ดวิชานี้ คือ เคล็ดวิชาจิตใฝ่ฝัน เป็เคล็ดวิชาเดียวกัน กับที่เชี่ยอิงอิงฝึก
“วูบ...!!! วูบ...!!!”
หลังจากเชี่ยหลีเนียง ได้รับเคล็ดวิชาจิตใฝ่ฝันไป นางก็หยุดนิ่ง ดูสงบเป็เวลานาน เนื่องจากระดับพลังปราณของนางสูง การผสานพลังจิติญญาให้บริสุทธิ์นั้น ต้องใช้เวลานาน รันฟงเทียนกล่าวบอกเชี่ยอิงอิง ให้แยกกันไปฝึกฝน เพราะท่านป้าเชี่ย อาจต้องใช้เวลา อย่างน้อย 3 วัน ในการผสานพลังปราณให้บริสุทธิ์
...ณ ห้องโถงรับรองตระกูลม๋อ ประมุขม๋อเป่ยกำลังเดินวน อยู่ในห้องอย่างกังวล
“ประมุขม๋อเป่ย ข้าได้ตรวจสอบอาการ ของผู้าุโหนึ่งเป็ที่เรียบร้อยแล้ว แขนของเขาเส้นเอ็นถูกฉีกขาดทั้งหมด กระดูกแขนป่นเป็ผง... พิการโดยถาวร” หมออู๋ไป่กล่าว
“ท่านหมออู๋ไป่... ไม่มีทางรักษาได้เลยหรือ??? ” ประมุขม๋อเป่ยถาม
“ก็พอมีวิธีอยู่บ้าง... ข้าเคยได้ยินมาว่า มีโอสถระดับ 6 ขั้นสูง ชื่อว่า โอสถคืนสรรพสิ่ง มันสามารถรักษากระดูก และเส้นเอ็นที่ถูกทำลายได้” หมออู๋ไป่กล่าว
“โอสถระดับ 6 ขั้นสูง!!! เป็ไปไม่ได้ราคามันสูงเกินไป” ผู้าุโสองโวยวายออกมาทันที
หมออู๋ไป่หันมามองทุกคนที่อยู่ในห้อง และกล่าวว่า “โอสถระดับ 6 ขั้นสูง ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่าย ๆ มันจะขายแค่ที่สมาคมโอสถ หรือไม่ก็ในตลาดมืดของเมืองฝู่หลงเท่านั้น”
“ท่านหมออู๋ไป่ พอจะทราบราคาของโอสถคืนสรรพสิ่งหรือไม่” ประมุขม๋อเป่ยรีบร้อนถาม
“ครั้งล่าสุด... ข้าได้ยินว่า มีคนขายที่ราคา สี่สิบล้านเหรียญทอง เป็นักหลอมโอสถปริศนา ไม่มีใครรู้จักหน้าตาของเขา” หมออู๋ไป่กล่าวพร้อมจิบชาอย่างสบายใจ
“ท่านพ่อ!!! เป็เพราะไอ้ขยะกับนางแพศยาพวกนั้น มันทำให้ผู้าุโหนึ่ง ต้องตกอยู่ในสภาพพิการเช่นนี้ ท่านต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม เพราะถ้าพวกมันมีพลังมากขึ้น อาจจะย้อนกลับมาแก้แค้นเราก็เป็ได้” ม๋ออู๋เสียกล่าวขึ้นขณะตัวสั่น
ประมุขม๋อเป่ยขมวดคิ้วขึ้น เขารู้ว่าบุตรชายของเขาเป็คนอย่างไร แต่เขาก็ยังให้การสนับสนุนม๋ออู๋เสียอยู่เสมอ “เอาหละ!!! เราจะเอาเื่นี้ ไปแจ้งผู้าุโสูงสุด”
...ณ คฤหาสน์ตระกูลม๋อชั้นใต้ดิน “ท่านลุงม๋อเจียนเจี๋ย ข้ามีเื่สำคัญที่จะรายงาน” ประมุขม๋อเป่ยกล่าว
ม๋อเจียนเจี๋ย ไม่พอใจที่มีคนมารบกวน เวลาในการฝึกของเขา จึงะโออกมาว่า “ม๋อเป่ย เ้ามีปัญหาอะไรคอขาดบาดตาย ขนาดที่ต้องมาหาข้าเวลานี้เลยหรือ??? แค่อีกเพียง 2 ปี ข้าก็อาจจะสามารถ ทะลวงระดับขึ้นไปอีกขั้นได้”
ชายชราผมสีแดงเพลิง หน้าตาคมสัน ดูภายนอกเหมือนอายุประมาณ 50 ปี เดินออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว
“ขออภัยท่านลุงใหญ่ มันเป็เื่สำคัญจริง ๆ เื่มันมีอยู่ว่า…..” ประมุขม๋อเป่ยเล่าเื่ราว ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้แก่ม๋อเจียนเจี๋ยฟัง ตัดส่วนที่เอาเปรียบม๋อเทียนออกไป และยังอธิบายว่า ผู้าุโหนึ่งโดนลอบทำร้าย...โดยเชี่ยหลีเนียง
“บัดซบ!!! ดีมาก... ดีมาก... ในตระกูลเราไม่มีคนทรยศมานานแล้ว แต่เชี่ยหลีเนียงมีพลังปราณระดับ 10 ขอบเขตก่อเกิดิญญาเท่านั้น ทำไมพวกเ้า จัดการกันเองไม่ได้ อ่อนหัดยิ่งนัก!!!” ม๋อเจียนเจี๋ยะโใส่หน้าม๋อเป่ยอย่างดัง จนม๋อเป่ยก้มหน้าลงไม่กล้าเถียงกลับสักคำ
“เหอะ!!! ทั้งหมดเป็เพราะพวกเ้า หลงมัวเมาอยู่กับอำนาจ ไม่รู้จักตั้งใจฝึกฝนพลัง ไร้ประโยชน์กันหมด!!!”