นิยายแห่งรักแท้เื่ สุดท้ายที่รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๗
ใน่พักกลางวัน กร อ้อ เต้ น็อตรีบเดินมาที่โรงอาหารเพื่อจองที่นั่งที่จะนั่งกินข้าวเที่ยงด้วยกัน เมื่อได้ที่นั่งแล้ว ก็ผลัดกันไปซื้ออาหารมากิน อ้อคอยเทคแคร์กร จนเต้และน็อตแปลกใจ เมื่อกรกินอิ่ม อ้ออาสาเก็บจานอาหารที่กรกินเมื่อครู่ไปไว้ที่เตรียมล้าง โดยไม่สนใจจานอาการของเต้กับน็อต เต้และน็อตมองหน้ากัน และมองกรด้วยความไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวนี้ อ้อมันทำตัวแปลกๆ กะเอ็งนะ” เต้บอกกรเมื่ออ้อกำลังเดินเอาจานไปไว้ที่เตรียมล้าง
“จริง เราสังเกตมาหลายวันแล้วเหมือนกัน” น็อตช่วยยืนยัน
กรฟังเพื่อน แล้วก็ได้แต่นิ่ง เขาเองก็รู้สึกมาสักพักแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
อ้อถือถ้วยขนมหวานมาวางตรงหน้ากรพอดี “หวานเย็นแสนอร่อยชื่นใจมาแล้วคร้าบบบบ” อ้อเสริฟพร้อมรอยยิ้มหวานๆ
กรมองหน้าอ้อ เขาจะพูดกับเพื่อนอย่างไรดี กรคิดไม่ออกเลยทางเดียวที่กรทำได้ตอนนี้ก็คือ.. ลุกขึ้น แล้วเดินจากไป!!
“กรเป็ไรอะ เต้ น็อต” อ้อถามเพื่อน ก็เขาไม่เข้าใจสิ่งที่กรทำกับเขา
“ไม่รู้เว่ย” เต้สบัดเสียงตอบแล้วลุกตามกรไป น็อตก็ลุกตามเต้ไปอีกคน ทั้งสองก็เดินหนีอ้อไปเช่นเดียวกับกร
อ้อได้แต่ยืนงงอยู่ตรงนั้น .. นี่เราทำผิดอะไรเหรอ? .. อ้อถามตัวเองแต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรที่ชัดเจน
อ้อคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดไปจากปกติเลยแต่ทำไมกรจึงมีท่าทีแบบนั้นกับเขา อ้อไม่รู้ตัวเลยว่า..ที่ตนทำลงใปใน่ไม่กี่วันมานี้ คือความผิดปกติอย่างที่สุดแล้ว
กานต์นั่งอยู่หน้าจอคอมฯ มาครึ่งวันแล้ว ลองเขียนมาหลายแบบแล้ว แต่ก็ไม่มีสักแบบเลยที่กานต์พอใจ ไอ้บทตอนที่ ๓นี่ มันยากตรงไหน? .. กานต์ถามตัวเอง
เนื้อเื่ก็แค่.. วดีมาที่บ้านปาริชาต เธอได้พบกับอินทร ทั้งสองตกหลุมรักกันและกันในครั้งแรกที่สบตากัน จากนั้นทั้งสองก็สวีทหวานไป ใครต่อใครในบ้านต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่า..คู่นี้สมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ด้วยความรักที่สุกงอมทั้งสองก็ได้เสียกันใต้แสงจันทร์ในคืนหนึ่ง..
รุ่งเช้า พ่อของอินทรก็กลับมาถึงเมืองไทย และมาที่บ้านปาริชาต เ้าคุณปู่และคุณหญิงย่าจัดงานเลี้ยงต้อนรับใหญ่โต
อินทรพาวดีไปหาพ่อของเขา ทันที่พบหน้ากันคุณนรอินทร์พ่อของอินทรก็แนะนำให้เขาไหว้ภรรยาใหม่ของท่าน ซึ่งก็คือ.. วดี!!
วดีคือภรรยาใหม่ของพ่ออินทร
นั่นก็หมายความว่า.. อินทรคือลูกเลี้ยงของวดี!
แต่.. อินทรเป็สามีของวดีไปแล้วนี่!
...
กานต์เริ่มเขียนอีกครั้ง เขาเขียนไปได้แค่ฉากสองฉาก ก็ต้องกดดีลีททิ้งอีกครั้งด้วยความไม่พอใจในตัวบทที่เห็นตรงหน้า กานต์ตัดสินใจหยุดเขียน เขาเดินไปหาอินทรที่สวนตาคำยายเล็ก
...
ภาพวดีสบตากับอินทร .. แล้วทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกัน เป็ภาพที่กวนใจกานต์อย่างที่สุดโดยที่เขาสามารถจัดการอย่างไรได้เลย แม้จะพยายามไม่คิดว่า.. อินทรอาจจะไม่เป็ของกานต์ แต่จะไม่เป็เช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจทุกห้องของกานต์เป็ของอินทรจนหมดสิ้นแล้ว
...
ขณะที่กานต์กำลังเดินไปหาอินทร
อินทรก็กำลังเดินกลับมาที่บ้าน แลชนตัวกานต์พอดี!!
ทั้งสองล้มไปกองกับพื้น!!
ร่างอินทรทับอยู่บนตัวกานต์ ริมฝีปากงามได้รูปของอินทรฝังอยู่ที่พวงแก้มนวลเนียนของกานต์อยู่ครู่หนึ่ง อินทรรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่ง
“เอ่อ.. ” อินทรจับริมฝีปากตนเอง .. เขารู้สึกดีมากกับรสััเมื่อครู่ “ขอโทษครับกานต์ พี่รีบไปหน่อย ไม่ทันดูว่ากานต์กำลังเดินมา”
“ไม่เป็ไรครับ” กานต์เอามือลูบแก้มที่โดนจูบเมื่อครู่
เมื่อเห็นกานต์เอามือลูบที่แก้มตัวเอง อินทรจึงถามด้วยความห่วงใย “เจ็บหรือเปล่า? ที่พี่.. ” แต่พอจะพูด อินทรกลับเป็ฝ่ายเขินเสียเองเขาอายจนไม่กล้าพูดคำว่า ..‘จูบ’.. ออกมา “..เมื่อกี๊”
“ไม่ครับ” กานต์ตอบ “พี่อินไม่ได้หอมกานต์แรงไปหรอกครับ” ตอบได้เท่านั้นกานตก็เงยหน้าขึ้นสบตาอินทร
พอสายตาประสานกัน .. ทั้งกานต์และอินทรก็ทั้งเขิน .. ทั้งประหม่า.. จนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ ..
...
ความเงียบก็เข้าครองพื้นที่ไปชั่วเวลาหนึ่ง
...
“เอ่อ.. ตะกี๊พี่อินจะกลับมาทำอะไรที่บ้านเหรอครับ”
“คือ.. พี่.. พี่จะมาดูว่ากานต์ทานอาหารกลางวันหรือยัง?”
“ยังครับ” กานต์ตอบ แต่ไม่กล้าเงยหน้าไปสบสายตานั่นอีก
อินทรแตะที่หลังมือกานต์อย่างนุมนวล
“เรา.. กลับเข้าไปในตัวบ้านกันดีกว่าครับพี่กานต์ทำอาหารให้ทานนะครับ” กานต์พยายามคุยอย่างธรรมดาที่สุดแต่แววความเขินอายก็ยังมีปรากฏอยู่
“ได้ครับ” อินทรตอบแล้วมือเขาที่แตะมือกานต์ก็เปลี่ยนเป็จับมือกานต์ ประคองกานต์ลุกขึ้นอย่างนุ่มนวล.. น่ารัก จนกานต์หน้าแดงหูแดงไปหมด
กานต์ขยับตัวเดินกลับไปตัวบ้านได้แค่ก้าวสองก้าว
มืออินทรที่จับมือกานต์ก็คลายออกจนหลุดจากการจับมือกัน
กานต์หันกลับไปมองอินทรด้วยความแปลกใจ ก็อินทรยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม กานต์จึงเดินกลับไปหาอินทรอีกครั้ง “มีอะไรหรือเปล่าครับพี่”
อินทรยิ้มให้กานต์อย่างอ่อนโยน “ไม่มีครับ พี่แค่มองบรรยากาศรอบๆ พื้นที่ตรงนี้ แค่นั้นเอง”
“มองทำไมครับพี่ พี่เดินผ่านวันนึงตั้งหลายครั้ง”
“ก็.. พี่อยากจดจำบรรยากาศทั้งหมดตอนนี้ ก็.. บรรยากาศแบบนี้ .. ทำให้เกิด..จูบแรก” พูดได้แค่นั้นอินทรก็หน้าแดงขึ้นมาทันที
กานต์พลอยอายไปด้วย แต่เป็ความอายที่เป็สุขใจเหลือเกิน
วรวุธ้าให้มีกระแสเกิดขึ้นในโลกโซเชี่ยล เขาไล่บี้ทีมงานจากทุกคนั้แ่เลขาหน้าห้อง ผู้จัดการกองถ่าย ฝ่ายเสื้อผ้าหน้าผม ผู้ช่วยผู้กำกับการแสดงและ ป๊อกปิติ พระเอกที่จะต้องมางานแถลงข่าว
จนทุกอย่างลงตัวอย่างที่วรวุธ้า.. ต้นสัปดาห์หน้าจะเป็การแถลงข่าวเปิดตัวพระเอกละครรักะแห่งปีเื่ทาสรักทาสใจ
วรวุธไลน์บอกกานต์ และชวนกานต์มางานแถลงข่าวด้วย เขาคงลืมไปว่า เวลาที่เขาไลน์คุยกับป๊อกเื่คิวเื่กิจกรรมในงาน กานต์ซึ่งอยู่ในกลุ่มไลน์นั้นก็ได้อ่านไปแล้วรอบหนึ่ง
แต่.. ความจริงวรวุธไม่ได้ลืมหรอก เขาอยากเอาใจกานต์ อยากทำให้กานต์รู้สึกว่าเขาเป็คนพิเศษของวรวุธก็เท่านั้นเอง
หลังจากทานอาหารกลางวันด้วยกันอย่างเรียบร้อย อาจจะเพราะมารยาทที่ดีบนโต๊ะอาหารที่อินทรเคยพูดไว้หรือเพราะความเขินอายของทั้งคู่ก็ตามแต่ แต่มื้อเที่ยงนี้ ก็เป็อีกหนึ่งมื้อที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างเงียบที่สุดเป็สุขใจที่สุด กระทั่งสบตา หรือมองหน้ากัน ทั้งสองก็ยังไม่อาจกระทำได้
กานต์กลับมานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อีกครั้ง เขาเริ่มเรียงลำดับฉากในตอนที่๓ ใหม่ั้แ่ต้นจนจบ แต่ภาพใบหน้าอินทรที่เข้ามาอยู่ในระยะใกล้ชิดและหอมแก้มกานต์ .. มันแว่บเข้ามากวนใจ จนเขาไม่อาจเขียนอะไรได้เลย
..จูบแรก .. นี่วันนี้เรามี ‘จูบครั้งแรก’แล้วเหรอ? .. อินทรถามตัวเอง .. แล้วยังเป็จูบกับผู้ชายด้วย.. แม้เขาจะรู้สึกดีกับกานต์ แต่อินทรก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่า.. เขาจะต้องจูบกับกานต์จน.. เกิดเหตุการณ์แบบวันนี้
แต่ก็เป็จูบที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด ที่อินทรััได้ เมื่อแรกที่.. ริมฝีปากเขาััแก้มนวลเนียนของกานต์มันก็แค่ริมฝีปากแตะพวงแก้มเท่านั้น
แต่แล้ว.. เป็อินทรนี่แหละ ที่ตั้งใจ ..หอม.. แก้มนั้นซ้ำอย่างชื่นใจอีกและอีก โดยมิได้ถอนริมฝีปากจากพวงแก้มนั้น อินทรหอมจนพึงพอใจ เขาจึงขยับตัวลุกขึ้น
แต่ตอนนี้ .. ความพลุ่มพล่านใจที่อยากจะจูบซ้ำ .. มันกวนใจอินทรตลอดเวลาที่นั่งทานอาหารเที่ยงด้วยกันกระทั่งแยกออกมาอยู่คนเดียวแล้วอย่างตอนนี้ อินทรก็ยังอยากที่จะจูบกานต์อีกครั้ง!!
...
อินทรช่วยตายายทำสารพัดอย่าง แต่.. ความรู้สึกที่อยากจะจูบกานต์อีกครั้ง.. ก็ยังวนเวียนอยู่ในหัว .. และที่มากกว่านั้นก็คือ .. พอเค้าจินตนาการว่าเขากำลังกอดกำลงหอมแก้มกานต์อยู่ บางอย่างในร่างกายก็เปลี่ยนแปลงขนาด จนอินทรต้องขยับตัวและจัดการให้มันอยู่อย่างถูกที่ถูกทาง
นี่!!.. นี่เรา!! .. นี่เรามีอารมณ์อย่างว่า.. กับกานต์..อย่างนั้นหรือ ..?
อินทรใ!!
และแปลกใจ!!
แต่ไม่ว่าจะใ แปลกใจ หรือคิดอะไรทบทวน วนไปวนมาอย่างไร ..ท้ายสุด อินทรก็ต้องยอมรับความจริง ก็.. ร่างกายเขาแสดงออกอย่างชัดเจน
กรนั่งอยู่หน้าบ้านด้วยความว้าวุ่นใจ เขาปล่อยให้ลมอุ่นๆยามบ่ายแก่ๆ ปะทะใบหน้าอยู่อย่างนั้น โดยไม่คิดจะเดินเข้าไปรับลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศในบ้าน
กานต์ออกมาเห็นพอดี เขารู้สึกแปลกใจ จึงเดินเข้าไปหาน้องรัก “มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ย”
กรมองหน้าพี่ชาย ถอนหายใจ เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร
กานต์รู้ทันที น้องชายมีอะไรไม่สบายใจแน่ๆ “เป็ไร?” เขานั่งลงข้างๆ น้องชาย “หรือมีอะไรอยากบอกพี่ อยากเล่าให้พี่ฟังพี่ยินดีรับฟังนะ”
กรถอนหายใจราวกำลังตัดสินใจเื่แสนหนักอกหนักใจ
อินทรเดินกลับมาจากบ้านตาคำยายเล็กด้วยความว้าวุ่นใจ พอเห็นสองพี่น้องกำลังคุยกันเคร่งเครียด เขารู้สึกทันทีว่า.. ตัวเขาไม่สมควรที่จะยืนอยู่ตรงนั้น แต่เสียงพูดกรทำให้อินทรต้องยืนนิ่งอยู่กับที่!!
“พี่กานต์คิดว่าผมชอบผู้ชายหรือเปล่า”
“ทำไมกรถึงคิดอย่างนั้นล่ะ”
“คือ.. ผมรู้สึกแปลกๆ กับอ้อน่ะครับพี่กานต์” กรสารภาพ “ผมไม่รู้ว่าที่ผมรู้สึก มันแค่เพื่อน หรือมันเกินเพื่อน”
“มันยังไงบ้างล่ะ”
“อย่าง.. ผมชอบแกล้งมัน ชอบที่จะเห็นมันหัวเราะ ไม่ชอบเห็นมันเสียใจ หรือหงุดหงิด ผมอยากอยู่ใกล้ชิดมัน อยากนอนกอดมัน” กรหยุด หันไปมองหน้าที่ชาย
กานต์มองกลับเป็เชิงถาม
“แต่! แต่ผมไม่ได้อยากมีอะไรกับมันนะครับพี่”
“อืมมม!!”
“ไอ้อืมมม ของพี่นี่ มันแปลว่าอะไร”
“พี่ว่านะ .. ตราบเท่าที่กรไม่มีอารมณ์แบบนั้นกับอ้อ กรก็ยังรู้สึกกับอ้อแค่เพื่อน แต่อ้อเป็เพื่อนคนพิเศษไง คนพิเศษที่เรามอบความรู้สึกที่พิเศษให้ด้วยการกอดไงล่ะ”
คำตอบของกานต์ทำกรโล่งอกขึ้นเปราะหนึ่ง
“คนพิเศษที่เรามอบความรู้สึกที่พิเศษให้ด้วยการกอด แบบนี้ใช่ไหมครับ” พูดแล้ว กรกอดพี่ชายตนเอง
“จ้ะ จ้ะ จ้ะ” กานต์ตอบน้องชาย “แต่เมื่อไหร่ที่กรมีอารมณ์แบบนั้นกับอ้อ แสดงว่ากรชอบผู้ชาย” กานต์สรุปชัดเจน
“ผมไม่มีครับพี่ ไม่มีแน่นอนครับ” กรตอบพี่ชายอย่างสบายใจ
“จริงเหรอ?”
“เอาใหม่" กรยิ้ม เขารู้ทันพี่ชาย "งั้น.. กรต้องตอบว่า.. ตอนนี้ยังไม่มี ก็ได้ครับ” แล้วสองพี่น้องก็กอดกัน
คำพูดของกานต์ทำให้อินทรไหวหวั่นอย่างที่สุด ก็ .. เขามีอารมณ์แบบนั้นกับกานต์.. ไม่ว่าจะพยายามหักห้ามใจไม่ให้รู้สึกอย่างไร แต่ภาพแก้มนุ่มๆที่เพิ่งจูบไปอ้อมกอดที่เคยกอด ล้วนทำให้.. อินทรมีอารมณ์ทางเพศ
นั่น.. แสดงว่าเขาชอบผู้ชาย!!
หรืออย่าง.. เมื่อคืนก่อนหน้านี้ คืนที่กานต์หลับในอ้อมแขนเขา ขณะที่อินทรมองใบหน้าสวยของกานต์ที่หลับตาพริ้มที่อ้อมอกเขาอยู่นั่นเอง ...
ความปรารถนาในกามารมณ์เริ่มปั่นป่วนจิตใจเขา บางอย่างในร่างกายเขาเปลี่ยนแปลงขนาดจนอินทรต้องขยับตัว
ยิ่งเมื่ออินทรมองใบหน้ากานต์ อินทรยิ่งรู้สึกอยากจูบริมฝีปากชมพูได้รูปของกานต์เหลือเกิน แต่เขาหักห้ามใจไว้ อินทรตัดสินใจขยับตัวอีกครั้ง หวังจะให้กานต์ตื่น แต่กานต์ยังคงหลับสนิทในอ้อมแขนเขา อินทรจึงอุ้มกานต์ขึ้น แล้วพากานต์ไปวางลงบนเตียงในห้องนอน
เมื่อกานต์นอนอยู่บนเตียงของตนแล้วเขาขยับท่วงท่าไปมาเพื่อให้หลับสบายขึ้น อินทรนั่งมองกิริยานั้นด้วยรอยยิ้มที่อิ่มสุข เขามองใบหน้าสวยได้รูปของกานต์อยู่เนิ่นนานก่อนจะตัดสินใจจูบที่หน้าผากของกานต์ แล้ว.. จำตัดใจเดินออกจากห้องนอนกานต์ไป
“ขอบคุณมากพี่กานต์” กรกอดพี่ชายเขาแน่น
“พอโล่งอกนี่หน้าบานเลยนะ” กานต์แซวน้องชาย
“คร้าบบบบบ” กรตอบตามเอกลักษณ์เขาพลางคิดบางอย่างได้ “แล้ว.. ที่อ้อมันชอบมานอนกับผม ชอบให้ผมกอด ชอบบริการนั่นนี่โน่นให้ผมล่ะครับจะเป็ไปได้ไหม ว่ามันจะชอบผม”
“ก็เป็ไปได้นะ” กานต์ตอบตรงๆแบบไม่รักษาน้ำใจ
กรหน้าเหี่ยวลงอีกครั้ง “โหยยยยย ไม่ให้กำลังใจกันเลย”
“แต่พี่ว่ากรอย่างเพิ่งไปคิดแทนอ้อเลยว่าอ้อจะเป็อะไร เพราะถึงอ้อจะชอบกรแบบนั้น แต่ถ้ากรยืนยันในความเป็เพื่อนกอดมันเพราะรักมันแบบเพื่อน ก็พอ”
กรคิดตามที่พี่ชายพูด
“แต่กรต้องช่วยอ้ออย่างจริงจังด้วยนะ กรต้องไม่ทำอะไรให้อ้อเก็บไปคิดได้ว่ากรชอบอ้อ อย่าง.. ถ้าอ้อมานอนที่นี่อีก ก็.. แยกเตียงซะ”
“ทำไม่ได้อะพี่ ห้องผมเล็กนิดเดียว”
“งั้นใช้ผ้าห่มคนละผืน แล้วกรก็ใส่ชุดนอนให้มิดชิดขึ้น แค่นี้.. อ้อน่าจะเข้าใจ ถ้าเค้าเป็เกย์นะ”
“แล้วถ้ามันไม่เป็ล่ะ” กรรีบถามสวนขึ้นทันที ด้วยความอยากรู้
“กรคงถูกมันด่ากระเจิง”
คำพูดกานต์ทำให้น้องชายยิ้มออก
“อย่าลืม!! พูดกับอ้อแบบย้ำๆไปว่า อ้อคือเพื่อนรัก เพื่อนแท้ เพื่อนตาย อ้อก็จะกล้าทำลายมิตรภาพที่ดีที่กรยื่นให้เชียวเหรอ?”
แต่หลังอาหารเย็นไปแล้ว มักเป็เวลาที่ กานต์ กร และอินทรจะนั่งคุยกันที่โต๊ะอาหารเสมอๆและอาจจะเม้าต่อเนื่องไปจนถึงดึกๆ วันนี้ก็เช่นกัน หลังจากที่ทานอาหารเย็นและเก็บล้างเสร็จแล้วทั้งสามก็นั่งคุยกันต่อ
“พรุ่งนี้วันหยุดใช่ไหมกร”
“ใช่ครับ แต่ผมไม่อยู่บ้าน ผมต้องไปทำรายงานที่บ้านเต้ครับน็อตกะอ้อก็ไปด้วย”
“ดีล่ะ งั้น.. พรุ่งนี้พี่จะไปเที่ยวกับพี่อินสองคนนะ” กานต์บอกน้องชายเรียบๆ
“โหหหหหห” กรมองพี่ชายเขาไม่น่ารีบปฏิเสธเลย
“ห้ามพูดอะไรอีกแล้ว เธอควรไปทำรายงานน่ะถูกแล้วววววว” กานต์บอกน้องชาย ด้วยเสียงที่แสนธรรมดา
แต่อินทรรู้สึกว่า กานต์สะใจที่ได้แกล้งให้น้องอยากไปเที่ยวด้วยแต่ไปด้วยไม่ได้
“เสียดายอะ”
“ไม่ต้องเสียดาย คราวหน้าค่อยว่ากัน”
“แล้วพี่กานต์กะพี่อินจะไปที่ไหน”
กานต์เองก็ยังนึกไม่ออก เขาแค่อยากออกไปเที่ยวบ้างเผื่อสมองจะคิดงานเขียนงานได้ดีกว่าที่เป็อยู่
“บางปู” อินทรตอบแทน
“โอ๊ยยยยย ผมยังไม่เคยไปเลย ผมไปด้วยนะพี่กานต์” กรโอดครวญและอ้อนวอน
“ไม่ได้” ทั้งกานต์และอินทรพูดพร้อมกัน แล้วก็หันหน้ามาสบตากัน ยิ้มให้กัน
“หมาหัวเน่าเป็อย่างนี้นี่เอง” กรพูดว่าตัวเองหวังให้คนพี่ๆ เห็นใจ
กานต์ดึงกรมากอด แล้วดมที่หัวกร “เออว่ะ!! เหม็นจริงๆ”
“พี่กานต์” กรโวยวาย
ทั้งกานต์และอินทรหัวเราะชอบใจ
จากเหตุการณ์ที่โรงอาหารในตอนเที่ยง อ้อคิดว่ากรโกรธเขา หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่พอใจอะไรเขาสักอย่างแน่ๆ อ้อจึงอยากมาปรับความเข้าใจเขาเลยอ้างเื่มาขอลอกการบ้านและนอนค้างด้วย ซึ่งกรไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว เขาจึงยินดีให้เพื่อนมาทั้งลอกงานและนอนค้างด้วย
“หมอนข้างมาจากไหนอะ กร” อ้อแปลกใจเมื่อเห็นบนเตียงมีหมอนข้างขนาดใหญ่และยาวพอสมควร ๒-๓ ใบ และหมอนขนาดเล็กอีกจำนวนหนึ่ง
“ขอพี่กานต์มา” กรบอกซื่อๆ
“ตั้งหลายใบ”
“ก็.. เอาไว้กอดนอนไง” กรหันหน้ามาคุยกับอ้อและพูดตามที่กานต์เขียนบทให้ทุกคำพูด “นายจำวันที่นายไม่มานอนให้เรากอดได้ไหม?วันนั้นเรานอนไม่หลับ เลยไปขอหมอนข้างพี่กานต์มา”
“แต่วันนี้เรามาแล้วนี่ ไม่ต้องใช้หมอนข้างก็ได้” อ้อขอร้อง แกมตัดพ้อ
“ไม่อะ กอดหมอนหลับสบายกว่า หมอนไม่หนักเหมือนตัวนาย” กรยังคงพูดตามที่พี่กานต์เขียนบทพูดให้พูด “รู้ปล่ะ!! เวลานายเผลอนอนทับแขนเรา มันชาไปทั้งแขนเลย โคตรทรมานเลยกอดหมอนนี่อะดีแล้ว” พูดพลางกรก็พลิกตัวมากอดรัดฟัดหมอน จนอ้อต้องหัวเราะออกมา
กานต์ปิดคอมฯ ลุกขึ้นจากมุมที่ทำงานของเขา กำลังเข้าห้องนอน เขาเดินผ่านหน้าห้องนอนอินทรก็แปลกใจที่ประตูห้องนอนอินทรปิดไว้เกือบสนิท ปกติอินทรไม่เข้าห้องนอนเร็วแบบวันนี้และถ้าเข้าห้องนอนก็จะปิดประตูสนิท แต่..
ไว้ถามพรุ่งนี้ก็ได้ .. พรุ่งนี้มีเวลาอยู่ด้วยกันทั้งวัน .. เมื่อคิดได้อย่างนั้น กานต์จึงเดินเข้าห้องตัวเอง ปิดประตู ล็อกล้มตัวนอนบนเตียงอย่างอ่อนล้า ได้ครู่เดียว!!
เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงนุ่มๆ “พี่เข้าไปได้ไหม”
กานต์ยิ้มกับตัวเอง เื่ที่เก็บไว้คุยพรุ่งนี้ คงได้คุยคืนนี้แล้วล่ะเขาลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู “ได้ครับพี่อิน” แล้วกานต์ก็เดินนำเข้ามาในห้อง
อินทรปิดประตู แล้วเดินตามกานต์เข้าไปในห้องนิดหน่อยก็หยุดยืนละล้าละลังอยู่
กานต์สังเกตว่า อินทรดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่เขาค่อนข้างประหม่าและกระสับกระส่าย “พี่อินมีอะไรจะคุยกับกานต์พูดได้เลยนะครับ”
“เอ่อ.. คือ.. พี่.. ”
ส่วนหนึ่งทำให้อินทรเป็แบบนั้นก็เพราะ ส่วนกลางลำตัวของอินทรกำลังชูชันขึ้น!!
จบตอน ๗