จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 23 ประลองคัดสรรศิษย์

    ตอนที่ 23 ประลองคัดสรรศิษย์
    ทันทีที่เสียงรัวกลองหยุดลง บรรดาศิษย์น้อยใหญ่ต่างจับจ้องไปบนเวที ปรากฏความเงียบงันที่ปกคลุมไปท่วม มีเสียงของสายลมที่พัดผ่าน เจี้ยนฉุนลงนั่งประจำที่พร้อมกับยกจอกสุราขึ้นดื่ม ดวงตาทั้งสองของมันจ้องมองไปยังเวทีประลองด้วยความสนใจ “ตระกูลเนี่ยพลังลมปราณเริ่มต้นขั้นกลาง ตระกูลเฉินลมปราณเริ่มต้นขั้นปลาย รู้ผลแล้วซินะ” เจี้ยนฉุนพูดออกมาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับยกสุราขึ้นดื่มอีกครั้ง“รับมือ!!” หลงกู่ตะโกนเสียงดังลั่น พุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับคลื่นพลังลมปราณที่โคจรไปที่กำปั้นทั้งสองข้าง ก่อนจะชกออกไปอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยเล็งที่ใบหน้าและช่องท้อง “อ่อนหัด!!” หนงทางเค้นเสียงลอดออกมาจากไรฟัน พร้อมกับพลังลมปราณที่ฝ่ามือที่เดือดพล่านดุจเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ พร้อมทั้งเหวี่ยงมันอย่างรวดเร็วตบกำปั้นทั้งสองของหลงกู่ “เปรี้ยงง!!!” เมื่อฝ่ามือของหนงทาง ตบลงบนกำปั้นของหลงกู่ ทำให้ร่างของหลงกู่นั้นหมุนวนดุจลูกข่าง ท่ามกลางเสียงหัวร่อของศิษย์พรรคตระกูลเฉิน หลงกู่ปรากฏความเจ็บปวดบนใบหน้า ก่อนจะเดินเซไปเซมาด้วยอาการมึนหัว เมื่อมันประคองร่างของหยุดอยู่กับที่ได้ ก็เห็นหมัดของหนงทางที่พุ่งทะยานเข้ามาที่หน้าอย่างรวดเร็ว“ปัง!!” หมัดของหนงทางปะทะกับหน้าของหลงกู่อย่างจัง จนจมูกของมันบิดเบี้ยวจนเสียรูป เข่าทั้งสองข้างทรุดลงสู่พื้น พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่หนงทางจะหมุนตัวอย่างรวดเร็ว และเตะเข้าที่ท้องของมันปลิวทะยานตกสู่เวที โลหิตพุ่งกระจายออกจากปาก มือหนึ่งกุ่มท้องมือหนึ่งกุ่มจมูกด้วยความเจ็บปวด หมดสิ้นเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นมาได้อีกศิษย์พรรคตระกูลเนี่ยรีบไปช่วยพยุงร่างของหลงกู่ทันที ดวงตาของบรรดาศิษย์ต่างจ้องมองหนงทางด้วยความขุ่นเคือง และเนี่ยตี้ก็คือหนึ่งในนั้น ก่อนจะชี้หน้าหนงทางแล้วกล่าวออกไป “หลงกู่แพ้เจ้าต้องแต่หมัดแรกแล้ว ไยไม่หยุดมือ” “หมัดกระบี่ไร้ตา เมื่อออกท่วงท่าไปแล้วยากจะหยุดมัน ทำไมเจ้าไม่โทษความไร้ความสามารถของพวกเจ้าเอง?” หนงทางพูดอย่างเย็นชา ก่อนจะโยนแผ่นชื่อของตนกลับไปในไห พร้อมกับทะยานไปยังพรรคของตนทันที ท่ามกลางเสียงหัวร่อของเฉินกัง “ฮ่าฮ่าฮ่า! ช่างเป็นโชคร้ายของพรรคเนี่ยยิ่งนัก ที่ถูกจับคู่กับศิษย์อันดับหนึ่งของพรรคข้า หนงกู่นั้นอีกแค่เพียงครึ่งก้าว มันก็จะเข้าสู่ลมปราณก่อกำเนิด ช่างโชคร้ายจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า!!” ดวงตาของศิษย์แต่ละคนของพรรคตระกูลเนี่ยเบิกกว้าง เมื่อได้ยินคำบอกกล่าวของเฉินกัง การที่หลงกู่ผู้มีลมปราณเริ่มต้นขั้นกลาง ไปสู้กับหนงทางผู้มีลมปราณเริ่มต้นขั้นปลาย ก็เมื่อดังเอาไข่ไปกระทบหิน การจะที่พวกมันจะล่วงรู้ถึงระดับลมปราณของฝ่ายตรงข้ามได้ คือต้องมีลมปราณก่อกำเนิดขั้นกลางเป็นอย่างต่ำ พวกมันจึงไม่มีทางล่วงรู้ถึงระดับลมปราณของคู่ต่อสู้ได้เจี้ยนฉุนไม่สนใจถึงการถกเถียงของผู้เยาว์ ก่อนจะซัดฝ่ามือออกไปทันที พร้อมกับแผ่นไม้สองแผ่นที่พุ่งทะยานออกมาจากไห การต่อสู้ของคู่ต่อไปจึงเกิดขึ้น และดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนตะวันเริ่มบ่ายคล้อย ความร้อนแรงจากดวงอาทิตย์เริ่มแผ่ขยาย หยาดเหงื่อของบรรดาศิษย์หลั่งไหลดุจสายน้ำ แต่ก็ไม่มีผู้ใดคิดจะหลีกหนีไป คอยเฝ้ามองดูการต่อสู้ที่แสนตื่นเต้นเทียนเหมินหมุนวนกลางอากาศสามตลบ ก่อนจะเตะคู่ต่อสู้ของตนปลิวกระเด็นตกเวที พร้อมกับหยาดเหงื่อที่ปรากฏอยู่เต็มใบหน้า เสียงหอบเหนื่อยของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันโยนป้ายชื่อของมันกลับเข้าไปในไห เตรียมจะเดินกลับไปยังพรรคของตน พร้อมกับเจี้ยนฉุนที่ซัดฝ่ามือเข้าไปที่ไหทันที ปรากฏแผ่นไม้ล่องลอยสู่กลางเวที แล้วปรากฏชื่อของเหมินอีกครั้ง ทำให้มันหยุดชะงัก พร้อมกับหันไปมองแผ่นไม้อีกแผ่นที่อยู่เคียงข้าง “หนงทาง!!” เทียนเหมินพูดออกมาด้วยเสียงที่สั่นไหว ก่อนจะมองไปยังเงาดำที่ทะยานขึ้นสู่เวที ปรากฏร่างของหนงทางที่มีสีหน้าเย็นชา ดวงตาของมันจ้องเทียนเหมินด้วยสายตาที่หยิ่งจองหอง มือข้างหนึ่งของมันพาดหลัง ส่วนอีกข้างกระดิกนิ้วอย่างช้าๆ พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูแคลน “เข้ามา!!” “ย้ากกก!! หมัดทลายภูผา!!!” ดวงตาของเทียนเหมินแดงก่ำด้วยความโกรธเคือง กับท่าทีของหนงทางที่ดูถูกมัน จึงเคลื่อนตัวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณที่บ้าคลั่ง เวลานี้พลังลมปราณของเทียนเหมินนั้น อยู่ที่ระดับเริ่มต้นขั้นปลาย มันฝึกพลังลมปราณอย่างหนักหลังจากที่ทำให้เนี่ยฟงตกผา มันคาดหวังจะไปอยู่พรรคมังกรฟ้าเป็นอย่างมาก แม้มันจะเกรงกลัวหนงทางอยู่บ้าง ที่ระดับลมปราณห่างกันถึงครึ่งก้าว แต่เมื่อโดนยั่วยุด้วยท่าทาง จึงทำให้มันโกรธจนลืมตัว“ระวัง!! เทียนเหมิน!!” เนี้ยตี้ตะโกนเสียงดังสนั่น แต่ไหนเลยจะเข้าหูของเทียนเหมินที่ขาดสติ มันจึงพุ่งเข้าไปโดยไม่ฟังคำใคร เมื่อเผชิญหน้ากับพลังลมปราณที่รุนแรงของเทียนเหมิน หนงทางไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีก มันเพียงแค่ก้าวขาถอยหลังหนึ่งข้าง เปลี่ยนจากนิ้วมือที่กระดิกเป็นกำปั้น พร้อมกับมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นและสายตาที่ดูแคลน “โง่งม!!” หนงทางพึมพำออกมาอย่างบางเบา ก่อนจะปล่อยกำปั้นของตนชกไปที่ท้องแขน ทำให้ท่อนแขนของเทียนเหมินเสยชี้ขึ้นไปบนฟ้า จนเปิดช่องว่าที่หน้าท้องให้มองเห็นชัด พร้อมกับตวัดขาเตะเข้าที่ท้องของเทียนเหมินจัง “ปัง!!!” “อั๊ก!!!” “เทียนเหมิน!!!” เนี่ยตี้ตะโกนเสียงดังลั่น แม้แต่ผู้อาวุโสอันดับสองพ่อของมันยังยืนจ้องดวงตาค้างท่ามกลางเสียงร้องที่เจ็บปวด เทียนเหมินทรุดเข่าไปกับพื้นทันที ดวงตาทั้งสองข้างแทบถลนออกนอกเบ้า หยาดโลหิตหลั่งไหลที่มุมปาก หนงทางไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการเคลื่อนไหว มันก้มตัวเล็กน้อย ก่อนจะเสยกำปั้นเข้าที่ปลายคางของเทียนเหมิน ส่งร่างของมันขึ้นไปกลางอากาศ เมื่อยามที่ร่างของมันจะร่วงลงมา หนงเทียนก็หมุนตัวเตะสุดแรง “เปรี้ยงง!!!” “กร๊อบบ!!” เสียงกระดูกหักดังจนฟังได้ชัด ร่างของเทียนเหมินปลิวกระเด็นดุจดั่งว่าวที่ขาดสาย เนี่ยตี้พุ่งทะยานรับร่างของมันไว้ทันที พร้อมประคองร่างของมันทะยานลงสู่พื้น สีหน้าของเทียนเหมินขาวซีดดุจดั่งกระดาษ โลหิตมากมายพุ่งทะลักออกมาจากปากไม่ขาดสาย ผู้อาวุโสอันดับสองรีบทะยานมาดูร่างของลูกมันทันที พร้อมกับหยิบยากรอกใส่ปากมันอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังโคจรพลังลมปราณที่ฝ่ามือ กระแทกไปที่หน้าอกของลูกตน เพื่อควบคุมลมปราณที่กำลังแตกซ่าน“ซี่โครงหัก ไหล่หลุด อีกทั้งพลังลมปราณยังแตกซ่าน ช่างลงมือได้เหี้ยมโหดนัก” ผู้อาวุโสอันดับสองกล่าวออกมา พร้อมกับดวงตาที่สั่นไหว ก่อนจะจับจ้องไปที่หนงทางอย่างโกรธเคือง เมื่อวางร่างของเทียนเหมินไว้กับพื้น มันก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนเวทีด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณที่บ้าคลั่ง ทำให้หนงทางตกตะลึงก้าวถอยหนีล้มกลิ้งไปกับพื้น “ตายซะเถอะ!!!” ทันใดนั้น คลื่นพลังสายหนึ่งก็พุ่งทะยานมาด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะปะทะเข้ากับผู้อาวุโสอันดับสอง ทำให้ปลิวกระเด็นกลับไปยืนที่เดิมที่จากมา เมื่อมองไปยังต้นทางของพลัง ก็พบกับเจี้ยนฉุนที่ยื่นฝ่ามือออกมา กลุ่มควันจางๆ ที่ลอยขึ้นจากฝ่ามือ ทำให้หยางเทียนรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือผู้ใด “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?” เพียงแค่ประโยคสั้นๆ ของเจี้ยนฉุน ร่างของเทียนหยางก็คุกเข่าลงกับพื้นทันที “เรียนท่านผู้นำ...เมื่อครู่เห็นอยู่ว่าลูกชายข้าได้พ่ายแพ้ แต่มันยังไม่หยุดมือยังลงมือทำร้ายลูกชายข้าจนบาดเจ็บสาหัส ข้าต้องการทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ลูกชายข้า” “หุบปาก!! เจ้ามีสิทธิอันใดถึงหาญกล้าลงมือ การประลองย่อมมีพลาดพลั้ง ดีเท่าไรแล้วที่ลูกชายเจ้าไม่ตกตาย หากจะโทษจงโทษที่ลูกของเจ้าอ่อนแอ เมื่อครู่ข้าแค่เตือนเท่านั้น หากมีครั้งต่อไป...อย่าหาว่าข้าไม่ปรานี!” หนงทางถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะโยนป้ายชื่อของตนกลับลงไปในไห เจี้ยนฉุนก็พูดออกมาทันที “หยุดก่อน! เจ้าไม่ต้องใส่มันกลับลงไป ในไหเหลือป้ายเพียงหนึ่งแผ่นเท่านั้น หมายความว่ามันคือคู่ต่อสู้ของเจ้า” หนงทางผงกศีรษะรับพร้อมยกมือประสานคำนับ ก่อนจะมาเดินกลับมายืนบนเวที เมื่อเจี้ยนฉุนซัดฝ่ามือออกไปที่ไห ก็ปรากฏป้ายชื่อที่ล่องลอยขึ้นมา ทันใดนั้นเนี่ยตี้ก็กระโดดขึ้นไปคว้าจับมันทันที ก่อนจะโชว์ให้ทุกผู้ทุกคนดูว่าเป็นชื่อของเขา พร้อมกับบีบมันแหลกคามือทันที “เป็นข้าเอง!!! รับมือ!!!” เมื่อยามที่เนี่ยตี้ขึ้นบนเวที มันโคจรลมปราณอย่างบ้าคลั่ง จนเจี้ยนฉุนต้องเหลือบมองอย่างตกตะลึง ก่อนจะพูดออกมาอย่างบางเบา “ลมปราณก่อกำเนิดขั้นต้น!! นี่มันทะลุลมปราณได้ขณะที่ต่อสู้อย่างงั้นรึ!!!” ในตอนแรกเนี่ยตี้มีพลังลมปราณเริ่มต้นขั้นปลาย เหมือนกับหนงทาง แต่ด้วยความโกรธเคืองที่มีต่อหนงทาง จึงทำให้มันทะลุทะลวงลมปราณโดยบังเอิญ เนี่ยตี้พุ่งทะยานดุจสายลม หมัดของมันอัดแน่นไปด้วยลมปราณที่บ้าคลั่ง หนงทางเอนตัวหลบอย่างหวุดหวิด พร้อมกับสวนหมัดกลับไป เนี่ยตี้ใช่ฝ่ามือของตนรับหมัดที่ทะยานมาของหนงทาง พร้อมกับออกแรงบิดทันที “กร๊อบบ!!” “อ๊ากกกก!!!!” เสียงร้องดังลั่นดังสุกรถูกเฉือด ท่อนแขนของหนงทางถูกบิดงอจนเสียรูปร่าง มันจับหัวไหล่ของตนแน่นแล้วทรุดเข่าไปกับพื้นทันที “ข้ายอม....” “เปรี้ยงง!!” ขณะที่หนงทางกำลังจะเอ่ยยอมพ่ายแพ้ ฝ่าเท้าของเนี่ยตี้ก็ปะทะลงไปบนใบหน้า ทำให้มันไม่สามารถเอ่ยออกมาได้ หยาดโลหิตของหนงทางกระจายออกมาจากปาก พร้อมกับฟันซี่เที่ถูกป่นแหลกละเอียด พร้อมกับร่างของมันที่ลอยขึ้นไปบนอากาศ ขณะเดียวกัน เนี่ยตี้ก็กระโจนตามขึ้นไปทันที พร้อมกับพลังลมปราณที่ห่อหุ้มเรือนร่างอย่างเห็นได้ชัด ตีลังกาสามตลบฟาดส้นเท้าลงที่หน้าอกมันทันที “เปรี้ยงง!!” “กร๊อบบบบ!!!” เสียงกระดูกหักดังลั่น เสียงของมันดังกว่าเทียนเหมินถึงเท่าตัว ร่างของหนกทางปลิวทะยานดุจว่าวที่ขาดสาย กระแทกกับพื้นที่ด้านหน้าพรรคตระกูลเฉินอย่างจัง เมื่อเฉินกังเห็นดังนั้นดวงตาของมันเบิกโพลงกว้าง รีบไปประคองร่างของหนงทางทันที“บัดซบ!!! กระดูกแขนแตกหักจนละเอียด ซี่โครงยังหักถึงสามซี่ ฟันในปากยังหักเกือบหมดปาก นี่เจ้ากะจะฆ่าให้ตายเลยหรือไง!!!” ทันทีที่เฉินกังเตรียมจะพุ่งทะยานขึ้นไปด้วยความโกรธ สายตาของมันก็หันไปเห็นเจี้ยนฉุน ที่กำลังจ้องมองเขาด้วยหางตา ทำให้มันต้องหยุดทันที ก่อนจะหันกลับไปที่พรรคของตนด้วยความขุ่นเคือง “รู้ผลแล้ว!! ผู้ชนะคือศิษย์จากพรรคตระกูลเนี่ย แต่!!” เจี้ยนฉุนประกาศออกมาทันที ท่ามกลางรอยยิ้มของเนี่ยตี้ แต่เมื่อมีคำว่า “แต่” ออกมา ใบหน้าของมันก็หุบยิ้มทันที “แต่ข้ายังให้โอกาสอีกสิบลมหายใจ ให้รุ่นเยาว์จากพรรคทั้งสองสามารถขึ้นมาท้าทายมันได้ หากครบสิบลมหายใจแล้วไม่มี จะถือว่ามันผู้คือศิษย์ของพรรคมังกรฟ้า จื้อคังนับ!!” เมื่อได้ยินคำกล่าวของเจี้ยนฉุน เนี่ยตี้ก็ถอนหายใจทันทีด้วยความโล่งอก หากหนงทางคืออันดับหนึ่งของพรรคเฉิน ย่อมหมายความว่าไม่มีผู้ใดจะต่อกรมันได้อีก มันจึงยืนวางท่าทีบนเวทีอย่างสง่างาม รอคนที่หาญกล้าจะขึ้นมาสู้กับมัน จื้อคังเดินออกมาจากด้านหลังพร้อมกับนับลมหายใจเข้าออกทันที“หนึ่ง...สอง...สาม....สี่....ห้า....หก....เจ็ด....แปด.....เก้า........” “เป็นข้าเอง!!!!!!” เสียงหนึ่งดังมาจากฟากฟ้า ทำให้ทุกสายตามองขึ้นไปจับจ้อง ปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดเขียวมรกตอำพัน ที่พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างของชายหนุ่มกระทบกับพื้นเวที ฝุ่นควันต่างฟุ้งกระจายจนหนาทึบ ก่อนที่สายลมจะพัดผ่านหมอกควันสลายอย่างช้าๆ จึงปรากฏใบหน้าของชายที่หล่อเหลา ที่กำลังนั่งชันเข่าคล้ายดั่งฮีโร่ชื่อดัง ทำให้ดวงตาของฉางไห่สั่นสะท้านทันที