"คนของแคว้นฉู่เขาทักทายกันแบบนี้หรือไง?"ชายชุดดำคนนั้นเอ่ยออกมาด้วยท่าทางสบาย
"เจ้าเป็นคนของแคว้นชิงอย่างนั้นรึ?"
เทียนฉินเอ่ยถามอย่างสงสัย
"เจ้านี่ดีแต่ตั้งคำถามกับคนอื่นหรืออย่างไรกัน?"ชายชุดดำถามกลับมาอีกครั้ง
"ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนล่ะ ข้าไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าหรอก!"เทียนฉินเอ่ยออกมาพลางหันหลังเตรียมตัวจะเดินจากไป
ฟุ่บ!
แต่ก่อนที่เทียนฉินจะได้เดินจากไปนั้น เงากระบี่ก็ปรากฎออกมาทางด้านหลังเขาเป็นจำนวนมาก ก่อนรวมตัวกันแล้วก็กลายเป็นกระบี่แสงสีดำยาวเล่มหนึ่ง
กระบี่เล่มนั้นปลดปล่อยไอกระบี่อันน่าตื่นตะลึงประทุออกมา ทำให้อากาศบริเวณนั้นส่งเสียงดังราวกับว่าใบมีดไร้รูปจำนวนมากกำลังประสานกันกลางอากาศ
"เพลงกระบี่หรอกรึ?"
เทียนฉินที่เห็นเช่นนี้ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าแตกตื่นออกมาแต่อย่างใด ดวงตาของเขากลับเปล่งประกายด้วยความดีใจเสียด้วยซ้ำ
"ข้ากำลังมองหาคนที่จะมาทดสอบพลังของข้าอยู่พอดี!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาในใจก่อนจะขับเคลื่อนเคล็ดวิชากายามังกรอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เคล็ดวิชากายามังกรถูกร่ายออกมา ลมปราณทั่วร่างต่างแปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดสีดำสลับส้มห่อหุ้มอยู่บนแขนทั้งสองข้าง ก่อนจะแผ่ขยายไปทั่วร่าง
พริบตาเดียวเทียนฉินก็ดูคล้ายกับมนุษย์กึ่งมังกร ภายใต้การส่องสะท้อนของเปลวเพลิงสีส้ม เขาได้พุ่งทะยานออกไปก่อนปล่อยหมดเข้าปะทะกับเงากระบี่สีดำเล่มนั้น
ตู้ม!
เสียงของหมัดกับกระบี่ปะทะกันจนเศษซากอาคารที่อยู่บริเวณนี้ต่างปลิวกระจัดกระจายไปทั่ว ทั้งสองต่างถอยหลังออกไปคนละสองก้าว
"โอ้ว! นับว่าเจ้ามีฝีมืออยู่บ้าง"
"แต่ข้าขอเตือนเจ้าไว้สักหน่อยดีกว่า ทิ้งสิ่งที่เจ้าได้มาจากหุบเขานี้ไว้ซะ แล้วข้าจะให้เจ้าตายอย่างมีร่างกายที่สมบูรณ์!"ชายชุดดำคนนั้นเอ่ยออกมาขณะที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ
"เจ้าจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าไม่ใช่เป็นเจ้าเองที่เอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่แคว้นฉู่นี้!"เทียนฉินเอ่ยกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
"หึ! ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะอ้อนวอนอย่างไรเมื่อเจ้ากำลังจะตาย!!"
ฟึ่บ!
แสงกระบี่กลายเป็นสายรุ้งสีดำแวววาวพุ่งยิงออกไปทันทีที่สิ้นเสียง เพียงพริบตาเดียวก็กลายเป็นเงากระบี่สีดำยาวอยู่เหนือศีรษะเทียนฉิน ก่อนฟาดฟันลงไปอย่างว่องไว
เงากระบี่ยักษ์ยังไม่ทันได้ฟาดฟันลงไป พลันเกิดเสียงร้องแหลมดังของมังกรออกมา บริเวณที่มันเคลื่อนตัวผ่านได้ทิ้งร่องรอยไว้เป็นจำนวนมาก
"คมเขี้ยวมังกร"
เทียนฉินตะโกนออกมาพร้อมกับปล่อยกำปั้นเข้าใส่กระบี่สีดำนั้นอย่างรุนแรง ทันใดนั้นพลังไร้รูปบางอย่างก็พุ่งขึ้นฟ้าก่อตัวเป็นร่างมังกรสีแดงเพลิงตัวหนึ่ง
ปั้ง!
เกิดเสียงดังสะเทือนเลือนลั่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างมังกรสีแดงเพลิงตัวนั้นเข้ากระแทกกระบี่สีดำอย่างไม่เกรงกลัว
หลังจากเงากระบี่สีดำกลางอากาศค่อยๆ แตกสลายลงไปแล้ว ชายชุดดำกลับคาดไม่ถึงว่ามังกรสีแดงเพลิงตัวนั้นยังคงพุ่งเข้ามาแล้วตะปปกงเล็บเข้าบนไหล่ของเขา
"ฉั้วะ!"
หัวไหล่ทางด้านขวาของชายชุดดำพลันปรากฎรอยสีแดงพร้อมกับเลือดที่พุ่งสาดกระจายออกมาจากหัวไหล่นั้น
"อ้าก!"
"เจ้ากล้าทำให้ข้าบาดเจ็บ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไปตายซะเถอะ!"ชายหนุ่มชุดดำมองดูบาดแผลที่ไหลขวา ก่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเย็นเยือกเย็นอย่างถึงขีดสุด
พอน้ำเสียงสิ้นสุดลง ไอสีดำบนร่างชายหนุ่มชุดดำพลันก่อตัวหนาแน่นขึ้นมา กระบี่ในมือก็ฟาดฟันแสงสีดำหลายสายออกไปภายในพริบตา
"เป็นพวกฝึกวิชานอกรีตอย่างนั้นรึ?"
เทียนฉินยืนนิ่งไม่คิดจะหลบหลีกเลยแม้แต่น้อย พลันขับเคลื่อนลมปราณจนถึงขีดสุดก่อนซัดหมัดเข้าปะทะกับแสงดาบสีดำนั้นอีกรอบ
ตู้ม!
แสงกระบี่สีดำถูกหมัดของเทียนฉินกระแทกจนสั่นสะเทือนก่อนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆอีกครั้ง ตัวเขาพยายามที่จะค่อยๆขัดเกลาเคล็ดวิชาที่ได้ปรับปรุงขึ้นมาใหม่นี้อย่างไม่รีบร้อน
"เจ้าบรรลุระดับผันแปรขั้นต้นแล้วอย่างนั้นรึ?"ชายชุดดำทีเห็นเทียนฉินปลดปล่อยพลังเต็มที่ พลันหลุดปากออกมาด้วยท่าทางตื่นตระหนก
เทียนฉินไม่ตอบคำถามกลับใช้ท่าร่างมังกรเคลื่อนจันทราพุ่งเข้าหาชายชุดดำก่อนซัดหมัดเข้าใส่อย่างไม่ยั้ง
เปรี้ยง! ตู้ม!
หนึ่งหมัดที่ซัดใส่ผสานไปด้วยเปลวไฟสีส้มที่พุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง พริบตาเดียวก็ซัดกระบี่สีดำนั้นปลิวกระเด็นหลุดลอยไป
ปราณสีดำที่ห่อหุ้มร่างกายของชายหนุ่มคนนั้นพลันแตกกระจาย ส่วนร่างของเขาก็กระเด็นล่วงหล่นไปกระแทกพื้น โดยไม่อาจกระดิกตัวได้เลยแม้แต่น้อย ทำได้แค่พยายามกระตุ้นพลังปราณฝืนต้านทานไว้เท่านั้น
เทียนฉินเหินลงมาด้วยท่าทางสงบเป็นอย่างมาก ก่อนเดินไปทางชายชุดดำอย่างไม่รีบร้อน ดาบเพลิงสุริยาปรากฎขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างกระฉับกระเฉง
"เจ้าจะทำอะไร?"
"อย่าเข้ามาใกล้ข้านะ!"
"เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นศิษย์ของลัทธิอีกาดำ!"ชายหนุ่มชุดดำคนนั้นเอ่ยออกมาอย่างหวาดกลัวที่เห็นเทียนฉินเดินเข้ามาพร้อมกับดาบในมือ
ตัวตนของชายชุดดำนั้นแม้จะไม่ได้เก่งกาจที่สุดในหมู่รุ่นเยาว์ภายในลัทธิ แต่ก็ไม่อาจมองข้ามในพลังฝีมือของเขาไปได้ แต่เมื่อพอมาเจอกับเทียนฉิน ความมั่นใจที่เคยมีมาก่อนกลับพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี
"พวกนอกรีตที่ถูกข้าสังหารก็พูดไม่ต่างกับเจ้าเลยแม้แต่น้อย!"เทียนฉินก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"ถ้าเจ้าฆ่าข้าเจ้าจะถูกคนของลัทธิอีกาดำไล่ล่าสังหารไปตลอดแน่นอน!"ชายชุดดำกล่าววาจาข่มขู่เทียนฉินอีกครั้งเพื่อหวังเอาตัวรอด
"สำหรับพวกนอกรีตแล้วต่อให้ไม่มาตามล่าข้า ข้าก็จะเป็นฝ่ายตามล่าพวกมันเองอยู่แล้ว!"เทียนฉินยังไม่เคยลืมเลือนคำสาบานที่ได้ให้ไว้กับพี่ร่วมสาบานของเขาทั้งสองคน ว่าถ้าหากพบเจอพวกฝึกวิชานอกรีตเมื่อไหร่จะสังหารไม่มีละเว้น
ฉึก!
"เจ้า.."
ยังไม่ทันได้เอ่ยออกมาเต็มคำ ดาบเพลิงสุริยาก็เสียบเจาะทะลุหน้าอกของชายชุดดำนั้นอย่างพอเหมาะ ก่อนเทียนฉินจะพลิกดาบตัดขั้วหัวใจของอีกฝ่ายในทันที
เทียนฉินก้มลงไปหยิบแหวนมิติของชายชุดดำก่อนจะปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาเผาร่างของเขาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน แล้วเดินไปทางที่กระบี่สีดำนั้นหลุดลอยไป
"เป็นกระบี่ที่ดี! ตาเฒ่าหม่าได้ใช้คงพอใจเป็นอย่างมาก!"
เทียนฉินโยนกระบี่สีดำในมือเล่นก่อนจะเดินลับหายไปโดยไม่เหลียวมามองกองขี้เถ้าของชายชุดดำคนนั้นอีกเลย
บริเวณโครงกระดูกอันใหญ่โตมโหฬาร เทียนฉินยืนอยู่ตรงหน้าหัวกระโหลกพร้อมกับร่ายเคล็ดวิชาลับที่หลงยู่หมิงถ่ายทอดให้ คลื่นสีดำที่เคยปกคลุมอยู่ค่อยๆสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
เพล้ง!
ท่อนกระดูกที่ลอยวนเวียนอยู่โดยรอบพลันร่วงหล่นจนแตกกระจาย ใบหน้าของศิษย์พี่ทั้งสองปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจน เมื่อค่ายกลถูกคลี่คลายลงจนหมดหมดแล้ว
"กลับนิกายกันเถอะศิษย์พี่!"เทียนฉินเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอันอบอุ่น
ฮ่าๆ
"ในที่สุดข้าก็ได้ออกมาแล้ว!"เป็นล่งฉินจ้าวที่หัวเราะออกมาอย่างดีใจที่รู้ว่าตนเองได้หลุดพ้นจากค่ายกลนี้เสียที
"ข้าขอบใจเจ้ามากศิษย์น้องเทียน!"
"ถ้าไม่ได้เจ้ามาช่วยไว้ พวกข้าก็มิอาจจะรู้ได้เลยว่าต้องถูกคุมขังอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไหร่"เซียวปิงหยวนเดินเข้ามาโอบกอดที่ไหล่เทียนฉินพลางกล่าวขอบใจอย่างซาบซึ้ง
"นั่นสิ!ถ้าไม่ได้ศิษย์น้องเทียนมาช่วยไว้ข้าคงแก่ตายอยู่ในนี้แน่นอน!"ล่งฉินจ้าวเดินเข้ามาโอบไหล่อีกด้านก่อนกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดี
"พวกเราเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกันไม่ต้องเกรงใจไปหรอกศิษย์พี่ทั้งสอง!"
เทียนฉินยิ้มรับอย่างมีความสุขเหมือนกัน
"พูดได้ดี!"
"กลับไปถึงนิกายเมื่อไหร่พวกเราค่อยไปฉลองกัน!"ล่งฉินจ้าวตบไปที่ไหล่ของเทียนฉินอีกครั้งก่อนพวกเขาทั้งสามจะพากันเหาะออกไป
ในระหว่างที่เดินทางทั้งสามคนต่างคุยกันอย่างไม่หยุดหย่อน เรื่องราวต่างๆล้วนถูกเอ่ยถึงอย่างไม่รู้จักเบื่อ จนกระทั่งมาถึงหน้าประตูเมืองยี่เป่ย
"ศิษย์พี่ทั้งสองเชิญไปจัดการร่างกายของพวกท่านให้เรียบร้อยก่อนเถอะ!เทียนฉินทำท่าปลีกตัวออกห่างทันทีที่มาถึงเมืองยี่เป่ยแล้ว
"ศิษย์น้องเทียน!ไม่ใช่ว่าเจ้าอับอายที่เดินข้างพวกเราสองคนอย่างนั้นรึ?ล่งฉินจ้าวเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ พลางมองไปบนร่างกายของตนเอง
"จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรกันเล่า!"
"เพียงแต่ว่าข้ามีธุระจัดการกับคนตระกูล
หุยนิดหน่อย!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร
"ตระกูลหุยรึ?"ล่งฉินจ้าวเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
จบตอนที่ 47