ศิลาที่เดินผ่านผู้เล่นทางด้านหลังที่ยืนเรียงรายเพื่อรอผ่านเข้าประตูเมืองมนตราอย่างหนาแน่นราวๆพันกว่าคนเมื่อศิลาเดินมาถึงทุกคนล้วนแต่แหวกเปิดทางให้ศิลาผ่านไปแต่โดยดีเพราะบนหัวของศิลาติดตราประทับนักโทษสีส้มหลาใกล้เปลี่ยนเป็สีแดงเต็มทีแสดงถึงความอันตรายและค่าหัวที่มาก
แต่ทว่าศิลากลับยังเดินลอยชายสบายๆบ่งบอกให้ผู้เล่นที่มีหัวคิดทราบทันทีว่าบุรุษตรงหน้าพวกเขาต้องไม่ธรรมดาแน่นอนถึงขั้นไม่มีใครหน้าไหนยอมมาล่าค่าหัว
“เดี๋ยวผมเปิดทางให้ครับ”
ศิลาเอ่ยกลับผู้เล่นทั่วไปทำให้พวกเขารู้สึกโล่งอกและยิ้มขึ้นที่มุมปาก
ก่อนที่ศิลาจะเดินผ่าแถวขบวนเข้าไปแบบหน้าด้านๆมันเสียเลยทำเอาหัวหน้าของคนเ่าั้ที่กำลังพูดอยู่เกิดความไม่พอใจเป็อย่างมากพร้อมกับลูกกิลด์ที่เกิดอาการฮึดฮัดทันที
“เห่ยมึงกล้าดียังไงวะมาเดินผ่าวง
กิลด์ทลายฟ้าของพวกข้ารู้หรือเปล่า
กิลด์ข้าเจ๋งเป็อันดับเก้าเลยนะเว่ย
อยากลองดีหรือไง”
“เอามันเลยลูกพี่เล่นมันเลยมันติดตรานักโทษด้วย”
ลูกพี่ที่สวมเกราะสีเทาในมือถือขวานเอ่ยอย่างห้าวหาญตามมาด้วยเสียงเชียร์ของลูกน้องทว่าศิลาไม่คิดที่จะพูดหรืออะไรทั้งนั้นเขารอมานานมากแล้วคนอื่นก็เช่นกันซึ่งมันไม่ใช่เื่จริงๆ ที่พวกเขาทำมันก่อความลำบากให้คนอื่นและตัวของเขา
“ถ้าผมบอกให้ถอยไปคนพวกนั้นจะผ่านคงไม่ฟังสินะ”
“เออดิวะมึงคิดว่าเจ๋งหรอวะเท่หรอวะมีตรานักโทษอ่ะ”
ฉึก...
เืสีแดงสดพุ่งออกมาจากร่างที่ไร้หัวพร้อมกับหัวของชายหัวหน้าปาร์ตี้กระเด็นลอยลิ่วตกสู่พื้นเืสีแดงสดพุ่งราวน้ำพุ ผู้เล่นต่างเตะหัวชายดังกล่าวกลิ่งไปมาด้วยความหมั่นไส้
บรรดาลูกน้องสองร้อยคนต่างเงียบสนิทจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงฉีกกระชากเนื้อและเสียงเืพุ่งกระฉูดสาดกระจายกลายเป็ภาพโศกสลดหน้าเมืองมนตราแต่ทว่ากลับไม่มีใครเลยที่จะกรีดร้องด้วยความใมีแต่เสียงเชียร์ศิลาว่าเอามันเลยๆเอาให้หนัก
เืสีแดงสดย้อมพื้นไปทั่วบริเวณพร้อมกับตรานักโทษของศิลาเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน
“เห่ยนั่นมันศิลานี่หว่าไหนใครบอกเขาฆ่าไม่เลือกหน้าวะพวกเราไม่ทำอะไรก็ไม่เห็นต้องกลัวเลย”
“เออใช่ๆเขาก็มีเหตุผลนี่หว่าแล้วทำไมสารมวลชนชอบปั้นข่าวเขาจัง”
เสียงผู้เล่นเริ่มพูดคุยกันจากนั้นไม่นานทั้งสองร้อยหนึ่งคนจากที่เตรีมตัวจะไปล่าบอสกลับกลายเป็ว่าเตรียมตัวไปรอที่ห้องเกิดใหม่แทนพร้อมกับเสียไอเท็มทั้งหมดซึ่งศิลาไม่ได้ดูดเข้ามาแต่อย่างใดเขาปล่อยให้มันตกลงพื้นและเดินหนีหายออกมาระหว่างที่ทุกคนแบ่งไอเท็มกัน
เขาไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาครั้งนี้เพียงเล็กน้อยมันกลับสร้างความเปลี่ยนแปลงในโลกDemonlord
ไปตลอดกาลเพราะผู้เล่นที่มองดูเหตุการณ์นี้นั้นภายภาคหน้าพวกเขาจะเป็อาชญากรกันทั่วหน้าและจะส่งเสริมให้ศิลากลายเป็ผู้นำเหล่าอาชญากรทั่วโลก
เพราะในยามนี้มีเพียงศิลาคนเดียวที่เป็อาชญากรแล้วกล้าออกมาเดินเล่นแบบสบายใจมันเลยทำให้คนเกิดการเอาเป็แบบอย่างทั้งเท่ห้าวหาญไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมทั้งสิ้น
ศิลากลับเข้าเมืองมนตราอีกครั้งทว่าบรรยากาศเมืองกลับดูครึกครื่นเต็มไปด้วยผู้เล่นมากมายเพิ่มขึ้นจากตอนกลางคืนเป็เท่าตัว
ทั้งแผงรอยขนาดย่อมของผู้เล่นที่มานั่งขายของเป็จำนวนมาก บางก็มีร้านแผงรอยขนาดใหญ่ บางก็ขนาดเล็กแตกต่างกันไปตั้งเรียงรายเต็มสองข้างทางเสียงผู้เล่นกำลังต่อราคาของอย่างถึงพริกถึงขิงดังจอแจคล้ายเสียงนกแตกรัง
พ่อค้าแม่ค้าที่เป็ผู้เล่นนั้นจะขายไอเท็มถูกกว่าพ่อค้าแม่ค้าของระบบและบางชิ้นทางระบบก็ไม่มีทำให้เป็ที่ดึงดูดผู้เล่นจำนวนมาก ดังนั้นยามเช้าของที่นี่จึงคับคลั่งไปด้วยผู้เล่นมากมายที่มาเลือกซื้อเลือกหาของใช้ต่างๆเพื่อเตรียมตัวออกไปผจญภัยเป็ภาพที่ดูวุ่นวายแต่ก็ให้ความมีชีวิตถึงขีดสุดเช่นกัน
ศิลาหันไปเห็นเข้ากับร้านแผงรอยของชายหนุ่มอายุราวสิบเก้าปีหน้าตาสดใส่ผมสีน้ำเงินเข้มตั้งโด่เด่ ศิลาทราบทันทีว่ามันคือน้ำยาฟื้นพลังฟื้นมานาและน้ำยาฟื้นพลังจิตพลังปราน
เพราะระบบได้อัพเดตเข้ามาใหม่ทำให้มีพลังจิตพลังปรานเพิ่มขึ้นมา
ศิลาหยิบขวดสีเหลืองทองขึ้นมาดูทันทีพร้อมกับเอ่ยถามราคา
“ขวดละเท่าไหร่น้องชาย”
ชายหนุ่มยิ้มล่าก่อนจะตอบศิลาอย่างฉะฉานคล่องแคล่ว
“นั้นน้ำยาฟื้นพลังจิต พี่ชายขวดละห้าเหรียญทองผมผสมเองทดลองแล้วพี่ชายตรวจสอบได้ครับ”
ศิลาตรวจสอบทันทีพบว่ามันเป็น้ำยาฟื้นฟูพลังจิตจริงๆแต่ทว่าระดับของมันคือระดับสูงแต่เขากลับขายแค่สี่เหรียญทอง
“แล้วขวดสีย้ำเงินนี่ล่ะน้ำยาปราณสินะสรรพคุณมันทำอะไรได้”
ศิลาเขาใจถึงพลังจิตดีอยู่แล้วเขาจึงไม่ถาม
“อ๋อพี่ ผมแนะนำเลยครับถึงจะไม่มีพลังปรานแต่สามารถใช้ได้ครับคนส่วนใหญ่มักจะใช้ในการฝึกวิชาพวกเขาจะฝึกแบบไม่หลับไม่นอนประมานสองวันหรือถ้ารู้สึกเหนื่อยหล้าไม่ไหวยกน้ำยาฟื้นฟูปราณความง้วงความเหนื่อยล้าจะหายไปในหนึ่งนาทีครับขวดละห้าเหรียญทองครับ”
“น้องชายพอรู้ไหมว่าพลังจิตพลังปราณสามารถเรียนได้ที่ไหน”
“รู้สิครับอาณาจักรเหรียงตันครับหรือถ้าในโลกจริงเราคือจีนแผ่นดินใหญ่ ที่นั่นพี่สามารถรับภารกิจเรียนได้ทั้งปราณพลังจิตเลยครับเดินทางจากเมืองมนตราหนึ่งวันก็ถึง”
ืื ชายหนุ่มอธิบายฉะฉานคล่องแคล่วพร้อมออกท่าทางก่อนที่ศิลาจะยืนกอดอกหลับตาคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะเอ่ยกับพ่อค้าหนุ่มไฟแรง
“น้องชายมีกี่ขวด”ศิลาถาม
“อย่างละสามร้อยขวดครับ”ชายหนุ่มตอบ
“น้องชายสามารถหาเอามาเพิ่มได้ไหมพี่ยากได้อย่างละสองพันขวด”
เมื่อได้ยินศิลาพูดพ่อค้าหนุ่มถึงกับตาเบิกกว้างจนแทบจะทลักออกมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“รอ...อ.อ.อ.อ.อสักครู่นะครับผมติดต่อน้องสาวที่ขายอยู่ทิศใต้ของเมืองก่อน”
พูดจบชายหนุ่มก็รีบกดอะไรในระบบเพื่อนก่อนจะเอ่ยขึ้นแบบเร่งรีบ
“จีวูเอาของมาให้พี่ทั้งหมดเลยมีลูกค้ารายใหญ่”
“ห่ะ....ค่ะได้ค่ะ”
จากนั้นศิลาก็ไถ่ถามเื่ต่างๆไปพรางในเวลาไม่เกินห้านาทีจีวูสาวน้อยวัยสิบสามปีส่วมชุดยาวแบบจีนสีแดงสดรายัสีทองวิ้งหน้าตั้งมาแต่ไกลพร้อมกับผมสีชมพูลู่ไปตามสายลมไปหน้าตี๋แบบจีนขาวนวล
แหก...แหก...แหก
“นี่ค่ะพี่จีวอน”
หญิงสาวยื่นของให้พี่ชายนามจีวอนทันทีพร้อมกับจีวอนที่กำลังนับอย่างรวดเร็วทั้งหมดหกพันขวดพอดี
“นี่ครับพี่ชาย”จีวอนยื่นให้ศิลาพร้อมกับมือไม้สั่น ทำเอาศิลาอดยิ้มไม่ได้
“จากนั้นศิลาก็ได้เสียเงินไปอีกสองหมื่นเจ็ดพันเหรียญทองจากนั้นศิลาก็เดินดูตามร้านแผงรอยจนเจอร้านของผู้เล่นที่ขายน้ำยาฟื้นพลังชีวิตและมานาระดับสูงเพียงห้าสิบเหรียญทองถูกกว่าร้านของระบบเท่าตัวศิลาไม่รอช้ากวาดซื้อน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตมาอีก5,000ขวดและน้ำยาฟื้นฟู8,000ขวดจากนั้นก็ตรงไปยังร้านอาหารซื้ออาหารมาตุนไว้อีก80ห่อ
เพราะถ้าหากมันอยู่ในไอเท็มบล็อกมันจะคงสภาพเดิมแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตามจึงหมดปัญหากลัวเื่อาหารเสีย
ครั้งนี้ศิลามีเป้าหมายคือการลุยภารกิจแบบยาวๆจนเสร็จสิ้นภารกิจเขาเลยต้องตุนเตรียมความพร้อมทุกอย่างให้แน่ใจเสียก่อน
เวลาเลยไปถึง่บ่ายโมงศิลาเดินมุ่งหน้าไปยังประตูทางออกเมืองทิศตะวันตกเป้าหมายของเขาคือถ้ำน้ำ
อัมฤทธิ์การจะไปถึงนั้นเข้าต้องผ่านรังของมนุษย์แวมไพร์และรังของมนุษย์หมาป่าระดับ60 เสียก่อนมันเป็สัตว์อสูรเ้าถิ่นในป่าพื้นที่ตะวันตกทั้งหมด สามารถพบพวกมันได้มากจนหน้าใ
แถมสัตว์อสูรในป่าทิศตะวันตกที่ขึ้นชื่อป่ามรณะนั้นระดับของสัตว์อสูรต่ำสุดอยู่ที่50 ทำให้ไม่ค่อยมีผู้เล่นไปยังป่าทิศตะวันตกมากเท่าไหร่นอกจากพวกมีฝีมือจริงๆศิลาเดินมาได้สักพักก็มาถึงชายป่าเขายังไม่ทันย่างเท้าเข้าไปก็ััได้ถึงรังสีอัมหิตรังสีฆ่าฟันสุดรุนแรงลอยมาตามลมชวนขนลุก
“ไม่แปลกใจเลยทำไมคนถึงไม่มาเก็บเลเวลที่นี่”
ศิลาเอ่ยขึ้นทันทีพร้อมลอยยิ้มไม่มีคนอื่นนี่แหละศิลาชอบจะได้จัดให้เต็มเหนี่ยวไปเลย
ศิลาเดินเข้าไปภายในป่าทึบสีเขียวสดพื้นดินไม่มีแสงแดดตกกระทบสักเล็กน้อยทำให้ภาพเบื้องหน้าของเขาปกคลุมไปด้วยเงาของต้นไม้ใหญ่ที่สูงตระหง่าแย่งกันรับแสงแดด ทั้งหลากสีสันสวยงามแต่ก็ให้ความพิศวงพอๆกัน
เคร้ง....
ศิลาเดินลึกเข้ามาได้ราวสองร้อยเมตรพลันปรากฎร่างของมนุษย์หมาป่าเขี้ยวยาวโค้งกรงเล็บแหลมคมยาวั์ตาแดงฉานขนสีเทาม้วงยืนสองขาร่างสูงสองเมตรกว้างครึ่งเมตรกล้ามเนื้อแน่นขนคมกริบพุ่งเข้าโจมตีเขาอย่างดุร้ายทันทีแต่ศิลาเองก็รวดเร็ว ยกร่ำไห้ขึ้นป้องกันก่อนจะฟันส่วนกลับไปด้วยโหยหา
แต่ทว่ามนุษย์หมาป่ากลับคล่องตัวจนหน้าประหลาดมันม้วนตัวกลางอากาศหลบรอดไปได้อย่างปฏิหาริย์
ศิลาเองก็ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ ดีดเท้าปราดเข้าประชิดด้านหลังของมันอย่างรวดเร็วพร้อมกับหมุ่นตัวจากบนลงร่างดาบคู่ในมือฟันใส่คอของมนุษย์หมาป่าอย่างจังถึงสองครั้งซ้อนด้วยความเร็วไม่ถึงเสี้ยววินาที
ฉึบ...ฉึก...
เืสีแดงสาดกระจายไปทั่วบริเวณก่อนจะกลายเป็แสงพร้อมกับเสียงโซ่ของศิลาดังเคร้งๆคล้ายกำลังคร่ำครวญไว้อาลัยให้กับศัตรูที่ร่วงโรยจากนั้นก็ปรากฎมนุษย์หมาป่าและแวมไพร์เดินกันออกมาจากรอบทิศทางแต่ระตัวมีระดับมากถึงหกสิบ
“ปกติไอ้สองเผ่านี่มันไม่ถูกกันไม่ใช่หรอฟ่ะไหง!. มันมารวมกันได้เนี่ยแม่เ้า”
แว๊ก....แฟ๊กก....
เสียงมนุษย์หมาป่าร้องคำรามข่มขู่สอดประสานกับเสียงมนุษย์แวมไพร์ดวงตาแดงฉานรูปร่างคล้ายคนมีหน้าเป็ค้างคาวมีขนขึ้นปกคลุมทั่วตัวสีน้ำตาลดำ กรงเล็บแหลมคมเขี้ยวยาวสีขาวเงินด้ายหลังมีปีกแบบค้างคาวทำให้ผู้ที่พบเห็นนั้นแทบหัวใจวาย
ศิลายืนตั้งท่าสืบเท้าค่อยๆก้าวไปข้างหน้าอย่างระวังตัวั์ตาเยือกเย็นในมือขวาถือดาบัร่ำไห้มือซ้ายถือกริชสีส้มฟ้าอำพันยาวศอกกว่าไว้กระชับมือทั่วร่างปกคลุมไปด้วยออร่าสีขาวนวลธาตุแสงผสมกลมกลืนกับธาตุความมืดอย่าลึกล้ำ
รอบป่ามืดปกคุมด้วยเงาไม้ใหญ่เงียบสนิทไร้สรรพสำเนียงใดๆ
แฟ๊กก...
ร่างมนุษย์ค้างคาวหรือแวมไพร์สี่ตัวะโพร้อมกับโบกสะบัดปีกเข้าหาศิลาอย่างร็วดเร็วดุจะุปืนเห็นเพียงแค่เงาสี่สายสีน้ำตาลมลดำ วินาทีนั้นเอง
“จิตแห่งดาบ”
ศิลาเอ่ยเพียงสั้นๆพร้อมกับปรากฎภาพการเหตุการณ์ล้วงหน้าแล่นปราดเข้ามาในหัวของเขาทันที ศิลาเบนตัวไปทางซ้ายพร้อมกับตวัดร่ำไห้จากร่างขึ้นบนด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าฟาด วินาทีต่อมาศิลาก้มตัวย่อลงต่ำหลบรอดกรงเล็บที่คล้ายดาบที่พุ่งแหวกอากาศหมายจะตัดหัวของเขาแบบฉิวเฉียดจากนั้นมือซ้ายก็ตวัดกริชโหยหาจากซ้ายไปขวาจากบนลงร่างเกิดเสียงฉีกกระชากเนื้อดังขึ้นสามครั้งติด
ฉ๊วะ...ฉ๊วะ!!...
จากนั้นศิลาก็เบนตัวหลบซ้ายขวาสืบเท้าไปด้านหน้าล่นถอยหลังหลบการโจมตีที่รายล้อมเข้ามาแบบฉิวเฉียดในระยะห่างเพียงสองเซนไม่ขาดไม่เกินเป็การเคลื่อนไหวที่ไม่เสียเปล่า
และเมื่อเห็นพรรคพวกถูกสังหารต่อหน้ายิ่งทำให้พวกมันทวีความโกรธแค้นถึงขีดสุดส่งเสียงกรีดร้องสะท้านหูดังสนั่นไปทั่วพื้นป่าก้องกังวาลไปไกลราศ “เข้ามา...