ฝนเด็กสาวลูกครึ่งไทยจีน ด้วยหน้าตาที่สวยน่ารักเวลาไปไหนคนมักจะเหลียวมองตามตลอด แต่หญิงสาวคนนี้กับมีปมด้อยเื่ครอบครัวอย่างหนัก มีแต่เพื่อนสนิทและคนที่อาศัยอยู่ในระแวกบ้านเท่านั้นที่ รู้ว่าฝนเป็คนยังไงและมีจิตใจที่แท้จริงยังไง
พ่อแม่ของฝนแต่งงานกันด้วยความรัก แต่ไม่นานแม่ของฝนก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน โดยไม่สามารถจับคนร้ายได้เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ที่ลับตาคน และแถวนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด ทำให้ตำรวจจนปัญญา เื่ค่อยๆเงียบไป ซึ่งตอนที่แม่ของฝนเสียชีวิตฝนอายุแค่ 5 ขวบเอง
พ่อของฝนเลี้ยงดูฝนคนเดียวจนฝนมีอายุ 15 ปี ย่าเห็นว่าพ่อเลี้ยงดูฝนคนเดียวอาจจะเหนื่อย จึงได้แนะนำให้พ่อรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง จนในที่สุดพ่อก็ได้ตัดสินใจแต่งงานใหม่กับผู้หญิงที่ย่าแนะนำให้
่แรกแม่เลี้ยงก็ดูแลฝนดีมากๆ แต่ผ่านไปประมาณ 1 ปีแม่เลี้ยงของฝนก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เริ่มั้แ่ด่าฝนอย่างไม่มีสาเหตุ หนักเข้าก็ไปฟ้องพ่อของฝนว่าฝนขโมยเงินทั้งๆที่ฝนไม่เคยขโมยเงินด้วยซ้ำ บางครั้งที่พ่อต้องไปทำงานต่างจังหวัด แม่เลี้ยงก็จะขังฝนไว้ในห้องนอน และแม่เลี้ยงมักจะขู่ฆ่าฝนถ้าฝนไปฟ้องพ่อ ทำให้ฝนไม่กล้าบอกพ่อสักครั้งเื่ของแม่เลี้ยงที่ทำกับฝน
สองพ่อลูกเริ่มห่าเหินกันไปเรื่อย ๆ พ่อมักจะเชื่อแม่เลี้ยงและมักจะดุด่าฝนอยู่เป็ประจำ ฝนก็มักจะร้องไห้ไปหาป้าที่อยู่ข้างบ้านเสมอ คนแถวนั้นเริ่มรู้นิสัยแม่เลี้ยง แต่พอจะบอกพ่อของฝนแม่เลี้ยงก็จะเข้ามาขวางตลอด
ต่อมาพ่อของฝนก็ได้เลื่อนตำแหน่ง บริษัทได้ให้พ่อไปประจำที่ประเทศจีน พอพ่อไปประเทศจีนไม่นานแม่เลี้ยงก็ไล่ฝนออกจากบ้าน
ฝนที่มีอายุแค่ 16ย่าง 17 ปีไม่มีที่ไหนรับเข้าทำงาน ทำให้ฝนต้องนอนข้างถนน จนในที่สุดฝนก็หางานได้ งานที่ได้ก็คือเป็เด็กล้างถ้วยชามอยู่ร้านอาหาร ที่ฝนได้งานเพราะเ้าของร้านสงสารฝนที่นอนอยู่ข้างถนน และเ้าของร้านรู้สึกถูกชะตากับฝน เพราะฝนหน้าตาเหมือนกับลูกสาวที่เสียชีวิตไป จึงรับเข้ามาทำงานให้ที่อยู่ให้อาหารและให้เงินค่าจ้างวัน 300 บาท
ฝนเป็เด็กที่ขยันจึงทำให้เ้าของร้านและลูกจ้างคนอื่น ๆ เอ็นดูเป็อย่างมาก ฝนจะไม่ปล่อยให้ตัวเองว่างงานเด็ดขาด ใครที่ทำงานอะไรอยู่ฝนก็จะเข้าไปช่วยทันที
ทำงานอยู่ร้านอาหารนานกว่า 2 เดือน หลันฮวาก็เกิดสนใจทำอาหาร จึงได้ขอให้เชฟสอน เชฟที่เห็นว่าฝนเป็เด็กดีขยันทำงาน จึงได้สอนฝนทำอาหารทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็อาหารไทย อาหารเกาหลี อาหารจีน อาหารตะวันตก ฝนเป็เด็กที่เรียนรู้ไว จึงทำให้ฝนสามารถทำอาหารเป็ทุกอย่าง
และนอกจากที่ฝนจะทำอาหารเป็ทุกอย่างแล้ว เชฟก็ได้สอนให้ฝนทำขนมพวกเบเกอรี่และขนมไทยด้วย ฝนอยู่ร้านอาหารนานกว่า จนอายุฝนถึงเวลาเข้ามหาลัยได้แล้ว
เ้าของร้านเรียกฝนเข้าไปคุย และบอกให้ฝนไปสอบเข้ามหาลัย ตอนแรกฝนไม่อยากไปสอบเพราะว่าไม่มีเงินค่าเทอม แต่เ้าร้านบอกว่าฝนนั่นฉลาดเฉลียวขนาดนี้ ต้องสามารถสอบชิงทุนได้อย่างแน่นอน และได้บอกให้ฝนกลับไปคิดดูดีๆ ถ้าตัดสินใจอย่างก็ให้มาบอกตน
ฝนใช้เวลาทั้งคืนในการคิด จนในที่สุดฝนก็ตัดสินว่าจะไปสอบเข้ามหาลัย ฝนจึงได้เข้าไปบอกกับเ้าของร้าน เ้าของร้านก็ได้บอกว่าจะเป็คนพาไปสอบด้วยตนเอง
การสอบฝนไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ เพราะทุกวันฝนอ่านหนังสืออยู่เป็ประจำ แต่เื่ที่ฝนกังวลก็จะเป็เื่เอกสาร เพราะเอกสารทั้งหมดอยู่ที่บ้านฝนไม่ได้เอาออกมาด้วย
ฝนสมัครสอบคณะเกษตรศาสตร์ พอสมัครสอบเสร็จฝนได้แอบไปบ้าน ฝนมองอยู่นานก็รู้ว่าแม่เลี้ยงไม่อยู่บ้าน ฝนจึงได้ปีนหน้าต่างไปที่ห้องนอนของฝน เพราะห้องของฝนอยู่ชั้นล่างจึงปีนหน้าต่างไม่ยาก เมื่อได้เอกสารทั้งหมดแล้วฝนก็รีบปีนหน้าต่าง แล้วออกจากบ้านทันที
เมื่อถึงวันที่ต้องไปสอบเข้ามหาลัย เ้าของร้านได้ขับรถพาฝนไปสอบ ฝนตั้งใจทำข้อสอบเป็อย่างมากเพื่อหวังว่าจะได้ทุน เมื่อทำข้อสอบเสร็จแล้วฝนก็ได้อ่านทวนอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าไม่มีตรงไหนที่ต้องแก้แล้ว ฝนก็ได้ถือข้อสอบไปส่งกับอาจารย์ที่นั่งรอรับข้อสอบอยู่หน้าห้อง ฝนทำความเคารพแล้วออกนอกห้องสอบ
ฝนเดินไปที่ร้านคาเฟ่ที่อยู่ตรงข้ามตึกที่ฝนสอบ เพราะเ้าของร้านอาหารที่ฝนทำงานอยู่รออยู่ตรงนั้น ทั้งสองคนจึงเดินทางกลับร้าน
วันเวลาผ่านไปในที่สุดเวลาที่ฝนรอคอยก็มาถึง เพราะวันนี้เป็วันประกาศผลสอบ ฝนเปิดดูผลสอบอย่างตื่นเต้น พี่ๆที่ร้านก็เดินมาดูด้วย ผลสอบปรากฏว่าฝนสอบติดและที่สำคัญฝนยังได้ลำดับหนึ่ง และทุนการศึกษาจนกว่าจะเรียนจบด้วย ทุกคนต่างก็เข้ามายินดีกับฝน เ้าของร้านตัดสินใจปิดร้านเร็วเพื่อฉลองให้กับฝน
ในทุกๆวันฝนจะช่วยงานทุกคนอย่างขยันขันแข็ง และยิ่งใกล้ถึงถึงเวลาเปิดเทอมฝนก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น
อีก 2 วันจะเปิดเทอมเ้าของร้านได้เรียกให้ฝนไปพบ เ้าของร้านสอบถามเกี่ยวกับเื่ที่พักว่าฝนจะพักที่ไหน ฝนก็ได้บอกว่าต้องพักที่หอในเพราะว่า นักเรียนทุนทุกคนมหาลัยได้บังคับให้อยู่
ตอนเช้าวันเริ่มเก็บข้าวของ โดยมีพี่เข้ามาช่วยเก็บด้วย เก็บเสร็จฝนก็ยกลงไปใส่ที่รถกระบะของร้าน และเ้าของร้านก็ได้ขับรถไปส่งจนถึงหอใน
เวลาผ่านไปจนตอนนี้ฝนอยู่ปี 3 แล้วเดือนหน้าฝนก็จะเรียนจบ เพราะว่าฝนเรียนเก่งมากจนสามารถเรียนจบผ่านใน 3 ปี ระหว่างเรียนฝนมีเพื่อนไม่กี่คน เพราะฝนเป็เงียบๆติดเ็า คนเลยมองว่าฝนหยิ่ง แต่สำหรับเพื่อนสนิทจะรู้เลยว่าฝนเป็คนที่ดีมากๆ แถมยังขยันอีกด้วย
่เวลาระหว่างที่ฝนเรียนอยู่ พ่อก็ติดต่อฝนมาบ้างแต่ไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่ ด้วยงานที่ยุ่งมากๆ พ่อได้บอกฝนเกี่ยวเื่การเสียชีวิตของแม่ว่ามีความคืบหน้าบ้างแล้ว จากการช่วยเหลือของเ้านายที่ช่วยสืบให้
“ฝนไปทานข้าวกันไหม” เข้มเพื่อนสนิทของฝนถามขึ้น เข้มเป็หนุ่นหล่อรวยแต่จริงๆแล้วเข้มนั้นเป็คนที่มีจิตใจเป็หญิง จะมีแค่เพื่อนสนิทเท่านั้นที่รู้เื่นี้
“ไปสิ”
“วันนี้ฝนเป็อะไรหรือเปล่าสีหน้าดูไม่ดีเลย”
“ไม่มีอะไรหรอกเรารีบไปทานข้าวกันเถอะ วันนี้ฝนต้องไปทำงานพิเศษด้วย” ทั้งสองคนเดินมาจากตึกเรียนจนถึงถนน รอสัญญาณไฟเพื่อที่ข้ามไปอีกฝัง
“ฝน” อยู่ก็มีเสียงเรียกชื่อฝนขึ้น ฝนจึงเงยหน้าขึ้นโทรศัพท์ที่กำลังดูข่าวอยู่ เมื่อมองไปข้างหน้าก็เจอกับพ่อที่ยืนอยู่อีกฝั่ง
“พ่อ” ฝนรู้สึกดีใจมากความน้อยใจที่มีต่อหมดไปนานแล้ว เหลือเพียงความคิดถึงเท่านั้น
ฝนยิ้มออกมาก่อนที่จะเดินข้ามไปหาพ่อ เมื่อเห็นว่าสัญญาณไฟเปลี่ยน ฝนออกตัวเดินก่อนใครจนมาหยุดที่กลางถนน จู่ๆฝนก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนอากาศ และยังลอยห่างจากพ่อไปเรื่อย ๆ
ทางด้านพ่อของฝนที่เห็นลูกสาวเพียงคนเดียว โดนรถยนต์สีดำพุ่งชนจนลอยไปไกล ตนก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดอยู่กับที่ ดวงตาที่เบิกกว้างขาที่แข็งจนไม่สามารถขยับได้ มือที่สั่นไหวอย่างรุนแรง
เสียงกรีดร้องของคนที่เห็นเหตุการ ทำให้พ่อของฝนได้สติก่อนที่วิ่งไปที่ร่างของลูกสาว ที่มีเข้มดูอยู่ข้าง มือหยาบกร้านของพ่อค่อยลูบไปที่หน้าของลูกสาว พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกจากดวงตา
วันนี้เขาตั้งใจกลับมาหาลูกสาว พร้อมกับบอกลูกสาวเื่คนที่ขับรถชนภรรยา และอีกเื่ก็คือเขาได้หย่าขาดกับแม่เลี้ยงฝนแล้ว แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว ลูกสาวได้จากเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ และยิ่งประโยคสุดท้ายของลูกสาวที่ทำให้เขารู้สึกเกียจตัวเองมาก
“ฝะ ฝน รัก พ่อ มา..ก”